
รักร้อนซ่อนใจรัก
ตอน 3
“ขวัญ...สายมากแล้วนะ ทำไมวันนี้ถึงยังไม่ตื่นไปทำงานทำการอีก…หา” ขวัญใจเคาะประตูห้องนอนลูกสาวพร้อมเอ่ยเรียกด้วยเสียงไม่พอใจอยู่นานสองนาน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากขวัญลดา นั่นพลอยทำให้เธอใจเสียกลัวว่าขวัญลดาจะคิดสั้น จึงต้องกลับไปหยิบกุญแจสำรองออกมาเปิด
ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกเธอก็เดินตามหา ขวัญลดาไปทั่วทั้งห้อง ทว่ากลับเจอเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น เรียกหาเท่าไหร่ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับกลับมา จึงคว้าโทรศัพท์ออกมากดโทรหาลูกสาวแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับสาย เวลานั้นเสียงโทรศัพท์ก็อื๊ดๆๆ ดังอยู่ในกระเป๋าของขวัญลดา
“รับสายสิวะ” ขวัญใจเอ่ยบอกลูกสาวอย่างร้อนใจ นั่นเพราะหากขวัญลดาหนีไปจริงๆ เธอก็แย่นะสิ เมื่อคืนเธอไม่น่าชะล่าใจน่าจะล็อคประตูขังขวัญลดาไว้เสียในห้องคงดีกว่านี้
ขวัญลดาถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะพิมพ์ข้อความและกดส่งกลับไปหาแม่ทางไลน์ จากนั้นก็ปิดเครื่องทันที
‘ขวัญขอโทษนะคะแม่ แต่ขวัญแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้น เงินที่แม่ติดหนี้ไว้ขวัญจะพยายามหามาใช้คืนเขาให้ ขวัญอาจเป็นลูกที่อกตัญญูไม่ทำตามที่แม่บอก แต่ขวัญก็ไม่อยากตกนรกทั้งเป็นจริงๆ ขอบคุณที่แม่เลี้ยงขวัญมา’
“อีนังลูกไม่รักดี” ทันทีที่อ่านข้อความที่ขวัญลดาส่งมาให้จนจบ ขวัญใจก็สบถพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างไม่พอใจ สีหน้าเวลานี้บึ้งตึงและพาลโกรธเกลียดคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกที่ทิ้งให้ตนใช้หนี้และรับหน้าเอกรัฐอยู่คนเดียวแบบนี้
ขวัญใจกำลังใช้สมองคิดหาทางเอาตัวรอด รวมถึงคิดว่าเวลานี้ขวัญลดาจะไปอยู่กับใครที่ไหน กระทั่งนึกออกว่าเกสรกลับมาเยี่ยมพ่อแม่เมื่อวันก่อนและจะกลับกรุงเทพฯ วันสองวันนี้ ขวัญใจจึงไม่รอช้าโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทของลูกสาวทันที แต่คำตอบที่ได้จากเกสรคือไม่รู้ไม่เห็น
“อย่าให้รู้นะว่าโกหกป้า”
“สรไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ นี่พอรู้ว่าขวัญหายไปสรก็ใจเต้นตึกๆ ตกใจไปหมด น้าใจไปแจ้งความหรือยังคะ” ตอนพูดเกสรเอานิ้วกลางไขว้กับนิ้วชี้ เพราะตอนนี้เธอกำลังโกหกอยู่แต่เป็นการโกหกแบบจำเป็น ฉะนั้นต้องไม่บาปแน่นอน
“ยัง...น้าจะลองตามหาตัวดูก่อน”
“ถ้ามีอะไรให้สรช่วยก็บอกนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบใจ” ขวัญใจบอกแค่นั้นแล้ววางสายไปทันที ในขณะที่เกสรถึงกับเป่าลมออกปากหนักๆ อย่างโล่งอก ส่วนขวัญลดายังคงนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เพราะรู้ว่าแม่ต้องตามหาแน่นอน
“แกเห็นดวงอาทิตย์นั่นไหม”
“เห็น”
“ชีวิตคนเราก็เหมือนดวงอาทิตย์ มีขึ้นมีลงมีวันฟ้าสว่างมีวันฟ้าหม่น ชีวิตแกตอนนี้อาจกำลังเจอวันที่ฟ้าหม่นอยู่ก็ได้ อีกหน่อยมันจะสว่างวาบเชื่อฉัน”
“สว่างวาบด้วยนะ”
“ใช่...ทุกปัญหามันย่อมมีทางออก” เกสรตบบ่าของขวัญลดาหนักๆ อย่างเข้าใจและเห็นใจ แต่ไม่นานสีหน้ากลัดกลุ้มกับเกิดขึ้นกับเธอเสียเอง นั่นเพราะการพาขวัญลดาไปกรุเทพฯ ด้วยครั้งนี้ เพื่อนสนิทอาจรู้ความลับบางอย่างที่เธอปกปิดมันไว้มาตลอดเข้า
รถคันเก่าที่ซื้อมาจากน้ำพักน้ำแรงของเกรสมุ่งหน้าไปยังบ้านในกรุงเทพฯ ซึ่งมันคือบ้านเช่าแถบชานเมือง ทันทีที่ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของเพื่อน ทำให้ขวัญลดารู้ว่าที่ผ่านมานั้นเกสรใช้ชีวิตแบบไหน ชีวิตในเมืองกรุงมันไม่ได้สวยหรู อยู่ง่ายหรือสะดวกสบายอะไรเหมือนคนที่หมู่บ้านคิดเลยสักนิด
คนที่นี่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างถึงที่สุด แม้ครอบครัวของเกสรจะมีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง แต่การต้องมาเรียนรวมถึงทำงานที่นี่เหมือนมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งเธอก็กำลังจะทำแบบนั้นเช่นกัน
“แม่ขา กลับมาแล้วหรือคะ” ทันทีที่เห็นรถเข้ามาจอดตรงหน้าบ้าน เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้ามาโอบกอดผู้เป็นแม่ไว้อย่างคิดถึง ภาพที่เห็นทำให้ขวัญลดายืนมองตาปริบๆ
“กลับมาแล้วค่ะ” เกสรเอ่ยตอบลูกสาวด้วยเสียงอันอบอุ่น แววตาที่ทอดมองเด็กหญิงก็เต็มไปด้วยความรักจนล้นใจ ก่อนจะหันมาคุยกับขวัญลดา “นี่น้องพอใจ ลูกสาวของเราเอง”
“ลูกสาวหรือว่าที่แกไม่กลับไปบ้านเลยช่วงหนึ่งเพราะ...”
“ฉันท้องน่ะ ส่วนพ่อของน้องพอใจก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เราสองคนเลยตั้งใจจะช่วยกันเก็บเงินอีกสักพักแล้วจะกลับไปขอขมาพ่อกับแม่” เกสรเอ่ยบอกถึงความตั้งใจของเธอกับสามี ในขณะที่น้องพอใจก็ยืนมองขวัญลดาอย่างสนใจเช่นกัน
“แล้วทำไมแกถึงไม่บอกฉันสักนิด ถ้าฉันรู้มาก่อนคงไม่มารบกวนแก”
“รบกวนอะไรกันเล่า” เกสรยิ้มให้นั่นเพราะเธอเต็มใจช่วยขวัญลดาจริงๆ แต่สำหรับขวัญลดาแล้วกลับรู้สึกยิ่งเกรงใจ บ้านเช่าแบบนี้อยู่กับสามคนพ่อแม่ลูกก็คับแคบจะแย่แล้ว มีเธอเพิ่มเข้ามาอีกคงยิ่งอึดอัด แต่จะขยับขยายตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
“เพื่อนสรจะอยู่กับเราที่นี่อีกนานแค่ไหน”
“คงจนกว่าจะหาห้องเช่าได้นั่นแหละพี่”
“หวังว่าจะเร็วๆ นี้นะ เพราะรู้ๆ อยู่ว่าบ้านเรามันคับแคบ”
“อือ” เกสรเอ่ยรับคำสามี เพราะรู้ว่าขวัญลดากำลังหนีร้อนมาพึ่งเย็น เธอเองก็อยากช่วยให้จนถึงที่สุดแต่สถานการณ์ส่วนตัวของเธอมันก็คล้ายจะไม่เอื้อ
ในขณะที่ขวัญลดาก็บังเอิญได้ยินทั้งคู่คุยกันจึงยิ่งเครียด เธออยากได้งานก่อนแล้วค่อยย้ายอออก ตั้งแต่มาถึงจึงออกไปตระเวนหางานทำทุกวันแต่กลับไม่มีที่ไหนรับ สุดท้ายเกสรก็อดสงสารไม่ไหวจึงเสนอตัวหางานให้
“ฉันกลัวว่าจะทำไม่ได้”
“ไม่ได้ยากอะไรเลย แกแค่ไปเดินผ่านกล้องแค่นั้น นักแสดงสมทบพวกนี้ได้เงินดีด้วยนะ ทำงานไม่กี่ชั่วโมงได้เงินเกือบหมื่นแล้ว” ยอดเงินที่ได้ยินทำให้หัวใจของ ขวัญลดาพองโตแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงกังวล
“แต่เขาจะรับเราเหรอสร”
คุณอาจจะชอบ





