
รักร้อนซ่อนใจรัก
ตอน 2
“ทำไมถึงพูดใส่ร้ายแม่แบบนั้น มีแม่ที่ไหนขายลูกตัวเองกินบ้าง” แม้จะรู้อยู่เต็มอกแต่ขวัญใจกลับยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมรับง่ายๆ ว่าตอนนี้เธอนั้นกำลังขายลูกกินอย่างที่ขวัญลดาพูดจริงๆ เพราะหนี้เก่าเอกรัฐก็สะสางให้จนหมด ส่วนหนี้ใหม่ที่ติดค้างเขาก็จะหายกันเมื่อขวัญลดายอมแต่งงานด้วย
“โอเค...แม่ขอสินสอดเขาไปเท่าไหร่”
“ไม่ได้ขอสักบาท”
“งั้นขวัญถามใหม่ แม่ติดหนี้เขาอยู่เท่าไหร่” ประโยคนี้เสียดแทงความรู้สึกของคนฟังอย่างจัง ในขณะที่คนพูดนั้นหัวใจกำลังแตกสลายเช่นกันเพราะไม่คิดว่าแม่แท้ๆ จะทำแบบนี้กับเธอ ขวัญลดาพยายามห้ามน้ำตาของความทุกข์ใจไว้อย่างสุดกำลัง ตั้งแต่เรียนจบมาเธอก็ทำงานหาเงินเข้าบ้านทุกอย่าง บางครั้งยังต้องเจียดเงินเหล่านั้นตามใช้หนี้ให้แม่อีกนับครั้งไม่ถ้วน
ขวัญลดารู้สึกเหนื่อยจนท้อ บางครั้งก็ถึงกับอยากหนีไปจากที่นี่ อยากตัดขาดกับแม่รวมถึงกับทุกคน อยากไปใช้ชีวิตในแบบที่เธอต้องการบ้าง แต่ยิ่งโตขึ้นกลับรู้สึกว่าความสุขที่ต้องการนั้นไกลตัวออกไปทุกที
“ไม่มากหรอกลูก” ขวัญใจตอบอ้อมๆ แอ้มๆ ท่าทางมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ขวัญลดายังคงถามย้ำเรื่องยอดเงิน
“เท่าไหร่คะแม่”
“ก็แค่เกือบๆ ล้านเท่านั้นเอง”
“แม่” ขวัญลดาอุทานออกมาอย่างตกใจ เกือบๆ ล้านหรือไม่มากเท่าไหร่ มันมากจนชีวิตนี้เธอไม่รู้จะหาเงินมาใช้ได้หมดหรือเปล่าด้วยซ้ำ
“แม่ขอโทษ พอดีช่วงนั้นแม่ดวงตกทำอะไรก็ไม่ขึ้น มารู้ตัวอีกทีก็เป็นหนี้ที่บ่อนไปแล้ว พ่อเอกเขาก็เป็นคนดีมากเลยนะ พอรู้ว่าแม่ไม่มีเงินก็ไม่ยอมยึดบ้านยึดอะไร แต่จะให้ขวัญแต่งงานกับเขาแทน”
“คนแบบนั้นหรือคะเรียกว่าคนดี ขวัญมองไม่เห็นความดีจากเขาเลยสักนิด” คนในบ่อนในวงพนันหรือคนดี ดีแต่ปากจิตใจจ้องแต่จะหาผลประโยชน์มากกว่า
“ขวัญเองก็อย่าพึ่งปิดใจกับพี่เขา ถ้าได้รู้จักกันจริงๆ ลูกอาจ...” ยังไม่ทันที่ขวัญใจจะพูดจนจบประโยค ขวัญลดาก็แทรกขึ้น
“ถ้าขวัญต้องแต่งงานกับคนแบบนั้นจริงๆ ชีวิตนี้คงเหมือนตกนรกทั้งเป็น คงไม่มีความสุขไปทั้งชาติแน่ แม่อยากให้ขวัญเป็นแบบนั้นหรือไง”
“แล้วขวัญอยากเห็นแม่ตายเหรอ” เมื่อจนมุมจะเกลี้ยกล่อมขวัญลดาให้ยอมแต่งงานกับเอกรัฐ ขวัญใจก็ยกความตายมาเป็นข้ออ้าง รวมถึงสีหน้าและน้ำเสียงก็เริ่มไม่พอใจที่ขวัญลดาไม่ทำตามคำขอของตัวเองแบบนี้
“แม่จะตายได้ยังไง ในเมื่อแม่บอกเองว่าเขาเป็นคนดีมาก เงินที่แม่ติดไว้เขาก็คงยกให้”
“ยกให้ก็จริง แต่ข้อแม้คือขวัญต้องแต่งงานกับเขาไง นะขวัญ ช่วยแม่สักครั้ง ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่แม่เลี้ยงลูกมาจนโต” เมื่อความตายยังใช้ไม่ได้ผลจึงหยิบเอาเรื่องบุญคุณมาทวงซ้ำอีก
“แม่” ขวัญลดาอุทานออกมาอย่างเจ็บปวด เธอเดินเข้าบ้านไปทันที เมื่อเข้ามาในห้องนอนได้จึงรีบล็อคประตูก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น
งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้แม้จะเหนื่อยแต่มันเทียบไม่ได้กับความรู้สึกเหนื่อยใจ ท้อแท้และไร้ซึ่งความหวังอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ เธอไม่อยากแต่งงานกับใครหน้าไหนทั้งนั้น ต่อให้ตายก็จะไม่แต่งเป็นอันขาด
ขวัญลดาสะบัดหน้าให้ผู้เป็นแม่ พอคล้อยหลังก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่กำลังไหลทันที ในขณะที่ขวัญใจกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับเรื่องที่ก่อเลยแม้แต่น้อย แถมยังวางแผนให้เอกรัฐรีบมาพาตัวขวัญลดาไปเร็วๆ ก่อนที่ลูกสาวเธอจะคิดหนีไปที่อื่น
ทว่าคืนนั้นขวัญลดากลับวางแผนที่จะไปจากที่นี่ ต่อให้แม่จะโกรธจะเกลียดเธอก็ต้องไป เธอจัดการเก็บเสื้อผ้าและของใช้ใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย ก่อนจะโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อนัดแนะขอติดรถไปลงกรุงเทพฯ ด้วย เพราะรายนั้นพึ่งจะกลับมาเยี่ยมบ้าน
“เอาแบบนี้จริงๆ เหรอขวัญ”
“อือ...แบบนี้แหละ”
“เฮ้อ...ป้าใจนะป้าใจ ทำไมถึงเข้าบ่อนจนเป็นหนี้เป็นสินมากมายแบบนั้นด้วยก็ไม่รู้” เกสรถอนหายใจออกมาหนักๆ ถ้าเธอมีแม่แบบนี้ก็คงหนีเหมือนกัน
“สงสารฉันนี่ จู่ๆ ให้ไปแต่งงานใช้หนี้แทนแม่ ละครน้ำเน่าชัดๆ”
“ละครที่ไหน ชีวิตจริงแกล้วนๆ เลยนี่แหละ”
“ฮือ” ขวัญลดาแกล้งร้องไห้ นั่นเพราะก่อนหน้านี้เธอร้องจนตาปูดตาบวม น้ำตาแห้งไปจนหมดแล้วนั่นเอง
“แต่ฉันดีใจนะ ที่แกนึกถึงฉันเป็นคนแรก”
“ไม่ให้นึกถึงแกแล้วจะให้ฉันนึกถึงใครเล่า ฉันมีแกเป็นเพื่อนรักเพื่อนแท้อยู่คนเดียวนี่นา อีกอย่างขอโทษนะ ที่ทำให้แกพลอยลำบากใจไปด้วย”
“ไม่เป็นไร แล้วนี่คิดไว้หรือยังลงไปกรุงเทพฯ จะไปทำงานอะไร”
“ยังคิดไม่ออก”
“เดี๋ยวช่วยคิด” เกสรเอ่ยบอกเพราะเธอกับ ขวัญลดานั้นโตมาด้วยกัน พึ่งมาแยกกันไปก็ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพราะเธอเลือกไปที่กรุงเทพฯ ส่วนขวัญลดาเรียนที่บ้านเกิดคือเชียงรายแทน
“อืม ขอบใจแกมากนะ” ขวัญลดาเอ่ยบอกอีกครั้งก่อนจะวางสายจากกันไป คืนนั้นเธอนอนไม่หลับด้วยซ้ำ รออย่างใจเย็นกระทั่งถึงเวลานัดแนะกับเกสรในตอนเช้ามืดจึงสะพายกระเป๋าไว้บนบ่าแล้วค่อยๆ ย่องลงไปจากบ้าน
ยืนมองห้องนอนของแม่ที่เวลานี้ยังคงปิดไฟสนิทครู่หนึ่ง เพราะถ้ามีตัวเลือกอื่นเธอคงไม่ตัดสินใจทำแบบนี้แน่นอน หวังว่าแม่จะเข้าใจและให้อภัยเธอ
คุณอาจจะชอบ





