ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Room 523 ตามจีบนาย ไอ้วายร้าย..

Room 523 ตามจีบนาย ไอ้วายร้าย..

ตำนานห้องพักชาย 523 ระบุว่าใครที่ย้ายเข้ามาต้องมีแฟนเป็นหนุ่มนิติศาสตร์รุ่นเดียวกันเท่านั้นจึงจะเรียนจบได้ พายุ หนุ่มยิ้มสวยต้องเผชิญกับเงื่อนไขนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาจึงจำใจเดินหน้าจีบ ไผ่ เดือนคณะนิติศาสตร์สุดฮอตที่ตนเองเคยเกลียดขี้หน้ามาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เพื่อรักษาอนาคตทางการศึกษาเอาไว้ พายุต้องพยายามพิชิตใจศัตรูเก่า ท่ามกลางความลับอันร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันหล่อเหลาของไผ่ที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน
ตอน
แชร์

ตอน 2

1

คำสาปห้อง 523

หอในชาย ห้อง523 มีตำนานเล่าขานกันมาปากต่อปาก ถ้าผู้ชายคนไหนก้าวเท้าเหยียบเข้ามาอยู่ห้องนี้แล้วละก็ จะต้องหาแฟนเป็นผู้ชาย ที่เรียนคณะนิติ อายุเท่ากับตน ไม่งั้นชาตินี้จะเรียนไม่จบ

บนโลกใบนี้จะมีคนซวย อย่างผมสักกี่คนกัน ชีวิตในรั้วมหาลัย ตั้งแต่ปี 1 มันก็แทบจะปกติดีไปซะทุกอย่าง ชีวิตประจำวันของผม ในแต่ละวันต่างดำเนินไปอย่างเรียบง่าย พอขึ้น ปี4เท่านั้นแหละ ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ความซวยมันใกล้มาเยือนผมแล้วสินะ หึๆๆ

รถเบนซ์สีดำ ขับมาจอดยังหน้ามหาลัย รอยยิ้มของชายหนุ่มเผยขึ้นในขณะถูกรถจอดลง เขามองเข้าไปข้างในมหาลัยด้วยสีหน้าตื่นเต้น ปนดีใจที่ได้มาถึงที่นี่สักที

“ถึงแล้วลูก”

เสียงหญิงสาววัยกลางคนเอ่ยขึ้น ใบหน้าแช่มชื่น ที่ได้เห็นลูกชายของตนได้เข้าเรียนคณะที่ตัวเองใฝ่ฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็ก

“ขอบคุณครับแม่”

ชายหนุ่มยกมือไหว้ ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวขาเดินออกมาข้างนอก เขาหันหลังกลับไปมองหน้าแม่ของตนอีกรอบ ก่อนโบกมือร่ำลา

“ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก”

“ครับแม่”

สิ้นเสียงคำขอบคุณชายหนุ่ม รถเบนซ์คันสีดำได้ขับผ่านออกไป ชายหนุ่มมองตามรถเบนซ์จนลับสายตา ก่อนจะหันหน้ามายังทางเข้ารั้วมหาลัย

ชายหนุ่มผมสีดำ ดวงตากลมโตสีน้ำตาล ผิวขาว ใบหน้าเรียวเล็ก มีลักยิ้มที่ดูโดนเด่น สูงราวๆ 175 ซม.ยืนตัวตรงมองรอบๆ บริเวณที่เขายืนอยู่ มือข้างซ้ายของเขา ถือกระเป๋าผ้าไว้ พร้อมกับเป้สะพายอยู่ด้านหลัง

ผมชื่อ....พายุครับ เป็นนักศึกษาชั้น ปีที่1 คณะวิทย์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ทำไมถึงเลือกเรียนสาขานี้อ่ะหรอ เพราะผม อยากเป็นนักโปรแกรมเมอร์ไงไม่มีอะไรมากหรอก ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าอยากจะเป็นนักพัฒนาโปรแกรมที่เก่งที่สุดให้ได้ 555+++

