ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีต่ำช้า

ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีต่ำช้า

โอกาสครั้งใหม่ในการมีชีวิตทำให้นางตั้งมั่นว่าจะไม่เดินซ้ำรอยเดิม ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวคือการปกป้องครอบครัวให้พ้นจากโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้น นางตัดสินใจหันหลังให้กับความรักที่เคยเป็นดั่งกับดักทำลายทุกสิ่ง เพื่อรักษาความสงบสุขและชีวิตของคนที่รักเอาไว้ให้ได้ พบกับเรื่องราวโรแมนติกดราม่าที่เข้มข้นไปด้วยปมปัญหา ความเจ็บปวด และการตัดสินใจที่ต้องแลกมาด้วยความเด็ดเดี่ยวในเส้นทางที่นางเลือกเดินเอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ซูลี่จูเบิกตาโพลง พร้อมกับอ้าปากกว้างเพื่อสูดลมเข้าสู่ร่างกายคล้ายคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตมา

ท่าทางตกใจของนางทำให้อาเจินสาวใช้ถึงกับผวามาหานางที่เตียง

“คุณหนูท่านเป็นอันใดหรือเจ้าคะ”

ซูลี่จูได้ยินเสียงของอาเจินอย่างชัดเจน นางมองไปรอบ ๆ บัดนี้นางกำลังอยู่ที่ใด นางตายแล้วหรือจึงได้พบกับอาเจินอีกครั้ง

“คุณหนูเจ้าคะ เป็นอะไรหรือไม่”

ซูลี่จูมองมือของตัวเอง นางมองหน้าของอาเจินไม่ชัดนัก ด้วยห้องนี้มืดเพียงนี้

“อาเจิน ที่นี่ที่ไหนหรือ”

อาเจินงงงวยยิ่งนัก

“จวนท่านเจ้าเมืองเจ้าค่ะ”

“มิใช่ยมโลกหรือ เจ้าเป็นคนดีไยจึงได้ตกนรกเหมือนข้า”

อาเจินทั้งงงงวยทั้งมีสีหน้าหวาดหวั่น

“คุณหนู ท่านยังไม่ตายนะเจ้าคะจะไปยมโลกได้อย่างไร อีกอย่างบ่าวก็ไม่อยากตกนรกเจ้าค่ะ”

ซูลี่จูเบิกตากว้าง นางจ้องหน้าอาเจินจากนั้นก็ดึงอาเจินเข้ามากอดด้วยความยินดี

“อาเจินข้ายังไม่ตายใช่หรือไม่”

อาเจินไม่คุ้นเคยกับสัมผัสนี้ของนาง ด้วยนับตั้งแต่เติบโตมาเคียงข้างคอยรับใช้มักจะถูกซูลี่จูใช้เป็นที่รองรับอารมณ์เสมอ

อาเจินตัวสั่นขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ มิใช่ว่าคุณหนูของนางเกิดอาการเห็นภาพหลอนในฝันจนทำให้เป็นเช่นนี้หรอกนะ

เสียงของอาเจินในยามที่เอ่ยปลอบจึงสั่นโดยไม่อาจควบคุม

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านนั่งอยู่ข้างนอกตากฝนเช่นนั้นจนทำให้ล้มป่วย สุขภาพของท่านยังไม่ดี ตัวก็ยังร้อนเพราะไข้หวัดท่านนอนเถิดนะเจ้าคะ อย่าฝืนทนลุกขึ้นมาเลย”

ซูลี่จูขมวดคิ้ว ท่าทางสับสนยิ่งนัก ร่างกายของนางสั่นระริกเมื่อได้ยินอาเจินบอกว่านางยังไม่ตาย

“ขะ ข้ายังไม่ตายจริงหรือ”

อาเจินไม่กล้ามองหน้าคุณหนูตรง ๆ ริมฝีปากยังสั่นด้วยขลาดกลัว

“ยังไม่ตายเจ้าค่ะ”

ซูลี่จูจ้องนางเขม็ง ยิ่งทำให้อาเจินหวาดหวั่น

“อาเจิน ข้ายังไม่ตาย เจ้าก็ยังไม่ตายใช่หรือไม่ เจ้าถูกแทงตรงนี้ข้าเห็นกับตา อาเจินข้าเห็นกับตา ข้าทำให้เจ้าตาย”

ซูลี่จูกลืนน้ำลายลงคอ น้ำตาไหลพรากเอ่ยทั้งสะอื้น อาเจินถึงกับตื่นตะลึงในท่าทางประหลาดนี้ของนาง

หรือป่วยจนสติเพี้ยนไปแล้ว อาเจินขยับปากแทบไม่ออกเพราะหวาดกลัวว่าคุณหนูจะเป็นบ้า และลงมือแทงนางอย่างที่พูด

“อาเจิน เจ้าต้องตอบข้า ตอบข้ามา”

ถูกคุณหนูคาดคั้นอาเจินจึงรวบรวมความกล้า พูดกับซูลี่จูมากที่สุดในชีวิตของตนเอง

“บ่าวไม่ตายเจ้าค่ะ บ่าวสบายดีไม่ได้ถูกแทง ส่วนคุณหนูเพราะนั่งคุกเข่าขอความเห็นใจจากนายท่านทั้งยังตากฝนจึงได้ล้มป่วย อาการหนักไม่น้อยแต่ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ท่านหมอตรวจดูร่างกายท่านแล้ว เพียงแค่เป็นไข้หวัดดื่มยาไม่กี่เทียบก็หายเจ้าค่ะ คุณหนูท่านตัวร้อนยิ่งนัก นอนเถิดนะเจ้าคะ”

ซูลี่จูจับใบหน้าตนเอง และสำรวจร่างของอาเจิน ไร้รอยเลือด อาเจินไม่ได้ซูบผอมเหมือนที่ผ่านมา ส่วนนางก็ไม่ได้ผอมจนเหลือแต่กระดูกเพราะไม่มีอาหารดี ๆ ประทังชีวิต นางยังคงมีรูปร่างเช่นเดิมก่อนที่จะหนีไปที่นั่น

แต่นางไม่อยากเชื่อว่านางจะกลับมาจริง ๆ

“ละ...แล้วท่านพ่อท่านแม่ อีกทั้งน้องของข้าเล่าพวกเขาสบายดีหรือไม่ พวกเขาอยู่ที่ใด”

“ทุกคนยังสบายดีที่จวนสกุลซูเจ้าค่ะ”

“ไม่มีผู้ใดตายใช่หรือไม่ ท่านพ่อ ท่านแม่ข้า ยังสบายดีใช่หรือไม่”

“ไม่มีผู้ใดตายเจ้าค่ะ ทุกคนสบายดีเจ้าค่ะ มีเพียงคุณหนูที่ล้มป่วย ดังนั้นนอนเถิดนะเจ้าคะ”

อาเจินอยากจะพูดนักว่าอย่าเอาแต่เอ่ยถึงเรื่องความตาย คำพูดอัปมงคลเช่นนี้ไม่สมควรพูดส่งเดช แต่นางก็ได้แต่หุบปากนิ่ง นางย่อมไม่กล้าออกความคิดเห็นให้คุณหนูไม่พอใจ

ในสมองของซูลี่จูบัดนี้สับสนยิ่งนัก นางหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านโดยละเอียด เรื่องนั้นเกิดขึ้นจริงเสียยิ่งกว่าจริงแต่ไยยามนี้อาเจินจึงยังอยู่ที่นี่คนทุกคนก็ยังอยู่ที่นี่

“อาเจิน เจ้าบอกข้าวันนี้วันที่เท่าไหร่ ช่วงเวลาใด ข้าอายุเท่าไหร่”

อาเจินตอบคำแผ่วเบา

“คุณหนูวันนี้วันที่สาม เดือนสิบเอ็ดเจ้าค่ะ”

“วันที่สามเดือนสิบเอ็ด วันนี้มิใช่ว่าเป็นช่วงเวลาที่ข้าอยากพบหน้าเกาเฟยอวี่เพราะเขาเอาแต่หลบหน้าข้าหรือ ข้าไปตามเขาที่จวน นั่งคุกเข่าจนร่างกายเจ็บป่วยทั้งฝนตกหนักและในที่สุดข้าก็หมดสติ ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ป่วยหนักแล้ว”

“เจ้าค่ะ คุณหนูกล่าวถูกต้อง นายท่านใจดำนัก คุณหนูคุกเข่าตากฝน ขอให้เขาเห็นใจอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดร่างกายทนไม่ไหวเลยล้มลงไปเช่นนั้น”

