ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก

ติวสวาท ปิศาจร้อนรัก

ออสติน เบรเดน ปีศาจหนุ่มผู้ช่ำชองเรื่องกามารมณ์ถึงกับตกตะลึง เมื่อดรัลพร น้องสาวของเพื่อนสนิทบุกมาขอให้เขาเป็นติวเตอร์สอนบทเรียนรักเพื่อเปลี่ยนเธอให้เป็นสาวร้อนแรง แม้เขาจะพยายามหักห้ามใจเพราะแอบหลงรักเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ความไร้เดียงสาที่แสนยั่วยวนทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงตอบรับเป็นครูสอนบทสวาทโดยมีพรหมจรรย์ของเธอเป็นค่าตอบแทน พร้อมบทลงโทษสุดเร่าร้อนด้วยแส้ที่คอยกำราบไม่ให้เธอไปอ่อยชายอื่นนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา” คนที่เพิ่งจะปวดหัวกับฤทธิ์เดชของสาวสวยที่อ่อนวัยกว่าเขาถึงสิบปีเอ่ยอนุญาตคนที่มายืนเคาะประตูห้องทำงานของตน ทันทีที่ได้รับอนุญาตหนุ่มสเปนหน้าตาคมคายไม่แพ้คนเป็นนายนามว่าแซมมวล วิเซนเต้ก็เดินเข้ามา

“ทะเลาะอะไรกับคุณเดียร์หรือครับ? เห็นเธอเดินหน้าตูมออกไป” แซมมวลถามได้อย่างสนิทปาก เพราะทำงานกับเจ้านายมานานและก็พอจะรู้จักกับน้องสาวเพื่อนสนิทของเจ้านาย ซึ่งพักหลังๆ ดูจะได้เจอกันบ่อยเนื่องจากฝ่ายนั้นมาเรียนต่อปริญญาโทที่ไมอามีอันเป็นเมืองที่เจ้านายใช้เป็นที่พำนัก

“ช่างเถอะ” คนเป็นนายโบกมืออย่างต้องการจะบอกว่าไม่อยากจะพูดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่นายมีอะไร?”

“นายโฆเซ่ กัสตาโวโทร.มาครับ” แซมมวลรายงาน เมื่อมาเฟียชาวคิวบาที่ย้ายมาอาศัยในไมอามีโทร.สายตรงมาหาเจ้านายของเขา “ผมโอนสายเข้ามาให้แล้ว”

“ขอบใจ” คนเป็นนายบอกกับลูกน้องคนสนิท ก่อนเอื้อมมือไปถือกระบอกโทรศัพท์มาแนบหู “สวัสดีครับคุณกัสตาโว ต้องขอโทษด้วยนะครับที่รับสายช้า พอดีผมติดธุระกับคู่ค้าอยู่”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจ... นักธุรกิจใหญ่ก็อย่างนี้ มีงานรัดตัว” โฆเซ่บอกอย่างคนที่รอบจัดไม่แพ้กัน ก่อนที่จะเปิดประเด็นธุระที่ทำให้เขาต้องโทร.มาในวันนี้ “แต่ถึงจะอย่างนั้นคุณก็ยังเสียสละอันมีค่าแวะมาหาผมถึงที่ผับ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรจะให้ผมรับใช้เหรอครับ?”

“อย่าเรียกว่ารับใช้เลยครับ เรียกว่าร่วมทำธุรกิจกันจะดีกว่า” หนุ่มอเมริกันบอกกับหนุ่มใหญ่จากคิวบาด้วยน้ำเสียงติดตลกนิดๆ

“ร่วมธุรกิจ? ทำไมล่ะครับ? ในเมื่อพ่อของคุณก็เป็นเจ้าของสถานบันเทิงหลายแห่งทั้งในฟลอริด้าและลาสเวกัส แถมคุณเองก็ยังเป็นเจ้าของบริษัทเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของอเมริกาอีกด้วย?” โฆเซ่แสร้งทำน้ำเสียงฉงนราวกับไม่เข้าใจความนัยที่อีกฝ่ายส่งมาให้

