ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม

ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม

สวี่ซือเหยาเคยเป็นเพียงหมากโง่เขลาในนิยายที่ถูกแม่เลี้ยงทำลายชีวิตจนพบจุดจบที่น่าอนาถ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอย้อนเวลากลับมาในฐานะตัวประกอบที่หลุดพ้นจากการบงการของปลายปากกา เธอจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องสามีอย่างโจวเยี่ยนเฉินไม่ให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิงไปได้ พร้อมกับขัดขวางไม่ให้พี่ชายแสนดีต้องกลายเป็นตัวร้ายเพราะความตายของเธอ สวี่ซือเหยาในชาตินี้จะขอลิขิตเส้นทางชีวิตและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองเพื่อเปลี่ยนโศกนาฏกรรมเดิมให้สิ้นซาก
ตอน
แชร์

ตอน 3

สวี่ซือเหยาถูกขังอยู่หอบรรพชนเวลาสามวัน ในที่สุดโทษของนางก็ถูกตัดสินจากหัวหน้าตระกูลซึ่งเป็นเวลาเท่ากับชาติภพก่อน เพราะนางวางแผนไว้ในใจหลายอย่างจึงไม่ได้สนใจว่าจะถูกขังไว้กี่วัน ความจริงอยากให้นานกว่านี้แต่ครั้งก่อนถูกขังไว้เจ็ดวัน มาชาตินี้ก็คงไม่ต่างกันซึ่งเป็นตามที่นางคาดคิดเอาไว้ ระหว่างถูกขังอยู่ในหอบรรพชนคนที่แวะมาเยี่ยมนางมีฮูหยินรองคนเดียว แม่เลี้ยงผู้โลภมากยิ่งกว่าปรารถนาสมบัติของนางที่มารดาทิ้งไว้ให้เป็นมรดก

"อาเหยา วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง" หลี่หวางอี้เป็นคนยกสำรับอาหารมาให้เองถึงหน้าห้อง หวังแสดงความมีน้ำใจและหวังดีให้สวี่ซือเหยาได้เห็น อีกทั้งลูกเลี้ยงของนางเป็นคนโง่เขลานางบอกอะไรก็เชื่อฟังไปหมดสมกับที่นางล้างสมองมาหลายปี คุ้มค่าจริง ๆ ในที่สุดวันนี้นางก็จะได้สมปรารถนาสักที

"ไม่ดีไม่แย่เจ้าค่ะ ขอบคุณฮูหยินรองที่เป็นห่วง" สวี่ซือเหยาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเศร้าหมอง แสร้งหลบสายตาเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่านางรู้สึกไม่ดี

"สาวใช้บอกเจ้าเรื่องคำตัดสินของท่านพ่อหรือยัง"

"ขับไล่ นางกล่าวเช่นนั้นเจ้าค่ะ" สวี่ซือเหยาเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินรองด้วยความเศร้าเสียใจ ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ท่าทางดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก ทว่าฮูหยินรองกลับแย้มยิ้มอยู่ภายในใจ

"เสี่ยวเหยา เจ้าช่างน่าสงสารนัก" หลี่หวางอี้วางทาบมือตัวเองลงบนมือของนางอย่างให้กำลังใจ สวี่ซือเหยามองมันด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะแสร้งยิ้มซาบซึ้งกลับไปให้ ผ่านมาตั้งหลายชาติภพนางจะแสดงละครไม่เป็นได้อย่างไร อีกอย่างชาตินี้นางไม่ได้โง่เขลาเดินเรื่องตามปลายปากกาแล้ว เพราะนางจะลิขิตชีวิตนี้เอง

"ขอบคุณฮูหยินรองที่เมตตาเสี่ยวเหยาเจ้าค่ะ"

"เจ้าอย่าเป็นห่วงไปเลย หลังนายท่านหายโกรธแล้ว ข้าจะหาทางช่วยเจ้ากลับมานะ"

สวี่ซือเหยายิ้มค้าง ครั้งก่อนนางก็กล่าวเช่นนี้ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สุดท้ายก็ยึดเอาทรัพย์สินของนางที่เป็นสินเดิมมารดาไปเป็นของส่วนตัว

"จริงสิ เจ้าฝากสินเดิมไว้ที่ข้าเป็นอย่างไร หากเอาของไปด้วยหมดนายท่านอาจสงสัยได้ หากเขาเลิกจับตาดูคนในจวนแล้ว ข้าค่อยแอบส่งให้เจ้าทีละชิ้นสองชิ้นเป็นอย่างไร"

หลี่หวางอี้มอบรอยยิ้มที่เป็นดั่งยาพิษเคลือบน้ำตาลให้เด็กสาวผู้นี้มาหลายปี จนตอนนี้เติบใหญ่เป็นหญิงสาวเต็มตัว สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจปลอม ๆ มาหลายปี ป่านนี้คงเชื่อฟังไปหมดทุกคำเป็นแน่

อย่างไรนางก็จะถูกไล่ออกไปอยู่แล้ว ทรัพย์สินราคาแพงไม่จำเป็นสำหรับหญิงสาวสามัญชนหรอก เก็บไว้นางยังมีประโยชน์กว่า บุตรสาวของนางก็อยู่ในวัยกำลังแต่งเนื้อแต่งตัว หากไปเข้าตาคุณชายสักคนนางก็พลอยสบายไปด้วย ดังนั้นต้องทำให้บุตรสาวของนางโดดเด่นขึ้นมา และเงินก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างช่วยไม่ได้

"นั่นเป็นความคิดที่ดีมากเจ้าค่ะ" สวี่ซือเหยายิ้มกว้างตอบ หลังสตรีผู้นั้นกลับไปก็มีบ่าวผู้หนึ่งนำของที่ต้องการมาให้ สตรีผู้นี้เคยเป็นผู้ดีตกยาก ตระกูลล้มละลาย และกลายเป็นสาวใช้ในจวน เป็นเพียงไม่กี่คนที่พอจะปฏิบัติต่อนางอย่างไม่ลำเอียงอยู่บ้าง อาจเพราะฉางเหลียนผ่านความทุกข์ยากมาหลายปี ทำให้นางฉลาดพอที่จะแยกได้ว่าใครเป็นคนดี และใครที่ไม่สามารถล่วงเกินได้ เสียแต่ว่าชาติก่อนนางโง่เขลามองไม่เห็นความดีที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้

"คุณหนูต้องการปิ่นนี้หรือเจ้าคะ?" สวี่ซือเหยาก้มมองของในหีบใบเล็กที่ฉางเหลียนนำมา นางจับสำรวจดูสัมผัสมันทุกชิ้น ไม่มีชิ้นไหนถูกสับเปลี่ยนไป อาจเพราะหลี่หวางอี้มั่นใจว่าของเหล่านี้จะต้องตกเป็นของนางจึงไม่ได้ยื่นมาสับเปลี่ยนออกไป

"ใช่แล้ว ข้ามีเรื่องไหว้วานเจ้าหน่อยได้หรือไม่"

"อะไรหรือเจ้าคะ"

"นอกเขตกำแพงเมือง ข้างลำธารจะมีต้นพลับต้นใหญ่ นำหีบสองใบนี้ไปฝังไว้ใกล้ ๆ รากมันให้ข้าที"

"คุณหนูคิดจะ…" ฉางเหลียนมองคุณหนูใหญ่ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่านางจะมีความคิดเป็นของตัวเองเช่นนี้ เพราะตลอดหลายปีมานี้นางเห็นคุณหนูทำตามคำสั่งของฮูหยินรองมาโดยตลอด

"ของเหล่านี้เป็นสินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้คนอื่นเอาไปหรอก" สวี่ซือเหยาเงยหน้ามองสบตากับสาวใช้อย่างจริงจัง คนในจวนนี้แทบจะไว้ใจใครไม่ได้แต่ฉางเหลียนเป็นคนที่ท่านแม่ของนางเคยช่วยชีวิตไว้นางเชื่อว่าจะไม่ถูกหักหลังเพราะอดีตฉางเหลียนก็เคยเอ่ยเตือนนางทางอ้อมหลายครั้งแล้ว แต่เป็นนางที่โง่งมเอง

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" ฉางเหลียนรับคำอย่างหนักแน่น ก่อนจะครุ่นคิดหาวิธีนำของเหล่านี้ออกจากจวนไปโดยที่ไม่มีใครรู้เห็น และคงต้องทำในช่วงกลางคืนเท่านั้น

"ของในหีบใบหญ้า หากเจ้าได้ออกไปซื้อของก็จงนำติดตัวไปขายวันละสามชิ้น ข้าจะแบ่งค่าตอบแทนให้"

"ทราบแล้วเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน คุณหนูรักษาตัวด้วย"

สวี่ซือเหยามองตามร่างของสาวใช้ไปด้วยความคาดหวังว่านางจะทำสำเร็จ ถึงหัวหน้าตระกูลจะบัดซบ แต่คนที่ไม่ได้เห็นผิดเป็นชอบก็หลงเหลืออยู่ให้นางได้หายใจหายคอคล่องบ้าง

ตลอดหลายวันมานี้ฉางเหลียนคอยแอบนำตั๋วเงินมาส่งให้นางในตอนที่ต้องยกสำรับมา หากเวลาใดฮูหยินรองอาสามาเอง สาวใช้คนนั้นก็จะแอบมาที่นี่กลางดึก จนเปลี่ยนของเป็นเงินได้ประมาณหนึ่ง สวี่ซือเหยาก็บอกให้หยุด ไม่เช่นนั้นฮูหยินรองอาจสงสัยได้ ของที่ไม่มีราคาค่างวดอะไรจำต้องฝากไว้ที่หลี่หวางอี้อย่างช่วยไม่ได้ หากมีโอกาสนางจะกลับมาทวงคืนแน่

และแล้ววันถูกปล่อยตัวก็มาถึง แต่ระยะเวลาเจ็ดวันมานี้นางได้วางแผนทำอะไรหลายอย่าง ซึ่งมีฉางเหลียนคอยช่วยเหลือ แม้จะถูกปล่อยตัวมานางก็ยังถูกสั่งกักบริเวณ แต่บ่าวบางคนทำราวกับนางเป็นนักโทษก็ไม่ปาน สวี่ซือเหยาสมเพชคนเหล่านี้มากกว่าเห็นใจ คิดว่าสกุลสวี่จะคุ้มกะลาหัวได้ตลอดหรือ หากไม่แยกแยะเสียบ้าง ภายหน้าต้องลำบากเพราะการกระทำของตนแน่

"เปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าค่ะคุณหนู" สาวใช้คนนั้นบอกแล้วออกไปไม่อยู่ช่วย

สวี่ซือเหยามองชุดสำหรับพิธีมงคลแล้วก็ถอนใจ นางแต่งกายและทำผมด้วยตัวเองอย่างเรียบง่าย กาลก่อนคิดว่าอย่างน้อยตบแต่งไปก็ยังได้อยู่ในเรือนจึงไม่ได้นำอะไรติดตัวออกไปด้วย ใครจะนึกเล่าว่าหลังพิธีกราบไหว้ฟ้าดินแล้วเสร็จ ท่านพ่อก็ขับไล่ไสส่งนางในทันที

สตรีผู้ได้ข้ามภพชาติมาหนึ่งครั้ง นำเครื่องประดับส่วนตัวบางชิ้นยัดใส่อกเสื้อเท่าที่นำไปด้วยได้ ช่วงแรกของการตั้งตัวอย่างไรก็ต้องใช้เงิน ต่อให้นางจะกลับมาทวงคืนภายหลังก็อีกพักใหญ่ หลังดึงผ้าคลุมหน้าลงแล้วเปิดประตูออกมา ก็เห็นบ่าวสองคนรออยู่เพื่อนำทาง บ่าวในเรือนยังทำงานไปตามเดิมเสมือนวันนี้ไม่ได้มีพิธีสำคัญอะไร น่าแปลกที่ชาติก่อนนางโง่เง่าถึงขนาดไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้ ราวกับว่าถูกสวรรค์ปิดตาให้หน้ามืดตามัวเดินในเส้นทางที่ผิด

มาถึงลานกว้างของสวนด้านหน้าเรือนหลัก ก็ถูกสาวใช้ที่ไม่เห็นหัวดันไหล่ให้นั่งลงที่พื้นอย่างเคย ตั้งแต่มารดาเสียไป ตัวนางก็ไม่มีสาวใช้ส่วนตัวค่อยปรนนิบัติด้วยบิดาบอกว่าไม่จำเป็นตามคำยุยงของแม่เลี้ยง บ่าวไพร่ในเรือนจึงไม่มีความยำเกรงให้นาง ปลายปากกาของนักเขียนช่างน่ากลัวเหลือเกิน แต่ไม่เป็นไรชาตินี้นางรู้ตื่นและรู้แจ้งหมดแล้ว ไม่มีใครมาขีดเขียนชีวิตนางได้อีกแล้ว

สวี่ซูหยางก้มมองบุตรสาวที่ไม่เคยได้ดั่งใจด้วยสายตาดูแคลน ตรงหน้านางคือแท่นกราบไหว้เทพพระเจ้า ข้างกายคือบุรุษที่นางเคยร่วมเตียง ไม่มีญาติฝ่ายเจ้าบ่าว เช่นนี้เป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าสาวอย่างมาก บิดารู้ดีแต่ก็ไม่คิดเชิญด้วยไม่อยากร่วมเป็นแผ่นทองกับสามัญชนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ทั้งบุตรสาวยังทำงามหน้าให้เป็นที่อับอาย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GQU” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GQU
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย น้องผัวสุดแสบโดนหย่า พาชาวบ้านรวยกระฉูดฟินเนื้อดี
8.5
หญิงสาวนามว่าเย่ไฉ่ผิงลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสตรีที่เพิ่งผ่านการหย่าร้าง เจ้าของร่างเดิมเคยทุ่มเททรัพย์สมบัติทั้งหมดเพื่อส่งเสียให้สามีได้ร่ำเรียนจนจบ แต่กลับถูกชายหน้าไหว้หลังหลอกทอดทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเมื่อเขาประสบความสำเร็จ เย่ไฉ่ผิงคนใหม่จะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด หญิงสาวใช้สติปัญญาและไหวพริบทางธุรกิจที่เหนือชั้น ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเงินระดับท้องถิ่น เรื่องราวการแก้แค้นสุดเข้มข้นนี้จะแสดงให้เห็นถึงการพลิกชะตาชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่การเป็นผู้นำที่พาครอบครัวและหมู่บ้านก้าวข้ามความยากจนไปสู่ความร่ำรวยมหาศาล เต็มเปี่ยมไปด้วยการทวงคืนความยุติธรรมและแฝงอารมณ์ขันอันแยบยล
หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
9.1
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ยิ่งเกลียดยิ่งรัก...ขันทีของฉัน
7.7
ภายใต้ร่มเงาของวังหลวงที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวด ความรู้สึกที่มิอาจเปิดเผยได้ก่อร่างขึ้น เมื่อนางเผลอมอบหัวใจให้บุรุษที่ถูกตีตราว่าเป็นขันทีต้อยต่ำ แม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้ฝ่าฝืนจารีตประเพณีอย่างร้ายแรง ทว่าความรู้สึกที่เคยเริ่มจากความชิงชังกลับกลายเป็นความผูกพันที่หยั่งรากลึกจนไม่อาจถอนตัว โชคชะตาที่ยากจะคาดเดานำพาบททดสอบใหญ่หลวงมาสู่ชีวิต เมื่อความลับที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้สถานะขันทีของเขากำลังจะปรากฏ ความจริงข้อนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่พลิกผันชะตากรรมและเส้นทางความรักต้องห้ามของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)
8.4
เมื่อทองได้พบกับลูกจันทร์ข้างกายป้าส้มจีน หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับพองโตด้วยความยินดีจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ขณะที่ลูกจันทร์สบตากับคุณพระนายรูปงามจนเกิดอาการสะท้านไหวและหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในฐานะแม่สื่อ เธอรู้ดีว่าความรู้สึกพึงใจในตัวผู้ว่าจ้างคือสิ่งต้องห้ามที่ผิดกฎอย่างร้ายแรง ลูกจันทร์จึงต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและย้ำเตือนตัวเองว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่แม่สื่อมิใช่มาให้เขาดูตัวเพื่อเลือกเป็นคู่ครองเสียเอง