วันนี้เป็นวันที่ผมต้องย้ายเข้ามาอยู่หอในชายเป็นวันแรก รู้สึกตื่นเต้นซะมัด ก่อนจะนั่งรถมาถึงนี้ ผมเข้าห้องน้ำไปไม่รู้กี่รอบ ผมเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ไม่เรื่องมาก ใครดีมาผมดีตอบแต่ถ้าใครร้ายมาผมไม่ยอมเด็ดขาด

นิสัยเสียของผมที่แก้ไม่หายสักทีนั้นคือผมเป็นคนชอบพูดตรงๆ ครับ คิดยังไงก็พูดไปแบบนั้น คนฟังจะรู้สึกยังไง ผมไม่สนใจหรอกในเมื่อผมพูดออกไปแล้ว จะกลับมานั่งแก้ไขทีหลังก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้น เวลาที่ผมจะพูดอะไรออกไป ต้องคิดก่อนทุกครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็พูดก่อนคิดอยู่ดี

“ไอ้พายุ”

ผู้ชายตัวเล็กที่วิ่งมาหาผมข้างหน้านั้น มันชื่อว่าไอ้ชิน เพื่อนสนิทผมตั้งแต่เรียน ประถม มันเป็นคนพูดเก่ง ปากหมาพอๆ กับผมครับ มันเป็นคนลุยๆ กล้าไปซะทุกเรื่องจนตอนนี้มีศัตรูนับไม่ถ้วน ซึ่งไม่ตรงกับบุคลิกภายนอกสักเท่าไร ผมโบกมือทักทายมัน เพื่อให้มันรู้ว่าผมได้ยินมันเรียกแล้ว

“ไงมึง....มาถึงก่อนกูอีกนะ” ผมเอ่ยขึ้น ก้มมองดูสัมภาระของมันเอามาเยอะจนเกือบถือไม่ไหว มีทั้งกระเป๋าเป๋2ใบใหญ่ หนังสือประมวลกฎหมายเล่มหนา อีก 5เล่มท่าจะได้ หอบมาขนาดนี้ไม่ขนตู้เย็นมาด้วยเลยละ

“ธรรมดา ก็บ้านกูอยู่ใกล้นิ” มันพูดไปหัวเราะไป ผมได้แต่พยักหน้าเบาๆ บ้านมันอยู่ใกล้ก็จริง แต่เจ้าตัวอยากมีอิสระ จึงขอพ่อแม่มาอยู่เป็นเพื่อนผม

“น้องเป็นเด็กปี1 ใช่ป้ะ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามสารทุกข์สุกดิบไอ้ชินมันมากสักเท่าไร จู่ๆ มีรุ่นพี่ตัวใหญ่เดินเข้ามาทักพวกผมทั้ง2คน

“ใช่ครับพี่” ผมตอบกลับไป ขมวดคิ้วเล็กน้อย วันแรกก็มีรุ่นพี่เขามาทักเลยแฮะ

“น้องคงยังไม่รู้ประวัติหอในชายแห่งนี้ใช่ปะ” รุ่นพี่ร่างใหญ่ หน้าโหด ไว้หนวดเคราพูดน้ำเสียงต่างชวนสงสัย ผมกับไอ้ชินต่างส่ายหัวพร้อมกัน

“พี่จะเล่าให้ฟัง หอในชายมันจะมีอยู่ห้องหนึ่ง ที่ต้องคำสาป” ใบหน้าของพี่เขาดูจริงจังเอามาก

“คำสาปอะไรหรอครับ” ผมยังคงสงสัย เรื่องที่พี่เขาพูดอยู่ในขณะนี้

“คำสาปนั้นก็คือ ถ้าใครจับฉลากได้ ห้อง 523 จะต้องมีแฟนเป็นผู้ชายไม่งั้นจะเรียนไม่จบเด็ดขาด” รุ่นพี่พูดน้ำเสียงจริงจังอย่างมาก พวกผมทั้ง2คนต่างหันหน้ามามองกัน พร้อมกับปล่อยโฮหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ฮ่าๆๆ ...พี่จะมาแกล้งอะไรพวกผมเนี่ย ผมไม่เชื่อหรอก ว่าจะมีคำสาปนั้นจริง” ผมกับไอ้ชินต่างหัวเราะชอบใจกันใหญ่ นี่มันยุคไหนกันแล้ว จะให้มาเชื่อเรื่องงมงายพวกนี้ ตลก

