
ข้าจะทำหน้าที่นางร้าย(ลับ)ให้ดีที่สุด
ตอน 3
ดวงตาใสกระจ่างเหม่อมองหนึ่งในคณะขุนพล ทบทวนความทรงจำเก่าโดยพลัน สมาชิกระดับสูงของพรรคถูกเรียกว่าขุนพล ประหนึ่งแม่ทัพผู้นำรบ โดยแบ่งความรับผิดชอบเป็นแปดฝ่าย สี่ภายใน สี่ภายนอก และยังมีกองกำลังชั้นยอดอีกยี่สิบหน่วย
สี่ฝ่ายขุนพลภายใน ประกอบด้วย ขุนพลอารักขา ขุนพลหกกรม ขุนพลเรือนหลัง และขุนพลบ้านสกุลไป๋
สี่ฝ่ายขุนพลภายนอก ประกอบด้วย ขุนพลฝ่ายข่าวกรอง ขุนพลฝ่ายการแพทย์ ขุนพลฝ่ายหอการค้า และขุนพลฝ่ายอาวุธ
ซึ่งแบ่งเป็นสองสำนัก สองกิจการ
สองสำนักประกอบด้วย สำนักกงอวิ๋น หน่วยข่าวกรองรับจ้างอันดับหนึ่ง และสำนักแพทย์ทงเสิน สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง
สองกิจการ แบ่งเป็นหอการค้าและร้านอาวุธ
หอการค้าแปดสมบัติ เป็นหอการค้าขนาดใหญ่ ครอบครองตลาดใต้ดินสี่สิบเจ็ดเมืองทั่วดินแดนจงหนาน มีทั้งโรงประมูลแปดสมบัติ โรงเตี้ยมเมิ่งซิน ร้านอาหารอวี้ซิน ร้านจินเป่า ร้านหวาฟู่ ร้านหมิงฉาง และอีกมากมายนับไม่ถ้วน
ส่วนร้านอาวุธหม่านเฉียน เป็นร้านอาวุธวิเศษ
ยี่สิบหน่วยกองกำลัง มีความน่าสะพรึงน้อยลงมาหน่อย พวกเขาเป็นสมาชิกพรรคที่ขึ้นตรงกับขุนพลหกกรม มีหน้าที่เป็นกำลังเสริมและเฝ้ายาม
โกง! สิ่งนี้เรียกว่าโกงยังน้อยไป!
จะสิ่งใดล้วนดีทั้งสิ้น ยกเว้นเพียงนิสัยและรสนิยมของผู้คนในพรรค
“ข้าว่าเกาะเพลิงพิภพไม่เลวทีเดียว เสียทีเจ้าไก่ย่างตัวใหญ่ดื้อรั้นเกินไป” บุรุษผู้มีท่าทีหยิ่งทระนงคือไป๋หนาน พี่สองของบ้านสกุลไป๋คนนี้ สวมอาภรณ์สีองุ่นเขียว มีกลิ่นอายบัณฑิตหนอนหนังสือ ขัดกับรูปร่างกำยำผิวเข้ม
ความขัดแย้งเหล่านี้ ในโลกภายนอกนับเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง แต่ในพรรคพิลึกแห่งนี้ เดินไปทางไหนก็พบ!
ไป๋เจิ้งส่ายศีรษะ ไม่เห็นด้วย “หงสาเพลิงเทวะ เป็นสัตว์อสูรขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้พวกเราขนกันไปทั้งพรรคก็ต้านไม่อยู่ เกาะอวิ๋นซานที่น้องสี่กล่าวไว้ นับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว”
“เช่นนั้นตกลงตามนี้!” ไป๋หนานพยักหน้า เหลือบสายตามองน้องสามผู้เงียบขรึมแวบหนึ่ง นึกไปถึงน้องสาวคนเล็ก ซึ่งทำภารกิจอยู่ที่ห่างไกล จึงไม่อาจเข้าร่วมประชุม
ในบรรดาสี่ฝ่ายขุนพลภายใน ครอบครัวห้าพี่น้องต่างสายเลือดของเขา นับว่าเก่งกาจเป็นอันดับสาม มีหน้าที่ดูแลฐานทัพ ค้นหาสมบัติ สืบข่าวภายใน สัพเพเหระ นับว่าว่างงานที่สุด
และยังใกล้ชิดท่านหญิงน้อยที่สุดอีกด้วย!
ดวงตาระยับเปี่ยมความหวังทั้งสี่คู่ จับจ้องที่ดรุณีน้อยบนบัลลังก์ รอคอยคำตอบประดุจสุนัขรอเจ้านายกลับบ้าน
ขอเพียงนางชอบ พวกเขาจะรีบจัดการโดยพลัน
ฉินหลานเหอเหม่อมองกระจกส่องปฐพี ดวงตากระจ่างดุจแก้วใสไร้ตำหนิ มองไปที่ภาพอารามป่าท้อในเมืองหยุนซื่อ ซึ่งเป็นที่อยู่นับแต่กำเนิดของนาง นิ้วน้อยๆ ชี้ยังตำแหน่งที่จับจ้อง เผยอริมฝีปากกล่าวว่า “ขุดโพรงใต้ดินที่นั่น เป็นอย่างไร?”