“ไม่เอาน่า... คุณกัสตาโว! คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้หมายถึงธุรกิจสถานบันเทิงที่คุณเป็นเจ้าของอยู่” ปิศาจแห่งไมอามีเริ่มวาดลวดลายในการเจรจา “เด็กที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจยังรู้เลยว่านับประสาผับเพียงไม่กี่แห่งที่คุณมีอยู่ในครอบครองน่ะมันไม่สามารถทำให้คุณร่ำรวยเป็นกอบเป็นกำอย่างนั้นได้หรอก ผมทราบมาว่าคุณมีธุรกิจลับๆ อย่างอื่นที่ทำเงินได้ดีกว่าสถานบันเทิงของคุณ แต่ที่ผมโทร.มาเนี่ยไม่ใช่เพราะต้องการแบล็กเมล์คุณหรอกนะครับ เพียงแต่ผมเองก็กำลังสนใจรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ อันนี้เหมือนกัน เลยอยากจะรู้ว่าพอจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะมีโอกาสได้ร่วมทำธุรกิจกัน?”

“แหม... ช่างเป็นเกียรติจริงๆ เลยนะครับ” โฆเซ่บอกเสียงเหมือนยินดีเสียเต็มประดาที่นักธุรกิจใหญ่ต้องการเป็นหุ้นส่วนกับเขา แต่ในใจก็ยังไม่คลายระแวงว่าอีกฝ่ายคิดจะมาไม้ไหนกันแน่? บนโลกธุรกิจมืดไม่มีใครไว้ใจใครได้หรอก ดังนั้นระวังตัวเอาไว้เป็นดีที่สุด “เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่รังเกียจล่ะก็ เชิญมาทานอาหารที่บ้านของผมดีไหมครับ เราจะได้คุยเรื่องนี้กันอีกที ผมไม่ชอบเจรจาธุรกิจผ่านโทรศัพท์เท่าไหร่”

“ได้แน่นอนครับ ว่าแต่คุณสะดวกเมื่อไหร่?” หนุ่มอเมริกันไม่หยี่หระกับการที่ต้องเข้าไปเยือนถ้ำเสือของอีกฝ่าย ด้วยมั่นใจว่าโฆเซ่ไม่กล้าทำการอุกอาจกับคนที่เป็นนักธุรกิจใหญ่และมีเส้นสายไม่แพ้มาเฟียต่างชาติอย่างตัวเองแน่ๆ

“เอาเป็นคืนวันเสาร์ที่จะถึงนี้ดีไหมครับ? คุณจะได้มาทำความรู้จักกับครอบครัวของผมด้วย” อีกฝ่ายเสนอ

“ตกลงครับ แล้วเจอกันคืนวันเสาร์ สวัสดีครับ” รอให้อีกฝ่ายบอกลาอย่างเป็นทางการ มือหนาจึงวางโทรศัพท์เอาไว้บนแป้นที่เดิม

“ตกลงไปอย่างนั้นจะดีหรือครับนาย?” แซมมวลถามอย่างเป็นกังวลกับการที่เจ้านายจะไปทานอาหารเย็นที่บ้านมาเฟียชาวคิวบาที่ทั้งเขาและเจ้านายต่างก็รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน

“นายจะกลัวอะไร? ฝ่ายนั้นไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก ในเมื่อตระกูลเบรเดนเองก็มีอำนาจและเส้นสายในรัฐนี้มากพอๆ กับนายโฆเซ่ เผลอๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ” คนเป็นนายบอกด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจและไม่มีความกริ่งเกรงกับการเผชิญหน้ามาเฟียสุดโหดที่ทางรัฐบาลต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้ “อีกอย่าง... ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือก็คงจะไม่มีวันได้ลูกเสือ”

“แต่ยังไงก็น่ากังวลอยู่ดีนะครับ ถ้าฝ่ายนั้นคิดจะเล่นตุกติก...”

“มันไม่กล้าหรอก” ชายหนุ่มตัดบท ก่อนเอ่ยปากไล่เมื่อต้องการสมาธิในการทำงาน “มีอะไรทำก็ไปทำไป”

“ครับ” แซมมวลรู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนใจนายได้ จึงทำเพียงโคลงศีรษะรับคำก่อนหมุนกายเดินออกไปจากห้องทำงานของอีกฝ่าย

ออสติน เบรเดนปล่อยความคิดของตัวเองให้ล่องลอยไปอยู่กับเรื่องของหญิงสาวที่ออกไปจากห้องก่อนที่ลูกน้องของเขาจะเข้ามาอีกครั้ง เขารู้ว่าเธอคงไม่ทันยั้งคิดหรือบางทีอาจเป็นเพราะเธอนับถือเขาเป็นเหมือนญาติในครอบครัวคนหนึ่งนั่นแหละที่ได้กล้าขออะไรบ้าๆ นั่นออกมา

รีฮันน่าห์ แม่ของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับดาหลา แก้วกานต์ เนื่องจากไปทำงานเป็นครูพิเศษที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทยซึ่งดาหลาก็เป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่นั่น ทั้งคู่จึงค่อนข้างสนิทกันเพราะสามารถสื่อสารกันได้รู้เรื่อง หลังจากนั้นไม่ถึงปีแม่ของเขาก็ได้พบกับอีริค เบรเดน ทายาทคนเดียวของตระกูลเบรเดนที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นมาเฟียในเขตรัฐฟลอริด้าและลาสเวกัส เนื่องด้วยเป็นเจ้าของบ่อนคาสิโนและสถานบันเทิงหลายแห่ง บ้างก็ว่ากันว่าตระกูลเบรเดนเป็นตระกูลเก่าแก่พอๆ กับรัฐฟลอริด้าซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1845 หรือเมื่อหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเอ็ดปีก่อน

บ้างก็ซุบซิบกันอีกว่าครอบครัวเบรเดนแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งอำนาจทางการเมืองแต่ก็เป็นแหล่งทุนทรัพย์สำคัญสำหรับนักการเมืองท้องถิ่นหลายๆ คน นั่นทำให้ตระกูลเบรเดนกลายมาเป็นมาเฟียแห่งฟลอริด้าได้โดยไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจมืด และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าแหยมกับตระกูลนี้เพราะนอกจากจะมีเส้นสายแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด สามารถกำจัดศัตรูที่มาก่อปัญหาได้โดยไม่มีใครกล้าเอาเรื่องอีกด้วย ซึ่งออสตินก็ได้รับถ่ายทอดลักษณะนิสัยโดดเด่นนั้นมาจากต้นตระกูล จนได้รับการขนานนามว่า “เจ้าชายปิศาจ” แต่เขาไม่คิดจะทำร้ายใครก่อน ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตัวเองและคนของเขา

รีฮันน่าห์ขอให้อีริคอยู่ที่ประเทศไทยด้วยกันจนกระทั่งลูกชายนามว่าออสตินอายุได้สิบขวบ เพราะยังอยากอยู่กับเพื่อนและรักงานสอนที่ทำ ซึ่งอีริคก็ไม่ขัดข้อง เพราะยังไม่ต้องเข้ารับหน้าที่ดูแลธุรกิจของครอบครัวอย่างเป็นทางการ ออสตินถูกเลี้ยงให้เติบโตมาพร้อมๆ กับดนุพงศ์ลูกชายของดาหลาเนื่องจากทั้งคู่อายุเท่ากัน จึงได้เรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่พอถึงวัยที่จะเข้าเรียนมัธยมต้น อีริคก็ต้องย้ายมารับหน้าที่ดูแลธุรกิจนับตั้งแต่นั้น นั่นทำให้ออสตินต้องย้ายมาอยู่ที่อเมริกา แต่กระนั้นรีฮันน่าห์ก็พาลูกชายกลับไปเยี่ยมดาหลาทุกครั้งที่มีโอกาส และออสตินก็ได้รู้จักกับดรัลพร แก้วกานต์ น้องสาวของดนุพงศ์ที่มีอายุห่างจากพี่ชายถึงสิบปี จนกระทั่ง... เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นในช่วงที่เขาอายุได้ยี่สิบสามปี

