
Room 523 ตามจีบนาย ไอ้วายร้าย..
ตอน 3
2
เป้าหมาย.....
เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง
“ไว้เจอกันคาบหน้านะคะ นักศึกษา” พออาจารย์แกเดินออกไปจากห้อง ผมก็เตรียมตัวไปหาไอ้ชินที่อยู่คณะนิติทันที
“ไว้เจอกันนะมึง” ผมโบกมือลาไอ้ภาคย์ ด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะวิ่งลงบันไดไป
คณะนิติศาสตร์
ผมวิ่งมาหยุดอยู่ หน้าตึกคณะนิติศาสตร์ ใจจริงผมก็ไม่อยากจะเชื่อคำสาปบ้าๆ นั้นหรอก แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันมีแต่เรื่องซวยๆ เกิดขึ้นกับผมอยู่ตลอด
ผมเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้เอง เอาวะ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ ตัวผมก็โสดอยู่แล้ว จะลองไปจีบผู้ชายสักครั้งในชีวิตจะเป็นไร น่าตื่นเต้นดีออก นี่เป็นเพียงประโยคปลอบใจของผมที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นมาเพียงเท่านั้น
ผมสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะเดินเข้าไปหาไอ้ชิน เพื่อนตัวดีของผม เพื่อให้มันช่วยหาผู้ชายมาให้ผมจีบสักคน
“ไอ้พายุทางนี้”
เสียงเรียกของมันทำให้ผมต้องหันไป ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือ ไอ้ชินมันกำลังนั่งคุยกับสาวสวย ผมลอนสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งดูแล้วน่ารักอยู่ไม่ใช่น้อยอยู่คนหนึ่ง ดูท่าแล้วจะสนิทสนมกันมาก ผมเดินตรงไปหามัน วางกระเป๋าสะพายลง ก่อนจะนั่งลงไป
“งั้นเราไปก่อนนะ” หญิงสาวสวยลุกขึ้น ออกจากโต๊ะพวกผมไป
“ใครวะ” ความเสือกของผมผุดขึ้นมาทันควัน
“น้ำชา เพื่อนกูเอง”
“ไม่คิดว่ามึงจะมีเพื่อนสวยแบบนี้” แววตาตอนนี้ของผมเปล่งเป็นประกายเลยทีเดียว
“น้อยๆ หน่อยมึง เขามีแฟนแล้ว” พอมันพูดว่ามีแฟนเท่านั้นแหละ หน้าผมถอดสีทันที
“เสียดายวะ”
“ถึงเขาไม่มีมึงก็จีบไม่ได้ปะ มึงโดนคำสาปอยู่นิ”
“แล้วมึงละไม่โดนเหมือนกูหรอวะ” ผมรู้สึกแปลกใจขึ้นมา ที่จู่ๆ ไอ้ชินทำไมมันไม่มีเรื่องซวยๆ แบบผม
“เห็นเขาบอกมาว่า คนที่เปิดประตูห้องคนแรกจะเป็นคนโดนวะ”
“ฮะ!!! มีงี้ด้วยหรอวะ” คำสาปบ้าอะไรเนี่ย คนแรกที่เปิดประตูเป็นคนโดน
“เออดิวะ เดี๋ยวกูจะเล่าคำสาปที่ไปฟังมาจากรุ่นพี่ที่ออกไปให้ฟัง” ดูยังไงผมว่าไอ้ชินมันมีพิรุธอยู่ดี มันต้องมีอะไรไม่บอกผมอยู่อีกแน่ๆ
“เออๆๆ ว่าแต่คำสาปนั้น มันเกิดขึ้นได้ยังไงวะ”
“คำสาปนั้น เกิดขึ้น มาได้ 5 ปีแล้ว คนแรกคือ คู่พี่น้ำอุ่นกับพี่ชายแดน คู่ที่2ก็คือ พี่ต้นเล็กกับพี่ต่อ และคู่สุดท้าย พี่ต้นใหญ่กับพี่เต้ เป็นคนทำตำนานคู่รักห้องนี้ขึ้นมา มันเกิดขึ้นจากที่พวกเขาทั้ง3 คน มีแฟนเป็นผู้ชายทั้งหมด จึงทำให้ข่าวลือเรื่องคำสาปนั้น แพร่หลายกันมา ตอนแรกกูไม่เชื่อหรอก แต่มันเจอกับคนหลายคนแล้วไง กูถึงเชื่อ ว่ามันมีอยู่จริงๆ ถ้าใครก้าวเท้าเข้ามาอยู่ห้อง 523 แล้วละก็ ต้องหาแฟนเป็นผู้ชายเท่านั้น ตาม พี่3คนนั้นไป เพื่อความรักของเพศที่3 จะยังคงอยู่ตลอดไป”
“จริงดิวะ” ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนั่นแหละ ว่าทำไมต้องมีคำสาปนั้นขึ้นมาด้วย
“อืม”
“แล้วทำไมต้องคณะนิติด้วยวะ” ผมถามมันกลับไปด้วยความอยากรู้
“ก็พี่ทั้ง3 คน เรียนคณะนิติไง แต่พี่ต้นใหญ่ไม่ได้เรียนหรอกนะ แต่แฟนพี่เขาเรียนคณะนิติ ก็เลยมีข้อกำจัดเรื่องคำสาปแบบนี้ไง”
“อ่อ แบบนี้เอง” ผมพยักหน้า ตอบรับเบาๆ
“แล้วกูจะไปหาใครมาเป็นแฟนกูละ”
“กูไง”
ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าหวานๆ ไอ้ชิน แววตาของมันเปล่งประกายขึ้นมา เป็นเพื่อนกับมันมาตั้งหลายปี พึ่งเห็นมันหล่อก็วันนี้แหละ
“ไอ้บ้า กูไม่เอา เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด”
“555++กูพูดเล่นน่า กูมีอยู่คนหนึ่งแล้ว”
“ใครวะ” มันยิ้มกลับมาอย่างมีเลศนัย
ยังไม่ทันไร ผมก็ถูกไอ้ชินมันลากขึ้นมาบนตึกหยุดหน้าห้องหนึ่ง ที่ยังมีนักศึกษานั่งอยู่ในคลาสเรียนเป็นจำนวนมาก เสียงหญิงสาวพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ผมชะเง้อมองอยู่ข้างหน้าประตูกวาดสายตามองเข้าไปในห้อง
“ไหนวะ คนที่มึงจะให้กูจีบ”
“ผู้ชายที่นั่งตรงกลางวงผู้หญิงนั้นไง”
ผมมองตามนิ้วชี้มันไป ผู้ชายเพียงคนเดียวถูกผู้หญิงสวยๆ ห้อมล้อมเป็นจำนวนมาก ออร่าความหล่อของมันกระแทกเข้าตาผมอย่างจัง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ผมดำเข้ม ปากเรียวเป็นกระจับสีชมพู ใบหน้าดูดี หล่ออย่างกับนายแบบ นั่งพูดคุยกับหญิงสาวอย่างเป็นมิตร แต่ทำไมผมรู้สึกคุ้นๆ หน้าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันจัง เหมือนเคยพบเจอที่ไหนสักแห่ง
“มันชื่อว่าไอ้ไผ่ เรียนคณะนิติ เป็นเดือนคณะกู นิสัยของมันเป็นคนพูดจาดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มีน้ำใจ และมันมีฉายาว่า ดวงตาสยบทุกท่วงท่า”
“สยบทุกท่วงท่า”
“หมายถึงว่า เวลาที่ผู้หญิงคนไหนได้เห็นดวงตาหรือสายตาอันเร่าร้อนของมันเข้าจังๆ จะยอมพลีตัวให้มันเลยทีเดียว”
“แบบนี้ มันก็เจ้าชู้สิวะ” ผมรู้สึกถอดใจขึ้นมาทันที ไอ้ชิน มันคิดได้ไงหาคนแบบนี้มาให้ผมกัน แต่เอ๊ะ!! ไอ้ไผ่งั้นหรอ
“ไอ้ไผ่.....ใช่คนที่เคยเรียนห้องเดียวกับกูตอน ม.6ปะ” ภาพเก่าๆ ในสมัย ม.ปลายมันได้หวนกลับมาในความทรงจำผมอีกครั้ง
“ใช่มันนั่นแหละ”
“เชี่ยย....มึงก็รู้นิว่ากูเกลียดขี้หน้ามัน แล้วยังจะให้กูมาจีบมันอีกหรอวะ” ผมพูดต่อว่ามันกลับไป อารมณ์จากที่เครียดๆ อยู่ ยิ่งเพิ่มทวีคูณมาเป็นหลายเท่า