ครั้นสิ้นสุดน้ำเสียงอ่อนนุ่มราวธารน้ำอ่อนโยน ในอกพี่น้องสกุลไป๋ทั้งสี่พลันสั่นสะท้าน
เหตุไฉนพวกเขาจึงระลึกไม่ได้!
ที่ที่ปลอดภัยที่สุด คือที่ที่อันตรายที่สุด
ท่านหญิงน้อยชื่นชอบการแสดง นางมักห่มขนกระต่ายซ่อนรังสีจิ้งจอกไว้ภายใน หากแหล่งประชุมอยู่กลางเมืองใกล้หูใกล้ตาผู้คน ย่อมทำให้นางตื่นเต้นไม่มากก็น้อย ซ้ำยังก่อเกิดความรู้สึกขบขัน หากไม่มีใครค้นพบ
ประเสริฐยิ่ง! สมกับเป็นหลานสาวคนเดียวของอดีตนายท่าน
ไป๋หนานเห็นโอกาสรับโทษ รีบร้อนทรุดเข่ากระแทกพื้น เสียงกระดูกเปราะดังกรอบ เขาบีบน้ำตาเนื้อตัวสั่นสะท้าน “เป็นข้าไร้ความสามารถ ไม่อาจคาดเดาความคิดองค์หญิงน้อย ขอสำเร็จโทษจองจำคุกน้ำแข็งขอรับ!”
พี่ใหญ่สกุลไป๋ขบริมฝีปาก เช็ดหยดน้ำริมหางตาลวกๆ เหลือบมองดรุณีน้อยอย่างคาดหวัง
นรกเถอะ!
ฉินหลานเหอคิ้วกระตุก ในใจคิดเอาคืนแต่ไร้กำลัง หากเจ้าคนพวกนี้คิดเลิกเล่นบทไร้สาระ กระทั่งบัลลังก์จักรพรรดิของเซิ่งเฉิงฮ่องเต้ ยังต้องสั่นคลอน
ดังนั้น นางมีแต่ต้องเติมเชื้อเพลิง
“เจ้าโง่! ข้าสั่งลงโทษตั้งแต่เมื่อใด ในเมื่อพูดออกมาแล้ว ท่านหญิงผู้นี้จะช่วยสนองให้! ประกาศออกไป ไป๋หนานมีความผิดยั่วยุข้า ลงโทษขังคุกน้ำแข็งเจ็ดวันเจ็ดคืน ห้ามผู้ใดให้ความช่วยเหลือเป็นอันขาด!”
ร่างกำยำผิวเข้มสั่นระริกด้วยความยินดี ดวงตาคมหรี่เย้ยบรรดาพี่น้อง “รับบัญชา!”
ดรุณีน้อยแย้มรอยยิ้มนุ่ม ประหนึ่งบุปผากลีบบาง งดงามปานโบตั๋น สูงส่งยิ่งกว่าดอกบัว บอบบางดุจดอกสาลี่ฉ่ำละอองน้ำค้าง
เติบโตขึ้นย่อมงดงามเหนือผู้คน
ไป๋หนานถูกลากไปลงโทษแล้ว คนที่ลากเขาไปคือสมาชิกกองกำลังหน่วยหก ซึ่งมีพลังปราณขั้นสี่เท่านั้น หากไป๋หนานไม่ยินยอม คนเหล่านี้ย่อมกระทำสิ่งใดกับเขาไม่ได้
ฉินหลานเหอหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก บุรุษสายเอ็มผู้นี้ คาดหวังให้นางลงทัณฑ์อยู่ทุกวี่ทุกวัน
คุกน้ำแข็งส่งผลต่อผู้ฝึกฝนระดับต่ำกว่าขั้นสี่ ไป๋หนานฝึกฝนมาถึงขั้นหกย่อมไม่สะทกสะท้านอะไร ในบรรดาขุนพลทั้งหลาย นางระอาใจต่อบุรุษคนนี้ที่สุดแล้ว
“เกาะอวิ๋นซานมีพลังปราณหนาแน่นกว่าหุบเขาอี้ฉุนถึงสามเท่า กระจกส่องปฐพียังไม่อาจสาดส่องไปถึง ย่อมซุกซ่อนอันตรายไว้ไม่น้อย พวกเจ้าอย่าได้หลงระเริงว่าจะคว้าชัยไปทุกเมื่อเชียว แม้โลกฝั่งสว่างจะไร้อำนาจใดต่อกรกับเราได้ แต่ในเงามืดมีอำนาจซุกซ่อนไม่น้อย จดจำไว้ให้ดี”
บ้านสกุลไป๋โค้งศีรษะอย่างนอบน้อม “พวกเราข้ารับใช้ รับบัญชาท่านหญิงผู้สืบทอด!”
คุณอาจจะชอบ





