ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพเจอความรัก

ข้ามภพเจอความรัก

วิญญาณหญิงสาวผู้เยือกเย็นจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาสู่ร่างสตรีขี้โรคยุคโบราณ ชีวิตใหม่กลับเต็มไปด้วยขวากหนาม เธอต้องทนทุกข์จากบิดาที่หมางเมิน และต้องระวังตัวจากแม่เลี้ยงใจร้ายที่จ้องกลั่นแกล้งสารพัด ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในโลกที่ไม่คุ้นเคย เธอจำต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ทว่าในจังหวะที่ชีวิตเหมือนไร้หนทาง ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่าง คอยเคียงข้างและช่วยพลิกเปลี่ยนชะตากรรมอันเลวร้าย การปรากฏตัวของเขานำพาเธอไปสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ยกเลิกการสมรส

บทที่ทั้งสองคนกำลังพูดอยู่นั้นแม่บ้านหลิวก็เดินเข้ามาประตูลานบ้าน นางพาสาวใช้ สอง คนตามมาด้วย ทั้งสามคนล้วนมีสีหน้าเบิกบานใจ “คุณหนูสี่ตื่นแล้วรึ ช่างบังเอิญซะจริง นายท่านญาติโดยการสมรสได้มาสู่ขอ ตอนนี้กำลังรออยู่ห้องรับแขก”

หลินซีนเยียนเหยียดยิ้มที่มุมปาก ไม่ได้ตอบแม่บ้านหลิวกลับสักคำ เพียงก้าวเท้าเดินออกไปที่ห้องรับแขกอย่างช้า ๆ

“คุณหนู รอก่อนเจ้าค่ะ วันนี้หิมะตกหนัก ให้ข้ากางร่มให้ท่าน”เสี่ยวอวี่รีบเดินตามมา

หลินซีนเยียนหยุดฝีเท้า เงยหน้ามองหิมะที่กำลังลอยอยู่ นางดันร่มกระดาษเคลือบน้ำมันที่เสี่ยวอวี่กางให้ออก“ช่างเถอะ ไม่ต้องกางแล้ว หิมะไม่ได้เย็นสักเท่าไร”

แม้หิมะจะเย็นก็เทียบกับหัวใจที่เป็นน้ำแข็งของนางตอนนี้ไม่ได้

วันนี้นางสวมชุดยาวสีชมพูดอกท้อที่เป็นมงคล คลุมเสื้อคลุมขนสัตว์ที่เอามาจากอ๋องอู่เสวียนเมื่อคืน เงาร่างเล็กที่เดินอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปรายช่างดูเปล่าเปลี่ยวใจ

เสี่ยวอวี่มองดูสีหน้าที่สงบนิ่งของนาง จึงอดไม่ได้ที่จะโศกเศร้า นางทิ้งร่มกระดาษเคลือบน้ำมันแล้วเดินตามหลังไป

“คุณหนูสี่มาแล้ว รีบมาพบท่านเสนาบดีเฉินเร็วเข้า วันนี้ท่านเสนาบดีเฉินมาสู่ขอด้วยตนเอง ”

เมื่อนางฮูหยินของจวนแม่ทัพเห็นหลินซีนเยียนปรากฏที่หน้าประตู ก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับนางอย่างอบอุ่น สายตาเต็มไปความเมตตามองมา ทำให้หลินซีนเยียนแทบจะตัวสั่นไม่หยุด

หลินซีนเยียนยังคงยืนอยู่ไม่ได้เดินเข้ามา เพียงเงยหน้ามองบุรุษที่นั่งบนเก้าอี้ตำแหน่งประมุข หลินโสงฉี แม่ทัพคุ้มกันเมืองอวิ้น เป็นท่านพ่อของนางเพียงแค่ในนาม

“นี่คือคุณหนูสี่ของตระกูลหลิน อย่ายืนที่หน้าประตูเลย หิมะตกหนัก รีบเข้ามาข้างในก่อน”ชายชราที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของหลินโสงฉี ที่ดูแล้วจะอายุมากกว่าหลินโสงฉีอยู่หลายส่วน

หลินซีนเยียนมีสีหน้าเรียบเฉย สามารถรู้สึกถึงความปรารถนาที่ส่งออกมาจากสายตาของเสนาบดีเฉินอย่างเด่นชัด