ชายหนุ่มหลับตาแล้วนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสิบสองปีก่อน เขากับแม่ไปเยี่ยมดาหลาที่บ้านสวนของอีกฝ่ายซึ่งมีคลองน้ำอยู่ด้านหลังสวน ขณะนั้นใกล้จะพลบค่ำแล้ว เขากับดนุพงศ์ถูกผู้ใหญ่สั่งให้ตามหาดรัลพรในวัยสิบสามปีที่หนีออกจากบ้านเพราะงอนที่ดาหลาไม่ยอมให้ไปเที่ยวกับเพื่อนในตัวเมือง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โชซอนซ่อนรัก
8.2
มีนา นักศึกษาสาวไทยในเกาหลีใต้ต้องเผชิญความโดดเดี่ยวหลังถูกคนรักทอดทิ้ง เธอจึงจมอยู่กับโลกนิยายและหลงรัก คิมคังยู พระรองผู้แสนดีที่ยอมสละชีวิตเพื่อนางเอก จนเธอเผลอคิดว่าหากเป็นตนเองคงเลือกเขาอย่างแน่นอน ทันใดนั้นโชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อเธอตื่นขึ้นมาพบกับชายหนุ่มในชุดโบราณที่หลุดออกมาจากหน้ากระดาษสู่โลกความจริง พร้อมคำถามที่ทำให้เธอตกตะลึงว่าที่นี่คือยุคโชซอนหรือไม่ เรื่องราวความรักข้ามมิติสุดอัศจรรย์จึงได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนของหญิงสาว
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนอดีต...มาหารัก
8.2
นิยามที่ว่าการแต่งงานคือจุดสิ้นสุดของความรักอาจไม่ใช่ความจริง เพราะสำหรับบางคนมันคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อโชคชะตาหยิบยื่นโอกาสสุดพิเศษให้มนุษย์สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นในอดีตได้อีกครั้ง คำถามสำคัญที่ตามมาคือการตัดสินใจแก้ไขความผิดพลาดในวันวานจะส่งผลกระทบจนเปลี่ยนแปลงเส้นทางอนาคตไปตลอดกาลได้จริงหรือ ร่วมออกเดินทางค้นหาคำตอบของหัวใจในเรื่องราวความรักข้ามเวลาสุดเข้มข้นที่แฝงไปด้วยความหวัง
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง
7.9
เมื่อรักแท้ถูกทดสอบด้วยอุปสรรคถาโถม ความเชื่อมั่นและความเสียสละจะเพียงพอให้ก้าวข้ามผ่านไปได้จริงหรือ นี่คือเรื่องราวการดิ้นรนท่ามกลางสมรภูมิแห่งความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการลุกขึ้นสู้เพื่อไขว่คว้าหัวใจมาครอบครอง หรือการก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่สวรรค์ขีดเขียนเอาไว้ให้เป็นไป เส้นทางใดกันแน่คือบทสรุปที่หัวใจดวงนี้ควรเลือกเดินในท้ายที่สุด เพื่อพิสูจน์คุณค่าของความรักที่มั่นคงท่ามกลางไฟสงครามและอำนาจ
หน้าปกนวนิยาย ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ หญิงสาวผู้งดงามและใสซื่อที่เติบโตมาจากการประคบประหงมของครอบครัวผู้มั่งคั่ง เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตามความฝันแม้พ่อแม่จะไม่เห็นชอบ จนกระทั่งได้รับขลุ่ยโบราณที่พ่อหามาให้เพื่อใช้ประกอบการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มฝันถึงแม่ทัพหนุ่มท่ามกลางสนามรบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยในฝันเธอได้ช่วยเหลือเขาไว้หลายครั้ง สิ่งที่น่าพิศวงคือความฝันเหล่านั้นเริ่มซ้อนทับกับความจริงอย่างประหลาด เขาเป็นใคร และขลุ่ยเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่
หน้าปกนวนิยาย เพ่ยลู่เสียน สาวใช้อุ่นเตียง จวนนายอำเภอซ่ง
8.4
หลังเพ่ยลู่เสียนกินยาบางอย่างเข้าไป ร่างกายกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติอย่างรุนแรง หัวใจเต้นระรัวและมีเหงื่อซึมทั่วใบหน้า แม้แต่น้ำเสียงที่เคยปกติก็ยังแหบพร่าอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจนนางแทบทนไม่ไหว หญิงสาวพยายามคว้ามือเกาฟงเสินเอาไว้เพื่อหาที่พึ่งพิง แม้ฝ่ายชายจะพยายามถอยห่างเพื่อไปตามหมอมาช่วยดูอาการ แต่นางกลับพุ่งเข้ากอดรัดเขาไว้แน่นเพราะฤทธิ์ยาที่รุนแรงเกินจะต้านทานไหว เรื่องราวความสัมพันธ์ในจวนนายอำเภอซ่งจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา