
ปรารถนาเถื่อน
ตอน 2
เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องนอนทำให้พวงชมพูเงยหน้าขึ้นจากหมอน หญิงสาวผลินหน้าไปมองที่ประตูห้องอย่างแง่งอน เพราะหล่อนรู้ดีว่าใครอยู่ตรงนั้น
“พวงชมพู อาขอเข้าไปหน่อยนะครับ...”
คำพูดของเขาช่างสุภาพเหลือเกิน แต่ทำไมนะ หล่อนกับเกลียดความสุภาพของเขาเหลือกำลัง หญิงสาวดันตัวลุกขึ้นนั่ง มือน้อย ๆ ของหล่อนยกขึ้นป้ายน้ำตาจนแห้ง
“ชมพูไม่อยากคุยกับอาต้น ไปให้พ้นหน้าชมพูเลย ไหน ๆ อาต้นก็ไม่ได้เต็มใจอยากจะเห็นหน้าชมพูอยู่แล้วนี่” คำตัดพ้อของเด็กสาวทำให้เมธาพัฒน์ตัดสินใจถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอนของหล่อนเข้าไปเสียเองแม้จะรู้ว่ามันไม่ควรก็ตาม
“เราคุยกันได้ไหม” คนตัวโตถามขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้ว
หญิงสาวเกือบจะใจอ่อนกับคำพูดอ่อนโยนนั้นอยู่แล้วเชียว แต่พอเห็นเขาเปิดประตูห้องทิ้งไว้เท่านั้นแหละ องศาความร้อนของหล่อนก็พุ่งปรี๊ดจนระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ นี่เขากลัวหล่อนจะปล้ำเขาหรือไง ถึงได้เปิดประตูอ้าซ่าไว้อย่างนั้นน่ะ...
“ไม่จำเป็น และถ้ากลัวจะเสียชื่อเสียงเพราะเข้ามาในห้องนอนของชมพูล่ะก็ อาต้นออกไปซะดีกว่าค่ะ”
พวงชมพูพูดจบก็หันไปหยิบหนังสือแฟชั่นที่โต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอ่าน เด็กสาวทำท่าทางสบายอารมณ์จนคนยืนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้
“พวงชมพู วางหนังสือพวกนั้นแล้วเงยหน้ามาพูดกับอาก่อนได้ไหมครับ”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา มือบางทิ้งหนังสือเล่มที่อยู่ในมือลงบนพื้นห้องเสียงดังโครม ก่อนจะขยับตัวขึ้นพิงหมอนที่หล่อนหยิบซ้อนกันไว้ที่หัวเตียงด้วยท่าทางสุขกายสบายใจเหลือคณานับ เมธาพัฒน์มองอย่างเข่นเขี้ยว สาบานได้เลยว่า ถ้าหล่อนเป็นเด็ก ๆ เขาจะจับหล่อนตีก้นซะให้เข็ด
แต่... หล่อนเป็นสาวแล้ว และก็สวยซะด้วย เขารู้มานานแล้ว ว่าหล่อนต้องเจริญเติบโตขึ้นเป็นสาวสวยแบบนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้พบหน้าหล่อน เด็กสาววัย 13 ปีที่กำลังโศกเศร้าเพราะความสูญเสียที่มาเร็วเกินไป พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่
และด้วยคำฝากฝังก่อนตายจากเพื่อนรุ่นพี่ที่อายุห่างจากเขาเกือบ 20 ปีนี่เอง ที่ทำให้เขาต้องรับภาระอันหนักอึ้งกับการอุปการะหล่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาจำได้ว่าตัวเองส่งพวงชมพูเข้าไปอยู่ที่โรงเรียนประจำตั้งแต่เดือนแรก ๆ ที่รับหล่อนมาอยู่ในบ้าน และตอนนี้เวลาก็ผ่านไปร่วม 6 ปีแล้ว จากเด็กหญิงตัวน้อยก็กลับกลายเป็นสาวแรกรุ่นวัย 19 ปีเต็มที่สวยสดงดงาม และน่าหลงใหลยิ่งนัก
ใบหน้ารูปไข่ขาวเนียนตา จมูกโด่งเชิดน่ารักน่ามอง ริมฝีปากอิ่มสีสวย ดวงตากลมโตอยู่ภายใต้ขนตางอนงาม คิ้วโก่งดั่งคันศร เส้นผมสีดำขลับเหยียดตรงที่มักจะถูกมัดเป็นเปีย 2 ข้างอยู่ด้านหลัง กำลังนั่งอยู่ต่อหน้าของเขาแล้ว...
เขารู้ดีว่าพวงชมพูเทิดทูนเขาแค่ไหน แต่... ทำไมนะเขาถึงทำใจให้อยู่ใกล้ ๆ หล่อนไม่ได้สักที ราวกับว่าหล่อนคือสิ่งต้องห้ามอย่างนั้น
และด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับหล่อน แต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่พยายามเข้าใจความปรารถนาดีของเขาเลยสักนิด เพราะหล่อนจะต้องแง่งอนให้เขาง้อแบบนี้อยู่เป็นประจำ และที่สำคัญ... เขาก็ทำใจแข็งกับหล่อนไม่ได้นานซะด้วย
“เรื่องเมื่อเย็นนี้” เมธาพัฒน์กำลังจะอธิบาย แต่หล่อนขัดขึ้นเสียงขุ่น
“ลืมมันไปได้เลยค่ะ อาต้น” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาท้าทาย
“เห็นไหม ชมพูสบายดี ไม่ได้ทุกข์ใจอะไรสักหน่อย” หล่อนยิ้มให้เขา ทำเป็นร่าเริง แม้ภายในจะเจ็บหนักแค่ไหนก็ตาม
“นั่นคือสิ่งที่ชมพูต้องการอย่างนั้นหรือ” เขาถามเสียงเครียด แต่ไม่ได้เคร่งเครียดแค่น้ำเสียงเท่านั้น ใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจของเขาก็เครียดขรึมลงไปด้วย
“ค่ะ อาต้นไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับชมพูมากนักหรอก อาต้นก็เป็นแค่ผู้ปกครอง ชมพูแค่อยากแกล้งอาต้นเล่น ๆ ให้อาต้นทุกข์ ชมพูเห็นแล้วสนุกดี เลยขยันทำบ่อย ๆ ก็แค่นั้น” หล่อนพูดแล้วเชิดหน้า มองเขาก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“แค่นั้นเองหรือ? ที่เธอต้องการจากอา...” น้ำเสียงของเขาเสียงเย็นชาน่ากลัว แถมรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนมุมปากหยักสวยของเขายังเลือดเย็นอีกต่างหาก
“แล้วจะให้ชมพูต้องการอะไรอีกล่ะคะ อาต้นให้อะไรชมพูได้อีก...”
“ไม่มี...”
เมธาพัฒน์เค้นเสียงเดือดดาลตอบออกมา จากนั้นร่างสูงใหญ่แสนสมบูรณ์แบบของเขาก็เดินดุ่ม ๆ ออกไปจากห้องนอนของหญิงสาวทันที และเมื่อสิ้นเสียงปิดประตูลง รอยยิ้มที่พยายามปั้นไว้ก็จางหายไป น้ำตาที่กักเก็บไว้ก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก
“อาต้นไม่เคยรักชมพูเลย...” ใบหน้างดงามอาบไปด้วยคราบของน้ำตาอีกครั้ง เสียงสะอื้นที่แสนเจ็บปวดถูกกักเก็บไว้มิดชิดภายใต้ฝ่ามือเล็กที่ยกขึ้นปิดเรียวปากของตัวเองไว้แน่น
เมธาพัฒน์พาร่างสูงใหญ่แข็งแรงของตัวเองไปเดินทอดอารมณ์อยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ เมื่อคิดไปถึงความขัดแย้งระหว่างตนเองกับเด็กสาวในปกครองอย่างพวงชมพู คำสัญญาที่เขาเคยรับปากเอาไว้กับบิดาของพวงชมพูยังก้องอยู่ในหูไม่หยุด พ่อของหล่อนฝากฝังให้เขาดูแลพวงชมพูจนกว่าหล่อนจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายดี ๆ สักคน แต่ทำไมนะ เขาถึงไม่เคยกระตือรือร้นเรื่องหาคู่ครองให้กับพวงชมพูเลย แถมไอ้ความคิดที่จะให้พวงชมพูแต่งงานมันยังไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองของเขาเลยอีกต่างหาก
เขาคงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ หากจะยอมรับออกมาว่าตัวเองหวงแม่เด็กสาวในปกครองแสนพยศคนนี้...
เมธาพัฒน์เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ จนไปหยุดยืนอยู่ที่แปลงกุหลาบที่ด้านหลังของตัวบ้าน แปลงกุหลาบที่เขาลงมือปลูกมันขึ้นมาด้วยตัวเองเมื่อ 3-4 ปีก่อน มันมีแต่กุหลาบสีชมพูเท่านั้น เพราะอะไรนะเหรอ... ชายหนุ่มแอบขำตัวเอง ก็เวลาพวงชมพูงอนเขา เจ้าดอกกุหลาบสีชมพูนี่แหละ ที่มันทำให้หล่อนใจอ่อนลงได้บ้าง
แม้ว่าบางครั้งหล่อนจะทำตัวไม่มีเหตุผล แต่ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เขาถึงต้องยอมให้หล่อนชนะซะทุกทีคิดไปแล้วก็อดรู้สึกเวทนาตัวเองขึ้นมาไม่ได้ เมธาพัฒน์ถอนใจออกมาหนักหน่วง ความเคร่งเครียดกัดกินไปทั่วทุกอณูเนื้อกาย จากนั้นก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปภายในบ้าน และแน่นอนว่าเขาไม่มีทางลืมเด็ดเจ้าดอกกุหลาบสีชมพูแรกแย้มตรงหน้าติดมือไปด้วย
หลังจากที่หมกตัวอยู่ในห้องน้ำอยู่นานร่วมหนึ่งชั่วโมง ร่างบอบบางที่มีเพียงแค่ผ้าขนหนูสีชมพูเพียงผืนเดียวพันรอบกายก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำ แต่ยังก้าวไม่ถึงสองก้าวเลย เท้าเล็กก็ต้องชะงักอยู่กับที่ด้วยความประหลาดใจ เมื่อแผ่นหลังของอาหนุ่มหล่อระเบิดกระเด้งเข้ามาในสายตา สองแขนกำยำของเขาจับอยู่ที่ขอบหน้าต่างจ้องมองออกไปข้างนอก และก็ดูเหมือนว่าเมธาพัฒน์กำลังใจลอยซะด้วย เพราะชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าหล่อนก้าวออกมาจากห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว
“อาต้น เข้ามาในห้องนอนของชมพูทำไมคะ!?” เสียงหวานที่เจือไปด้วยความแปลกใจของพวงชมพูทำให้เมธาพัฒน์รู้สึกตัวจากการครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มรีบหมุนตัวกลับเข้ามาภายในห้องทันที แล้วนั่นก็ทำให้เขาแทบช็อคกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า
เรือนร่างของผู้หญิงที่โตเป็นสาวเต็มตัวงดงามและสมบูรณ์แบบอยู่ภายใต้ภายขนหนูสีชมพูผืนเล็กเพียงผืนเดียว เนินอกขาวผ่องอวบอิ่มดันล้นเบียดขอบผ้าขึ้นมาจนแทบจะทะลักออกมาทั้งเต้า เมธาพัฒน์ลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวเป็นยางของตัวเองลงคอด้วยความยากเย็น ตอนนี้ในลำคอของเขาแห้งผากไม่ผิดจากผืนทรายแห้งแล้ง และแน่นอนว่าพวงชมพูก็คือโอเอซิสสำหรับเขานั่นเอง
ชายหนุ่มอยากจะหันหน้าหนี หรือไม่ก็เดินออกไปจากห้องนอนของเจ้าหล่อนซะเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาก็ทำไม่ได้ บังคับตัวเองไม่ได้ จำต้องยืนมองความอะร้าอร่ามงดงามของเด็กสาวในปกครองต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก
ผมเส้นเล็กสีดำสนิทของหล่อนที่เขามักจะเห็นมันถูกมัดรวมกันถักเป็นเปียไว้สองข้าง และผูกด้วยริบบิ้นสีดำ ตอนนี้ถูกปล่อยลงมาคลอเคลียไหล่เปลือยเปล่ามันสวยงามจนเขาอยากจะสอดนิ้วเข้าไปลูบไล้มัน เรือนร่างที่เขาเคยคิดว่าหล่อนยังเป็นเด็กสาวอยู่นั้น ตอนนี้มันกลายเป็นเรือนร่างของสาวงามที่มีหุ่นราวกับนาฬิกาทราย อวบอัดทรมานใจผู้ชายยิ่งนัก...
ตอนนี้เรือนกายกำยำของเขาแข็งชันขึ้นมาในทันควัน ภาพที่ประสบพบเจอโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อนตรงหน้า ทำให้การควบคุมตัวเองของเขาลดน้อยถอยลงสุดกู่ แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษทำให้เขาต้องรีบเหยียบเบรกกัดฟันข่มความปรารถนาของตัวเองให้หยุดลงอย่างกะทันหัน
แม้ใจจริงแล้ว... เขาอยากจะกระชากเจ้าผ้าขนหนูผืนนั้นออกมาจากเรือนร่างของหล่อนมากแค่ไหนก็ตาม โธ่... พระเจ้า ทำไมต้องส่งเขาเข้ามาตอนนี้ด้วย ทำไมต้องให้เขาเห็นสิ่งที่เขาพยายามหนีด้วย เมธาพัฒน์คร่ำครวญอยู่ภายในอกด้วยความปวดร้าว แสนอึดอัด
“นี่เธอต้อนรับอาด้วยชุดนี้นะหรือ...”
คุณอาจจะชอบ