ความปรารถนาเช่นนี้ นางเห็นมาเยอะแล้ว ตั้งแต่ที่นางเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ บุรุษแต่ละคนที่มองนางล้วนส่งสายตามาแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ร่างกายที่ปรากฏส่วนนูนส่วนเว้าได้อย่างชัดเจน ทุกครั้งที่นางอาบน้ำก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลาบปลื้ม

“ท่านเสนาบดีเฉินพูดเช่นนี้แล้ว ทำไมเจ้าถึงยังยืนอยู่ตรงนั้น”หลินโสงฉีเห็นว่านางยังคงยืนอยู่ไม่ได้เดินเข้ามา สีหน้าก็เคร่งขรึมลง

บรรยากาศดูอึมครึมอย่างมาก หลินซีนเยียนยิ้มบาง ๆ แล้วยกกระโปรงขึ้นและเดินเข้าไปในห้องรับแขก ทุกจังหวะในการเดินก้าวเท้าล้วนสง่าผ่าเผย

นางเดินผ่านเฉินฮูหยินและเดินตรงไปข้างหน้าของเสนาบดีเฉิน จากนั้นก็ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้โดยที่ไม่ได้พูออะไร เพียงจับแขนเสื้อขึ้นอย่างช้า ๆ ข้อมือเนียนขาวใสปรากฏออกมา

บนข้อมือที่เนียนนุ่มนั้นไม่มีร่องรอยของจุดแต้มแต่อย่างใด แต่ทำให้คนที่มองรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก

ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ บทที่ลูกสาวเกิดก็มีการแต้มโส่วกงซา ฉนั้นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน ล้วนมีโส่วกงซา เช่นนั้นจึงไม่ให้ลูกสาวออกจากห้องเพราะว่ามีจุดแต้มโส่วกงซานี่

-โส่วกงซา การแต้มจุดแดงบนชีพจรมือขวาของทารกหญิงแรกเกิดเพื่อแสดงเครื่องหมายของหญิงสาวพรหมจรรย์

บนข้อมือที่เนียนนุ่มของหลินซีนเยียน จุดแต้มโส่วกงซาหายไปแล้ว!

“ เจ้า!”เฉินฮูหยินรีบเดินเข้าไปจับข้อมือของนางสำรวจไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่พบจุดแต้มของโส่วกงซาสักรอย

เสนาบดีเฉินเริ่มรักษาหน้าไว้ไม่อยู่ จึงลุกขึ้นและประสานมือคำนับหลินโสงฉี อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้เปิดปากพูด สุดท้ายก็สะบัดแขนเสื้อและเดินออกไป

“ อับอายขายหน้าที่สุด!คลุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”หลินโสงฉีโกรธจัดยกมือขึ้นมาตบหน้าหลินซีนเยียนอย่างเหลืออด

เขาเป็นขุนศึก แรงตบเพียงหนึ่งครั้งก็ รอยมือแดง 5 นิ้วก็ปรากฏบนใบหน้าของหลินซีนเยียนทันที

“ขายข้าให้กับตาแก่ใกล้จะตาย ข้ายังเอาหน้าไว้ทำไม ”

หลินซีนเยียนแสยะยิ้ม แล้วบ้วนเลือดที่อยู่ปากออกมา พรางยกมือขึ้นเช็ดรอยเลือดที่อยู่มุมปาก นางจ้องมองที่ใบหน้าที่บูดเบี้ยวของหลินโสงฉีอย่างไม่กระพริบตา

นางอยากจดจำใบหน้านี้ได้ นอกจากเพื่อความบริสุทธิ์ที่ตนเองเสียไปแล้ว ยังเพื่อลูกสาวที่ถูกเขาฆ่าตายในเมื่อหลายปีก่อน

หลินโสงฉีโกรธจนพูดอะไรไม่ออก เฉินฮูหยินรีบเดินเข้ามา “เด็กบ้า เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร พวกเราเป็นคนในจวนแม่ทัพ ยังจะต้องขายลูกสาวเพื่อกินอีกรึ ข้ากับพ่อของเจ้าล้วนมีเจตนาดีที่จะหาคู่ครองที่ดีให้กับเจ้า เจ้าไม่เข้าใจแล้วยังมากล่าวว่าพวกเราเช่นนี้ได้อย่างไร”