เวลานั้นอาเจินยังถูกซูลี่จูตบไปคราหนึ่ง เพราะนางเอาร่มไปให้คุณหนู คุณหนูอยากให้ตัวเองได้รับความสนใจจากนายท่าน จึงไม่ยอมรับความช่วยเหลืออันใดจากนาง แต่สุดท้ายนายท่านก็ไม่โผล่หน้าออกมาเลยแม้แต่น้อย

“ข้ากลับมาวันนี้สินะ”

ซูลี่จูจ้องใบหน้าของสาวใช้ในความมืดเปลือกตาไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนหุ่นปั้นไม้ตัวหนึ่ง

ซูลี่จูกลืนน้ำลายลงคอ และบัดนี้กลับรู้สึกปวดแสบร้อนที่ลำคอ คล้ายกับว่านางผ่านการถูกบดบี้และถูกรัดมาจนคอแทบขาด

ที่แท้เกิดอะไรขึ้น สวรรค์ให้โอกาสข้าจริงหรือ

“อาเจิน ตบหน้า...”

อาเจินได้ยินดังนั้นก็พลันยกมือขึ้นตบหน้าตนเองตามคำสั่งอย่างแรง

เพี๊ยะ!

“พอหรือไม่เจ้าคะ”

อาเจินตบตนเองแรงยิ่งนัก นางไม่รู้ว่าทำสิ่งใดผิดคุณหนูจึงได้ลุกขึ้นมาลงโทษกลางดึก แต่การทำโทษนางโดยไร้เหตุผลเพียงเพราะหงุดหงิดเล็กน้อย คุณหนูก็ลงมือมาเสมอ

ยามนี้นางตบตัวเองยังรู้สึกดีเสียกว่าถูกคุณหนูตบ

ซูลี่จูตกใจยิ่งนัก นางรีบจับมือของอาเจินเอาไว้

“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ให้เจ้าตีตนเอง อาเจินข้าขอโทษ แต่เจ้าจะช่วยตบหน้าข้าได้หรือไม่”

นางย่อมรู้ว่าอาเจินกำลังตัวสั่น สตรีนางนี้กลายเป็นอาเจินคนเดิมก่อนที่จะเกิดเรื่องกับสกุลซูไปแล้ว

“คะ คุณหนู บ่าวไม่กล้า”

อาเจินยิ่งรู้สึกว่าซูลี่จูมีใจวิปริตผิดเพี้ยนขึ้นทุกวันแล้ว นางเป็นสตรีร้ายกาจที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้อย่างน่ากลัว

“ตบข้า อาเจิน ถ้าเจ้าไม่ตบ...”

อาเจินถูกเสียงของคุณหนูข่มขวัญ จึงได้ยกมือขึ้นแล้วฟาดเข้าไปที่แก้มของซูลี่จู แต่น้ำหนักมือเบายิ่งนัก

ซูลี่จูไม่ได้ล้อเล่น ในเมื่ออาเจินไม่ลงมือ นางจึงตบหน้าตนเองอย่างแรง

“โอ๊ย เจ็บ!”

“คุณหนู อย่าทำเช่นนี้เจ้าค่ะ เจ็บหรือไม่ ตีบ่าวแทนเถิดเจ้าค่ะ จะโกรธอันใดก็ตีบ่าวเถิด คุณหนูไม่สบายอยู่นะเจ้าคะ ตบตนเองแรงเช่นนั้นได้อย่างไร”

อาเจินเห็นซูลี่จูตบตนเองก็รู้สึกสงสาร นางถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาเพื่อปกป้องผู้เป็นนาย เป็นมือเป็นเท้าเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ และเป็นทุกอย่างให้ซูลี่จู ความเจ็บนางทนได้แต่เมื่อเห็นซูลี่จูเจ็บอาเจินกลับรู้สึกทนไม่ได้

ซูลี่จูร้องไห้จนสะอื้น นางปาดน้ำตาแล้วเอ่ยว่า

“อาเจิน คงมีเพียงเจ้าที่ดีกับข้าที่สุด ต่อไปข้าจะชดใช้ให้เจ้า จะดีต่อเจ้า จะไม่ทำร้ายเจ้าอีกและจะปกป้องเจ้าเอง”

“คุณหนูเจ้าคะ นอนลงนะเจ้าคะบ่าวจะไปหายามาทาให้ท่านเจ้าค่ะ”

