ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หลี่ชิงเหมียว...ภรรยาผู้หวนคืน

หลี่ชิงเหมียว...ภรรยาผู้หวนคืน

โชคชะตาลิขิตให้วิญญาณหญิงสาวผู้จบชีวิตลงอย่างน่าสลดในวันที่ให้กำเนิดบุตร ได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้หวนคืนสู่โลกอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับต้องมาอยู่ในร่างของหลี่ชิงเหมียว คุณหนูสามแห่งตระกูลเจ้าสำนักศึกษาผู้เลื่องชื่อ ซึ่งใครต่อใครต่างตราหน้าว่าเป็นสตรีโง่เขลาไร้ความสามารถ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในฐานะคนใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม พร้อมแบกรับความทรงจำจากอดีตและฐานะอันแสนต้อยต่ำในสำนักศึกษาแห่งนี้เพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่มาพร้อมจะเปลี่ยนไปตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดของสตรี ดังมาจากเรือนหลังหนึ่ง ภายในจวนสกุลหลัว สาวรับใช้วิ่งสวนทางกันให้วุ่น เพราะฮูหยินน้อยกำลังจะคลอดบุตรแล้ว ฮูหยินใหญ่หลัวเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง นางรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย เพราะยามนี้บุตรชายของนาง ได้ออกไปปราบปรามโจรป่า ทำให้ไม่ได้อยู่รอภรรยาคลอดลูก

“นางยังไม่คลอดอีกรึ” หลัวฮูหยินถามสาวรับใช้ที่เดินเข้าออกห้อง

“ปะ...ปากมดลูกยังไม่เปิดเจ้าค่ะ หมอตำแยนางบอกว่า ตะ...ต้องรีบไปเชิญท่านหมอมาฝังเข็ม ให้ฮูหยินน้อยก่อนเจ้าค่ะ”

สาวรับใช้รีบรายงานออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าที่แสดงออกมานั้นก็ซีดเผือด เพราะอาการของฮูหยินน้อย ค่อนข้างน่าเป็นห่วง

“แล้วยังจะรออันใดอยู่เล่า เร็ว...รีบให้คนไปเชิญท่านหมอหลินมา” หลัวฮูหยินกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ กลับยังไม่รีบจัดการ

“ฮูหยิน...เจ้าเองก็นั่งลงก่อนเถิด หลูซื่อแต่ไรมาร่างกายก็แข็งแรงมาโดยตลอด นางย่อมคลอดหลานชายของพวกเราออกมา ได้อย่างปลอดภัยแน่นอน”

นายท่านหลัวปลอบใจภรรยา แม้ภายในใจจะรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติเช่นกัน ทว่าเขาก็ต้องตั้งสติให้ดี

หลัวฮูหยินย่อมฟังสามี นางยินยอมนั่งลงในที่สุด ทว่าจิตใจนั้นก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว นางเป็นห่วงลูกสะใภ้

นางเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่ตระกูลหลัว ยังเป็นเพียงแค่ตระกูลสามัญชนต้อยต่ำ ทว่าเด็กสาวที่เป็นถึงบุตรีเพียงคนเดียว ของเจ้าสำนักคุ้มภัยต้าฟง กลับไม่คิดรังเกียจ

ยอมคบหาและแต่งงานกับบุตรชายของตน ตั้งแต่เขายังไม่ได้เป็นขุนนาง พอมาบัดนี้ ตระกูลหลัวกำลังรุ่งเรือง นางกลับต้องมาพบเจอกับเรื่องที่ยากลำบาก อย่างเช่นการคลอดบุตร

ผู้ใดกันจะไม่รู้บ้าง ว่าการคลอดบุตร ก็เท่ากับการก้าวเข้าปากประตูผีไปก้าวหนึ่งแล้ว อีกทั้งอีกฝ่ายก็รอคลอดนานถึงเพียงนี้ จะไม่ให้นางรู้สึกเป็นห่วง และกระวนกระวายใจได้อย่างไร

“ท่านหมอหลินมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวรับใช้รีบรายงาน หลังจากที่คนข้างกายของนายท่านใหญ่ ออกไปเชิญท่านหมอหลินกลับมาถึงจวนแล้ว

“ท่านหมอหลิน...รีบเข้าไปดูลูกสะใภ้ของข้าทีเถิด ป่านนี้แล้วนางยังไม่คลอดเลยเจ้าค่ะ”

หลัวฮูหยินรีบกล่าวออกมา หลังจากที่คำนับทักทายท่านหมอหลินเสร็จ หมอวัยกลางคน รีบสาวเท้าเข้าไปภายในห้อง ที่ฮูหยินน้อยหลัวรอคลอดอยู่อย่างเร่งรีบ ก่อนที่เขาจะช่วยจับชีพจร และฝังเข็มให้นาง

“ข้าได้ทำการฝังเข็มให้ฮูหยินน้อยแล้ว อีกไม่เกินครึ่งเค่อ นางก็คงจะคลอด”

ท่านหมอหลินใจคอไม่ดี เขาเห็นใบหน้าซีดเซียวไร้ชีวิต ของฮูหยินน้อยแล้ว ขอเพียงอีกฝ่ายคลอดทายาทสกุลหลัวออกมา ได้อย่างปลอดภัยก็นับว่าโชคดี อย่าให้เกิดอันใดกับสองแม่ลูกก็พอ

“ท่านหมอหลินได้โปรดรั้งรอ อยู่ที่นี่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเกิดเหตุอันใดร้ายแรงขึ้นกับลูกสะใภ้”

แม้อีกฝ่ายจะไม่ใช่มารดา ทว่ากลับห่วงใยสตรีที่เป็นเพียงลูกสะใภ้ ยิ่งกว่ามารดาผู้ให้กำเนิด ความจริงใจของหลัวฮูหยิน แสดงผ่านออกมาทางแววตา ท่านหมอหลินรู้สึกนับถือนางจากใจ จึงยอมรั้งอยู่ตามความต้องการของหลัวฮูหยิน

บ่าวรับใช้เชิญท่านหมอหลินให้ไปนั่งจิบน้ำชา กินของว่างรอที่ห้องข้างๆ ไม่เกินครึ่งเค่อ อย่างที่ท่านหมอหลินบอก เสียงร้องของหลูชิงเหลียนก็ดังขึ้น นางใช้แรงทั้งหมดที่มี เบ่งส่งบุตรชายที่นางเฝ้ารอมานานนับเก้าเดือน ให้ออกมาลืมตาดูโลก แม้จะเป็นลมหายใจ เฮือกสุดท้ายของนางก็ไม่เสียดาย

“อุ…แว๊….” เสียงของทารกแผดร้อง ทำให้คนที่เฝ้ารออยู่ข้างนอกรู้สึกยินดี

ทว่าไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงสาวรับใช้คนสนิท ของลูกสะใภ้กรีดร้องดังออกมา เสียงร่ำไห้น่าเวทนาดังขึ้น นายท่านหลัว ฮูหยินใหญ่ และท่านหมอหลิน จึงรีบพากันเข้าไปข้างในห้อง

ท่านหมอหลินนั่งลงตรวจชีพจรให้กับฮูหยินน้อยทันที ก่อนที่เขาจะมองไปยังทารกน้อย ที่ถูกห่อกายด้วยผ้าสีขาว แววตาของเขาฉายแววแห่งความเวทนาออกมา เขาสูดลมหายใจเข้า แล้วจึงหันหลังลุกขึ้นยืน กล่าวแสดงความยินดีและความเสียใจ ให้กับการเกิดใหม่ และการสูญเสียของสกุลหลัวในวันนี้

“นายท่านหลัว ฮูหยินใหญ่ ข้าขอแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วย คุณชายน้อยคลอดออกมา มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี และข้า…ก็ต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของพวกท่าน ฮูหยินน้อย…ได้จากไปอย่างสงบแล้ว”

สองสามีภรรยายังไม่ทันได้ดีใจ ที่หลานชายคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย พวกเขากลับต้องรับรู้ถึงการสูญเสียลูกสะใภ้อันเป็นที่รัก ไปอย่างไม่มีวันกลับ

หลัวฮูหยินได้ยินแล้วก็เป็นลมล้มพับลงไปทันที นายท่านหลัวรีบประคองภรรยาขึ้นมา แล้วอุ้มนางออกไปนอนยังตั่งตัวยาวด้านนอก เชิญท่านหมอหลินให้ช่วยไปตรวจอาการของนาง

แม่นมซิ่ว แม่นมของหลูชิงเหลียน แม้จะเสียใจเป็นที่สุด แต่นางก็กลายเป็นผู้ที่มีสติดีที่สุด คอยจัดการเรื่องพิธีศพของฮูหยินน้อย บ่าวในจวนสกุลหลัว ไม่มีผู้ใดที่ไม่เสียน้ำตา

เพราะตลอดระยะเวลาสองปี ที่ฮูหยินน้อยแต่งเข้าสกุลหลัวมา นอกจากนางจะเป็นสตรีที่แข็งแกร่ง สามารถเป็นคู่ซ้อมให้กับคุณชายได้ นางยังมีจิตใจเมตตากรุณาต่อพวกเขาอีกด้วย

เพียงไม่นาน จวนสกุลหลัวที่ควรจะจัดงานเลี้ยง กลับกลายมาเป็นจัดงานเศร้าโศกแทน ผ้าขาวดำถูกประดับไปทั่วทั้งจวน ผู้คนที่รับรู้ถึงเรื่องการจากไปของฮูหยินน้อยสกุลหลัว ต่างก็พากันรู้สึกเวทนา บุตรชายเกิดมา มารดาสิ้นใจ

แม้ในยุคสมัยนี้ จะมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ผู้ใดเล่าจะคิดว่า คนดีๆ อย่างเช่นฮูหยินน้อยสกุลหลัว จะกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบพบเจอกับโชคร้ายเช่นนั้น

หลัวอี้เฉินที่ออกไปปราบปรามโจรป่า รู้สึกใจคอไม่ดีเช่นกัน หลังจากที่เขานำกำลังเข้ากวาดล้างฐานลับ และจับกุมพวกโจรป่า ที่หนีไม่ทันเหล่านี้ได้ทั้งหมดแล้ว เขาจึงรีบควบคุมตัวพวกมัน ไปส่งยังศาลต้าตงเพื่อรอตัดสินโทษ ก่อนที่จะควบอาชากลับไปยังจวนสกุลหลัวทันที

กว่าจะถึงจวนฟ้า ก็มืดค่ำลงเสียแล้ว ภายนอกประตูจวน ถูกประดับไปด้วยผ้าขาวดำ โคมถูกแขวนเอาไว้ สองขาของหัวหน้ามือปราบหนุ่มอ่อนแรง กู้อี้รีบปรี่เข้ามาประคองคุณชายของตน เขารู้สึกใจคอไม่ดีแล้วเช่นกัน ยามที่เห็นจวนถูกประดับประดา ด้วยสิ่งของที่ใช้ตกแต่งในงานอวมงคลเช่นนี้

“นายท่าน…ท่านกลับมาแล้ว…” บ่าวรับใช้คนหนึ่งที่เปลือกตาบวมเป่งวิ่งออกมาต้อนรับ

“เกิดเหตุอันใดขึ้น เหตุใดจวนถึงได้ถูกประดับด้วยผ้าขาวดำ ประดับโคมไฟไว้อาลัยเช่นนี้” กู้อี้เป็นฝ่ายถามบ่าวรับใช้ที่เฝ้าหน้าประตูจวนออกมา อีกฝ่ายคุกเข่าลงบนพื้น หลั่งน้ำตาลงมาอีกหน

“ฮึก…คุณชายน้อยกำลังรอนายท่านอยู่ขอรับ…ตะ..แต่ว่า ฮูหยินน้อย ดะ…ได้จากไปแล้วฮึก….ฮือๆๆๆ”

บ่าวรับใช้พยายามกลั้นใจรายงานออกมา ทว่าสุดท้ายก็ฝืนทนต่อความเศร้าโศกไม่ได้ เขาร้องไห้ราวกับฟ้าจะถล่ม หลัวอี้เฉินหน้าซีดเข่าอ่อนทันที เขารีบวิ่งเข้าไปภายในจวนที่เงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย เรือนนี้ผีไม่หลอก
8.4
อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย แม่ทัพร้ายโหยหารัก
9.4
องค์ชายอิ๋งหยางผู้ถูกสาปให้มีใบหน้าอาถรรพ์จนต้องใส่หน้ากากสีเงินปกปิดไว้ เพราะใครที่จ้องมองเขาจะต้องกลายเป็นหินและพบจุดจบอันน่าสยดสยอง เขาจึงถูกเนรเทศไปเป็นแม่ทัพปีศาจที่ชายแดนเพื่อปกป้องแผ่นดิน จนกระทั่งจางเพ่ยอัน หญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จากยุคปัจจุบันได้หวนคืนสู่อดีตตามคำเรียกขานของวิญญาณฝาแฝด ดวงชะตาพิฆาตของนางคือสิ่งเดียวที่สามารถต้านทานคำสาปและหยุดยั้งหายนะจากการล่มสลายของแคว้นได้ นางจึงเป็นเพียงสตรีหนึ่งเดียวที่เคียงคู่แม่ทัพผู้โหยหารักได้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินร้อน ร้อยลีลารัก
8.4
หลี่เหมียนเหมียนได้รับโอกาสครั้งใหม่ในการย้อนเวลากลับมาเข้าร่างเดิมของตนเองในฐานะฮูหยินเอกผู้ถูกละเลย หลังจากที่ชาติก่อนนางต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถด้วยยาพิษจากการถูกหักหลัง ครั้งนี้นางจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใครอีกต่อไป โดยเลือกใช้ความเย้ายวนและพรสวรรค์ในการล่วงรู้อนาคตเพื่อดึงดูดหัวใจสามีให้กลับมารักใคร่คลั่งไคล้ พร้อมกับวางแผนจัดการเหล่าอนุใจชั่วที่เคยคิดร้ายและหมายเอาชีวิตของนางให้พินาศสิ้นซากเพื่อทวงคืนอำนาจในจวนแห่งนี้