“หัวเราะไปกันเถอะพวกมึง เดี๋ยวก็รู้ว่ามันมีจริงไหม หึๆๆ” รุ่นพี่ร่างใหญ่ พูดทิ้งท้ายไว้ให้พวกผม ก่อนจะเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินออกไป

“มึงเชื่อไหมไอ้พายุ”

“ไร้สาระวะ กูไม่เชื่อคำสาปบ้าๆ นั้นหรอก” มันจะไปมีได้ไงกัน คำสาปนั้น เกิดมาผมไม่เคยได้ยิน ผมว่าไอ้รุ่นพี่นั้นมันต้องหลอกให้พวกผมกลัวไปเท่านั้นแหละ

ใต้ตึกหอในชาย

เสียงผู้ชายในหอชายต่างครื้นเครงกันอย่างมาก เวลานี้ต่างพากันพูดคุยเรื่องจับเลขห้องที่ตนจะได้เข้าพักตลอดเวลา 4ปีเต็ม ซึ่งบางคน คงอยู่แค่ปีเดียว แต่สำหรับผม ได้ทำเรื่องขออยู่หอในไว้จนเรียนจบ เพราะจะได้ไม่ต้องออกไปเช่าห้องพักราคาแพงข้างนอก

“523 523” เสียงผู้ชายพากันพูดตะโกน ห้อง 523 กันยกใหญ่ ซึ่งผมก็แปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อย ว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากได้ห้องนี้กันเลยสักคน สงสัยต้องไปได้ยินคำสาปบ้าๆ นั้นมาแน่ๆ

“น้องพายุ เชิญมาจับฉลากครับ” เสียงรุ่นพี่ประธาน เอ่ยชื่อผม ให้ไปจับฉลากเลขห้อง

“ไม่เอาห้อง 523 นะโว้ย” ยังไม่ทันที่ผมจะลุกยืน ไอ้ชินรีบพูดขึ้นทันควัน

“เออรู้แล้วน่า”

ผมลุกขึ้นเดินไปหน้าแถวเพื่อไปจับฉลาก ภาวนาขอให้อย่าอยู่ห้อง523เลย ห้องมันมีตั้ง 50 กว่าห้อง จับได้ห้อง 523 ไม่มีทางเป็นได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้กลัวหรอกนะว่าจะได้ห้องนี้ไหม แต่ไอ้ชินนี่สิดันเริ่มกลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้ว

ผมล้วงมือเข้าไปหยิบฉลากในกล่องกระดาษใบเล็ก คว้านหาอยู่นานคิดว่าจะจับกระดาษใบไหนขึ้นมาดี

“น้องครับ จะคว้านหาอีกนานไหมครับ คนอื่นเข้ารอต่อแถวอยู่”

“อุ๊ย โทษทีครับพี่” งั้นเอาใบนี้แหละกัน ผมหยิบฉลากขึ้นมา พร้อมกับยื่นส่งไปให้พี่เขาแกะประกาศ

“523 523” เสียงเชียร์นั้น ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ผมจ้องมองไปยังกระดาษใบนั้นอย่างไม่ลดสายตา พร้อมยืนตัวเกร็งไปทั้งตัว ลุ้นว่าตัวเองได้อยู่ห้องไหน

“ห้อง 523 ครับ ตบมือ” เชี่ย.......ห้อง523 ผมยื่นนิ่งทำอะไรไม่ถูก เสียงเฮดันลั่นไปทั่วหอในชาย ผู้คนต่างมีสีหน้าดีใจที่เห็นผมจับได้เลขห้องนี้ขึ้นมา

