
ปรารถนาเถื่อน
ตอน 3
หลังจากตะลึงตะลานอยู่นาน พวงชมพูก็ได้สติ หล่อนหันรีหันขวางอย่างคิดอะไรไม่ออก ความร้อนผ่าวทำให้หล่อนหน้าแดงจัด ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะเข้ามาในห้องนอนของหล่อนตอนนี้ ก็เห็นปกติไม่เคยแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาด้วยซ้ำ ต้องกราบต้องไหว้กันนั่นแหละถึงจะยอมเข้ามา
หญิงสาวเงยหน้าที่แดงก่ำไปด้วยความอับอายของตัวเองขึ้นมองคนตัวโต สายตาของหล่อนประสานกับดวงตาสีเข้มของเขาพอดี แล้วก็เหมือนกับถูกสะกดด้วยเวทมนต์ขลัง
“อะ...อาต้นไม่เคาะประตู…” หญิงสาวคิดคำพูดได้แค่นั้น ตอนนี้หัวใจของหล่อนพุ่งทะยานขึ้นไปสู่ดาวอังคารก่อนจะกระเด้งกลับมายังพื้นโลก หลายต่อหลายครั้งจนหล่อนเหนื่อยหอบ แม้แต่แรงจะหายใจหล่อนก็ยังขาดแคลนเลย
ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มทำให้หล่อนรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความต้องการบางอย่างกำลังทะยานเข้าใส่หล่อนอย่างจังจนหล่อนแทบจะเก็บไว้ไม่มิด
“อาเคาะแล้ว…” เสียงห้าว ๆ ของเขาพึมพำออกมา สายตาคมกริบยังจับจ้องอยู่ที่ร่างกายของหล่อนไม่วางตา และสุดท้ายหล่อนก็เห็นเขาหลับตาลง เหมือนกับจะข่มอะไรบางอย่างให้มันสงบอยู่แต่เพียงในอก
“ถ้าอาลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังว่าชมพูคงแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนะครับ” เขาพูดขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลืมตา ความร้อนฉ่าจากความอับอายค่อย ๆ แล่นขึ้นจากลำคอสู่นวลแก้มทั้งสองข้างของหล่อนช้า ๆ
หญิงสาวรีบถอนสายตาจากร่างกายกำยำที่น่ามองของเขา แล้วก้มลงมองตัวเองก่อนจะอุทานออกมาอย่างตื่นตกใจ นี่หล่อนลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ในชุดอะไร น่าอายชะมัด...
และด้วยความรีบร้อนที่จะรีบวิ่งหนีกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้งของพวงชมพู ก็ทำให้หล่อนเสียหลักวิ่งชนเข้ากับขาโต๊ะเครื่องแป้งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ผลก็คือร่างบอบบางของหล่อนล้มลงไปกองกับพื้นห้อง และเจ้าผ้าขนหนูเจ้ากรรมก็เลื่อนหลุดไปกองอยู่ที่เอว
“ว๊าย...!” หญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจแกมเจ็บปวด และนั่นก็มีผลทำให้เมธาพัฒน์ลืมตาขึ้นมาทันที และภาพที่ได้เห็นก็ทำให้ชายหนุ่มแทบอยากจะเอาหัววิ่งชนข้างฝาตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ภาพของหญิงสาวที่สวยไปทั้งเนื้อทั้งตัวกำลังนอนระทดระทวยอยู่กับพื้น ร่างกายอวบอิ่มนั้นเปลือยเปล่า
“ชมพูเจ็บขา... อาต้น...” เสียงร้องขอความช่วยของหล่อนทำให้เมธาพัฒน์จำต้องสลัดความคิดอกุศลออกไปจากสมองโดยฉับพลัน เขารีบก้าวฉับ ๆ เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำออกมาส่งให้แม่เด็กสาวในปกครองทันที
“ใส่ซะก่อน อาไม่ใช่พระอิฐพระปูนหรอกนะครับ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้อยู่ในโทนเสียงปกติ หล่อนรู้ดี พวงชมพูรีบรับเสื้อคลุมจากเขามาคลุมร่างของตัวเองอย่างรวดเร็ว ความอับอายแล่นไปทั่วร่าง
“คะ... คือชมพูไม่ได้ตั้งใจ...” หญิงสาวปฏิเสธตะกุกตะกัก ใบหน้างามแดงจัด
“ไม่... ชมพูตั้งใจจะยั่วอาต่างหาก”
หล่อนเห็นกรามเขาขบกันเป็นสันนูน ใบหน้าหล่อเหลาของเขากระด้าง แลดูดิบเถื่อนขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก่อนที่พวงชมพูจะซึมซับคำพูดกล่าวหาของเขาได้ ร่างบางของหล่อนก็ถูกอุ้มขึ้นมาอยู่ในวงแขนแข็งแกร่งกำยำ หญิงสาวตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นใจ
“อาจะพาชมพูไปนอนที่เตียง แล้วจะเรียกเด็กรับใช้ขึ้นมาดูแล...”
คนตัวโตกัดฟันพูดออกมา ก่อนที่หล่อนจะทันถามออกไปเสียอีก และไม่ช้าร่างบางของหล่อนก็ถูกวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ผ้าห่มผืนใหญ่ถูกดึงมาห่อเนื้อตัวเปล่าเปลือยจนมิดชิด
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเมื่อตัวเองสามารถขจัดความเย้ายวนของพวงชมพูให้พ้นสายตาไปได้ “จำไว้นะ อย่าทำแบบนี้กับใครอีก เพราะไม่มีใครจะทนได้เหมือนกับอาหรอกนะ...” เมธาพัฒน์คำรามออกมาเสียงแผ่วเบา แต่มันช่างน่ากลัวยิ่งนักสำหรับพวงชมพู
“แต่อากำลังเข้าใจผิดนะคะ ชมพูไม่รู้ว่าอาจะเข้ามา และถึงจะรู้ก็ไม่แปลก ถ้าชมพูจะแก้ผ้าในห้องนอนของตัวเอง” พวงชมพูเถียงออกมาด้วยเสียงไม่มั่นคงนัก เพราะความใกล้ชิดกับเขาที่หล่อนปรารถนามานานหลายปีทำให้เลือดสาวในกายของหล่อนตื่นเต้นรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“เอาล่ะ เราเลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้ว...” พอจบเสียงห้วนกระด้างแล้ว หล่อนก็เห็นพ่อสุดหล่อลากไส้เดินตรงไปที่โต๊ะตัวเล็กที่มันตั้งอยู่ข้างๆ หน้าต่างบานใหญ่ บานเดียวกับที่เขายืนเหม่ออยู่ตอนที่หล่อนออกมาจากห้องน้ำนั่นแหละ
“แต่ชมพูไม่...”
“หมดหรือยัง ไอ้ความเกเร ไอ้ความเกรี้ยวกราดเอาแต่ใจเนี่ย หมดหรือยังครับ...” เมธาพัฒน์ถามเมื่อเดินกลับมาหยุดตรงข้างเตียงที่หล่อนนอนอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาสุดเซ็กซี่ของเขาเป็นประกายด้วยความโกรธอย่างไม่ปิดบัง
“ชมพูไม่ใช่เด็กแล้วนะ อย่ามาว่าชมพูแบบนี้อีก” หญิงสาวโต้กับอย่างเผ็ดร้อน คำพูดของเขาทำให้หล่อนรู้สึกว่า เขาเห็นหล่อนเป็นเด็กตัวน้อยอยู่เสมอ แต่หล่อนไม่ต้องการให้เขามองหล่อนแบบนั้นสักหน่อย
“พวงชมพู...” เขาดุ พร้อมกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ จนหล่อนได้ยินชัดเจน
“โอเค อายอมแพ้เธอแล้วพวงชมพู อาขอสงบศึก...”
ในที่สุดก็เป็นเมธาพัฒน์ที่ต้องยกธงขาว ชายหนุ่มถอนใจออกมาอีกครั้งอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะหยิบเจ้าดอกกุหลาบสีชมพูที่ถูกซ่อนเอาไว้ด้านหลังมายื่นให้กับแม่สาวน้อยตรงหน้า พวงชมพูเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อแกมปลื้มใจ
“อาแค่อยากให้ดอกกุหลาบกับชมพูเท่านั้น...” เมธาพัฒน์พูดออกมาเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหล่อระเบิดมีสีเลือดเข้มขึ้นจนพวงชมพูสังเกตได้ โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มสูงแบบหนุ่มเซ็กซี่ของเขา
อาต้นของหล่อนกำลังอาย... พวงชมพูอมยิ้มให้กับกิริยาแสนน่ารักของอาหนุ่ม
“อารู้สึกผิดไม่น้อยกับเรื่องเมื่อเย็นนี้ ยกโทษให้อานะครับชมพู...” เสียงของคนตัวโตนุ่มนวลจนหล่อนไม่สามารถใจแข็งได้อีกต่อไป
“อาต้น...” หญิงสาวครางเรียกชื่อของเขาเสียงสั่นไหว ยื่นมือไปรับดอกกุหลาบแสนสวยจากมือของเขาราวกับต้องมนต์สะกด ก็ท่าทางแบบนี้ คำพูดแบบนี้ และการกระทำที่แสนจะอ่อนโยนของเขา แบบนี้ไง ที่ทำให้หล่อนหลงรักหัวปรักหัวปรำ หล่อนสงสัยนัก ว่าเขาสุภาพอย่างนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่า หรือเลือกจะสุภาพกับหล่อนแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น
“ชมพูไม่โกรธอาต้นแล้วล่ะค่ะ ชมพูขอโทษที่งี่เง่าเอาแต่ใจไปหน่อย...”
เมธาพัฒน์ยิ้มออกมา เมื่อได้ฟังคำพูดที่แสดงว่ารู้สึกผิดของเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้า เขายิ้มให้หล่อน ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตู
“เดี๋ยวอาจะให้สาวใช้เอาอาหารมาให้นะครับ” พูดจบก่อนที่คนตัวโตจะเดินหายไปพร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดสนิทลงอย่างแผ่วเบาทันที
พวงชมพูนอนยิ้มหวานมองดอกกุหลาบสีชมพูในมือของตัวเองอย่างมีความสุข หล่อนจรดเจ้าดอกไม้แสนสวยนั้นกับปลายจมูกโด่งเชิดของตัวเองเบาๆ เพื่อซึมซับกลิ่นหอมหวนของมัน พลางนึกไปถึงเจ้าดอกกุหลาบสีชมพูเกือบร้อยดอกที่ถูกหล่อนทับไว้ใต้หนังสือเรียนจนแห้งเป็นรูปสวยงาม
หล่อนได้มันมาจากเมธาพัฒน์ทุกดอก เพราะพอหล่อนทะเลาะกับเขาทีไร อาต้นของหล่อนก็จะขอโทษหล่อนด้วยดอกกุหลาบสีชมพูหนึ่งดอกทุกครั้งไป แม้ทุกครั้งที่ขัดแย้งกันหล่อนจะเป็นฝ่ายผิดเสมอก็ตาม
“ก็อาต้นดีซะขนาดนี้... แล้วจะให้ชมพูเลิกรักอาต้นได้ยังไงล่ะคะ” สาวน้อยพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา และก็อดร้อนวูบวาบไปทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ได้เมื่อสมองหวนกลับไปนึกถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายของเมธาพัฒน์ยามที่มองร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง เขามองอย่างหลงใหล มองด้วยสายตาผู้ชายคนหนึ่งที่มองผู้หญิงที่ตัวเองกำลังถูกใจ
ขณะที่พวงชมพูกำลังยิ้มหวานอย่างมีความสุข เมธาพัฒน์กลับกำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเลยทีเดียว เมื่อภาพความอวบอิ่มของแม่สาวน้อยกำลังเข่นฆ่าเขาอย่างอำมหิต ทำให้กายหนุ่มร้อนรุ่ม อึดอัด และในบางส่วนของร่างกายก็แข็งขืนขึ้นมาในทันที
เขากำลังจะบ้า... ไม่... อาจจะบ้ามาตั้งนานแล้วก็ได้ หนุ่มหล่อระเบิดกัดฟันแน่นจนเกิดเสียงดังกร๊อด ขณะก้าวเดินมาหยุดที่หน้าสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของตัวเอง มือใหญ่กระชากเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างเร่งรีบ จากนั้นก็พุ่งตัวลงไปในสระน้ำตรงหน้าทันที สายน้ำสาดกระเซ็นเมื่อกายสูงใหญ่ปะทะกับผิวน้ำเต็มแรง
ชายหนุ่มแหวกว่าย โจนจ้วงอยู่ภายในน้ำเย็นเฉียบนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า รอบแล้วรอบเล่า คาดหวังอยู่ภายในอกเต็มเปี่ยมว่าการออกกำลังกายหนักหน่วงแบบนี้จะทำให้ความต้องการอันน่าละอายมันจืดจางลงไปบ้าง และมันก็เป็นจริงอย่างที่คาดหวังเอาไว้ เมื่อการว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลๆ แบบนี้ทำให้เจ้าความอึดอัดบางอยางเริ่มลดลง
ชายหนุ่มว่ายกลับมายืนพิงขอบสระ หอบหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ถึงแม้อาการรุ่มร้อนของเขาจะหมดไปกับการว่ายน้ำแล้วก็ตาม แต่สงครามภายในหัวใจของเขานั้นมันไม่มีทางดับลงได้แน่ ถ้าเขายังอยู่ใกล้ ๆ แม่เด็กสาวในปกครองตัวแสบนั่นทุกวันแบบนี้
คุณอาจจะชอบ





