ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เชลยพิศวาส แม่ทัพบูรพา

เชลยพิศวาส แม่ทัพบูรพา

โศกนาฏกรรมรักของราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในรักครั้งแรก ชาติแรกนางกลับชิงชังเขาด้วยแรงแค้น ชาติที่สองเขาจึงยอมสละกระทั่งชีวิตเพื่อให้พ้นมลทินและปกป้องนางให้รอดพ้นอันตราย จนมาถึงชาติที่สามที่นางเริ่มออกตามหาบุรุษผู้มั่นคงในรักทุกภพชาติเพื่อชุบชีวิตเขากลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง นางปรารถนาเพียงถามคำถามเดียวที่ค้างคาใจว่าเขาเฝ้าติดตามรักนางมานานเพียงใด และสาบานว่าจะต้องตามหาชายผู้นั้นให้พบในชาตินี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

18 ปีผ่านไป

ร่างอรชรมองทางเบื้องหลังช่างเย้ายวนเขย่าหัวใจเหล่าบุรุษเป็นยิ่งนัก อาภรณ์สูงค่าขององค์หญิงชั้นเอกจากราชสำนักไท่หยวน ช่างขับผิวขาวดุจหิมะนวลเนียนใสดุจกระเบื้องเคลือบ ดวงตากลมโตใสแวววาวรับกับขนตางามงอนกำลังกะพริบตาขึ้นลงติดต่อกันอย่างตื่นตะลึง ครั้นได้เห็นโฉมหน้าอันเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

กระจกส่องหน้ากำลังสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของรัชทายาทแห่งแคว้นไท่หยวน ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่บุรุษหากแต่ความเป็นจริงแล้วคือสตรีซึ่งมีความงดงามเหนืออิสตรีทั่วไปในใต้หล้า เงาสะท้อนใบหน้าสวย งดงามเย้ายวนใจ บ่งบอกเจ้าของร่างให้ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของนางว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

ท่ามกลางม่านหมอกขาวที่เริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบ จนเหลือเพียงร่างงามระหงและกระจกส่องตัวตน จู่ๆ ปรากฏท่อนแขนกำยำของบุรุษสอดประสานรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาร่างใหญ่ที่ทาบทับอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนใหญ่อีกข้างตรงเข้าทาบทับลงบนหน้าอกอวบอิ่มกดรั้งร่างของนางเข้าแผ่นอกกว้างของคนผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นางไม่สามารถขยับกายได้แต่อย่างใด

“เจ้าเป็นผู้ใด! มารั้งกายกอดรัดข้าเอาไว้เช่นนี้ วอนหัวหลุดออกจากบ่าแล้วเจ้าคนถ่อย!”โฉมงามคำรามลั่นถามกลับไป แม้จะเคลื่อนไหวกายไม่ได้แต่ฝีปากสามารถทำงานได้อย่างจัดจ้านยิ่งนัก

“จุ๊!จุ๊!จุ๊! รั้งกายเจ้าเอาไว้เช่นนี้เพราะรัก ถ้าไม่รักจะรั้งอยู่ไปทำไมเชลยของข้า”เสียงทุ้มต่ำๆ ตอบกลับไปพร้อมออกแรงกอดรัดนางแนบแน่นยิ่งไปกว่าเดิม

“ผู้ใดคือเชลยของเจ้า! อยากตายมากอย่างนั้นสิ จึงรั้งกายกอดข้าเอาไว้เช่นนี้รู้หรือไม่ว่าหายใจไม่ออก บังอาจยิ่งนักหาญกล้ากอดรัดกายข้าอย่าให้หลุดออกไปได้เชียวนะ ข้าจะบั่นคอเจ้าเสียบประจานหน้าประตูเมือง!”คนงามคำรามลั่นไม่ยอมหยุด

ดวงตากลมโตพยายามเพ่งมองใบหน้าของบุรุษที่ยืนกกกอดนางอยู่ทางด้านหลังผ่านทางคันฉ่องขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเห็นได้ทั่วตลอดเรือนร่าง แต่จนแล้วจนรอดไม่ว่าจะแพ่งมองอย่างไรก็มองไม่เห็นก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังกระหึ่มพร้อมแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นของพื้น ครั้นได้ยินรัชทายาทคนงามกล่าวออกมาเช่นนั้น

“ราชินีของข้าช่างเด็ดขาดเสียจริง สมแล้วที่จะเราสองจะอยู่เคียงข้างกายไปด้วยกัน”เสียงบุรุษผู้นั้นตอบกลับมา

“ราชินีบ้าอะไร! ผู้ใดเป็นราชินีของเจ้า!”รัชทายาทคนงามจากไท่หยวนตอบสวนกลับไปทันที

“เจ้านั้นแหละอู๋อี้เฟย! เจ้าคือสตรีของข้า! ราชินีปีศาจของข้าเพียงหนี่งเดียวเท่านั้น”ถ้อยประโยคดังกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้พร้อมเสียงหัวเราะกึกก้องดังกระหึ่ม ช่างเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่เป็นที่น่าน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก จนกายน้อยๆ สั่นไหวครั้นได้ยินถ้อยประโยคดังกล่าว

เฮือกกก!!! ร่างอรชรสะดุ้งจนสุดตัวก่อนจะลุกพรวดพราดขึ้นมาจากฟูกนอน ใบหน้างามเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มไปหมด ลมหายใจหอบโยนราวกับว่าวิ่งรอนแรมมาอย่างยาวไกล

“นี่ข้าฝันบ้าอะไรเช่นนี้ เหตุใดจึงฝันเห็นบุรุษร่างใหญ่ผู้นั้นเพรียกหาข้าในความฝันว่าเป็นราชินี! ไม่มีทางเป็นไปได้ ข้าจะเป็นราชินีของบุรุษใดได้ในเมื่อข้าก็เป็นบุรุษเช่น...”เอ่ยได้เพียงแค่นั้นพลันต้องเงียบงัน ครั้นนึกขึ้นได้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่ใช่บุรุษโดยแท้แต่คืออิสตรีที่อยู่ในคราบของบุรุษมาตั้งแต่เกิดนับตั้งแต่จำความได้

รัชทายาทจากแคว้นไท่หยวนพระนามอู๋ฮ่าวเทียน บัดนี้เจริญพระชันษาเข้าสู่ปีที่ 19 สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ต้องแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในฐานะองค์รัชทายาทและเจ้าผู้ครองแคว้นองค์ต่อไปของไท่หยวน นับตั้งแต่ประสูติจนจำความได้ถูกเลี้ยงและได้รับการอบรมเลี้ยงดูเยี่ยงบุรุษมาโดยตลอด และทรงล่วงรู้ดีว่าแท้จริงแล้วคือสตรีหาใช่บุรุษด้วยเพราะสรีระที่อรชรอ้อนแอ่น หากแต่แข็งแรงและมีท่วงท่าองอาจ สมชาติบุรุษ

อีกทั้งมีความฉลาดปราดเปรื่อง รอบรู้ไปทุกด้านเก่งทั้งบู้และบุ๋น วิชายุทธ์ไม่เป็นสองรองใครแต่ถึงกระนั้นก็ทรงหมั่นเพียรฝึกปรือวิชายุทธ์ไม่ได้ขาดเพื่อนำทัพไท่หยวน ออกทำสงครามกับแคว้นรอบด้านรวมไปถึงต้องคอยรับมือกับต้าฮั่นที่มักส่งราชทูตจากฉางอานมาไท่หยวนเพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ด้วยเป็นเพียงแคว้นเดียวที่ต้าฮั่นไม่ได้ส่งราชนิกูลสกุลหลิวเข้ามาปกครองแคว้น ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแคว้นใหญ่ในขณะนั้น

และที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างต้าฮั่นและไท่หยวนกำลังสั่นคลอนนั้นก็คือ คำปฏิเสธจากอู๋ฮ่าวเทียน รัชทายาทแห่งไท่หยวนส่งกลับไปยังต้าฮั่นที่ไม่ยอมอภิเษกสมรสกับพระราชธิดาของฮั่นจิ้งตี้ฮ่องเต้ เพื่อทำให้ไท่หยวนอยู่ภายใต้สายตาของต้าฮั่นด้วยเงื่อนไขของการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีนั่นเอง สาเหตุเพราะรัชทายาทของไท่หยวนแท้จริงแล้วคือสตรีหาใช่บุรุษ

ทว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความลับสุดยอดที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ สตรีกับสตรีแต่งงานกันย่อมเป็นไปไม่ได้ ทายาทสืบสายโลหิตย่อมไม่ต้องเอ่ยถึง

และเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัชทายาทผู้ซี่งได้ขึ้นชื่อว่าพระพักตร์งดงามดั่งอิสตรีเร้นพระวรกายออกจากวังหลวงซางเป่ยมาประทับอยู่บนเทือกเขาเอ๋อเหมยซาน เพื่อกักตนฝึกยุทธ์ตามคำสั่งของอ๋องไท่หยวนเจ้าผู้ครองแคว้นผู้เป็นพระราชบิดา

โดยให้เหตุผลแจ้งกลับไปว่าที่ไม่สามารถอภิเษกสมรสกับองค์หญิงต้าฮั่นได้ เพราะอยู่ในระหว่างการฝึกตนวิชากระบี่เดียวดายขั้นสุดท้าย ซึ่งวิชาดังกล่าวถือเป็นสุดยอดกระบี่ในยุทธภพและมีเพียงรัชทายาทจากไท่หยวนเท่านั้นได้ร่ำเรียนจนถึงขั้นสุดท้ายและฝึกตนใกล้สำเร็จแล้ว