“ถ้ามึงจะเกลียดมันเรื่อง คนที่มึงชอบไปชอบมันเนี่ยนะ ไร้เหตุผลสิ้นดี” ดูมันพูดแทงใจดำผมอีก
“ไอ้ชินทำไมมึงพูดแบบนี้วะ”
“หรือไม่จริง มึงไม่เคยบอกเขาว่าชอบเลยด้วยซ้ำ แล้วอีกอย่างไอ้ไผ่มันก็อยู่เฉยๆ ของมัน กูไม่เห็นมันจะชอบคนที่มึงชอบกับเลย” พอผมลองมาคิดๆ ดูแล้ว สิ่งที่ไอ้ชินมันพูดดูมีเหตุผลขึ้นมาทันทีทันใด
“ไม่รู้วะ ยังไงกูก็ไม่จีบมันอยู่ดี” ผมยังคงยืนยันคำเดิม จะให้ไปจีบไอ้ไผ่เนี่ยนะ ฝันไปเถอะ ผมไม่ทำเด็ดขาด
“ไอ้พายุ ถ้ามึงไม่จีบมัน ก็ไม่เหลือใครแล้ว มึงอยากเรียนไม่จบหรอวะ แม่มึงเขาคงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่มึงเรียนไม่จบ เขาหวังกับมึงมากนะโว๊ย” คำพูดของไอ้ชิน มันช่างฟังแล้วเจ็บปวดเหลือเกิน ในเมื่อมันเอาแม่ผมมาพูดขนาดนี้แล้ว ผมคงต้องทำสินะ
“เออๆ กูจะลองจีบมันดู แต่ถ้ามันไม่เล่นด้วย อย่ามาว่ากูละกัน”
“ดีมากเพื่อน” ผมอยากจะเอาความหวังดีของไอ้ชิน ไปโยนทิ้งน้ำเสียจริงๆ
“มันเดินออกห้องมาละ มึงไปขอจีบมันเลย” ไอ้ชินผลักร่างผมให้เดินเข้าไปใกล้ๆ ไอ้ไผ่
ออร่าความหล่อของไอ้ไผ่ เปล่งประกายซะมัด ตอนผมม.6 ผมว่ามันดูดีแล้วนะ พอขึ้นมหาลัยมันดูหล่อกว่าเดิมอีกหลายเท่า แค่เพียงผมได้เห็นแผ่นหลังของมันเท่านั้นก็รู้แล้วว่ามันหล่อมากถึงขนาดไหน
“นายเดี๋ยวก่อนสิ”
ผมเอ่ยขึ้น ก่อนที่คนตรงหน้า จะหันหลังกลับมาส่งยิ้มอ่อนๆ มาทางผม ผมประชันหน้ากับไอ้ไผ่ อย่างระยะประชิด เพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันมา 5 เดือน แล้วห่างหายไป 3ปีเต็มได้กับพบเจอกันอีกครั้ง ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันจะจำผมได้ไหม แต่ที่แน่ๆ ผมยังคงจำมันได้ดี
“มีไรหรอก”
“กูขอจีบมึงได้ป้ะ มาเป็นแฟนกัน” ด้วยความที่ผมพูดก่อนคิด มันจะออกมามีลักษณะแบบนี้ ทำให้ไอ้ไผ่ หน้าถอดสีเลยทันที
“มึงบ้าหรือเปล่าไอ้พายุ พูดตรงไป” ไอ้ชินเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาต่อว่าผม
“กูคิดคำไม่ออกนิวะ” ผมยืนเถียงกับมันไป
“ไม่ดีกว่า” ไผ่ตอบปฏิเสธกลับมา
“ทำไมวะ”
“ไอ้ไผ่ เพื่อนกูนิสัยดีนะโว้ย มึงช่วยลองคุยกับมันหน่อยได้ไหมวะ” ไอ้ชินช่วยพูดอีกแรง
“ถ้างั้นก็ให้เพื่อนมึงทำให้กูรักมันให้ได้สิ ไปก่อนนะ พายุ...” มันได้พูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปจากพวกผม
นี่มันเรียกชื่อเล่นผมด้วย งั้นแสดงว่ามันก็จำได้สิ ว่าผมเคยทำอะไรกับมันไว้มาก่อน
“มันจำมึงได้ด้วยวะ”
“อืมใช่” ซวยแล้ว ตอนม.6 ผมนึกขึ้นมาได้ว่าผมชอบแกล้งมัน ทั้งเอา หนังสือไปซ่อน ขโมยปากกาของมันมาทิ้งถังขยะ แล้ววีรกรรมต่างๆ นานา แสบอยู่ไม่น้อย ซึ่งไอ้ชินมันไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกผม2คนมาก่อน เพราะผมกับมันอยู่คนละห้องกัน
