ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ณ จวนเฉิงกั๋วกง

วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของเฉิงกั๋วกง บรรดาผู้ทรงอำนาจของเมืองจิงต่างก็มาร่วมงานกันหมด ซูโหรวเองก็นั่งรถม้าของจวนซูมาถึงแล้วเช่นกัน

ซูเยว่ซีตกทะเลสาบจนเป็นหวัด และแน่นอนว่าซูเยว่ซีไม่สามารถมาเข้าร่วมงานชุมนุมรังสรรค์บทกวีขององค์หญิงใหญ่ได้ นี่เป็นโอกาสที่นางจะได้เฉิดฉาย!

ดังนั้นวันนี้ซูโหรวก็ไม่ได้มาด้วยกันกับซูเยว่ซีเหมือนอย่างเคย แต่ตั้งใจจะมาเข้าร่วมงานคนเดียวตามลำพัง

ในเวลานี้ ซูโหรวสวมใส่ชุดสีแดงยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าจวนเฉิงกั๋วกง มันเข้ากันกับสร้อยข้อมือปะการังจากทะเลตอนใต้ที่ ‘หยิบ’ มาจากจวนของซูเยว่ซี คนทั้งคนดูขาวราวกับหยก ดูดีมีเสน่ห์มาก

แต้มสีแดงระหว่างคิ้ว แปรงคิ้วเบา ๆ ไม่ดูเกินงาม แต่ก็เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง

ซูโหรวตั้งใจสวมสร้อยข้อมือปะการังเส้นนั้น ก็เพื่ออยากจะป่าวประกาศกับเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายของเมืองจิง ว่าตำแหน่งของนางทัดเทียมกับซูเยว่ซี!

ซูโหรวผู้นี้ต่างหากล่ะที่เป็นลูกสาวที่ถูกต้องตามกฎหมายของท่านพ่อ!

ถึงแม้ว่าตัวเองในวันนี้ จะทำได้เพียงแค่สวมรอยเป็นลูกพี่ลูกน้องอาศัยอยู่ที่จวนซูชั่วคราวเท่านั้นก็ตาม

แต่ไม่เป็นไร มันจะต้องมีสักวันที่นางจะทวงคืนของที่เป็นของตัวเองกลับคืนมา!

เมื่อคิดแบบนี้ ซูโหรวก็ก้มหน้าลงมองสร้อยข้อมือปะการังอันล้ำค่าที่ข้อมือของนาง

ซูเยว่ซีมีของสิ่งนี้ได้ยังไง

นางเป็นแค่นังโง่เง่าเท่านั้น!

นี่ควรจะเป็นของนาง!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของซูโหรวก็เริ่มเบิกบานมากขึ้น แทบอยากจะให้ทุกคนได้เห็นว่านางในตอนนี้เจิดจรัสมากขนาดไหน

สิ่งที่ซูโหรวไม่รู้เลยก็คือ เวลานี้ซูเยว่ซีไม่ได้อยู่ที่จวนเสนาบดี แต่เข้าไปอยู่ในจวนเฉิงกั๋วกงเรียบร้อยแล้ว

ท่านตากำลังพูดคุยสนทนากับเพื่อนพ้องอย่างสนุกสนานอยู่ในห้องโถงด้านหน้า นางไม่ได้ไปรบกวน แต่ไปยังห้องของท่านยายที่อยู่ด้านหลังแทน

“ฮูหยิน คุณหนูกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”

ทันทีที่เข้าไปในจวนของยายเฉิน เหล่าบรรดาคนรับใช้ก็พากันทักทายขึ้นมา

ไม่แปลกใจเลยที่เหล่าคนรับใช้จะดูดีอกดีใจขนาดนั้น เพราะว่านี่คือจวนที่ซูเยว่ซีเติบโตมาตั้งแต่เด็ก

เนื่องจากลูกหลานของจวนเฉิงกั๋วกงมีแต่บุรุษ ดังนั้นซูเยว่ซีที่เป็นหลานสาว ก็เลยได้รับความรักและความเอ็นดูเป็นพิเศษ สมัยเด็กนางจะกลับมาอยู่ด้วยกันกับท่านยายเป็นประจำ

ด้วยเหตุนี้เอง ในสายตาของเฉิงกั๋วกง ซูเยว่ซีจึงน่ารักน่าเอ็นดูกว่าหลานชายพวกนั้นของตัวเอง แล้วก็เอาอกเอาใจซูเยว่ซีมากที่สุด

คนรับใช้เห็นนาง ก็รู้สึกผูกพันธ์

ซูเยว่ซีเดินเข้าไปในห้องฮูหยินเฉิงกั๋วกง วินาทีที่เห็นท่านยาย ก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป พุ่งกระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของนางตรง ๆ เช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ

“เยว่เยว่ เป็นอะไรไปหรือ ถูกจวนเสนาบดีกลั่นแกล้งรังแกมาหรือ?”

ฮูหยินเฉิงกั๋วกงลูบผมของซูเยว่ซีเบา ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสารจับใจ

“ซูหยวนจิ้นนี่กล้ามากลั่นแกล้งหลานสาวของยายแบบนี้ ยังอยากจะเป็นเสนาบดีต่อไปอีกไหม?”

ฮูหยินเฉิงกั๋วกงพูดด้วยความเดือดดาล

จวนเฉิงกั๋วกง ตระกูลสามขุนนาง เรียกได้ว่าเป็นรองเพียงแค่จักรพรรดิเท่านั้น ซูหยวนจิ้น เสนาบดีที่มาจากตระกูลที่แร้นแค้น ว่ากันตามหลักเหตุผลแล้วไม่มีทางได้รับความสนใจจากจวนเฉิงกั๋วกงเลยด้วยซ้ำ

แต่ใครใช้ให้ลูกสาวของตัวเองชอบเขากันล่ะ ฮูหยินเฉิงกั๋วกงก็ตามใจนาง

แต่ถ้าซูหยวนจิ้นกล้ามาทำเรื่องที่ไม่ดีต่อลูกสาวและหลานสาวของนาง ฮูหยินเฉิงกั๋วกงก็ไม่มีทางปล่อยซูหยวนจิ้นไปแน่นอน!

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เยว่เยว่เพียงแค่คิดถึงท่านยายมากเกินไปน่ะเจ้าค่ะ”

ซูเยว่ซีเช็ดน้ำตา ในที่สุดก็สงบสติอารมณ์ของตัวเองลง ตอนนี้ถึงพูดออกมาอย่างสะอึกสะอื้น

“หลานนี่นะ ดูหลานสิ ใกล้จะถึงวัยแต่งงานแล้ว ยังจะทำตัวเป็นเด็กอยู่อีก”

ฮูหยินเฉิงกั๋วกงเช็ดน้ำตาของซูเยว่ซีอย่างจนใจ

หลานสาวคนนี้น่าเอ็นดูมากจริง ๆ

หลังจากที่ซูเยว่ซีสงบสติอารมณ์ลงแล้ว ก็นึกถึงจุดประสงค์ที่ตัวเองมาในครั้งนี้ขึ้นมาได้

ชาติที่แล้ว หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของท่านตา ท่านยายก็ล้มป่วยทันที นับตั้งแต่นั้นร่างกายก็แย่ลงทุกวัน ไม่รู้ว่าเกิดปัญหาขึ้นตรงไหน วันนี้นางจะต้องคอยเฝ้าอยู่ข้างกายท่านยายไม่ห่างไปไหน จะปล่อยให้ใครฉวยโอกาสมาทำร้ายท่านยายไม่ได้เด็ดขาด

“ท่านยายเจ้าคะ ช่วงนี้ในจวนมีอะไรตรงไหนที่แตกต่างไปบ้างไหมเจ้าคะ?”

ซูเยว่ซีไม่กล้าพูดเรื่องกลับมาเกิดใหม่ เรื่องนี้มันน่าตกใจมากจริง ๆ จะบุ่มบ่ามพูดออกไปตรง ๆ ไม่ได้ ทำได้แค่หยั่งเชิงทางอ้อมเท่านั้น

“มีจุดไหนที่แปลกไปงั้นเหรอ?”

ฮูหยินเฉิงกั๋วกงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดขึ้น “ไม่มีตรงไหนที่แปลกไปเลยนะ”

เมื่อได้ยินแบบนี้ ซูเยว่ซีก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะ หรือว่า... ซูโหรวจะลงมือในวันนี้งั้นเหรอ?

แต่ว่าซูโหรวจะมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง?

หลังจากที่ครุ่นคิดแล้ว ซูเยว่ซีก็รู้สึกว่าพูดเตือนท่านยายเอาไว้

“ท่านยาย เมื่อคืนเยว่เยว่ฝันร้าย ทำเอาเยว่เยว่ตกใจแทบแย่เจ้าค่ะ...”

ซูเยว่ซีอ้างว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความฝัน เอ่ยเตือนฮูหยินเฉิงกั๋วกงว่าให้นางระมัดระวังตัว

ฮูหยินเฉิงกั๋วกงฟังไปได้ครั้งหนึ่ง ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดน้ำตาที่หัวตาให้กับซูเยว่ซี ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจนใจ “หลานนี่นะ กังวลมากเกินไปแล้ว ยายไม่เป็นอะไร สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพมารักเธอ
9.1
ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางพายุคลั่งและท้องฟ้าที่แปรปรวนอย่างหนัก ผมกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ระทึกขวัญเมื่อเสียงตะโกนด่าทอของกลุ่มคนร้ายดังประสานไปกับเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ปรากฏร่างมหึมาของเสือลายพาดกลอนที่มีเขี้ยวแหลมคมน่าเกรงขาม มันคำรามก้องพร้อมจู่โจมอย่างดุร้าย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาบทใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและเรื่องราวเหนือจินตนาการที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในต่างภพ
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย เลี้ยงเด็กในวันสิ้นโลก
8.9
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสซอมบี้ที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง แอรอน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายบอบบางและกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้ถึงกำหนดคลอด ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่มาเยือนถึงประตูบ้าน เมื่อจู่ๆ มีซากศพเดินได้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ทว่าซอมบี้ตัวนั้นกลับมีรูปลักษณ์และท่าทางบางอย่างที่ดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาดใจ ชะตากรรมของแม่ลูกผูกพันและความลับเบื้องหลังอสุรกายตนนี้จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในวันสิ้นโลก
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้