ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หลี่ชิงเหมียว...ภรรยาผู้หวนคืน

หลี่ชิงเหมียว...ภรรยาผู้หวนคืน

โชคชะตาลิขิตให้วิญญาณหญิงสาวผู้จบชีวิตลงอย่างน่าสลดในวันที่ให้กำเนิดบุตร ได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้หวนคืนสู่โลกอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับต้องมาอยู่ในร่างของหลี่ชิงเหมียว คุณหนูสามแห่งตระกูลเจ้าสำนักศึกษาผู้เลื่องชื่อ ซึ่งใครต่อใครต่างตราหน้าว่าเป็นสตรีโง่เขลาไร้ความสามารถ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในฐานะคนใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม พร้อมแบกรับความทรงจำจากอดีตและฐานะอันแสนต้อยต่ำในสำนักศึกษาแห่งนี้เพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่มาพร้อมจะเปลี่ยนไปตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

หกปีก่อน

เสียงของความครึกครื้น ดังขึ้นมาจากภายในสนามประลอง ของสำนักคุ้มภัยต้าฟง วันนี้มีการจัดงานประลองฝีมือ เพื่อคัดเลือกศิษย์ใหม่ ที่จะเข้าร่วมฝึกวรยุทธ์กับสำนักคุ้มภัยในปีนี้ เด็กหนุ่มวัยเพียงสิบสี่สิบห้าปี ที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ก็ได้เป็นหนึ่งในนั้น เขาลงสนามประลองฝีมือ กับบรรดาผู้ที่มาเข้าร่วมคนแล้วคนเล่า ทว่ากลับยังไม่ได้รับการปราชัย

“ไอ้หนุ่มผู้นี้มันเก่งจริงๆ รู้หลบ รู้หลีก รู้รับ รู้ปะทะ รู้ถอย” ศิษย์คนหนึ่งของสำนักคุ้มภัยต้าฟงกล่าวชื่นชมเด็กหนุ่มออกมา

“ดูก้าวหน้ากว่าผู้อื่น แต่หากปล่อยให้เขาชนะไปเรื่อยๆ จะไม่เป็นการทำให้เขาได้ใจจนเย่อหยิ่งเอาหรอกรึ” เสียงของสหายร่วมสำนัก แสดงความเห็นออกมา เขาชื่นชมคนเก่งก็จริงอยู่ แต่ทว่าคนเก่งก็ต้องรู้จักถ่อมตนด้วย

“ก็ต้องดูว่ามีความสามารถถึงขั้นนั้นหรือไม่ วันนี้คุณหนูหลูมาหรือไม่”

“หากนางมา มีหรือเจ้าเด็กนั่นจะได้ยืนโดดเด่นอยู่เช่นนั้น”

คุณหนูหลู หรือหลูชิงเหลียนที่พวกเขากำลังกล่าวถึง เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของท่านเจ้าสำนักคุ้มภัยต้าฟง คุณหนูหลูวัยเพียงสิบสองปีเท่านั้น

และถึงแม้ว่านางจะดูเป็นเด็กที่ตัวเล็ก บอบบาง ทว่านางกลับมีฝีมือเก่งกาจ และเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง นางเก่งเกินวัยจนผู้ใด ต่างก็นึกอิจฉาในวาสนาของท่านเจ้าสำนักคุ้มภัยต้าฟง

เพราะเช่นนั้นแล้ว ถึงแม้ว่าคุณหนูหลูจะไม่ใช่บุรุษ แต่นางก็มีความสามารถมากพอ ที่จะสืบทอดสำนักคุ้มภัยนี้ต่อจากบิดา โดยไร้ข้อกังขาจากบรรดาศิษย์ร่วมสำนักด้วยกัน

เสียงร้องเฮดังลั่น หลังจากที่เด็กหนุ่มในสนามประลอง ล้มผู้เข้าร่วมคนสุดท้าย ในขณะที่หลัวอี้เฉินคิดว่าเขาผ่านการทดสอบในครั้งนี้แล้ว กลับมีเด็กชายรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงาม กำลังเยื้องย่างเข้ามาภายในสนามประลอง แขนของอีกฝ่ายเล็กราวกับอิสตรี

“เจ้าหมดแรงแล้วหรือยัง แต่ถึงจะหมด…ก็ยังเหลือข้าอีกคนอยู่ดี”

ทวนยาวชี้มาตรงหน้าของเด็กหนุ่มแล้วกล่าวออกมาอย่างท้าทาย เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม คนที่กำลังจะจากไป กลับมาชื่นชมกันต่อ เพราะในสำนักคุ้มภัย มีผู้ใดบ้างที่จะไม่รู้จักหนุ่มน้อยผู้กล้าหาญ ที่เพิ่งจะลงสนามไปท้าทาย ผู้ชนะการประลองจนถึงคนสุดท้าย

หลัวอี้เฉินรู้สึกเหน็ดเหนื่อย กับการประลองฝีมือที่ผ่านมาอยู่บ้าง แต่ในเมื่อเขาถูกท้าทายเช่นนี้แล้ว มีหรือที่เขาจะยอมพ่ายแพ้ ถึงอย่างไรเขาก็อยากที่จะเข้าเป็นศิษย์ ที่สำนักคุ้มภัยต้าฟงด้วยการเป็นที่หนึ่งให้ได้อยู่แล้ว จะล้มเจ้าเด็กอวดดีตรงหน้านี้อีกสักคน ย่อมไม่ใช่ปัญหา

“ย่อมได้ เชิญ!!!” เขากล่าวพลางเหยียบทวนยาวที่วางอยู่บนพื้น จนกระเด้งขึ้นมา ด้ามทวนถูกเขาคว้าเอาไว้ได้อย่างพอดิบพอดี

มุมปากของหลูชิงเหลียนยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนที่นางจะเป็นฝ่ายถือทวนพุ่งเข้าไปหาคู่ต่อสู้ ทวนยาวในมือมั่นคง ฟาดฟันออกไปข้างหน้าอย่างดุดัน คราแรกหลัวอี้เฉินนั้นรู้สึกทะนงตน ว่าตนเองเก่งกาจและมีร่างกายที่ดูแข็งแรงกว่าอีกฝ่าย ทว่าพอได้รับมือกับเด็กน้อยตรงหน้า ทำให้ความมั่นใจของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว

หลัวอี้เฉินถอยหลังไปหลายก้าว ยกทวนของตนขึ้นมา มองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เพียงไม่นานเขาก็เป็นฝ่ายบุกบ้าง ทั้งสองพุ่งกายเข้าไป แล้วใช้ทวนปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้อนไปทั่ว อีกทั้งยังมีเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น จากรอบๆ สนามเริ่มดังขึ้น ต่างก็เอาใจช่วยเจ้าสนาม ที่อุตส่าชนะมาจนถึงคนสุดท้าย ทว่ากลับโชคร้ายที่ได้มาเจอเจ้าสนามตัวจริง

ทั้งสองประลองฝีมือกันไปทั้งหมดสามกระบวนท่า และทุกครั้งหลัวอี้เฉินก็มักจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ ทว่าครั้งสุดท้าย เขาพลาดท่าใช้ปลายทวน ไปคล้องเอาผ้าที่มัดรวบเรือนผมของคู่ต่อสู้เอาไว้ จนผ้าผืนนั้นหลุดออกมา ทำให้เส้นผมของนางสยายออก เขาจึงได้รู้ว่า นางคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กหนุ่มตกตะลึงจนไม่ทันระวัง ถูกนางใช้ทวนจ่อเข้าที่ลำคอเป็นอันพ่ายแพ้

“ฮ่าๆๆๆ ข้าบอกแล้ว หากคุณหนูหลูได้ลงสนามเอง ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจเอาชนะนางได้ เจ้าเห็นหรือไม่ การก้าวเท้าของนางราวกับวางค่ายกล พวกเราสามารถทำได้เช่นนางรึ แม้แต่เจ้าเด็กหนุ่มที่ใช้แต่แรงไม่ใช้สมองนั่น ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีวันเอาชนะนางได้หรือไม่”

ศิษย์ผู้หนึ่งหัวเราะออกมาอย่างพอใจ พลางกล่าวชื่นชมบุตรีของท่านเจ้าสำนัก หากมีนางเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป ย่อมไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย สมแล้วกับที่เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของท่านเจ้าสำนัก หากเป็นบุรุษย่อมมีโอกาส สอบเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ รับใช้แผ่นดิน ช่างน่าเสียดาย ที่นางเกิดเป็นสตรี

“ลำบากท่านแล้ว ถึงแม้วันนี้ ข้าจะเอาชนะท่านได้ แต่การคัดเลือกศิษย์ใหม่ของสำนักคุ้มภัยต้าฟงปีนี้ ที่หนึ่งก็ยังคงเป็นของท่านอยู่ดี ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย”

เสียงหวานดังออกมาจากริมฝีปากเล็ก ของเด็กหญิงที่มีนัยน์ตาดำสนิท นางกล่าวพลางส่งยิ้มให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า แล้วรวบเส้นผมสีดำสนิทของตนเกล้าขึ้นมาเป็นมวย หยิบผ้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมามัดรวบไว้เช่นเดิม ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของเด็กหนุ่ม

“ข้าน้อยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ได้รับการชี้แนะจากคุณหนูหลูด้วยตนเอง” หลัวอี้เฉินคำนับอีกฝ่ายพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงถ่อมตน

อายุนับว่าไม่สำคัญเท่าฝีมือ ในเมื่ออีกฝ่ายมีฝีมือที่เก่งกาจ เขาย่อมยอมรับและให้การเคารพ นางเอาชนะเขาได้ก็นับว่านางมีความสามารถ

หลูชิงเหลียนไม่กล่าวสิ่งใดออกมา นางเพียงส่งยิ้มให้แก่เขา ก่อนที่จะเดินออกจากสนามประลองไป หลัวอี้เฉินตกเป็นเป้าสายตาอีกหน เสียงปรบมือและเสียงกล่าวแสดงความยินดีก็ดังกึกก้อง

หลูชิงเหลียนเดินจากไป พร้อมกับความรู้สึกที่หมดสนุก นางแอบบิดามาลงสนามประลอง ปีนี้ก็เป็นปีที่สองแล้ว ทว่ากลับยังไม่พบว่า มีผู้ใดที่สามารถเอาชนะนางได้ ไม่รู้ว่านี่นับว่าเป็นพรสวรรค์ หรือเป็นความสามารถที่เกิดขึ้นในภายหลังของนางกันแน่

แต่พี่ชายคนนั้น สามารถรับมือกับนางได้ถึงสามกระบวนท่า นับว่าไม่เลวและน่าสนใจเลยทีเดียว หากเขาได้ฝึกฝนอยู่ในสำนักคุ้มภัยของบิดา ฝีมือของเขาย่อมก้าวหน้าเป็นแน่ นางยิ้มออกมาแล้วเดินจากไป แม่นมซิ่วกับสาวรับใช้ที่มีนามว่าจิ่งอี๋รีบวิ่งเข้ามาหานาง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย เรือนนี้ผีไม่หลอก
8.4
อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย แม่ทัพร้ายโหยหารัก
9.4
องค์ชายอิ๋งหยางผู้ถูกสาปให้มีใบหน้าอาถรรพ์จนต้องใส่หน้ากากสีเงินปกปิดไว้ เพราะใครที่จ้องมองเขาจะต้องกลายเป็นหินและพบจุดจบอันน่าสยดสยอง เขาจึงถูกเนรเทศไปเป็นแม่ทัพปีศาจที่ชายแดนเพื่อปกป้องแผ่นดิน จนกระทั่งจางเพ่ยอัน หญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จากยุคปัจจุบันได้หวนคืนสู่อดีตตามคำเรียกขานของวิญญาณฝาแฝด ดวงชะตาพิฆาตของนางคือสิ่งเดียวที่สามารถต้านทานคำสาปและหยุดยั้งหายนะจากการล่มสลายของแคว้นได้ นางจึงเป็นเพียงสตรีหนึ่งเดียวที่เคียงคู่แม่ทัพผู้โหยหารักได้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินร้อน ร้อยลีลารัก
8.4
หลี่เหมียนเหมียนได้รับโอกาสครั้งใหม่ในการย้อนเวลากลับมาเข้าร่างเดิมของตนเองในฐานะฮูหยินเอกผู้ถูกละเลย หลังจากที่ชาติก่อนนางต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถด้วยยาพิษจากการถูกหักหลัง ครั้งนี้นางจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใครอีกต่อไป โดยเลือกใช้ความเย้ายวนและพรสวรรค์ในการล่วงรู้อนาคตเพื่อดึงดูดหัวใจสามีให้กลับมารักใคร่คลั่งไคล้ พร้อมกับวางแผนจัดการเหล่าอนุใจชั่วที่เคยคิดร้ายและหมายเอาชีวิตของนางให้พินาศสิ้นซากเพื่อทวงคืนอำนาจในจวนแห่งนี้