ความเจ็บนี้ทำให้ซูลี่จูเข้าใจแล้ว ว่ากำลังเกิดสิ่งใดขึ้น นางได้โอกาสในการกลับมาอีกครั้ง คำอ้อนวอนก่อนตายของนางนั้นส่งผล สวรรค์จึงได้เมตตานางเช่นนี้

ซูลี่จูปล่อยให้อาเจินจุดตะเกียง ภายในห้องสว่างขึ้นมาโดยพลัน อาเจินเดินเข้ามาพร้อมกับยาในมือ นางคุกเข่าแทบเท้าของซูลี่จู แต่กลับถูกซูลี่จูดึงมือของนางขึ้นมาให้นั่งลงบนเตียง

ด้วยความเคยชิน คิดว่าตนเองจะถูกทำร้าย อาเจินจึงหลับตาพร้อมกัดฟันแน่น

ในชาติก่อนซูลี่จูมักจะเห็นภาพนี้จนชินตา ก่อนที่นางจะตกระกำลำบากทุกครั้งที่เห็นอาเจินทำเช่นนี้นางมักจะมีอารมณ์โมโหและตบตีอาเจินราวกับสตรีบ้าคลั่ง

ทว่าหลังจากหลบหนีไปพร้อมกัน อาเจินที่คอยปกป้องนางและไม่ทอดทิ้งนางไปที่ใด ทำให้ซูลี่จูกลับใจได้ในที่สุด

ซูลี่จูจับมือของอาเจินจากนั้นจึงสัมผัสใบหน้าเล็กของสาวใช้เบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบที่อาเจินไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต

“ข้าไม่ตีเจ้า ต่อไปจะไม่ตีเจ้าอีกแล้ว อาเจินอย่ากลัวข้าจะได้หรือไม่ ชีวิตของข้านอกจากเจ้าแล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก อาเจิน ข้าขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา เจ้าจะยกโทษให้ข้าได้หรือไม่”

“คะ คุณหนู ยะ ไย...”

หรือท่านหมอให้ยาผิด คุณหนูจึงกล่าวขอโทษนาง

“เจ้ามองข้าเถิด เห็นหรือไม่ว่าข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลยแม้แต่น้อย”

อาเจินค่อย ๆ ลืมตา ไม่มีการลงโทษ ไม่มีคำด่าหยาบคาย คุณหนูพูดจากับนางด้วยน้ำเสียงที่ดียิ่งนัก ดีจนอาเจินยิ่งหวาดกลัว

ซูลี่จูยิ้มอ่อนหวาน

“อาเจิน โปรดเชื่อคุณหนูของเจ้าสักครั้งได้หรือไม่”

ถึงจะหวาดระแวง แต่นิสัยของอาเจินก็คือทุกอย่างล้วนตามใจซูลี่จู ในที่สุดนางก็ฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ

“เจ้าค่ะ”

“นั่งลงตรงนี้ ข้าง ๆ ข้า ต่อไปเจ้าไม่ต้องคุกเข่าให้ข้าอีกเข้าใจหรือไม่”

ซูลี่จูยังคงเห็นความหวาดระแวงในแววตาของสาวใช้ แต่เอาเถิดนางจะค่อย ๆ ใช้เวลาเยียวยาทุกอย่างที่ผ่านมา ชาตินี้นางไม่มีทางทำผิดซ้ำสองอีกเป็นแน่

อาเจินช่วยซูลี่จูทายา และซูลี่จูก็ช่วยทายาที่แก้มของนางให้เช่นกัน

อาเจินเห็นท่าทางอ่อนโยนเช่นนั้นของซูลี่จู จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามนาง

“คุณหนู ท่านฝันร้ายหรือเจ้าคะ”

ซูลี่จูชะงักมือเล็กน้อย ก่อนที่จะทายาให้อาเจินต่อ จากนั้นจึงเอ่ยว่า

“อือ ข้าฝันร้ายอาเจินข้าฝันร้าย เป็นฝันที่น่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจนข้าคิดว่าข้าตายไปแล้วจริง ๆ”

หัวใจของซูลี่จูบัดนี้เต้นแรงยิ่งนัก นางทั้งดีใจทั้งตื่นเต้นที่ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง

ขอให้เป็นเพียงฝันจริง ๆ เถิด

“อาเจินข้ากอดเจ้าอีกได้หรือไม่”

อาเจินมองใบหน้างามของนายหญิงของตนเอง ดวงตาคู่งามคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

อาเจินยิ่งสงสัยในท่าทางของซูลี่จู โดยปกติแล้วนายของนางผู้นี้เป็นคนเย่อหยิ่งและถือตัว ทว่าวันนี้ถึงกับดึงบ่าวรับใช้เช่นนางไปกอดในอ้อมแขน

ซูลี่จูร้องไห้ อาเจินปล่อยให้นางร้องจนหยุดไปเอง ซูลี่จูมองหน้าอาเจิน คล้ายกับว่าเพิ่งได้พบหน้ากันคราแรกหลังจากที่พลัดพรากมาเนิ่นนาน

ประหลาดยิ่ง อาเจินจึงตัดสินใจเอ่ยถาม

"คุณหนูท่านคงเสียใจที่นายท่านไม่สนใจใช่หรือไม่เจ้าคะ นายท่านก็เป็นเช่นนั้นเฉยชาและไม่สนใจคุณหนูเลย อย่าทำร้ายตนเองเพื่อนายท่านอีกเลยนะเจ้าคะ ไม่คุ้มเลยสักนิด”

ซูลี่จูยิ้มเศร้าสร้อย นางย่อมจำได้วันนี้เกาเฟยอวี่มีปากเสียงกับนางเรื่องที่นางคอยตามตอแยเขาไม่เว้นวันจนเขาหาความสงบไม่ได้ ด้วยนางหึงเขาจนหน้ามืดตามัวและคิดว่าเพราะอันผิงจือที่ทำให้เกาเฟยอวี่เป็นเช่นนี้

เขาปิดประตูไม่ยอมพบหน้านาง ส่วนนางก็ไม่ยอมขยับด้วยใจหนึ่งดื้อรั้นอีกใจหนึ่งคิดจะทำให้เขาเห็นใจนางบ้าง กระทั่งฝนตกลงมาอย่างหนัก ซูลี่จูก็ยังยืนนิ่ง

นางคิดไปเองว่า เขาคงไม่ปล่อยให้นางตากฝนอยู่เช่นนี้กระมัง เขาจะหันมาสนใจนางบ้างถ้านางลำบากเพราะเขา แต่เขาก็คือเขาคนที่ไม่สนใจและไม่เหลียวแลคนเดิม

ซูลี่จูหมดสติไปหลายวัน และบัดนี้นางก็ฟื้นแล้วทว่าช่วงเวลาที่นางหลับลึกนั้นในอีกโลกหนึ่งชีวิตอันเลวร้ายของนางยังดำเนินต่อไป

นางก้มมองมือของตนเองที่ยังเนียนนุ่มด้วยไม่เคยจับต้องสิ่งใดเลยสักหน ทว่าชีวิตบั้นปลายของชาติที่แล้วมือนี้หยาบกร้าน นางต้องหลบหนีคนจากทางการ ใช้มือนี้ขุดหาหัวมันเพื่อเอามาเผากิน ประทังชีวิตด้วยการนอนอยู่ในที่เย็นและสกปรกร่วมกับอาเจินผู้แสนดี

“ข้าได้กลับมาอีกครั้ง ข้าจะไม่ทำพลาดอีกแล้ว ส่วนเขาจะทำสิ่งใดข้ายอมหลีกทางให้ทั้งหมด”

อาเจินคิดว่าในความฝันนั้นคงน่ากลัวไม่น้อย แต่จะน่ากลัวเพียงพอที่จะทำให้คนผู้หนึ่งเปลี่ยนนิสัยได้หรือ

“คุณหนู นอนนะเจ้าคะ ท่านเหมือนจะตัวร้อนกว่าเดิมแล้ว บ่าวจะเช็ดตัวให้ท่านเจ้าค่ะ”

ซูลี่จูยิ้มอย่างอบอุ่นครานี้อาเจินสามารถรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนของนางแล้ว นางจับมือของอาเจินเอาไว้

“อาเจิน เจ้าอยู่ตรงนี้ไม่ต้องเช็ดตัวแล้ว ข้าไม่เป็นอะไร ข้าเพียงแต่อยากจะอยู่กับเจ้า ให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เจ้ายังอยู่ตรงนี้จริง ๆ”

อาเจินมองนางนิ่ง ความสงสัยล้นพ้นอยู่ในอก

หรือว่าคุณหนูหลังจากล้มป่วยวิญญาณจะออกจากร่างแล้วมีเทพเซียนมาเข้าร่างนี้แทน

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ดียิ่งแล้ว

ทันใดนั้นซูลี่จูก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ลำคอ ซูลี่จูไอแหบแห้งออกมาจากนั้นจึงยกมือขึ้นจับลำคอของตนเอง

อาเจินมองตามและบัดนี้นางก็ตกใจยิ่งนัก

“คุณหนูเจ้าคะ ลำคอของท่านไยจึงได้แดงน่ากลัวเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้น ยังคล้ายกับถูกเชือกรัดมาเช่นนี้”

ซูลี่จูเบิกตากว้าง

“จริงหรือ”

“เจ้าค่ะ”

นางลุกพรวดขึ้นมาแล้วผวาไปที่หน้ากระจกอย่างรวดเร็ว และภาพที่นางเห็นในยามนี้ล้วนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ

นางลูบลำคอที่ยังรู้สึกเจ็บแสบพร้อมกับรอยแผลนั่นเบา ๆ

“อาเจิน ข้าแน่ใจแล้วเรื่องทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ความฝันแม้แต่น้อย”

“คุณหนูรอยยาวเช่นนี้คงเจ็บปวดไม่น้อย เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ”

ซูลี่จูเอ่ยว่า

“เจ้าอย่ารู้เลย ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังเท่าใด อาเจินอย่าถามข้าอีก”

“บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”

แม้จะสงสัยกับรอยแดงรอบลำคอขาวของซูลี่จู อาเจินก็ไม่เอ่ยปากถามคำใดอีก แม้ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่ารอยนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เพราะที่ผ่านมานางถูกสอนมาให้เชื่อฟังและห้ามปากมากอาเจินจึงได้หุบปากเสียสนิท

“บ่าวจะทาขี้ผึ้งให้ท่านนะเจ้าคะ หรือจะให้บ่าวไปตามท่านหมอ รอยแผลนี้แม้จะไม่ลึกเท่าใดแต่อาจทิ้งแผลเป็นให้ท่าน”

อาเจินเอ่ยด้วยความรู้สึกห่วงใย หากเป็นเมื่อก่อนซูลี่จูคงกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้วเผลอ ๆ ยังกังวลจนลงมือตบตีนางอีกทว่าครานี้นางกลับดูสงบยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงเพราะแผลเป็นสำหรับสตรีนั้นเปรียบประดุจตราบาปที่ประทับอยู่ในร่างกาย

“รอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะดูว่ามีขี้ผึ้งทาแผลหรือไม่”

อาเจินลุกขึ้นไปค้นหาขี้ผึ้งในกล่องยาอย่างกังวล

“อยู่นี่เอง คุณหนูเจอแล้วเจ้าค่ะ”

อาเจินกลับมาก็พบว่าซูลี่จูกำลังนั่งเหม่อลอยนิ้วเรียวยังคงลูบไล้ลำคอของตนเองแผ่วเบาเช่นเคย

“คุณหนูบ่าวทาขี้ผึ้งให้เจ้าค่ะ”

ซูลี่จูนั่งนิ่งคล้ายรูปปั้นรูปหนึ่ง โดยไม่ขยับแม้แต่น้อย นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยากคาดเดา ไม่อาจรู้ได้ว่าบัดนี้นางกำลังคิดสิ่งใดกันแน่

ความรู้สึกของอาเจินในยามนี้ดูจะผ่อนคลายลงไม่น้อย ซูลี่จูไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ทั้งสีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปราวกับสตรีที่ผ่านโลกมาถึงบั้นปลายชีวิต

เพียงแค่ตากฝนจนล้มป่วยเพื่อเรียกร้องให้สามีที่ไม่ไยดีสงสาร ก็ทำให้คุณหนูเปลี่ยนไปเพียงนี้หรือ

หรือว่าคุณหนูจะเจ็บช้ำน้ำใจจนสติของนางได้เพี้ยนไปแล้ว

กระทั่งซูลี่จูเอ่ยคำที่ทำให้อาเจินตกตะลึง

“อาเจินพวกเรากลับบ้านกันเถิด ต่อไปพวกเราจะใช้ชีวิตให้ดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนสกุลเกาอีก ข้าไม่ชอบเขาแล้วไม่อาจชอบได้อีกต่อไป ข้าจะขอหย่ากับเขาในวันพรุ่งนี้”

“คุณหนู! ทะท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

ซูลี่จูแย้มเย็น สายตามุ่งมั่นแน่วแน่

“ข้าจะหย่ากับเขา ชาตินี้จะไม่ข้องแวะกับเขาอีก ส่วนพวกเราก็มาใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขเถิดนะ”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลาไปในยุค 80 เพื่อร่ำรวย
9.5
ร่วมย้อนเวลากลับสู่ทศวรรษ 80 ไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นของการสร้างตัวจากศูนย์สู่ความมั่งคั่ง พบกับกลยุทธ์การทำธุรกิจและโอกาสทองในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง พลิกชีวิตด้วยความรู้จากอนาคตเพื่อก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล มาติดตามกันว่าการย้อนอดีตครั้งนี้จะเปลี่ยนโชคชะตาให้ร่ำรวยมหาศาลได้อย่างไรในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและสีสันของยุค 80 อันน่าประทับใจ
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สามีท่านหย่ากับข้าเถอะ
8.6
หยางซูมี่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ จำใจเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องทมิฬตามพระบรมราชโองการที่มิอาจขัดขืนได้ ทว่าชีวิตในวังหลังกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีของนางแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย และไร้ความใยดี มิหนำซ้ำเขายังรับชายารองเข้ามาหยามเกียรติกันถึงเรือน เมื่อความรักไม่มีค่าและความสุขสูญสิ้น นางจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใดต้องทนใช้ชีวิตยึดติดกับบุรุษผู้ไร้หัวใจเช่นนี้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่นางจะทวงคืนอิสระและยุติความสัมพันธ์ที่แสนขื่นขมนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามกาลบันดาลใจ
8.1
จันทร์วาดหลุดเข้าไปในโลกนิทานและได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดชผู้มั่นคง ในยามที่อำนาจลึกลับพยายามพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายประหนึ่งร่างจะฉีกขาด คุณหลวงกลับเลือกที่จะอดทนต่อความทรมานแสนสาหัสและไม่ยอมปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะมาเยือนเขาก็ปรารถนาจะสิ้นใจในอ้อมกอดของจันทร์วาดเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยสายใยความผูกพันที่หยั่งรากลึกเกินกว่าที่แรงอาถรรพ์ใดจะทำลายความรักอันมั่นคงของพวกเขาลงได้
หน้าปกนวนิยาย ตำนานตาม่วง
8.1
ยอดนักฝึกสัตว์สาวดวงตาสีม่วงจากศตวรรษที่ 24 กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างหญิงมีครรภ์ที่ถูกทรมานจนเสียศูนย์ ทั้งดวงตาและพลังถูกทำลาย ซ้ำร้ายลูกชายยังถูกชิงตัวไป เธอจึงต้องออกเดินทางพร้อมลูกสาวเพื่อทวงคืนทุกอย่างด้วยเนตรสีม่วงทรงพลังที่สยบสัตว์ร้ายได้ทั่วหล้า จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้ลักพาตัวลูกชายเธอไปพร้อมข้อเสนอสุดป่วนที่หวังจะครอบครองทั้งตัวเธอและลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมกอดเพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะทำหน้าที่นางร้าย(ลับ)ให้ดีที่สุด
8.9
เมื่อฉินหลานเหอหลุดเข้ามาสวมบทบาทนางร้ายในเงามืด ภารกิจหลักของเธอคือการบงการให้นางเอกลงมือสังหารพระรองผู้แสนอันตรายตามบทเดิมที่ถูกกำหนดไว้ ทว่าในความเป็นจริงเธอกลับคลั่งไคล้และหลงเสน่ห์เขาจนถอนตัวไม่ขึ้น แทนที่จะวางแผนกำจัดเขาตามคำสั่ง เธอกลับมองว่าการหาทางใกล้ชิดและครอบครองเขาบนเตียงยังเป็นเรื่องที่ง่ายและน่าปรารถนาเสียยิ่งกว่าการทำตามพล็อตเรื่องที่แสนบ้าคลั่งนี้เสียอีก เธอจึงต้องเลือกระหว่างหน้าที่หรือหัวใจ