
เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน
ตอน 2
พิมพ์ชนก POV:
แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง.
ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า.
ความเหนื่อยล้ายังคงเกาะกุมร่างกาย.
ธวัชชัยหลับอยู่ข้างๆ ฉัน.
ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ.
ดูสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น.
ฉันลุกขึ้นนั่ง.
ค่อยๆ หันไปมองเขา.
ฉันควรจะพูดอะไร?
ฉันควรจะถามเขาตรงๆ เลยไหม?
ฉันเลือกที่จะไม่พูดถึงสิ่งที่เห็นเมื่อคืน.
ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว.
ฉันอยากให้เขาเป็นคนพูดเอง.
อยากให้เขายอมรับความผิดของตัวเอง.
อยากให้เขารู้สึกผิดบ้าง.
แต่ฉันก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้.
ธวัชชัยมักจะปัดความรับผิดชอบเสมอ.
"พี่วัชคะ"
ฉันเรียกเขาเบาๆ.
เขาลืมตาขึ้นมามองฉัน.
แววตาของเขายังคงมีความหงุดหงิดซ่อนอยู่.
"มีอะไรพิมพ์?"
น้ำเสียงของเขาห่างเหิน.
ฉันรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ.
"พิมพ์แค่อยากรู้ว่า... เรายังโอเคกันอยู่ใช่ไหมคะ?"
ฉันพยายามไม่ให้เสียงสั่น.
ธวัชชัยลุกขึ้นนั่ง.
มองมาที่ฉันด้วยสายตาเย็นชา.
"โอเคอะไร? คุณเป็นอะไรไปอีกแล้ว?"
เขาพูดอย่างรำคาญ.
ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ.
"พิมพ์แค่รู้สึกว่า... พี่วัชเปลี่ยนไป"
ฉันพูดเสียงเบา.
"พิมพ์รู้สึกว่าพี่วัชเอาใจใส่นิมากกว่าพิมพ์เสียอีก"
ธวัชชัยหัวเราะเยาะ.
"คุณคิดมากไปเองหรือเปล่าพิมพ์? นิก็แค่น้องสาว"
"แต่พิมพ์เห็น..."
ฉันพูดไม่ออก.
ภาพเมื่อคืนยังคงชัดเจนในหัว.
ธวัชชัยขมวดคิ้ว.
"เห็นอะไร? คุณเริ่มระแวงผมอีกแล้วใช่ไหม?"
"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่านิไม่มีอะไรกับผม! คุณไม่เคยเชื่อผมเลย"
"คุณนี่มันคิดเล็กคิดน้อยจริงๆ"
คำพูดของเขาเหมือนคมมีดกรีดแทงหัวใจ.
ฉันอยากจะพูดความจริงออกไป.
แต่ฉันก็รู้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์.
เขาก็แค่ปฏิเสธทุกอย่าง.
เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เขาเป็นแบบนี้มาตลอดต่างหาก
ฉันนึกย้อนไปในอดีต.
ตอนที่เราเพิ่งเริ่มคบกัน.
ธวัชชัยก็เคยแอบไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น.
ตอนนั้นฉันจับได้.
เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอีก.
และฉันก็ให้อภัยเขาเสมอ.
เสมอมา.
ฉันมันโง่ซ้ำซากจริงๆ
น้ำตาคลอเบ้า.
แต่ฉันพยายามกลั้นไว้.
"พิมพ์ขอโทษค่ะ ที่คิดมากไปเอง"
ฉันพูดเสียงสั่น.
ธวัชชัยถอนหายใจเฮือกใหญ่.
"ดีแล้วที่คุณรู้ตัว"
"ผมจะให้อภัยคุณก็ได้"
"แต่คุณต้องเลิกคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ซะที"
เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นฝ่ายผิด.
ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้แย้ง.
ธวัชชัยลุกขึ้นจากเตียง.
เดินไปเข้าห้องน้ำ.
ฉันมองแผ่นหลังของเขา.
รู้สึกเหมือนเราอยู่ห่างกันแสนไกล.
ห่างจนไม่สามารถเอื้อมถึงกันได้อีกแล้ว.
ฉันนึกถึงช่วงเวลาที่เราเคยมีความสุข.
ตอนที่ธวัชชัยป่วยหนัก.
ฉันดูแลเขาอย่างไม่ห่าง.
ป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน.
ฉันยอมอดหลับอดนอน.
ยอมทิ้งงานทุกอย่าง.
เพื่ออยู่เคียงข้างเขา.
ในตอนนั้นเขามองมาที่ฉันด้วยแววตาซาบซึ้ง.
"พิมพ์ ขอบคุณมากนะที่อยู่เคียงข้างผม"
"ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณของคุณเลย"
"ผมจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต"
คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหู.
แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเรื่องตลก.
เมื่อธวัชชัยหายดี.
เขาก็เริ่มกลับไปสนใจนิชานันท์อีกครั้ง.
สนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.
เขามักจะอ้างว่านิชานันท์ไม่มีใคร.
ต้องดูแลเธอให้ดี.
และฉันก็ต้องเข้าใจ.
ต้องยอมรับ.
ฉันต้องยอมรับทุกอย่างเลยใช่ไหม?
"พิมพ์ คุณต้องดูแลนิให้ดีนะ"
"นิไม่มีใครแล้ว"
"คุณต้องเข้าใจนะ"
คำพูดเหล่านี้ถูกย้ำซ้ำๆ จนฉันชาชิน.
ฉันรู้สึกเหนื่อยล้ากับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้.
เหนื่อยกับการพยายามทำความเข้าใจ.
เหนื่อยกับการพยายามให้อภัย.
ธวัชชัยเดินออกมาจากห้องน้ำ.
เขาสวมกอดฉันเบาๆ.
ฉันรู้สึกถึงความเย็นชาจากร่างกายของเขา.
มือของฉันไม่ตอบสนองต่อสัมผัสของเขา.
ธวัชชัยรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ.
แต่เขาไม่ได้พูดอะไร.
เพียงแค่ผละออกไป.
แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง.
เขาหลับไปในทันที.
เหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา.
เขาไม่เคยหลับได้เร็วขนาดนี้เลย.
แต่หลังจากนิชานันท์เข้ามาในชีวิต.
เขาก็หลับได้อย่างสบายใจ.
ฉันนอนมองเพดาน.
หัวใจของฉันว่างเปล่า.
ความรักที่เรามีให้กัน.
มันจบลงแล้วจริงๆ ใช่ไหม?
ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว.
ความเจ็บปวดกัดกินหัวใจจนชาชิน.
ตลอดทั้งคืนฉันนอนไม่หลับ.
ในหัวมีแต่ภาพของธวัชชัยและนิชานันท์.
ฉันตัดสินใจแล้ว.
ฉันจะยุติความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้.
ฉันจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ.
แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม.
ฉันอยากจะจากไปอย่างสงบ.
ไม่อยากสร้างความอับอายให้ใคร.
แต่อย่างน้อย... ฉันก็ควรได้รับความซื่อสัตย์
ฉันควรได้รับเกียรติบ้าง
คุณอาจจะชอบ





