ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เหยื่อในกับดักบงการใจ

เหยื่อในกับดักบงการใจ

เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด
ตอน
แชร์

ตอน 1

เพื่อลากคอแก๊งนรกเข้าตาราง ฉันยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมกัดฟันปล่อยให้ไอ้โรคจิตลูบไล้ต้นขาและล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน

ฉันคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้ล่า' ที่กำลังต้อนแกะเข้ากรง แต่ทันทีที่สับกุญแจมือคนร้าย โลกทั้งใบกลับมืดดับลงพร้อมกับถุงดำที่คลุมหัว

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ฉันถึงได้รู้ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน

ไอ้โง่ที่ฉันจับเป็นแค่เหยื่อล่อ ส่วนบอสใหญ่ตัวจริงคือ 'พชร' ชายหนุ่มมาดดีที่ยืนมองฉันถูกย่ำยีมาตลอดโดยไม่คิดจะช่วย

เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันเป็นตำรวจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อสนุกกับการปั่นหัวฉันเล่น

วินาทีที่ฉันฉวยโอกาสเอามีดจ่อคอหอยเขา เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยแววตาโรคจิต

"รู้ไหม... การได้มองตำรวจหญิงผู้มั่นใจ ค่อยๆ เดินลงนรกที่ฉันสร้างไว้ มันเร้าใจยิ่งกว่าตอนเห็นเธอถูกลวนลามซะอีก"

บทที่ 1

สารวัตรรวิ (เมีย) POV

มือหยาบกร้านลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาของฉัน สัมผัสเย็นเยือกที่กระตุ้นให้เส้นขนทั่วร่างลุกชัน ความรู้สึกตกใจปะทะเข้ากับฉันอย่างจังจนลมหายใจสะดุด ความหวาดกลัวที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ฉันรู้สึกเหมือนถูกย่ำยี ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉันพยายามจะขยับตัวออกห่าง แต่กลับไม่รู้ว่าคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่คือใคร ความรู้สึกไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา ความวิตกกังวลทำให้หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ฉันตัวสั่นเทาไปหมดราวกับใบไม้ที่ถูกลมพายุพัดแรงๆ

เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างหู "อย่าร้องนะคนสวย ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคม" คำขู่นั้นเย็นชาจนฉันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ความสิ้นหวังกัดกินจิตใจฉันอย่างโหดร้าย และลางร้ายที่น่ากลัวก็ฉายชัดขึ้นมาในสมอง

อากาศในรถเมล์ร้อนอบอ้าวและชื้นราวกับป่าดงดิบ มันทำให้ฉันอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมและซอกคอ

ฉันเพิ่งจะขึ้นรถเมล์มาทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งจะซาไปเมื่อไม่นานมานี้ ความเหนอะหนะของเสื้อผ้าที่ติดผิวทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่แรก

กลิ่นอับของเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ลอยอบอวลไปทั่วรถเมล์ ฉันยืนเบียดเสียดอยู่ตรงกลางรถ โดยมีผู้คนรายล้อมจนแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว

บางครั้งหยดน้ำฝนที่กระเซ็นเข้ามาทางหน้าต่างก็ทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปชั่วขณะ มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายเพียงชั่วครู่ก่อนที่ความอึดอัดจะกลับมาอีกครั้ง

ฉันพยายามปรับท่าทางเพื่อให้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นไม่แนบเนื้อจนเกินไป ความหงุดหงิดแล่นขึ้นมาเล็กน้อยกับความไม่สบายตัวนี้

สายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆ รถเมล์อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงการสัมผัสที่แปลกประหลาด มันเบาบางจนเกือบจะคิดว่าตัวเองคิดไปเอง

ฉันก้มลงมองทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัส ซึ่งก็พบว่าเป็นเพียงกระเป๋าถือของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พยายามบอกตัวเองว่าฉันคงจะคิดมากไปเอง

ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เส้นผมที่ยังเปียกชื้นหยดน้ำลงมาที่หน้าผาก ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา

รถเมล์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ผู้คนยังคงเบียดเสียดกันแน่น ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับพื้นที่ที่จำกัด และพยายามขยับตัวถอยหลังให้มีช่องว่างมากขึ้น

แต่การถอยหลังของฉันกลับทำให้เท้าไปเหยียบรองเท้าหนังของใครบางคนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฉันยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็รีบเอ่ยคำขอโทษทันทีด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุด

ทันใดนั้นรถเมล์ก็เบรกกะทันหันอย่างแรงจนตัวฉันเซไปข้างหน้า

ร่างกายของฉันถูกแรงเหวี่ยงเหวี่ยงไปชนกับประตูรถเมล์อย่างแรง จนรู้สึกเจ็บไปหมด

ขณะที่ฉันกำลังจะทรงตัวให้มั่นคงอีกครั้ง มืออุ่นๆ ข้างหนึ่งก็สัมผัสเข้าที่ต้นขาของฉันอย่างจัง ความตกใจแล่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจ

ฉันหันขวับไปมองทันที แต่กลับไม่เห็นมีใครที่น่าสงสัย ผู้คนรอบข้างยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับโลกส่วนตัวของตัวเอง

ฉันพบว่าด้านหลังของฉันมีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เท่านั้น ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าปลอดภัยแล้ว

แต่สัมผัสที่ต้นขายังคงอยู่ มือที่หยาบกร้านยังคงลูบไล้ขึ้นลงอย่างช้าๆ จนฉันรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกขยะแขยงและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

หัวใจของฉันเต้นรัวเร็วขึ้นราวกับกลองรบ สัมผัสที่ต้นขาเริ่มรุนแรงขึ้น และฉันก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง ความหวาดกลัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำให้ร่างกายของฉันเริ่มแข็งทื่อ

ฉันรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกลวนลามบนรถเมล์สาธารณะ ความรู้สึกช็อกทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉันได้ ความโกรธปะทุขึ้นมาในใจอย่างรุนแรง

ฉันพยายามจะปัดมือของอีกฝ่ายออกไป แต่กลับถูกผลักให้แผ่นหลังแนบติดกับประตูรถเมล์อย่างแน่นหนา ฉันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ข้างหูทำให้ฉันขนลุกซู่ ความรู้สึกขยะแขยงปะปนกับความกลัว ทำให้ท้องของฉันปั่นป่วนไปหมด

"หยุดนะ" ฉันพยายามพูดออกไป แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน

ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ มือของเขาก็สอดเข้ามาใต้กระโปรงของฉันอย่างรวดเร็ว ความตกใจทำให้ฉันตัวแข็งทื่ออีกครั้ง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจฉันอย่างสมบูรณ์

ฉันพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้อย่างรวดเร็ว ความตื่นตระหนกทำให้ฉันหายใจไม่ออก

นิ้วของเขากดลงบนริมฝีปากและลิ้นของฉันอย่างแรง ความรู้สึกขยะแขยงทำให้ฉันอยากอาเจียน ฉันรู้สึกไร้ค่าและไร้อำนาจอย่างที่สุด

ฉันไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ชัดเจน มีเพียงเสียงอู้อี้ที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ความผิดหวังและความสิ้นหวังกัดกินหัวใจฉันอย่างช้าๆ

ฉันมองไม่เห็นหน้าของคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่ ทำให้ความกลัวยิ่งทวีคูณ ฉันพยายามมองหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ร่างกายของฉันสั่นเทิ้มไปหมดด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ความตกใจทำให้ฉันแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

น้ำตาแห่งความอับอายไหลอาบแก้มอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ร่างกายยังคงสั่นเทาไม่หยุด ฉันปรารถนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด

ในใจของฉันเต็มไปด้วยความสับสน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉันได้

สายตาของฉันกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมล์ ผู้คนที่เดินอยู่บนถนนดูเหมือนจะจ้องมองมาที่ฉันอย่างตัดสิน ฉันรู้สึกอับอายราวกับถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน

ขาของฉันสั่นจนแทบจะยืนไม่ไหว ความอับอายที่รุนแรงทำให้ฉันอยากจะหลบซ่อนตัวจากสายตาของทุกคน

ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ มันเหมือนฝันร้ายที่กลายเป็นจริง และความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตของฉันก็ถูกทำลายลงในพริบตา

ทันใดนั้นสายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากฉัน พริบตาหนึ่งฉันรู้สึกถึงความหวัง

ฉันพยายามใช้สายตาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขากลับผิวปากอย่างไม่สนใจ แล้วหันหน้าหนีไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกถูกหักหลังและความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง

ผู้โดยสารทุกคนในรถเมล์ต่างถอยห่างจากฉันไปหนึ่งก้าว ราวกับว่าฉันเป็นตัวประหลาดที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้ง

ฉันรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างพิจารณา ราวกับว่าพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ความอับอายทำให้ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้

ฉันส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง ความรู้สึกไร้ที่พึ่งทำให้ฉันยอมจำนนต่อสถานการณ์

"ฉันจะทำตามทุกอย่างที่นายต้องการ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ" ฉันเอ่ยเสียงเบาอย่างสิ้นหวัง มันเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจที่แตกร้าว

ทันทีที่ฉันพูดจบ รถเมล์ก็ชะลอความเร็วลงและค่อยๆ จอดสนิท

ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่น่ากลัว

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับว่าวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

เสียงของผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังเร่งให้ฉันลงจากรถ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำซ้ำเติม

จิตใจของฉันว่างเปล่า เสียงหึ่งๆ ยังคงดังก้องอยู่ในหู คำขู่ของเขาที่กระซิบข้างหูก่อนจากไปยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง

"อย่าลืมนะคนสวย ถ้าไม่อยากให้รูปเธอว่อนเน็ต พรุ่งนี้ฉันจะรอเธออยู่ที่เดิม" คำขู่นั้นยิ่งทำให้ความสิ้นหวังของฉันลึกซึ้งขึ้น มันเป็นคำขู่ที่ทำให้ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิษสวาทร้าย เจ้าชายเถื่อน
8.7
หญิงสาวตัดสินใจสวมรอยเป็นพี่สาวฝาแฝดผู้ล่วงลับเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าชายรูปงามแห่งดินแดนทะเลทราย แต่ความลับกลับถูกเปิดเผยจนนำไปสู่บทลงโทษอันเร่าร้อนด้วยเพลิงสวาทที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะพยายามควบคุมตัวเองเพื่อมอบความหฤหรรษ์ให้แก่เธอ ทว่าความเสียวซ่านกลับโหมกระหน่ำจนทั้งคู่จมดิ่งสู่กามารมณ์ที่รุนแรงและบ้าคลั่ง ร่างกายที่สอดประสานอย่างหนักหน่วงนำพาทั้งสองไปสู่จุดสุดยอดแห่งความสุขสม ทิ้งรอยเล็บและคราบเลือดไว้บนแผ่นหลังท่ามกลางแรงปรารถนาที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย ลูกเขยจอมราชันย์กลับมาแล้ว
9.5
เมื่อสิบห้าปีก่อน เสี่ยวซวนลี่สังหารพ่อแม่ของเสี่ยวเทียนเพื่อชิงมรดกและรับเขามาเลี้ยงอย่างจอมปลอม จนกระทั่งเสี่ยวเทียนเติบโตและก่อตั้งบริษัทระดับโลก เขากลับถูกลุงแท้ๆ ใส่ร้ายคดีฉาวจนสูญเสียทุกอย่างและต้องหนีไปต่างประเทศ ห้าปีต่อมาเสี่ยวเทียนกลับมาในฐานะผู้นำองค์กรติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุด พร้อมทรัพย์สินมหาศาลและอำนาจที่แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องก้มหัวให้ ถึงเวลาที่เขาจะกระชากหน้ากากคนชั่วและทำให้ศัตรูที่เคยดูถูกต้องคุกเข่าวิงวอนขอชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้
9.1
หญิงสาวผู้กำลังจะรับปริญญาต้องย้อนอดีตสู่ยุค 60 ในร่างของคำแก้ว หญิงปัญญาอ่อนผู้ยากไร้และเป็นลูกสาวอดีตโจรพิการ เธอต้องเผชิญกับค่าแรงเพียงน้อยนิดท่ามกลางความอดอยาก ทว่าโชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อต้องพบกับศัตรูที่จ้องล้างแค้นครอบครัวของเธอด้วยหัวใจเป็นเดิมพัน แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจรและต้องรับมือกับเหล่าร้ายที่ดักปล้น แต่เธอกลับมีความลับและอาวุธที่ไม่มีใครคาดคิด พร้อมจะเอาคืนทุกคนอย่างสาสมเพื่อปกป้องคนในครอบครัวให้มีชีวิตรอด
หน้าปกนวนิยาย พิษรักร้าย Toxic Love
9.1
เมื่อริกบุกรุกเข้าห้องพักของนินิวในยามวิกาล ความขัดแย้งระหว่างอดีตคนรักจึงปะทุขึ้น นินิวพยายามไล่เขาให้ไปหาภรรยาคนปัจจุบันอย่างโมเน่ แต่ริกกลับอ้างสิทธิ์ในตัวเธอด้วยความหึงหวงหลังเห็นเธอใกล้ชิดกับไทม์ แม้นินิวจะยืนยันว่าความสัมพันธ์จบลงแล้วเพราะความเลวของเขา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและอารมณ์รุนแรง นินิวต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอแสนรังเกียจในฐานะหนึ่งในกลุ่มวิศวะที่มีความรักอันเป็นพิษและแสนดุดัน
หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย&เมียเชลย (ภาคต่อ มาเฟีย&เมียอุ้มบุญ)
9.4
เพราะความผิดที่ไม่ได้ก่อ ทำให้ ไลลา ต้องมาชดใช้กรรมแทนพ่อและพี่ชาย ด้วยการถูกบังคับให้กลายมาเป็น ‘เมียเชลย’ ของมาเฟียหนุ่ม ผู้มีรูปลักษณ์แสนดิบเถื่อน ไร้หัวใจ อย่าง ราฟาเอล มาร์เซียอาโน่ รองหัวหน้าแก๊งเลโอปาสคาล แห่งคารัสซีเลีย ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า หากเธออยากเป็นอิสระ ก็ต้องมีลูกให้เขา แล้วจากนั้นเธอจะไปไหนก็ไป ไลลากัดฟันทน ทำตามหน้าที่อย่างไม่มีทางเลือก เธอได้แต่สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ยอมให้หัวใจตัวเอง พ่ายแพ้ให้กับเขาเด็ดขาด เธอต้องไม่รักเขา เหมือนที่เขาเคยประกาศไว้ว่า อย่าคิดหวังเป็นเมียเขา เพราะเธอเป็นได้แค่ เมียเชลย ที่เขาไม่มีวันรัก ! /// “คุณเอาตัวฉันมาทำไม” ไลลาถามเสียงแผ่ว เรื่องที่ได้ยินทำให้เธอไม่อยากเชื่อ แต่ท่าทางของคนพูดทำให้เธอจำต้องเชื่อเขา “เธอต้องอยู่เป็นเชลย จนกว่านายอังตวนจะหาทางชดใช้ความเสียหายได้ทั้งหมด หรืออังเดรยอมกลับมารับโทษ ให้พูดตรงๆ คือมาอยู่ขัดดอกยังไงล่ะ” สิ่งที่ได้ยินทำเอาไลลาหัวใจหล่นไปกองกับพื้น ไม่คิดว่าพี่ชายจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ จนทำให้พ่อและเธอต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย “แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง” หญิงสาวกลั้นใจถามออกไป “คุณปู่ของฉัน ท่านต้องการให้ฉันมีทายาท ท่านยื่นข้อเสนอให้พ่อของเธอว่า ภายในหนึ่งปีนี้หากเธอมีลูกให้ฉันได้ ก็จะยกหนี้ทั้งหมดให้” ราฟาเอลบอกข้อเสนอของคนเป็นปู่ให้เธอรับรู้ “ถ้า... ถ้าฉันยอมรับข้อเสนอ หนี้ของพ่อฉันจะได้รับการชดใช้ใช่ไหมคะ” เธอถามเขาเสียงเจือสะอื้น อีกฝ่ายพยักหน้ารับ “ใช่ ขอแค่เธอยอมทำตามเงื่อนไข เธอจะชดใช้หนี้แทนพ่อเธอได้” “แล้วความผิดของพี่อังเดรล่ะค่ะ ฉันจะชดใช้ให้แทนได้ไหม” ไลลาถามอย่างมีความหวัง “เธอนี่ได้คืบจะเอาศอก ถ้าเธอมีลูกให้ฉัน ค่อยมาพูดเรื่องนี้กัน” ราฟาเอลบอกเสียงเข้ม เขากระตุกยิ้มหยัน เมื่อเห็นสายตาผิดหวังของหญิงสาว “ฉัน... ฉันยอมรับข้อเสนอค่ะ” ไลลากลั้นใจพูดออกไป ก้มหน้าหลบสายตาของเขา มือน้อยกำแน่นข่มกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เธอไม่มีทางเลือกอื่น อนาคตความฝันพังพินาศลงไปแล้ว เมื่อต้องเอาร่างกายของตัวเองชดใช้ความผิดแทนพี่ชาย “เข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ดีแล้ว” ราฟาเอลเชยคางหญิงสาวขึ้นมา ก่อนจะก้มลงไปแตะริมฝีปากจุมพิตเรียวปากอิ่มอย่างดุดัน ไลลาตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเบือนหน้าหนีเขา มือยกผลักแผงอกหนาให้ออกห่าง “นี่คุณทำอะไร” “หึ ก็ทดสอบคุณภาพยังไงล่ะ ซื้อผ้ายังต้องดูเนื้อ นี่เลือกแม่พันธุ์ทำลูก มันต้องทดสอบคุณภาพสักหน่อยสิ” ถ้อยคำหยาบหยามนั้น ทำเอาคนฟังน้ำตาคลอ ศักดิ์ศรีถูกเขาเหยียบย่ำลงไปอย่างไร้ทางสู้ หญิงสาวได้แต่ฝืนข่มกลั้นความอดสูนั้นไว้ หนึ่งปีเท่านั้นเธอต้องอดทน เธอต้องทำเพื่อพ่อและพี่ชาย “จำเอาไว้ว่า อย่าคิดหวังจะเป็นเมียฉัน เพราะเธอเป็นได้แค่ เมียเชลย !”