หึ...รู้สึกโลกมันแคบขึ้นมาทันทีทันใด เวรกรรมที่ผมแกล้งมันตอน ม.6 มันได้ย้อนกลับมาหาผมแล้วสินะ เวลานี้ผมไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้าอยากจะเรียนจบไปพร้อมกับเพื่อนๆ คงต้องจีบไอ้ไผ่มันให้ได้
ห้อง 523
ผมนั่งครุ่นคิดอยู่บนที่นอน อยากรู้จัง เวลาผู้ชายจีบผู้ชายด้วยกัน มันต้องทำแบบไหนกัน ถึงจะได้ไม่ดูน่าเกลียด แล้วคนที่ตามจีบอยู่ไม่กลัวเรา
เวลานี้ผมแทบเอาตีนขึ้นมานอนก่ายหน้าผาก รู้สึกกลุ้มใจ สับสน ต้องทำยังไงให้ไอ้ไผ่มันยอมมาเป็นแฟนผมสักที นี่ก็เหลืออีกไม่กี่เดือน ที่ผมต้องเรียนจบ ถ้าไม่ได้จบตามเพื่อนๆ ไป มีหวัง แม่ฆ่าผมตายแน่ๆ ท่านหวังไว้กับผมมาก เพราะผมเป็นลูกชายคนเดียวของเขา
ทำไมโชคชะตาถึงได้กลั่นแกล้งผมแบบนี้ ชีวิตผมต้องมาพบเจอแต่เรื่องซวยๆ เพราะคำสาปบ้านั้น มันเริ่มเห็นผลอย่างเห็นชัด ชีวิตของผม แม่งไม่ดีอะไรดีสักอย่าง โอ๊ยยยย ผมอยากจะบ้าตาย ทำไมต้องเป็นผมนะ ที่มาโดนเรื่องคำสาปบ้าบอพวกนี้
“เครียดไรวะมึง เอานี่”
ไอ้ชินที่พึ่งกลับมาจากเลิกเรียน โยนแท่งไอ้ติมมาให้ผมบนที่นอน ผมเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับแกะ ไอ้ติมรสถั่วดำที่ผมชอบขึ้นมากิน มันทำให้สมองของผมเย็นขึ้นมาบ้าง
“แดก แต่ถั่วดำ อย่าบอกนะว่ามึงชอบประตูหลังอะ 555+” ดูมัน พูดออกมาสิ แปลกนักหรอไง แค่ผมชอบกินไอ้ติมถั่วดำเฉยๆ
“บ้า ก็มันอร่อย กูเลยชอบกินแค่นั้น” ผมกัดไอ้ติมเข้าปากอย่างช้าๆ เพื่อสร้างความสดชื่นในการลิ้มรสการกินไอ้ติมของผมแต่ละครั้ง
“ว่าแต่เรื่องไอ้ไผ่ มึงคิดได้ยัง ว่าจะทำไง” ไอ้ชิน พลางถามขึ้น
“หาวิธีอยู่ เฮ้อ.....” ผมถอดหายใจยาวๆ กับความเหนื่อยหน่ายชีวิตของผมในตอนนี้ จีบผู้ชายนะไม่ใช่จีบผู้หญิง
“มึงก็ลอง เอาของกินไปให้มันสิ จะได้มีเรื่องคุยกัน แล้วสนิมกันมากขึ้น” มันก็จริงอย่างที่ไอ้ชิน พูดแฮะ การจีบใครสักคนต้องแสดงความเป็นกันเอง มีน้ำใจต่อกันก่อน
“พรุ่งนี้เช้า กูจะลองทำแหละกัน”
“เออ!! แล้วอีกอย่างคิดก่อนพูดด้วยละ”
“รู้แล้วน่า” ทำไมมันชอบย้ำผมจัง แค่เป็นคนพูดตรงๆ นี่มันผิดตรงไหน
“วันนี้ กูไปนอนห้องเพื่อนนะ ว่าจะไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ”
ผมพยักหน้าเบาๆ พลางนั่งมองไอ้ชินเก็บหนังสือใส่กระเป๋า ผมชินแล้วแหละ ปกติไอ้ชินมันก็ไปนอนห้องเพื่อนมันบ่อยๆ แต่ผมไม่เคยถามนะว่าห้องเพื่อนมันอยู่ที่ไหน คงจะอยู่ไกลจากที่นี้ เห็นมันเก็บเสื้อผ้าไปด้วย แต่ช่างมันเถอะ ผมเอาเวลามาหาวิธีจีบไอ้ไผ่ดีกว่า
“ไปแหละ” ไอ้ชินพูดลาผม ก่อนจะปิดประตูห้องไป
เวลา 23.30น.
ผมนั่งแก้โค้ดแอปพลิเคชัน อยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค ผมแก้มาสัก 5 รอบแล้วแหละมั่ง ยังไม่ผ่านสักที แถมอาจารย์ยังไม่ถูกใจ แอปพลิเคชันที่ผมได้สร้างขึ้นมาเสียอีก มันไม่ดีตรงไหน แอปให้คำปรึกษาเรื่องความรักเนี่ย มันพิเศษตรงที่สามารถพูดคุยกับเราได้อย่างอัจฉริยะโดยไม่ต้องพิมพ์เลยแหละ ชื่อแอปว่าทาโร่
ผมใช้เวลาทำแอปนี้มาตั้งแต่ ปี3 แล้ว จนมันสำเร็จไปได้ถึง 70% เวลาผมเหงาๆ อยู่คนเดียว มักเปิดแอปนี้คุยเป็นเพื่อนประจำ ลองใช้ดูหน่อยสิ ว่ามันจะให้คำปรึกษาความรักให้ผมได้ไหม
“ทาโร่ เรามีเรื่องจะถาม” ผมกดส่งข้อความเสียงเข้าไปในระบบ
“ถามมาสิพายุ”
“อยากจะถามว่าเวลาจีบผู้ชายทำไงหรอ”
“พายุก็ผู้ชายนิ” โอ๊ย มันไม่เข้าใจคำถามที่ผมถามไปหรอไง
“ใช่ แต่อยากรู้ไง ว่าจีบผู้ชายด้วยกันทำไง”
“อ่อ....ไม่รู้สิ พายุลองหาวิธีเองนะ” ประโยคสนทนาก็จบลงไปเพียงเท่านี้ ไอ้แอปบ้านี่ให้คำปรึกษาผมไม่ได้เลยสักอย่าง ผมนี่อยากจะลบมันทิ้งๆ ไปซะ แต่ไม่ติดว่าแอปนี้มันเป็นโปรเจคจบผมนะ หาเองก็ได้วะ
หาว....ผมเหลือบสายตามองไปยังนาฬิกาตั้งโต๊ะ เวลานี้ 00.00 พอดี ผมนั่งบิดขี้เกียจไปมา หนังตามันเริ่มจะปิดเต็มที ไว้ทำพรุ่งนี้ต่อแล้วกัน ผมปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊คลง ก่อนจะเดินตรงมายังที่นอนอันแสนนุ่มของผม
ผมโน้มตัวลงไปเตรียมจะหลับตาลง ตึ้งๆ ตึ้งๆ (เสียงดนตรี) นี่ไม่ใช่ผับหรืองานคอนเสิร์ตแต่อย่างใด ผมเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินเสียงเพลง จากข้างห้อง ดังขึ้นไม่มีท่าทีจะลดเสียงลงแม้แต่น้อย โอ๊ยย....นี่มันอะไรกันวะ คนจะหลับจะนอน ดันมาเปิดเพลงเสียงดัง ผมที่ทนฟังไม่ไหว จึงรีบลุกออกไปจากนอกห้อง เพื่อไปเคาะประตูเรียกไอ้เจ้าของห้อง 524 ตัวดีมันออกมาให้ผมด่า
ปัง...ปัง...ปัง...ผมทุบประตูข้างห้องไปเต็มแรง เพื่อให้ไอ้คนข้างในมันได้ยิน
“โทษนะครับ ช่วยเบาเสียงเพลงหน่อย”
ผมพูดตะโกนกลับไป แต่ไม่มีท่าทีที่ไอ้เจ้าของห้อง จะเปิดออก ผมยืนทุบประตูอยู่เกือบประมาณ 10 นาทีได้ นี่ไม่ใช่หูมันบอดไปแล้วหรอไงฟ่ะ ถึงไม่ได้ยินเสียงที่ผมเรียกเนี่ย
แต่ยังไม่ทันไรเสียงเพลงนั้นได้หยุดลงไป ผมที่คิดว่าไม่มีอะไรแล้วจึงกลับไปนอนต่อ แต่ยังคงแค้นไอ้คนที่อยู่ข้างห้องอยู่ ค่อยดูเถอะ พรุ่งนี้จะด่าให้ เฮ้อ...ได้นอนสักที ตึ่งๆ ........ผมที่ยังไม่ทันจะหลับตาลงไป เสียงเพลงบ้านั้น มันได้ดังขึ้นมาอีกแล้ว โอ๊ยยยย ผมอยากจะบ้าตาย ผมรู้ถึงออกไปทุบประตูให้ตายยังไง มันก็ไม่ออกมาหรอก จึงต้องยอมทนนอนฟังเพลงนั้นมันเกือบทั้งคืน
คุณอาจจะชอบ