ซึ่งในความเป็นจริงรัชทายาทคนงามฝึกสำเร็จตั้งแต่ฤดูเหมันต์เมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว แต่เพื่อหาข้ออ้างให้สมจริงและมีเหตุผลเพียงพอน่าเชื่อถือได้อ๋องไท่หยวนจำต้องสร้างเรื่องเท็จส่งสาสน์กลับไปเช่นนั้น

เฮ้อ! เสียงทอดถอนหายใจดังออกมาอย่างแรงราวกับว่าทุกข์ก็ไม่ใช่ยินดีรึก็ไม่เชิง วรกายงามระหงลุกขึ้นจากฟูกบรรทมมาอยู่ในท่านั่งของบุรุษกางขาออกกว้างพร้อมยกมือเท้าคางใช้ความคิดกับความฝันที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“ข้าฝันซ้ำๆ กันเช่นนี้ติดต่อกันนานนับเดือน เหตุการณ์ในความฝันไม่เคยแปรเปลี่ยน เป็นลางบอกเหตุหรืออย่างไง”

เสียงหวานละมุนบ่นพึมพำก่อนจะลุกขึ้นจากฟูกบรรทม เดินตรงไปที่ประตูห้องนอนก่อนจะเปิดออกพร้อมก้าวเดินออกจากห้องพระบรรทม แหงนพระพักตร์คมสวยละมุนทอดพระเนตรท้องฟ้าเบื้องบนในยามราตรี เหม่อมองดวงดาวนับหมื่นล้านดวงประดับอยู่บนฟากฟ้านภากว้าง กำลังส่องแสงแข่งกันระยิบระยับ

“ดวงดาวค่ำคืนนี้ช่างงดงามเสียจริง ยิ่งมองจากยอดเขาราวกับว่าข้าเข้าใกล้สวรรค์เบื้องบนเข้าไปทุกขณะ”รัชทายาทคนงามยืนชื่นชมดวงดาวบนฟากฟ้าอยู่เพียงลำพัง

ทันใดนั้นเองเสียงของบุรุษเหตุการณ์ที่อยู่ในความฝันปรากฏขึ้นและดังก้องอยู่ในความทรงจำขึ้นมาอีกครา

“เจ้าคือสตรีของข้า! ราชินีปีศาจของข้าเพียงหนี่งเดียวคือเจ้าเท่านั้น คือเจ้าเพียงผู้เดียว!!!”เสียงบุรุษที่เต็มไปด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่คอยย้ำเตือนอยู่แต่ประโยคเดิม

“ปัดโธ่!”คนงามสบถออกมาทันทีพลางสะบัดหน้าไปมาติดต่อกันเพื่อขับไล่ความคิดที่คอยรบกวนจิตใจนั้นออกไป

“เหตุใดข้าจะต้องคิดถึงถ้อยประโยคในความฝันนั้นด้วยเล่า! ปีศาจมีแต่เพียงในตำนานและนิทานปรัมปรา ไม่เคยปรากฏว่ามีตัวตนเสียที่ไหน จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเพราะช่วงนี้ข้าศึกษาตำราพิชัยสงครามของอาณาจักรเก่าตั้งแต่แรกสร้างแผ่นดินจึงเก็บเอามาฝันเช่นนี้”เสียงบ่นพร่ำรำพึงด้วยความสงสัยกับความคิดอันสับสนที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงนี้

ฉับพลัน

เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังวิ่งตรงมาที่ห้องพระบรรทมขององค์รัชทายาทไท่หยวนอย่างสุดฝีเท้า ครั้นได้รับสาสน์ด่วนส่งมาจากวังหลวง ร่างขององครักษ์ซือโฉวที่คอยตามเสด็จและถวายอารักขารัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งมหาเสนาบดีฟู่ซื่อพี่ชายของฮองเฮาซือฉีคัดเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อถวายอารักขาองค์รัชทายาทของไท่หยวนและเป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ดีว่ารัชทายาทเป็นอิสตรี

ร่างสันทัดปรากฏกายขึ้นมาโดยพลันพร้อมสาสน์ที่อยู่ในมือรีบเดินตรงเข้ามาถวายรายงาน และเพราะเสียงฝีเท้าดังกล่าวทำให้พระพักตร์สวยหันกลับมาทอดพระเนตรด้วยความแปลกใจ ครั้นองครักษ์คนสนิทรีบเดินตรงมาอย่างเร่งรีบเช่นนั้น

“ค่อยๆ เดินซือโฉวมีอะไรเหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนั้น ท่านอายุไม่ใช่น้อยแล้วนะ”รัชทายาทคนงามรับสั่งเตือนองครักษ์วัยกลางคนทันทีที่มาหยุดยืนอยู่ตรงพระพักตร์

“สาสน์ด่วนจากวังหลวงพ่ะย่ะค่ะองค์ไทจื่อ ต้าฮั่นยกทัพใหญ่มาแล้ว!”กล่าวพร้อมยื่นสาสน์ด่วนที่ถืออยู่ในมือส่งให้ทอดพระเนตรทันที

“อะไรนะ!”รับสั่งเพียงเท่านั้นพระหัตถ์รีบคว้าสาสน์ที่อยู่ในมือองครักษ์คนสนิทก้มลงอ่านข้อความภายในสาสน์อย่างรวดเร็วพร้อมสุรเสียงคำรามลั่นดังขึ้นมาทันที

“เสด็จพ่อออกบัญชาการทัพอยู่บนกำแพงเมืองทั้งๆ ที่ยังทรงประชวรเป็นไข้ลมหนาวอยู่ในในขณะนี้ ไม่ได้การแล้วซือโฉว!”ประโยคสุดท้ายหันกลับไปมีรับสั่งกับองครักษ์ข้างพระวรกาย

“พ่ะย่ะค่ะ! ขอองค์ไทจื่อมีพระบัญชา”องครักษ์ผู้ภักดีขานรับทันที

“ท่านจงนำคำสั่งของข้าบัญชาทัพจากหัวเมืองใหญ่ทั้ง 5 ของไท่หยวน ส่งกองทหารหัวเมืองละหนึ่งหมื่นนายตั้งทัพล้อมรอบกองทัพต้าฮั่นทุกทิศทาง รั้งทัพเอาไว้จนกว่าข้าจะส่งสัญญาณบุกตีกระนาบทัพของต้าฮั่น ให้แม่ทัพของทั้งห้าเมืองมาประชุมที่กำแพงเมืองกับข้าทันทีที่เดินทางมาถึง...รีบไป! ข้าก็จะเร่งนำทัพกลับไปช่วยเสด็จพ่อเช่นกัน”

“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”องครักษ์ซือโฉวขานรับทันทีพร้อมล่าถอยรีบไปจัดการถ้อยรับสั่ง

ท่ามกลางสายพระเนตรขององค์รัชทายาทอู๋ฮ่าวเทียนของไท่หยวน หรือพระนามอู๋อี้เฟยซึ่งอ๋องไท่หยวนพระราชบิดาทรงบันทึกเอาไว้ลงในประวัติราชวงศ์อย่างเป็นความลับแยกเก็บไว้ต่างหาก ความลับสุดยอดที่น้อยคนนักที่จะล่วงรู้

“ถึงแม้ว่าจะตอบตกลงอภิเษกสมรสกับองค์หญิงต้าฮั่นก็ใช่ว่าไท่หยวนจะหลุดพ้นจากการรุกรานของฮ่องเต้ต้าฮั่นไปได้ เช่นนั้นก็ต้องประลองกันสักครั้งว่าฝ่ายใดจะเจนจัดการใช้ตำราพิชัยสงครามมากน้อยแค่ไหน เพราะข้า!อู๋ฮ่าวเทียนไม่มีวันยอมที่จะก้มหัวให้ต้าฮั่นอย่างแน่นอน”

รัชทายาทหน้าสวยรับสั่งสุระเสียงกร้าวสายพระเนตรลุกโชนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเป็นยิ่งนัก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HVA” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HVA
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
9.7
จางลี่หญิงสาวผู้เติบโตท่ามกลางความชิงชังของครอบครัวและถูกสามีทำร้ายจนสิ้นใจในอดีตชาติ ได้รับโอกาสหวนคืนมามีชีวิตใหม่อีกครั้งเพื่อชำระแค้นที่ฝังลึก นางสาบานว่าจะไม่ยอมให้คนเหล่านั้นอยู่อย่างสงบสุขและจะตอบแทนความเจ็บปวดให้อย่างสาสม ท่ามกลางการล้างแค้นที่ดุเดือดกลับมีบุรุษลึกลับคอยติดตามนางอย่างใกล้ชิด แม้จางลี่จะประกาศชัดว่าตนไม่ใช่คนดีเหมือนชาติก่อนและเตือนไม่ให้เขาคาดหวังในตัวนาง แต่บทสรุปของความสัมพันธ์และการทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้จะเป็นเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
ปริม ทายาทสาวสุดเอาแต่ใจต้องมารับมือกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งมาดเถื่อนที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย แม้เขาจะขี้หงุดหงิดและอายุห่างจากเธอถึงสิบปี แต่เขากลับยอมสยบกลายเป็นทาสรักให้คุณหนูจอมวีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใกล้ชิดปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง ท่ามกลางการยั่วยวนและความดิบเถื่อนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด เธอจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทั้งดุดันและน่าหลงใหลขนาดนี้