“เชิญเข้าไปนั่งได้ครับ”

“ครับๆ "ผมเดินกลับไปนั่งที่เดิม สภาพของไอ้ชินตอนนี้ช็อกจนสลบไปแล้ว เมื่อรู้ว่าผมจับได้ห้อง 523

“ยินดีด้วยนะมึง” เพื่อนชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม พูดแสดงความยินดีออกมา

“อืม” ห้องมีตั้งหลายห้อง ทำไมดันเสือกจับได้ห้องนี้ด้วยวะ จากตอนแรกที่ไม่กลัว ตอนนี้รู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาแล้วสิ โอ๊ยยยไอ้พายุวันแรกโดนซะแล้ว

ห้อง 523

ผมพยุงร่างของไอ้ชินที่มีสภาพช็อกพูดไม่รู้เรื่อง พาเดินขึ้นมายังหน้าห้อง523 ทันใดที่ผมเปิดประตูห้องเข้าไปผมรีบวางร่างไอ้ชินมันลง ไปที่นอนทันที ห้องนี้มี2เตียง ด้านขวาเป็นตู้กับโต๊ะเขียน ส่วนห้องน้ำอยู่ถัดไปจากที่นอน ผมยืนมองสำรวจห้องซึ่งไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากนั้นมุ่งหน้าเดินไปยังระเบียงเพื่อไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก พร้อมกับบิดขี้เกียจไปมาเล็กน้อย ได้ออกมาใช้ชีวิตอิสระแบบนี้สักที

พลางยื่นคิดถึงคำสาปบ้านั้น มันจะเป็นจริงได้กันไง ห้องนี้ก็ดูปกติธรรมดา ไม่ต่างอะไรจากห้องอื่น แค่มีเลขห้องที่เขาต่างพากันกลัวเท่านั้น ยังไงผมก็คงยังไม่เชื่ออยู่ดีว่ามันคือเรื่องจริง มันเป็นแค่เพียงนิทานหลอกเด็กเท่านั้นแหละน่า

เวลาผ่านไป 3 ปี

ตลอดเวลา 3 ปีที่ผมเรียนอยู่ที่นี่ มันช่างราบรื่นไปเสียทุกอย่าง ทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องรัก ตอนนี้ผมมีแฟนซึ่งคบมาได้ 2 ปีเต็มๆ เธอเป็นคนน่ารัก ยิ้มเก่ง ตลอดเวลามาผมและแฟนเรารักกันมาก ไม่มีวี่แววว่าจะเลิกกัน นี่ก็ผ่านมา 3ปีแล้ว ชีวิตผมไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ใครเขาต่างพูดถึงกันแม้แต่น้อย

“ไหนวะไอ้ชิน คำสาปที่เขาว่ากัน กูไม่เห็นเป็นไรเลย”

“ปี4 มึงก็รู้เองแหละ “มันยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมส่งมาให้ผม ซึ่งผมก็ไม่ใส่ใจอะไรปล่อยให้มันพูดไป คำสาปนั้นมันมีจริงซะที่ไหนละ หึๆๆ

แต่นั้นมันคือความคิด 3 ปีแรกไง พอขึ้นปี4 เท่านั้นแหละ ความหายนะมันได้เกิดขึ้นกับผมแล้วจริงๆๆ

“เราเลิกกันเถอะ.....พายุ”

“..........”