“คู่ครองที่ดีรึ”หลินซีนเยียนแสยะยิ้ม “พี่สามอายุมากกว่าข้า 2 ปี ตอนนี้นางยังไม่ได้ออกเรือน หากคู่ครองดีเช่นนี้ ทำไมไม่ให้พี่สามไปแต่งกับเขาเล่า ”

“ ฐานะของซินเอ๋อหาได้เปรียบกับฐานะต่ำต้อยอย่างเจ้าที่เป็นลูกเมียน้อยได้รึ ”โยงเรื่องมาที่ลูกสาวของตนเอง ในที่สุดเฉินฮูหยินก็เริ่มโมโหขึ้นมา

ใช่สิ นางเป็นลูกของเมียน้อยที่ต่ำต้อย เช่นนั้นแล้วชีวิตของนางก็ไม่ใช่ของนาง แต่เป็นเพียงภาระที่หลงเหลือไว้หลังจากที่แม่ทัพฉินได้เสพสุขแล้ว

หลินซีนเยียนส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ใบหน้าที่ซีดขาว มีรอยยิ้มที่สดใส ภาพนั้น ช่างาเวทนายิ่งนัก

หลินโสงฉีเกิดบันดาลโทสะ มือยื่นไปที่ชั้นเก็บดาบ และชักดาบยาวออกมาจากฝัก เพียงแค่ลงดาบครั้งเดียวก็สามารถปลิดชีพของลูกสาวที่ไม่รักดีคนนี้ได้!

“ ท่านอยากจะฆ่าข้าเลยรึ ทำไมถึงไม่ถามหาคนที่พรากพรหมจรรย์ของข้าไป” หลินซีนเยียนดึงเสื้อคลุมที่สวมใส่บนตัวออกและโยนไปทางเขาทันที

เสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกที่หาพบได้ยาก โดยเฉพาะขนสีดำสนิทเช่นนี้ด้วยแล้ว

ข่าวลือที่ว่าฮ่องเต้องค์ก่อนเคยพระราชทานเสื้อคลุมหนึ่งตัวให้กับอ๋องอู่เสวียน เป็นเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีดำสนิทอย่างตัวนี้ ด้วยนิสัยที่เจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยมของอ๋องอู่เสวียนแล้ว สิ่งของที่เป็นของเขาทั้งหมดล้วนไม่อนุญาตให้ผู้อื่นแตะต้องเด็ดขาด

เช่นนั้นแล้ว เหล่าผู้ทรงอิทธิพลในเมืองเฟิ่งชีเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกับเขา ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ไม่มีใครกล้าสวมใส่เสื้อคลุมสุนัขจิ้งจอกอีกเลย

“อ๋อง อ๋องอู่เสวียน…”หลินโสงฉีจับเสื้อคลุมตัวนั้น สีหน้าเคร่งขรึม

เฉินฮูหยินได้ยินชื่อของอู่เสวียนเพียงไม่กี่คำก็ตกตะลึงอย่างมาก พลันมองไปที่สายตาของหลินซีนเยียนในช่วงขณะหนึ่งก็เริ่มหวาดผวา

อ๋องอู่เสวียนมีอำนาจมากจนสามารถทำให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ต้องเกรงใจให้ หลินโสงฉีเป็นแค่แม่ทัพคุ้มกันเมือง ไม่อาจเผชิญหน้ากับอ๋องอู่เสวียนได้โดยตรง เพียงอ๋องอู่เสวียนเดินย้ำเท้ามาก็ยากที่จะเป็นไปได้แล้ว

“ช่างเถอะ!” หลินโสงฉีโยนดาบยาวทิ้ง โบกมือให้เฉินฮูหยินที่อยู่ข้างกายและกำชับ“หาคนส่งนางไปนอกเมือง ชาตินี้อย่าให้นางกลับมาที่จวนของข้าได้”

คำพูดคำเดียว ให้กำหนดชีวิตความเป็นความตายของหลินซีนเยียนไปแล้ว

ในโลกของจักรพรรดิและบุรุษเป็นใหญ่ สตรีเป็นเพียงส่วนประกอบเล็ก ๆ

ในช่วงเวลานี้ นอกประตูนั้น หิมะยิ่งตกยิ่งหนัก

แต่ไม่มีใครเห็น หลินซีนเยียนที่กำลังก้มหน้าอยู่ มุมปากมีรอยยิ้มที่พึงพอใจ

นาง เดิมพันชนะแล้ว!

นางใช้วิธีเสี่ยงๆ สูญเสียพรหมจรรย์ แถมยังเกือบเสียชีวิตไป ก็แค่เพื่ออยากจะไปจากลงทุนจวนแม่ทัพที่ขังนางอยู่ในกรงมา 3 ปี

หน้าประตูเมือง ทหารม้ากว่าร้อยนายเดินเข้าล้อมรถม้าคันใหญ่หรูหราคันหนึ่ง เดินออกจากเมืองไปช้าๆ ทหารคุ้มกันเมืองที่ขนานอยู่สองด้านถอยหลังออกอย่างให้ความเคารพ ไม่มีใครกล้าปริปากถามออกไปสักคน

พอออกจากประตูเมือง เสียงที่เกียจคร้านก็ดังมาจากในรถม้า “จินมู่ หาสตรีผู้นั้นเจอหรือยัง”

จินมู่ที่ขี่ม้าสีดำตัวใหญ่รู้สึกชินชา“ กราบทูลท่านอ๋อง หอโคมเขียวที่เมืองอวิ้นได้ไปหาทั่วแล้ว ไม่พบร่องรอยของนาง ส่วนแม่เล้าที่หอชุนเยว่ทนการรับโทษไม่ไหวจึงสิ้นใจอยู่คุกแล้วขอรับ ”

“ หายตัวไปได้อย่างไร เจ้าว่า แบบนี้มันเรียกว่ารุกแล้วถอยไปหรือว่าจะนางคลั่งไคล้ในตัวข้าจริง”น้ำเสียงของโม่จื่อฟงฟังแล้วยากเกินคาดเดาอารมณ์ได้

จินมู่รู้สึกอึดอัด ไม่กล้าตอบกลับ เมื่อวานเขาวิจารณ์สตรีผู้นั้นไปแค่ประโยคเดียว เกือบถูกท่านอ๋องส่งไปชายแดน ตอนนี้หากเอ่ยถึงสตรีผู้นั้นอีก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่กล้าพูดตามอำเภอใจได้อีก

โม่จื่อฟงเหมือนรู้ความคิดของเขา จึงพูดดังขึ้น “ จินมู่ สตรีผู้นั้นเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น เจ้าติดตามข้ามาหลายปี เจ้าคิดว่าเพื่อของเล่นชิ้นหนึ่ง ข้าจะส่งลูกน้องตนเองไปชายแดนเลยรึ”

“ไม่ขอรับ”จินมู่รู้สึกโล่งใจ แต่ปัญหาที่เขาหยิบยกมาก็ยังไม่กล้าตอบตามอำเภอใจอีกแล้ว

คนในรถม้าเห็นว่าจินมู่ที่ไม่ได้ตอบกลับอะไรอีก ไม่ได้โกรธ กลับพูดอย่างสนใจ “แต่ว่า ข้าไม่เจอของเล่นแบบนี้มานานแล้ว เช่นนั้นให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือนพาตัวนางมาพบข้า มิเช่นนั้นเจ้าเตรียมตัวไปแทนหลิงสุ่ยที่ชายแดนตอนเหนือได้เลย”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โฉมงามของอ๋องอสูร
8.9
หลังจบชีวิตด้วยโรคร้าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นในร่างองค์หญิงผู้ต้องกลายเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉาบุรุษผู้ถูกขนานนามว่านักรบปีศาจแห่งต้าถัง แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่น่าเกรงขาม ทั้งยังเคยปิดตายเรื่องความรักไปแล้ว ทว่าความดื้อเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอ่อนแอของพระชายาคนใหม่กลับสั่นคลอนหัวใจท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดฟินเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์
8.0
ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
8.5
หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกมานานถึงสี่สิบปี มนุษยชาติได้วิวัฒนาการจนสามารถเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายได้สำเร็จ ทว่าจู่ๆ ชายผู้หนึ่งกลับได้รับโอกาสที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหายนะอีกครั้ง ในร่างของเด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น เขาต้องเผชิญกับจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นซ้ำรอยเดิมด้วยความทรงจำจากอนาคตที่ติดตัวมา
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด