
ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
ตอน 3
ณ จวนเฉิงกั๋วกง
วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของเฉิงกั๋วกง บรรดาผู้ทรงอำนาจของเมืองจิงต่างก็มาร่วมงานกันหมด ซูโหรวเองก็นั่งรถม้าของจวนซูมาถึงแล้วเช่นกัน
ซูเยว่ซีตกทะเลสาบจนเป็นหวัด และแน่นอนว่าซูเยว่ซีไม่สามารถมาเข้าร่วมงานชุมนุมรังสรรค์บทกวีขององค์หญิงใหญ่ได้ นี่เป็นโอกาสที่นางจะได้เฉิดฉาย!
ดังนั้นวันนี้ซูโหรวก็ไม่ได้มาด้วยกันกับซูเยว่ซีเหมือนอย่างเคย แต่ตั้งใจจะมาเข้าร่วมงานคนเดียวตามลำพัง
ในเวลานี้ ซูโหรวสวมใส่ชุดสีแดงยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าจวนเฉิงกั๋วกง มันเข้ากันกับสร้อยข้อมือปะการังจากทะเลตอนใต้ที่ ‘หยิบ’ มาจากจวนของซูเยว่ซี คนทั้งคนดูขาวราวกับหยก ดูดีมีเสน่ห์มาก
แต้มสีแดงระหว่างคิ้ว แปรงคิ้วเบา ๆ ไม่ดูเกินงาม แต่ก็เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง
ซูโหรวตั้งใจสวมสร้อยข้อมือปะการังเส้นนั้น ก็เพื่ออยากจะป่าวประกาศกับเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายของเมืองจิง ว่าตำแหน่งของนางทัดเทียมกับซูเยว่ซี!
ซูโหรวผู้นี้ต่างหากล่ะที่เป็นลูกสาวที่ถูกต้องตามกฎหมายของท่านพ่อ!
ถึงแม้ว่าตัวเองในวันนี้ จะทำได้เพียงแค่สวมรอยเป็นลูกพี่ลูกน้องอาศัยอยู่ที่จวนซูชั่วคราวเท่านั้นก็ตาม
แต่ไม่เป็นไร มันจะต้องมีสักวันที่นางจะทวงคืนของที่เป็นของตัวเองกลับคืนมา!
เมื่อคิดแบบนี้ ซูโหรวก็ก้มหน้าลงมองสร้อยข้อมือปะการังอันล้ำค่าที่ข้อมือของนาง
ซูเยว่ซีมีของสิ่งนี้ได้ยังไง
นางเป็นแค่นังโง่เง่าเท่านั้น!
นี่ควรจะเป็นของนาง!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของซูโหรวก็เริ่มเบิกบานมากขึ้น แทบอยากจะให้ทุกคนได้เห็นว่านางในตอนนี้เจิดจรัสมากขนาดไหน
สิ่งที่ซูโหรวไม่รู้เลยก็คือ เวลานี้ซูเยว่ซีไม่ได้อยู่ที่จวนเสนาบดี แต่เข้าไปอยู่ในจวนเฉิงกั๋วกงเรียบร้อยแล้ว
ท่านตากำลังพูดคุยสนทนากับเพื่อนพ้องอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องโถงด้านหน้า นางไม่ได้ไปรบกวน แต่ไปยังห้องของท่านยายที่อยู่ด้านหลังแทน
“ฮูหยิน คุณหนูกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
ทันทีที่เข้าไปในจวนของยายเฉิน เหล่าบรรดาคนรับใช้ก็พากันทักทายขึ้นมา
ไม่แปลกใจเลยที่เหล่าคนรับใช้จะดูดีอกดีใจขนาดนั้น เพราะว่านี่คือจวนที่ซูเยว่ซีเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
เนื่องจากลูกหลานของจวนเฉิงกั๋วกงมีแต่บุรุษ ดังนั้นซูเยว่ซีที่เป็นหลานสาว ก็เลยได้รับความรักและความเอ็นดูเป็นพิเศษ สมัยเด็กนางจะกลับมาอยู่ด้วยกันกับท่านยายเป็นประจำ
ด้วยเหตุนี้เอง ในสายตาของเฉิงกั๋วกง ซูเยว่ซีจึงน่ารักน่าเอ็นดูกว่าหลานชายพวกนั้นของตัวเอง แล้วก็เอาอกเอาใจซูเยว่ซีมากที่สุด
คนรับใช้เห็นนาง ก็รู้สึกผูกพันธ์
ซูเยว่ซีเดินเข้าไปในห้องฮูหยินเฉิงกั๋วกง วินาทีที่เห็นท่านยาย ก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป พุ่งกระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของนางตรง ๆ เช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ
“เยว่เยว่ เป็นอะไรไปหรือ ถูกจวนเสนาบดีกลั่นแกล้งรังแกมาหรือ?”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงลูบผมของซูเยว่ซีเบา ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสารจับใจ
“ซูหยวนจิ้นนี่กล้ามากลั่นแกล้งหลานสาวของยายแบบนี้ ยังอยากจะเป็นเสนาบดีต่อไปอีกไหม?”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงพูดด้วยความเดือดดาล
จวนเฉิงกั๋วกง ตระกูลสามขุนนาง เรียกได้ว่าเป็นรองเพียงแค่จักรพรรดิเท่านั้น ซูหยวนจิ้น เสนาบดีที่มาจากตระกูลที่แร้นแค้น ว่ากันตามหลักเหตุผลแล้วไม่มีทางได้รับความสนใจจากจวนเฉิงกั๋วกงเลยด้วยซ้ำ
แต่ใครใช้ให้ลูกสาวของตัวเองชอบเขากันล่ะ ฮูหยินเฉิงกั๋วกงก็ตามใจนาง
แต่ถ้าซูหยวนจิ้นกล้ามาทำเรื่องที่ไม่ดีต่อลูกสาวและหลานสาวของนาง ฮูหยินเฉิงกั๋วกงก็ไม่มีทางปล่อยซูหยวนจิ้นไปแน่นอน!
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เยว่เยว่เพียงแค่คิดถึงท่านยายมากเกินไปน่ะเจ้าค่ะ”
ซูเยว่ซีเช็ดน้ำตา ในที่สุดก็สงบสติอารมณ์ของตัวเองลง ตอนนี้ถึงพูดออกมาอย่างสะอึกสะอื้น
“หลานนี่นะ ดูหลานสิ ใกล้จะถึงวัยแต่งงานแล้ว ยังจะทำตัวเป็นเด็กอยู่อีก”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงเช็ดน้ำตาของซูเยว่ซีอย่างจนใจ
หลานสาวคนนี้น่าเอ็นดูมากจริง ๆ
หลังจากที่ซูเยว่ซีสงบสติอารมณ์ลงแล้ว ก็นึกถึงจุดประสงค์ที่ตัวเองมาในครั้งนี้ขึ้นมาได้
ชาติที่แล้ว หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของท่านตา ท่านยายก็ล้มป่วยทันที นับตั้งแต่นั้นร่างกายก็แย่ลงทุกวัน ไม่รู้ว่าเกิดปัญหาขึ้นตรงไหน วันนี้นางจะต้องคอยเฝ้าอยู่ข้างกายท่านยายไม่ห่างไปไหน จะปล่อยให้ใครฉวยโอกาสมาทำร้ายท่านยายไม่ได้เด็ดขาด
“ท่านยายเจ้าคะ ช่วงนี้ในจวนมีอะไรตรงไหนที่แตกต่างไปบ้างไหมเจ้าคะ?”
ซูเยว่ซีไม่กล้าพูดเรื่องกลับมาเกิดใหม่ เรื่องนี้มันน่าตกใจมากจริง ๆ จะบุ่มบ่ามพูดออกไปตรง ๆ ไม่ได้ ทำได้แค่หยั่งเชิงทางอ้อมเท่านั้น
“มีจุดไหนที่แปลกไปงั้นเหรอ?”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดขึ้น “ไม่มีตรงไหนที่แปลกไปเลยนะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ซูเยว่ซีก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะ หรือว่า... ซูโหรวจะลงมือในวันนี้งั้นเหรอ?
แต่ว่าซูโหรวจะมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง?
หลังจากที่ครุ่นคิดแล้ว ซูเยว่ซีก็รู้สึกว่าพูดเตือนท่านยายเอาไว้
“ท่านยาย เมื่อคืนเยว่เยว่ฝันร้าย ทำเอาเยว่เยว่ตกใจแทบแย่เจ้าค่ะ...”
ซูเยว่ซีอ้างว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความฝัน เอ่ยเตือนฮูหยินเฉิงกั๋วกงว่าให้นางระมัดระวังตัว
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงฟังไปได้ครั้งหนึ่ง ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดน้ำตาที่หัวตาให้กับซูเยว่ซี ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจนใจ “หลานนี่นะ กังวลมากเกินไปแล้ว ยายไม่เป็นอะไร สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี”
คุณอาจจะชอบ