“ไม่....เรา ไม่เลิก”

“ขอโทษด้วยนะ เรามีคนใหม่แล้ว”

“ม่ายยยยย...นะ อย่าไป”

…………………………………………………………………………

เอะอะก็ว่ารัก เอะอะก็คิดถึง

แต่เธอไม่เคยซึ้งไม่เคยเข้าใจ

ไม่เคยจะไม่รู้ ไม่เคยจะไม่เห็น

ไม่ห่วงเลยว่าใครจะเป็นจะตาย... (เสียงเพลงยาพิษ)

ใครมันมาเปิดเพลงตอนนี้วะ คนยิ่งเสียใจอยู่ ผมสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากความฝัน อันแสนเจ็บปวดรอยคราบน้ำตายังคงไหลอยู่อาบแก้ม เสียงเพลงถูกเปิดต่อจากลำโพงบลูทูธดังไปทั่วห้อง พร้อมเสียงร้องอันชวนหน้าปวดหูจากไอ้ชิน

“กูทำให้มึงตื่นหรอ”

ไอ้ชินที่กำลังยืนใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวอยู่หน้ากระจกหันมามองถามผมอย่างไม่รู้ตัว ว่าเป็นคนทำให้ผมตื่นขึ้นมา

“ไม่มั่ง”

ผมถอดหายใจเฮือกใหญ่ออกมา สภาพของผมตอนนี้ดูไม่ต่างจากคนอกหัก ดวงตาคล้ำ ร่างกายซูบผอมลงไปเยอะ หัวก็ฟู น้ำก็ไม่ได้อาบมา 4 วันได้ ร่างกายอ่อนแรง แทบไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรสักอย่าง

“วันนี้มีเรียนกี่โมงกี่วะมึง”

ไอ้ชินถามผมขึ้น ในขณะที่มันกำลังยืนจัดเนกไทให้เข้าที่เข้าทางอยู่หน้ากระจก ผมนั่งครุ่นคิดอยู่สักพัก

“10 โมงวะ”

พอผมพูดเสร็จก็โน้มตัวลงนอนต่อ ด้วยความเพลียไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน ผมเอาแต่คิดถึงแฟนเก่า ทั้งๆ ที่เธอก็ไปคบกับคนอื่นแล้ว เยื่อใยของ2คน มันขาดจนไม่เหลือสิ้นดี

“10โมง หรอวะ สบายแหละมึง”

“ทำไมวะ” ผมเปิดผ้าห่มขึ้นมาถามมัน

“นี่ ก็10โมง แล้วไง” มันโยนนาฬิกาข้อมือส่งมาให้ผมดู ผมรีบลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ก่อนจะหยิบนาฬิกาข้อมือสีดำเรือนโปรดของผมขึ้นมาดู อย่างร้อนใจ

“10โมง สายแล้วกู”

สิ้นเสียงนั้น ร่างกายของผมกระโดดลงมาจากที่นอนโดยอัตโนมัติ คาบนี้เป็นวิชา ที่อาจารย์ดุมากที่สุดในคณะที่ผมเรียนอยู่ ซึ่งผมเคยไปสายมาแล้ว 3ครั้ง วันนี้ถ้าผมไปสายอีกมีหวังได้ F วิชานี้แน่ๆ ผมหยิบเสื้อนักศึกษา พร้อมกับสวมกางเกงสวมอย่างเร่งรีบ น้ำไม่อาบมันแล้วโว้ยไปสภาพแบบนี้แหละ มีกลิ่นตัวนิดหน่อยคงไม่เป็นไร

“กูไปแหละ”

ผมคว้ามือไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้น ก่อนวิ่งออกมาจากห้องด้วยความเร็วแสง วิ่งลงไปข้างล่าง แล้วมุ่งหน้าไปยังตึกคณะวิทยาศาสตร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ผมเอาแต่คิดว่าจะไปยังไงให้ทันอาจารย์ก่อนเข้าสอนดี

คณะวิทย์ศาสตร์

ตุ๊บ!! ร่างของผมชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง มันทำให้ชายคนที่ถูกผมชนล้มลงไปกองกับพื้น ซวยแล้วไอ้พายุเอ่ย ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้ด้วย เอาไงดีวะ นี่มันก็สายมากแล้ว

“เอาไว้ เราจะมาขอโทษนายทีหลังนะ”

พอผมพูดประโยคนั้นจบ ก็รีบวิ่งขึ้นไปคณะทันที โดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อยว่าคนที่ผมชนมีหน้าตาเป็นเช่นไร เพราะตอนที่ผมชนไปนั้นชายคนดังกล่าว ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผมแม้แต่น้อย

แต่ก่อนวิ่งมา ผมจำได้คร่าวๆ ว่า เขาสวมใส่นาฬิกาข้อมือไว้ข้างซ้าย ใส่เสื้อช็อปสีดำ ซึ่งน่าจะเรียนคณะนิตินั้นเอง เอาไว้ไปถามไอ้ชินว่าเป็นใคร แล้วไปขอโทษทีหลังละกัน

“มาเช็คชื่อกันเลยนะคะนักศึกษา” อาจารย์สาววัยกลางคน สวมแว่นตาหนาตึบ นั่งเรียกชื่อนักศึกษาตามรายชื่อ

“นาย กรวิชญ์” เธอมองไปยังเบี่ยงหน้า พร้อมกับใช่สายตาสอดส่องไปยังนักศึกษา

“ไม่มานะ”

“มาครับอาจารย์ เฮ้อๆ .....”

ผมตะโกนดังไปทั่วห้อง พร้อมกับยกมือขึ้น มืออีกข้างจับที่หน้าประตูไว้ เพื่อกั้นไม่ให้ร่างที่วิ่งมาอย่างเหนื่อยล้าล้มลงไปกับพื้น

สายตาของคนภายในห้องจับจ้องมองมาทางผมอย่างกับผมเป็นตัวประหลาดอย่างไงอย่างงั้น เกิดมาไม่เคยเห็นคนมาเรียนสายหรอวะ จ้องกันซะ

“นายอีกแล้วนะ นายกรวิชญ์ ทำไมชอบมาสายคาบฉันจัง” สายตาแรงอาฆาตของอาจารย์ จ้องมองมาทางผม จากที่เหนื่อยๆอยู่ กลายเป็นมีแรงขึ้นมามหาศาลซะอย่างงั้น

“มันไม่ได้มาสาย คาบอาจารย์คนเดียวนะครับ คาบอื่นมันก็มาสาย 555++”

คนในห้องต่างพากันหัวเราะชอบใจผมใหญ่ ไอ้ผู้ชายปากเสียนั้น มันชื่อว่าคือไอ้ภาคย์..เพื่อนสนิทที่สุดของผมในคณะนั้นเอง มันเป็นคนกวนตีน ปากหมา ชอบแกล้งผมให้อายอยู่บ่อยๆ

“ช่างเถอะ เข้ามาได้”

“ขอบคุณครับอาจารย์” ผมก้มลงเดินผ่านอาจารย์ไป ก่อนจะเดินมานั่งข้างไอ้เพื่อนตัวดีของผม

“จำไว้นะมึง อย่าให้ถึงทีกูบ้าง” ผมชักสีหน้าไม่พอใจใส่มัน ก่อนจะหยิบหนังสือเรียนจากกระเป๋าขึ้นมา

“ก็มันจริงนิวะ ปกติกูไม่เคยมึงมาสาย แต่พอขึ้นปี4 มาเท่านั้นแหละ มาสายเกือบทุกวัน”

มันก็จริงอย่างที่ไอ้ภาคย์มันมาว่านะ ทำไมเดี๋ยวนี้ ผมทำอะไรไม่ขึ้นเลย เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นกับผมอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดพึ่งโดยแฟนบอกเลิกมาสดๆ ซึ่งยังไม่หายดี

“ไม่รู้วะ ช่วงนี้กูไม่เป็นตัวเองเลย” ผมนั่งหน้าเครียด อยู่บนโต๊ะเรียน

“เออ ว่าแต่มึงได้ข่าวปะ คำสาปหอในชายห้อง523” พอไอ้ภาคย์พูดเรื่องห้องที่ผมอยู่ขึ้นมา มันทำให้ผมฉุกคิดเรื่องบางอย่างออกมาได้ทันที

“ทำไมวะ”

