ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

หลังคบกันสิบปี ฉันกลับพบว่าคู่หมั้นอย่างธวัชชัยแอบลึกซึ้งกับนิชานันท์ น้องสาวเพื่อนผู้ล่วงลับที่เขาอ้างว่าคิดแค่พี่น้อง ในยามที่ฉันป่วยหนักเขากลับทิ้งฉันไว้เพื่อไปดูแลเธอที่แค่กลัวเสียงฟ้าร้อง ซ้ำยังเมินเฉยต่ออาการแพ้กุ้งรุนแรงของฉันอย่างเลือดเย็น เมื่อตระหนักว่ารักแท้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ ฉันจึงตัดสินใจหันไปหาเอกภพคู่แข่งเบอร์หนึ่งของเขาเพื่อเสนอดีลหุ้นใหญ่และยกเลิกงานแต่งงานทันที ถึงเวลาที่เขาต้องชดใช้ด้วยการสูญเสียทุกอย่างในชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 1

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ฉันกลับเห็นธวัชชัย คู่หมั้นที่คบกันมาสิบปี กำลังกอดนิชานันท์ 'น้องสาว' ที่เขาอ้างว่าบริสุทธิ์ใจอย่างแนบแน่น

ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางที่เคยเป็นของฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันถามถึงความสัมพันธ์นั้น เขากลับตวาดใส่ว่าฉัน "คิดมาก" และ "งี่เง่า" ที่ไปหึงน้องสาวของเพื่อนที่ตายไปแล้ว

ในวันที่ฉันป่วยหนักจนติดเชื้อในกระแสเลือดนอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล เขากลับทิ้งฉันไว้ลำพังเพื่อไปปลอบนิชานันท์ที่แค่ "กลัวเสียงฟ้าร้อง"

ซ้ำร้ายเขายังทำอาหารใส่กุ้งที่ฉันแพ้อย่างรุนแรงให้นิชานันท์กิน โดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร

ภาพในโซเชียลมีเดียที่นิชานันท์ป้อนข้าวเขาอย่างสนิทสนม ตอกย้ำความจริงที่ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ และเป็น "ของตาย" สำหรับเขา

ความรักและความทุ่มเทของฉันถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด

พอกันทีกับความโง่เขลา ฉันเช็ดน้ำตาแล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหา "เอกภพ" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเขา

"ฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป... และฉันต้องการยกเลิกงานแต่งงานเดี๋ยวนี้"

งานนี้ฉันจะไม่จากไปเงียบๆ แต่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สูญเสียทุกอย่าง" มันเป็นยังไง

บทที่ 1

พิมพ์ชนก POV:

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่เสียงพลุดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกฟ้าให้ขาดวิ่น หัวใจของฉันก็แตกสลายไม่ต่างกัน

ฉันเห็นธวัชชัยยืนอยู่ตรงนั้น... ใต้แสงจันทร์อ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านม่านเมฆหนาทึบ

เขากำลังกอดนิชานันท์อย่างอ่อนโยน.

ริมฝีปากของเขาแตะแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ.

ท่าทางที่คุ้นเคย.

ท่าทางที่ฉันเคยได้รับ.

ความอบอุ่นที่แสนปลอมเปลือก.

ภาพนั้นกัดกินหัวใจฉันจนรู้สึกเหมือนจะหยุดเต้น.

เสียงหัวเราะคิกคักของนิชานันท์ดังแว่วมาตามสายลมหนาว.

เธอซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของธวัชชัย.

เขาลูบผมเธอเบาๆ ราวกับปลอบโยนเด็กน้อย.

แววตาของธวัชชัยที่มองนิชานันท์เต็มไปด้วยความห่วงใย.

ความห่วงใยที่ฉันโหยหามาตลอดสิบปี.

ฉันยืนนิ่งราวกับรากงอกติดพื้น.

สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด.

ความหนาวเย็นกัดกินเข้ากระดูก.

ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่ก่อนมางานปาร์ตี้.

อาการไข้เริ่มกำเริบ.

หัวใจของฉันบีบรัดอย่างแรง.

คลื่นไส้จนแทบจะยืนไม่ไหว.

สมองสั่งการให้ร่างกายหลบหนีจากภาพตรงหน้า.

แต่ขาทั้งสองข้างกลับแข็งทื่อ.

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง.

มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย.

แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากความทรยศหักหลัง.

ฉันรับรู้ได้ถึงรสชาติขมปร่าในลำคอ.

มันเป็นรสชาติของความผิดหวัง.

ความผิดหวังที่ไม่อาจกลืนลงไปได้.

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า.

นิ้วเรียวกดเปิดกล้อง.

มือสั่นเทาเล็กน้อย.

แต่สายตาของฉันกลับมุ่งมั่นและเยือกเย็น.

ฉันต้องการหลักฐาน.

หลักฐานสำหรับสิ่งที่ฉันเพิ่งเห็น.

ภาพที่บันทึกไว้ในความทรงจำจะไม่มีวันเลือนหาย.

แต่หลักฐานในโทรศัพท์จะใช้ยืนยันความจริง.

ในวันที่เขาปฏิเสธทุกอย่าง.

ฉันมองเห็นภาพธวัชชัยที่เคยบอกว่ารักฉันหมดหัวใจ.

ภาพของเขาที่บอกว่านิชานันท์เป็นเพียงน้องสาว.

คำพูดเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาในหัว.

มันคือคำโกหก.

คำโกหกทั้งเพ.

ฉันเคยเชื่อทุกอย่าง.

เชื่อในความรักของเรา.

เชื่อในคำสัญญาของเขา.

แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า.

ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าที่คาดคิด.

ฉันมันโง่สิ้นดี

ทันใดนั้น.

เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่น.

ธวัชชัยกับนิชานันท์สะดุ้งเล็กน้อย.

พวกเขามองหน้ากัน.

แล้วธวัชชัยก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น.

นิชานันท์ซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง.

ฉันผงะถอยหลัง.

หลบเข้ามุมมืดของระเบียง.

หัวใจเต้นรัว.

กลัวว่าพวกเขาจะเห็นฉัน.

กลัวว่าพวกเขาจะรู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้.

ความรู้สึกอับอายและไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางพายุ.

ยืนตากฝนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานแสนนาน.

ความหนาวเย็นกัดกินร่างกาย.

ไข้ขึ้นสูงจนเริ่มมีอาการเพ้อ.

ลมหายใจติดขัด.

โลกหมุนเคว้ง.

ทุกอย่างมืดมิดไปชั่วขณะ.

ฉันพยุงตัวเองกลับมาที่คอนโด.

ในหัวเต็มไปด้วยภาพของธวัชชัยและนิชานันท์.

เมื่อมาถึงห้อง.

ฉันเห็นธวัชชัยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว.

กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วห้อง.

เขาหันมามองฉันด้วยรอยยิ้ม.

รอยยิ้มที่เคยทำให้ฉันอบอุ่นใจ.

แต่ตอนนี้มันกลับดูเสแสร้งและน่ารังเกียจ.

ฉันยืนมองเขาอยู่ห่างๆ.

ธวัชชัยไม่เคยเข้าครัว.

ไม่เคยทำอาหารให้ฉันเลย.

ตลอดเวลาที่เราคบกันมา.

ฉันเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินของเรามาตลอด.

แต่ตอนนี้เขากำลังปรุงอาหารจานพิเศษ.

อาหารที่ฉันไม่เคยกิน.

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ คุณไปไหนมา? ผมเป็นห่วงแทบแย่"

คำพูดของเขาฟังดูห่วงใย.

แต่ฉันกลับรู้สึกคลื่นเหียน.

ธวัชชัยเดินเข้ามาหาฉัน.

มือของเขายื่นมาสัมผัสหน้าผากฉัน.

"ตัวร้อนจี๋เลย ไปตากฝนที่ไหนมา?"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด.

แววตาตำหนิฉายชัด.

เขาไม่เคยห่วงใยฉันจริงจัง.

มีแต่ความไม่พอใจในความไม่สมบูรณ์แบบของฉัน.

"พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจค่ะ"

ฉันตอบเสียงแผ่ว.

พูดออกไปตามความเคยชิน.

ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำอะไรผิดกลับมาอีกครั้ง.

ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้แย้ง.

ทันใดนั้น.

เสียงเปิดประตูดังขึ้น.

นิชานันท์เดินเข้ามาในห้อง.

ในชุดนอนผ้าไหมสีอ่อน.

เธอดูสดชื่นและไร้เดียงสา.

แตกต่างกับฉันที่ดูเหมือนคนป่วยใกล้ตาย.

"พี่วัชคะ ฝนตกหนักมากเลยค่ะ นิกลัว"

นิชานันท์ทำเสียงออดอ้อน.

แล้วเหลือบมองมาที่ฉันเล็กน้อย.

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ.

รอยยิ้มที่ฉันมองเห็นอย่างชัดเจน.

หัวใจของฉันหล่นวูบ.

ธวัชชัยเดินไปหานิชานันท์.

โอบไหล่เธอเบาๆ.

"ไม่เป็นไรนะนิ พี่อยู่นี่แล้ว"

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ นิจะค้างที่นี่คืนนี้นะ ฝนตกหนักมากเลย"

คำพูดของเขาเหมือนคำสั่ง.

ฉันทำได้แค่พยักหน้า.

นิชานันท์คือน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปแล้วของธวัชชัย.

เขาเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ.

ครอบครัวของธวัชชัยก็เอ็นดูนิชานันท์มาก.

โดยเฉพาะคุณแม่ของธวัชชัยที่มักจะตำหนิฉันเสมอว่าไม่ดูแลนิชานันท์ให้ดี.

โต๊ะอาหารเงียบงัน.

ธวัชชัยตักอาหารให้นิชานันท์อย่างเอาใจใส่.

"นิชอบกินปลาทอดนี่นา พี่ทำไว้ให้เยอะเลย"

เขาพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น.

ฉันนั่งกินข้าวเงียบๆ.

อาหารที่เขาทำมีส่วนผสมของกุ้ง.

ซึ่งฉันแพ้อย่างรุนแรง.

แต่เขากลับไม่จำเรื่องนี้เลย.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางทะเลทราย.

โดดเดี่ยวและไร้ค่า.

นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับจากการอยู่เคียงข้างเขามาตลอดสิบปีงั้นหรือ?

หลังอาหาร.

ธวัชชัยบอกให้นิชานันท์ไปนอนห้องรับแขก.

"ห้องนั้นสบายนะนิ พรุ่งนี้ค่อยกลับ"

เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม.

ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวของฉัน.

ห้องที่ฉันใช้ทำงาน ใช้พักผ่อน.

ตอนนี้มันกำลังจะถูกครอบครองโดยนิชานันท์.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไป.

บ้านที่เคยเป็นของเรา.

ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นบ้านของคนอื่น.

ฉันอยากจะกรีดร้อง.

อยากจะโวยวาย.

แต่เสียงเหล่านั้นกลับจุกอยู่ในลำคอ.

ฉันไม่เหลือแรงแม้แต่จะส่งเสียง.

ธวัชชัยกลับเข้ามาในห้องนอนตอนดึก.

เขาไม่ได้พูดอะไร.

เพียงแค่เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ ฉัน.

ฉันยังคงตัวร้อนจี๋.

ปวดหัวจนแทบระเบิด.

ร่างกายอ่อนล้าเต็มที.

แต่สมองของฉันกลับตื่นตัวตลอดเวลา.

ภาพธวัชชัยกอดนิชานันท์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว.

ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?

ความรักของเรามันคืออะไรกันแน่?

ฉันอยากให้เขายอมรับความจริง.

อยากให้เขาพูดความจริงกับฉัน.

แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม.

ฉันไม่ต้องการคำโกหกอีกแล้ว.

ฉันนอนจ้องเพดานจนฟ้าสาง.

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม.

ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับการถูกทรยศ.

แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความจริงที่ว่า.

ฉันอาจจะต้องเสียเขาไป.

เสียเขาไปให้กับผู้หญิงอีกคน.

และที่เลวร้ายที่สุด.

คือฉันจะต้องอับอายต่อหน้าคนทั้งประเทศ.

งานแต่งงานของเรากำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

ถ้าหากฉันยกเลิกงานแต่ง.

ฉันจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง.

ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้.

แต่ถ้าฉันยังอยู่ต่อไป... ฉันจะเหลืออะไร?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หย่ากันแล้วแต่ยังอ้อนอยู่ในอ้อมอกอดีตสามี
8.8
หยุนซูหลงรักซู่ โจวหยวนมานานจนได้แต่งงานกับเขาในที่สุด ท่ามกลางคำสบประมาทว่าเธอเป็นเพียงไก่ป่าที่โชคดี แต่ความเย็นชาของสามีที่ไร้หัวใจทำให้เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ลง หลังเซ็นใบหย่า หยุนซูที่เพียบพร้อมทั้งความสวยและรวยทรัพย์ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสและมีข่าวคราวกับหนุ่มฮอตไม่เว้นวัน จนอดีตสามีที่เคยนิ่งเฉยเริ่มอยู่ไม่สุขและแสดงอาการหึงหวงอย่างหนัก ทว่าเธอกลับทำเพียงแค่ถามเขากลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นใคร
หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์แค้นบ่วงพิศวาส
8.7
เฮเดน นักธุรกิจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแค้นจากการถูกเพื่อนรักทรยศ เขาจึงมุ่งเป้าทำลายมนัสวี น้องสาวของคนทรยศที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในอดีต มนัสวีต้องยอมรับข้อเสนออันแสนเจ็บปวดด้วยการเป็นเมียเก็บเพื่อชดใช้ความผิดแทนพี่ชาย เธอถูกกักขังในพันธะสัญญาที่บีบคั้นทั้งกายและใจ โดยมีความลับสำคัญคือหนูไอซ์ ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจและเป็นสายเลือดที่เกิดจากเขา ซึ่งเธอต้องปกปิดไว้ไม่ให้เขาได้รับรู้ท่ามกลางพายุแห่งการล้างแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายพ่ายรักดวงใจเหมราช
9.3
เหมราชทายาทมหาเศรษฐีผู้มีเสน่ห์มักมีคาเรนสาวสวยเคียงข้างเสมอ ทว่าชีวิตเขากลับพลิกผันเมื่อบิดาเสียชีวิตกะทันหันจนธุรกิจวิกฤต ทางรอดเดียวคือต้องแต่งงานกับพิ้งค์พลอย ลูกสาวเพื่อนพ่อที่อายุมากกว่าเขาถึงสิบสองปีเพื่อพยุงฐานะบริษัท แม้จะเริ่มต้นด้วยข้อตกลงที่ปราศจากความรัก แต่เหมราชกลับตกหลุมรักภรรยาตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ในขณะที่เธอยังคงเย็นชาและมีใครบางคนซ่อนอยู่ในใจเสมอ ความสัมพันธ์ที่มีเงื่อนไขนี้จึงกลายเป็นบทพิสูจน์หัวใจที่ยากลำบาก
หน้าปกนวนิยาย ภรรยากระดูกเหล็ก
9.5
ตลอดห้าปีที่ฉวี่ชิงเกอทุ่มเทในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ของฟู่หนานจิ่น เธอกลับได้รับเพียงใบหย่าในวันที่ตั้งครรภ์ ซ้ำยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดขณะคลอดเพราะถูกปองร้าย ห้าปีผ่านไปเธอกลับมาในมาดประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอ พร้อมเปิดโปงความลับที่ซ่อนเร้น เมื่ออดีตสามีมหาเศรษฐีเริ่มสำนึกผิดและใช้ลูกน้อยเป็นสื่อกลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ เธอจะยอมใจอ่อนให้อดีตที่แสนเจ็บปวดหรือเดินหน้าปิดฉากความสัมพันธ์นี้อย่างถาวร
หน้าปกนวนิยาย ที่รัก อยู่ไหน
8.0
ชีวิตของชายหนุ่มต้องสั่นคลอนเมื่อพบเด็กฝาแฝดที่หน้าตาถอดแบบเขามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งที่ทำให้ช็อกยิ่งกว่าคือเด็กน้อยยืนยันว่ามารดาของตนก็คือภรรยาของเขาเอง ทันทีที่ตั้งสติได้ เขาต่อสายตรงหาเฉินลั่วฉิงด้วยอารมณ์เดือดดาล ปลายสายกลับตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงและบอกใบ้ถึงเรื่องประหลาดใจ หญิงสาวหารู้ไม่ว่าความโกรธของสามีกำลังพุ่งถึงขีดสุด เขากำลังเตรียมชำระความกับความลับมหึมาที่เธอซุกซ่อนไว้ เด็กแฝดต่างตกตะลึงกับท่าทีเกรี้ยวกราดของพ่อ แผนของแม่กำลังจะกลายเป็นชนวนเหตุให้ใครบางคนต้องรับกรรม