หน้าปกนวนิยาย หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

9.8 / 10.0
เรื่องย่อ หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน
อ่านเพิ่มเติม

หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน ตอนที่ 1

ท้องฟ้าคืนนี้เต็มไปด้วยเมฆอุ้มน้ำเทาเข้มเกือบดำ ฝนยังไม่หยุดตั้งแต่เย็น ... ตกยาวนานราววันสุดท้ายก่อนจะสิ้นโลก สายละอองสีเงินโปรยเกาะหน้าต่างรถ อากาศภายในเย็นเฉียบ

คนขับแท็กซี่กดเปลี่ยนคลื่นวิทยุแก้เบื่อ ... ฝนตก รถติด เป็นธรรมดาของกรุงเทพฯ โชคดีที่ได้ค่าจ้างเหมาแบบไม่ต้องกดมิเตอร์ มิเช่นนั้นเขาไม่ยอมเสียเวลาติดแหง็กอยู่ในเมืองเช่นนี้หรอก

สโรชาดูเวลาในโทรศัพท์มือถือ... เกือบสองทุ่มแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด การจราจรแบบนี้เธอไปสายไปแน่

“จอดตรงเซเว่นข้างหน้าก็ได้ นี่ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ”

คนขับรับเงินหน้าบาน ใจคิดว่าดีเหมือนกันที่ได้เงินเร็ว จะได้ออกจากถนนเส้นรถติดมหาโหดนี้เสียที สโรชาใช้กระเป๋าคลัชบังหน้าป้องกันเครื่องสำอางโดนน้ำเลือน

เมื่อก้าวผ่านเข้าประตูเลื่อนอัตโนมัติ คนยืนหลบฝนบริเวณใต้กันสาดร้านสะดวกซื้อเหลียวมองเธอเป็นตาเดียว ของที่สโรชาต้องการหาไม่ยากเลย อยู่ในช่องเหล็กโปร่งสีขาวข้างประตู

“ไม่ต้องใส่ถุง เดี๋ยวพี่ใช้เลย”

สาวเซเว่นรุ่นน้องหลุดจากอาการมองหน้าลูกค้าอย่างตะลึง รีบยิงบาร์โค้ดร่มพับให้ในทันใด

“ใครวะ สวยชะมัด ดาราหรือเปล่า”

เสียงในร้านดังไล่หลังคนเปิดประตูออกไป สโรชากางร่มเดินฝ่าสายฝนไปช้าๆ รองเท้าส้นสูงหนังสานเป็นเส้นอวดเท้าเปลือยขาวผ่อง แม้อาจเป็นอุปสรรคในการเดินไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากสำหรับคนใส่ทุกวัน

ที่ต้องระวังคือไม่ให้ปลีน่องกลมกลึง ขาเรียว ซึ่งโผล่พ้นปลายเสื้อโค้ทเสมอเข่า โดนน้ำกระเซ็นจากล้อรถวิ่งบนถนน

เสื้อตัวนี้มิดชิด ใส่สบาย ดูราคาแพงเพราะมัณฑลีเพื่อนเธอซื้อมาฝากไกลจากอังกฤษตอนไปฮันนีมูน ... ไม่เหมาะกับสโรชาและไม่เหมาะกับสภาพร้อนชื้นของเมืองไทยเลย

... ที่ต้องใส่คืนนี้เพราะเธอมีงานและคนมาพบไม่ใช่คนไทย กฤตโทร.ให้ไปพบแขกที่โรงแรมห้าดาว จึงต้องแต่งตัวดีหน่อย

“ฉันมาพบมิสเตอร์อิคนาเซวิชห้อง... ค่ะ”

พนักงานต้อนรับสาวหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มให้ ตาเก็บภาพรายระเอียดผู้มาพบแขกห้องเพ้นท์เฮ้าส์อย่างรวดเร็ว

“แจ้งเขานะคะว่าฉันเป็นคนของคุณกฤต เอ่อ... มิสเตอร์อิคนาเซวิชรู้จักในนามคริสค่ะ ฉันชื่อสโรชา”

“สักครู่นะคะ เดี๋ยวเรียนท่านให้”

เธอกดโทรศัพท์ยกหูโทร.ไปยังห้องที่ว่าทันที แขกนามสกุลรัสเซียแต่สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน รวยมากเพราะเล่นเหมาห้องโรงแรมทั้งชั้น

“คุณรออยู่ล็อบบี้นะคะ สักครู่คนของท่านจะลงมารับ”

พนักงานผายมือไปทางโซฟาหนานุ่มน่าสบาย สโรชาเดินไปนั่ง โดยมีสายตาหลังเคาน์เตอร์จับจ้องตลอด นึกชมในใจ ... ผู้หญิงคนนี้สวย ผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกยาวถึงกลางหลัง ตาคมกริบ จมูกโด่ง ริมฝีปากหนาอิ่มเคลือบลิปสติกสีชมพู ผิวขาว รูปร่างดีหุ่นระหง

เธอเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเล็กเพียงใบเดียว แม้ไม่ได้แต่งตัวยั่วยวน แต่คนทำงานโรงแรมมากประสบการณ์ก็พอเดาจุดประสงค์การมาถูก ... ราคาเธอคงแพงตามกำลังเงินแขกเพ้นท์เฮ้าท์

ผู้ลงมารับสโรชาเป็นหนุ่มต่างชาติตาสีเทาผมเกรียน สวมสูทแต่ไม่ผูกไทด์ สำเนียงอังกฤษแปร่งหูบ่งบอกว่าไม่ใช่เจ้าของภาษา

เขาพาเธอขึ้นลิฟท์ ไปหยุดลง ณ ชั้นๆ หนึ่ง ประตูไม้หนาหนักเปิดออก เผยให้เห็นเพ้นท์เฮ้าหรูหรา มีทั้งห้องทำงาน ห้องรับแขก เธอเดินตามหลังเขาผ่านบรรดาหนุ่มต่างชาติคนอื่นที่ยืนเฝ้าเป็นจุดๆ ในบริเวณห้อง

นับดูจำนวนคนน่าจะประมาณห้า ... บอดี้การ์ดเยอะจริง แขกคราวนี้เป็นมหาเศรษฐี ทำมาค้าขายอะไรนะ แล้วเธออยากรู้ไปทำไมหนอ หมดธุระคืนนี้ เธอกับเขาก็จะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน ... เหมือนอย่างแขกคนที่แล้วๆ มา

หนุ่มสำเนียงแปร่งบอกให้เธอนั่งรอเจ้านายบนเก้าอี้ข้างโคมไฟใหญ่ในห้องนอน แล้วก็ลับหายไปข้างนอก ปล่อยเธออยู่ลำพัง

สโรชานึกขำๆ ว่าคงไม่ล็อคประตูขังหรอกนะ เธอถอดเสื้อคลุมออกกางไว้บนพนักพิงโซฟา จากนั้นเดินไปสำรวจตัวเองในห้องน้ำ

ทรงผมดีอยู่ เครื่องสำอางก็ยังโอเค ชุดที่ใส่มาเป็นแซกสั้นคล้องคอเข้ารูปสีเขียวมะนาว ขับสีผิวและรูปร่างให้กลมกลึง สโรชาสวยทั้งจากตัวเองคิดและจากคำชมของคนอื่น แม้ชะตาชีวิตจะผกผันให้หัวหกก้นขวิดอย่างไร ก็ได้ความสวยนี่แหละช่วยชีวิต ... แต่มันมีราคามากเหลือเกินที่เธอต้องจ่าย

สโรชาส่ายศีรษะสลัดความคิดเศร้าหมองออกไปเสีย โทษว่าเป็นด้วยอากาศชวนหดหู่ ... ทำจิตตก เธอมาให้ความบันเทิง ขืนเศร้างานก็กร่อย เสียชื่อเบอร์หนึ่งค็อกเทลเลาจน์กฤตหมด เขาอุตส่าห์ไว้ใจให้รับงานนี้ เพราะสโรชาพูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดี สมกับเคยเรียนโรงเรียนคอนแวนต์ แต่ไม่จบมอหกด้วยปัญหาครอบครัว

เธอกลับมานั่งรอแขก พลางพิจารณารอบห้อง ไล่มาตั้งแต่แชนเดอร์เลียร์คริสตัลระยิบระยับบนเพดาน รูปภาพวาดดอกไม้ไทยใส่กรอบติดผนัง ม่านหน้าต่างหนาสีเทาเข้มซึ่งแหวกออก

แต่ละด้านผูกด้วยเชือกดิ้นทองอันใหญ่ละอองฝนจับพราวบนกระจกด้านนอก เตียงหนาปูผ้าขาวสะอาดไว้ตึง ปลายเตียงมีม้านั่งยาวสีเทาควันบุหรี่

ประตูกั้นระหว่างห้องนอนกับภายนอกที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดทำหน้าได้ดีเกินคาด ... สโรชาไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาเลย ทุกสิ่งเงียบสงบ ผ่อนคลาย เธอเอนหลัง คิดเรื่อยเปื่อย หลังจากรับแขกคนนี้กฤตให้พักสามวัน เธอจะไปเยี่ยมแม่

สโรชาคิดอีกหลายเรื่อง เห็นว่าชักรอนาน หยิบมือถือขึ้นดู ชั่วโมงหนึ่งแล้ว แขกยังไม่มา เธอไม่เร่งร้อนไปทวงถาม คิดว่าอย่างไรเสียคืนนี้ไม่ได้ไปต่อที่ไหน จึงเล่นมือถือรอ สักพักก็เบื่อเก็บกลับใส่กระเป๋า

เอนหลังพิง วางแขนบนเก้าอี้นุ่ม หน้าแหงนมองแชนเดอร์เลียร์หรูหรา จ้องความพราวพร่างระคนเสียงขับกลอมเบาๆ จากสายฝน

กลิ่นสะอาดของแพรพรรณซักใหม่ ดอกไม้สดในแจกันหอมบางเบา ราวใครมาแอบแต้มน้ำหอมไว้ อากาศในห้องเย็น ... การได้อยู่ตามลำพัง ในสถานที่ปลอดภัย ปล่อยใจไปเรื่อย ทุกอย่างชวนสบายจนสโรชาหลับตาผ่อนคลาย

... เนิ่นนานเกินไปหน่อยกระทั่งเผลอผล็อยหลับไป

อลัน ซาโกเยฟ ยังไม่ทันได้ปิดประตูเพนท์เฮ้าส์สนิท เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ตาเหลือบดูเจ้านายร่างสูงซึ่งยืนห่างออกไปนิด อย่างเกรงใจ พอล้วงออกมาดูชื่อปรากฏบนหน้าจอทำเอาลำบากใจยิ่งกว่า

“พี่เซอร์เกล่ะ” ปลายสายไม่ทักอะไรทั้งนั้น ยิงคำถามเข้าตรงประเด็น

“เพิ่งกลับมาครับ ท่านกำลังพักผ่อนอยู่” คนเขาพาดพิง กำลังยื่นโค้ทกันฝนให้ลูกน้องไปแขวนที่เสากลมข้างผนัง

“เจรจาธุรกิจเสร็จแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” ความกระตือรือร้นชัดเจนในน้ำเสียง

“เอ่อ...” อลันลังเลตอบคำถาม

“ใครโทร.มา ญามิลลาเหรอ” เจ้านายมุ่งสายตามายังเขา อลันพยักหน้า แล้วโทรศัพท์ก็โดนแย่งไปจากมือ

“มิลลา นี่เธอมีเบอร์โทรศัพท์ลูกน้องพี่ทุกคนหรือยังไงนะฮึ! ถึงโทร.ตามอยู่ได้” เซอร์เกกลั้วหัวเราะขณะคุย

“อลันดีกว่าพี่ตั้งเยอะที่ยอมรับสาย ว่าแต่การเจรจาธุรกิจเป็นยังไงบ้างคะ เราได้สัมปทานคาสิโนที่พม่าไหม”

คนมีโทรศัพท์แนบหูเดินไปที่ห้องทำงาน มือหนึ่งเขียนโน้ต แล้วฉีกยื่นให้ลูกน้องคนสนิท อลันรับไปทำตามอย่างว่องไว

“เธออยากรู้ไปทำไม”

“อะไรกัน การที่ฉันแต่งงานไปนี่ทำให้ต้องตัดขาดกับกิจการของครอบครัวเลยหรือไง” ญามิลลาเริ่มไม่พอใจ

“เปล่าหรอก พี่อยากรออะไรให้เป็นทางการมากกว่านี้”

“แสดงว่าเจรจาสำเร็จ”

น้องสาวรื่นเริง เซอร์เกไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ... แต่กำลังรอว่าปลายสายจะพูดอะไรต่อ

“งั้นพี่อย่าลืมใช้บริษัทบอริสมาก่อสร้างคาสิโนนะ” ... เขาเดาถูกจริงๆ

“เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ อย่างเป็นทางการ”

เพราะอย่างนี้แหละเซอร์เกจึงไม่อยากรับสาย น้องสาวผู้รักสามีมากเกินควร ช่วยเหลือกิจการทุกอย่าง จนกลายเป็นแทรกแซงงานของเขา

“ค่ะ แล้วฉันจะรอ” ญามิลลาฉลาดพอไม่รุกต่อ แม้ใจเต้นร่าอยากคาดคั้นเอาคำตอบกับพี่ชาย

“พี่เซอร์เกอย่าลืมนะ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน” คนโทร.มาไกลทิ้งท้าย เขายื่นโทรศัพท์คืนเจ้าของ เหยียดยิ้มให้

“ผมขอโทษ...” เจ้านายโบกมือเป็นเชิงห้ามลูกน้อง

“อย่าคิดมาก ญามิลลาเชื่อฟังฉัน แต่เอาแต่ใจมากกับคนอื่น ถ้านายไม่รับสาย เขาก็ต้องหาทางอื่นติดต่อฉันให้ได้ในคืนนี้”

เซอร์เกรู้ข้อเสียน้องสาวดี เธอชอบเอาชนะ ... ซึ่งก็เป็นนิสัยเขาเองเหมือนกัน

“เธอแค่อยากช่วยคุณบอริส”

เอ่ยชื่อนั้นแล้วอลันก็ก้มหน้า ... เมื่อดวงสีน้ำเงินคมกริบหรี่มองอย่างไม่พอใจ

“บางทีก็สงสัยนะอลัน ว่าญามิลลามีสายเลือดเดียวกับฉันจริงๆ หรือเปล่า ทำไมถึงไปรักคนอย่างบอริสได้”

น้องเขยผู้อ่อนแอและไม่ได้เรื่อง บริหารบริษัทก่อสร้างของครอบครัวได้แบบทรงๆ ทรุดๆ แต่กระนั้นน้องสาวเขาก็รักเหลือเกิน

อลันไม่ตอบ เขาพอเข้าใจ ญามิลลาเติบโตมาในครอบครัวผู้ชายเป็นใหญ่ เซอร์เก อิคนาเซวิช ก็เก่งกาจ กุมอำนาจบริหารบริษัทครอบครัวทั้งหมด ทุกคนต้องทำตามคำสั่งเขา เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ฉันใด คนนิสัยแบบเดียวกันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ฉันนั้น

ญามิลลาจึงรู้สึกอึดอัด กระทั่งมาเจอกับบอริส คนอ่อนแอที่เป็นลูกไล่ให้หล่อนควบคุม ญามิลลาจึงไม่ลังเลใจเลยที่จะแต่งงานกับเขา

“รักคนพาชีวิตเราพังนี่มันดีตรงไหน มีความสุขกันยังไง”

เซอร์เกพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะหาคำตอบจริงจัง

“ไม่ต้องรักก็มีความสุขได้ครับ” อลันพยักหน้าไปทางห้องนอน อย่างมีความหมาย

“รูมเซอร์วิสพร้อม คนในห้องก็คงพร้อมแล้วเหมือนกัน”

นั่นละเซอร์เกจึงคิดขึ้นได้ว่า คืนนี้มีของขวัญฉลองความสำเร็จรออยู่ ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากดังเสือร้ายกำลังหมายขย้ำเหยื่อ ประตูห้องเปิดออกพร้อมไอเย็นลอยระเรื่อยกระทบกาย ดวงตาคมกวาดไปสะดุดชุดสีเขียวมะนาวบนเก้าอี้

ร่างขาวสล้างดังกระเบื้องเคลือบเนื้อดีอิงคอกับพนักพิงหลับตานิ่ง เจ้าของเพ้นท์เฮ้าท์แทบลืมหายใจ ก้าวไปพินิจภาพปรากฏตรงหน้าใกล้ๆ ผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนเคลียหน้านวล แพขนตายาวทาบผิวเนียนดังผีเสื้อหลุบปีก ริมฝีปากชมพูบางราวกลีบกุหลาบ

หนุ่มรัสเซียภาวนา ... เปิดตาหน่อยเถิด เขาจะได้รู้ว่าเธอเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อจริงหรือรูปสลักนางฟ้าจำแลงมา พลันสิ่งวาดไว้ก็เป็นดังหวัง ... คนบนเก้าอี้ขยับตัว

สโรชารู้สึกถึงสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนรินรดระข้างแก้ม ตากระพริบถี่ๆ ไล่ความง่วงงุน

“ขอโทษที่ผมปลุกเจ้าหญิงนิทราให้ตื่น”

ดวงตาสีน้ำเงินทอประกายยั่วล้อ รอยยิ้มสว่างสดใส มือใหญ่ขาวสะอาดจับปอยผมเธอลูบเล่น

“ทำไมผู้หญิงชอบทำสีผมกันนักนะ อยากเห็นสีผมจริงๆ ของคุณจัง”

สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกันเอ่ยชัด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจอกลิ่นไอฝนลอยมาจางๆ

“ผมฉันสีดำค่ะ ธรรมดาเหมือนคนทั่วไปในประเทศนี้ คุณต่างหากที่มีผมสีทองสวย”

สโรชาคลี่ยิ้มตอบ นัยน์ตาดำสุกใส มีประกายแสงดาว เขาคงเป็นมิสเตอร์อิคนาเซวิช หนุ่มหล่อ ผมทอง ผู้นั่งวางก้นหมิ่นเหม่กับพนักพิง ค้อมตัวลงมาเพื่อพินิจเธอ

“นั่นสินะ คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่เรามี หญ้าบ้านคนอื่นเขียวกว่าบ้านตัวเองเสมอ”

เขาคารมดีไม่เบา ยกสุภาษิตมาอ้าง ตายังมอง ซึ่งสโรชานิ่งให้เขามองอย่างเต็มที่ เพราะเธอมั่นในใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวมี และภูมิใจกับมัน

“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องรอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีเสมอ”

เธอชอบแขกต่างชาติ โดยเฉพาะหนุ่มตะวันตกเพราะอย่างนี้แหละ ใส่ใจและให้เกียรติ ไม่มองว่าอาชีพอย่างเธอต่ำชั้นกว่าตน ... คำขอโทษ ... ขอบคุณ มีครบหมด

“มาดื่มแชมเปญกัน คืนนี้ผมรู้สึกโชคดีจัง ได้ดื่มเหล้าอร่อยกับคนสวย”

เขาเดินไปเปิดประตูห้องนอน อลันเข็นรถรูมเซอร์วิสเข้ามาแล้วหันหลังกลับปิดประตูอย่างรู้งาน มีขวดแชมเปญแช่เย็นอยู่ในถัง

“ฉลองความสำเร็จกันหน่อย”

เซอร์เกเขย่า ใช้นิ้วโป้งดันจุกก๊อก ฟองน้ำขาวพร่างพรายออกจากขวดเหมือนในภาพยนตร์ เขาหยิบแก้วมารินให้เธอ ชนดังกริ๊ง แล้วจิบแชมเปญรสนุ่มเบาที่ระยิบยับบนริมฝีปาก ราวมีหมู่ดาวมาสัมผัส เขาเป็นลูกค้าอารมณ์ดีที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่สโรชาเจอมา

“โอ ... แย่จัง ลืมแนะนำตัว ผมเซอร์เก อิคนาเซวิช” เจ้าของชื่อยื่นมือให้

“สโรชาค่ะ เรียกฉันว่าโลตัสก็ได้” เธอยื่นมือสัมผัสตอบ เขากระชับไว้นานกว่าจะยอมปล่อย

“ชื่อเล่นจริงๆ ของคุณล่ะ คนไทยมีชื่อเล่นนี่ คริสเคยเล่าให้ฟัง”

เซอร์เกพาดพิงถึงเจ้านาย ... แสดงว่ารู้จักกันมานาน อย่างน้อยก็นานกว่าสโรชาจะมาเป็นสาวในค็อกเทลเลาจน์กฤต

“บัวค่ะ โลตัสคือความหมายชื่อฉันในภาษาอังกฤษ”

“บัว...”

เซอร์เกพึมพำเรียกชื่อเล่นภาษาไทยเธอด้วยสำเนียงฝรั่งเศส แล้วมองดวงหน้า ตาคม จมูกโด่ง ผิวแก้มเนียน ริมฝีปากอิ่ม เรื่อยมาถึงลำคอระหง ไหล่ผายกลมกลึง หน้าอกตึง เอวคอด มือเธอที่เพิ่งละสัมผัสไปก็นุ่มนิ่ม

“คุณสวยสมชื่อดอกไม้นะ”

เขาคิดว่าเป็นคำชม แต่คนฟังจุกในอก ชื่อเธอคือดอกไม้บริสุทธิ์ เติบโตจากโคลนตม ชาติกำเนิดแม้ต่ำต้อย ทว่าแข็งแกร่ง ทนทาน ไม่ตกเป็นอาหารปูปลาใต้บาดาล เติบใหญ่ชูช่องามสล้าง เลอค่าจนคนนำบูชาศาสนา ทว่าสโรชาคนนี้กลับมาทำอาชีพคาวโลกีย์

“คุณอารมณ์ดีจริง ฉลองความสำเร็จเรื่องงานเหรอคะ”

เธอเปลี่ยนเรื่อง ก่อนความเศร้าเข้าครอบคลุมมากกว่านี้

“ใช่ งานที่ผมหวัง”

เซอร์เกกระดกแชมเปญที่เหลือในแก้ว ... สุขใจในความสำเร็จแม้ต้องเสียเงินให้นายพลไทยตัวกลางเจรจามากโขก็ตาม

“คืนนี้เป็นคืนที่ดี”

เซอร์เกมาทีหลังคู่แข่ง แต่ด้วยเงินหนาและเส้นสายแข็งแกร่ง จึงชิงตัดหน้าเจรจาผลประโยชน์จนได้สัมปทานคาสิโนพม่าไว้ในมือ ... เสียเวลาดินเนอร์ กำหนดการรวนไปหลายชั่วโมงแต่ก็คุ้ม

อ่านต่อ

สารบัญ หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายพ่ายรักดวงใจเหมราช
9.3
เหมราชทายาทมหาเศรษฐีผู้มีเสน่ห์มักมีคาเรนสาวสวยเคียงข้างเสมอ ทว่าชีวิตเขากลับพลิกผันเมื่อบิดาเสียชีวิตกะทันหันจนธุรกิจวิกฤต ทางรอดเดียวคือต้องแต่งงานกับพิ้งค์พลอย ลูกสาวเพื่อนพ่อที่อายุมากกว่าเขาถึงสิบสองปีเพื่อพยุงฐานะบริษัท แม้จะเริ่มต้นด้วยข้อตกลงที่ปราศจากความรัก แต่เหมราชกลับตกหลุมรักภรรยาตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ในขณะที่เธอยังคงเย็นชาและมีใครบางคนซ่อนอยู่ในใจเสมอ ความสัมพันธ์ที่มีเงื่อนไขนี้จึงกลายเป็นบทพิสูจน์หัวใจที่ยากลำบาก
หน้าปกนวนิยาย มายารักจ้าวหัวใจ
9.7
ดวงดาราตัดสินใจปลอมตัวเป็นดาลาวันเพื่อเข้ามาเป็นแม่ครัวในร้านภูเขาทอง หวังจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่ถูกปิดบังไว้ แต่เธอกลับถูกกัญจน์ เจ้าของร้านหนุ่มสุดหล่อคอยจับผิดและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทว่ายิ่งพยายามปกปิดความลับมากเท่าไหร่ เสน่ห์และความใกล้ชิดกลับยิ่งดึงดูดเขาสู่อันตรายของความรักที่ร้อนแรง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ กัญจน์ต้องพิสูจน์ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพื่อตัวตนที่แท้จริงของดวงดาราหรือเงาของดาลาวันกันแน่
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลาเปลี่ยนวาสนารัก
8.1
มู่เสวี่ยหลิงเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีตเพราะหลงเชื่อคำลวงจนทอดทิ้งหยวนเซิ่งเจ๋อ คู่หมั้นทายาทเศรษฐีผู้ซื่อสัตย์ ความเห็นแก่ตัวของนางทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างจนมีจุดจบที่น่าอนาถ เมื่อได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องเขาและแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลายเพื่อชดเชยความผิดที่ผ่านมา แม้หยวนเซิ่งเจ๋อจะเคยยอมสละฐานะนายน้อยเพื่อความรัก แต่นางในชาตินี้จะขอเป็นฝ่ายพลิกฟื้นวาสนาและรักษาหัวใจของเขาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตของนางเอง
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์มาร ชุด จอมมารที่รัก
8.2
พเยีย เลขาสาวสุดเชยแอบหลงรัก เดนนิส เจ้านายหนุ่มหล่อโปรไฟล์หรูเจ้าของบริษัทก่อสร้างระดับเอเชีย แม้เขาจะมองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องประดับ แต่เธอก็ยังคงภักดี ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อ มาร์คอส มหาเศรษฐีชาวบราซิลผู้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเดนนิส พ่ายแพ้ในการประมูลโครงการแสนล้าน เขาจึงวางแผนล้างแค้นด้วยการลักพาตัวพเยียเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเมียเก็บของศัตรูเพื่อนำเธอมาขึ้นเตียงหวังทำลายเดนนิส แต่เขากลับติดบ่วงเสน่หาของเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย อยากแก่พร้อมเธออย่างจริงจัง
9.4
ความเจ็บช้ำที่คมสันต์สลักลึกไว้ในใจของเปลียวเปรียบดั่งหนามร้ายที่คอยกรีดแทงอยู่เสมอ ความปวดร้าวจากอดีตได้พรากความกล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครอื่นไปจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงบาดแผลที่ไม่อาจเยียวยาด้วยกาลเวลา ความรักที่เคยมีกลายเป็นความทรงจำสีเลือดที่ตอกย้ำความเจ็บปวด ทว่าหากกงล้อแห่งเวลาหมุนย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครา หญิงสาวก็ยังคงแน่วแน่ที่จะก้าวเดินตามรอยเท้าเดิมอย่างไม่ลังเล แม้จะรู้ดีเต็มอกว่าปลายทางคือความรวดร้าวทรมานที่รอคอยอยู่เช่นเดิม การตัดสินใจนี้คือสิ่งเดียวที่เธอยืนหยัดและยอมรับมัน
หน้าปกนวนิยาย หนึ่งชาติแค้นสองภพรัก ไยไม่คะนึงหา
8.0
ความแค้นในอดีตเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาปักใจเชื่อว่าหลันเล่อคือผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายที่ทำลายหญิงคนรัก ด้วยความพิโรธและการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งทำให้หลันเล่อต้องสังเวยด้วยชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ทว่ากาลเวลาผ่านไปนานถึงสิบแปดปี ความจริงที่เคยถูกบิดเบือนกำลังจะกลับมาเปิดเผยอีกครั้งในวันที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ชะตากรรมระหว่างเขาและนางจะลงเอยอย่างไรในเมื่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ได้พรากทุกอย่างไปแล้ว
ตอน
อ่านเลย
แชร์