ผมไม่เคยบอกเรื่องห้องให้ไอ้ภาคย์มันรู้สักครั้ง ว่าผมได้อยู่ห้องนี้ เพราะไม่อยากให้มันเอาเรื่องคำสาปนั้นมาพูด ทำให้ผมฟุ้งซ่าน

“ก็เรื่องที่ใครเข้าไปอยู่นั้นไง จะต้องหาแฟนเป็นผู้ชายไม่งั้นจะเรียนไม่จบ”

“มึงเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยหรอวะ”

“ตอนแรกกูก็ไม่เชื่อหรอก แต่มีรุ่นพี่หลายปีก่อนเคยอยู่ห้องนั้นใช่ปะ ตอนแรกไม่เชื่อ หาว่างมงาย พอใกล้ๆ จะจบเท่านั้นแหละ ชีวิตแม่งไม่มีความสุข โปรเจคก็ไม่ผ่าน พอยอมทำตามคำสาปนั้น กลายเป็นจบทันเพื่อน แล้วได้แฟนเป็นผู้ชาย จนตอนนี้แต่งงานกันละ” สิ้นประโยคนั้น มันทำให้ผมรู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี แต่ประจวบเหมาะไอ้ภาคย์มันไม่ใช่คนโกหก แสดงว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริงสินะ

“ว่าแต่มึงพักอยู่ห้องไหนวะ”

“เอ่อ.......ห้อง 524วะ” ถ้าขืนมันรู้ว่าผมอยู่ห้อง 523 ละก็มันได้หัวเราะผมใหญ่แน่ๆ

“รอดตัวไปนะมึง ใครได้อยู่ห้อง 523 มีแต่ซวย ซวย แล้วก็ซวยชิบ แต่ดีแล้วแหละที่มึงไม่ได้อยู่ห้องนั้น”

มันตบไหล่ผมเบาๆ หึ.. ใช่มันซวยจริงๆ นั่นแหละ โอ๊ยย ทำไมผมต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วยนะ ผมได้แต่นั่งกลุ้มใจ ไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ถ้าผมไม่ทำตามคำสาปนั้น จะเป็นยังไงต่อ ทำไมโชคชะตาได้กลั่นแกล้งผมแบบนี้ ฮื่อๆๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย
9.2
ชีวิตของเลอาต้องเปลี่ยนไปเมื่อพบหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งเนื้อหาภายในกลับทำนายอนาคตว่าเธอจะต้องตาย และแฟนหนุ่มสุดที่รักจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามเรา เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิง ท่ามกลางอันตรายจากฆาตกรลึกลับที่จ้องเอาชีวิต เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางนิยายน้ำเน่านี้และเอาตัวรอดจากความตายได้หรือไม่ เมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนเธอไม่เลิกรา
หน้าปกนวนิยาย จ้างให้รัก
8.3
เมื่อคุณแม่เข้าใจผิดอย่างหนักว่าลูกชายสุดที่รักมีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายเพียงเพราะเขามีนิสัยสุภาพเรียบร้อยผิดจากผู้ชายทั่วไป แผนการคลุมถุงชนเพื่อดัดนิสัยจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้แสนดีที่ยืนยันว่าตนเองชอบผู้หญิงแต่กลับไร้ทักษะในการเข้าหาเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือกเองในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
9.2
อิงฟ้าต้องยอมรับองศาเข้ามาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวตามคำสั่งของพ่อ แม้เธอจะเคยปฏิเสธการมีคนคุ้มกันมาตลอด แต่เพราะองศาไม่ใช่ผู้ชายจึงถือว่าตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ บอดี้การ์ดสาวหน้านิ่งคนนี้จะต้องติดตามอิงฟ้าไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือตอนเรียนรู้ธุรกิจ ยกเว้นเพียงเวลาพักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น ทว่าความเย็นชาและใบหน้าที่บูดบึ้งขององศาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน กลับทำให้อิงฟ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์และนึกหมั่นไส้ผู้ดูแลคนใหม่นี้เป็นอย่างมาก
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน