ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา

คืนหนึ่งกับเขา

เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลังจากวันอันยาวนานที่มหาวิทยาลัย เบลซมีนัดทานมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขาที่ร้านอาหารระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในเมือง และเขาก็พอจะมีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร

เมื่อเห็นพ่อแม่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารส่วนตัวสุดหรูร่วมกับคู่รักอีกคู่หนึ่ง โดยมีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอีกคน คิ้วของเบลซก็ขมวดเข้าหากันทันที

“เบลซ...” ผู้เป็นแม่ส่งยิ้มหวานให้ ก่อนที่เบลซจะก้มลงจุมพิตที่แก้มของเธอ และตบไหล่พ่อของเขาเบา ๆ อย่างเป็นกันเอง

“เรามีแขกเหรอครับ” เบลซเอ่ยขึ้น แต่กลับไม่ได้หันไปมองทั้งสามคนที่โต๊ะซึ่งส่งยิ้มรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

“นี่ครอบครัวคุณเมนเดซ แม่เชิญพวกเขามาทานมื้อค่ำกับเราคืนนี้ เพื่อให้ลูกได้ทำความรู้จักกับลิซ่า ลูกสาวของพวกเขาไงจ๊ะ” เบลล่าอธิบายด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ดวงตาของเธอกลับเฝ้ามองใบหน้าที่ยากจะอ่านความรู้สึกของเบลซอย่างระมัดระวัง

เบลซเพียงแต่จ้องมองแม่ของเขา พลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ทุกคนต่างรอคอยการตอบสนองจากเขา...แต่กลับไม่มีเลย ความเงียบจึงเข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร ในขณะที่เบลซทำเพียงแค่มองหน้าผู้เป็นพ่อและแม่สลับกันไปมา

หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเบลซด้วยการส่งยิ้มหวานให้ แต่เขากลับไม่แยแสต่อสิ่งที่เธอทำเลยสักนิด

“ผมไม่ต้องการเพื่อนใหม่...” เบลซพูดออกมาอย่างตัดบทด้วยน้ำเสียงไม่แยแส ก่อนจะหยิบเมนูที่วางอยู่ข้างจานขึ้นมา

พ่อแม่ของเขาถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองคู่สามีภรรยาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ แทนคำขอโทษ พลันรู้สึกอับอายอย่างถึงที่สุด

“สวัสดีค่ะ เบลซ... ฉันลิซ่า เมนเดซนะคะ...” หญิงสาวหันตัวมาทางเบลซ และเริ่มต้นบทสนทนากับเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย

“ผมขอสเต็กเนื้อวากิวครับ...” เบลซหันไปคุยกับแม่ของเขาแทนที่จะตอบรับหญิงสาวที่ยังคงยิ้มไม่หยุด แม้จะเห็นได้ชัดว่าเบลซจงใจเมินเธอก็ตาม

เบลซกวาดสายตาดูรายการไวน์ในเมนูต่อไป โดยยังคงละเลยหญิงสาวที่ดูตื่นตัวเกินเหตุข้างกาย

“ฉันเองก็เคยฝันอยากเป็นหมอเหมือนกันค่ะ ฉันว่าอาชีพหมอเนี่ยเท่จริง ๆ เลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงอ่อนเสียงหวาน และนั่นก็เรียกความสนใจจากเบลซได้สำเร็จ

เบลซชะงักเล็กน้อยและหันขวับไปหาหญิงสาว ทำเอาเธอถึงกับตกใจที่จู่ ๆ เบลซก็จ้องมองมาแบบนั้น

“คุณเองก็เป็นนักศึกษาแพทย์เหมือนกันเหรอ?” เบลซถามอย่างจดจ่อด้วยความสนใจเล็กน้อย

หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกตะลึงจนได้แต่อ้าปากค้างใส่เบลซที่กำลังจับจ้องเธออย่างตั้งใจเพื่อรอคำตอบ

“เอ่อ... เปล่าค่ะ ไม่ใช่... ฉัน...” หญิงสาวเริ่มเอ่ยตะกุกตะกัก จากนั้นจู่ ๆ เบลซก็เปลี่ยนท่าทีเป็นไม่สนใจและหันกลับไปหาเมนูในมือตามเดิม เธอจึงหยุดพูดไปดื้อ ๆ

“ผมขอไวน์ตัวเดิมที่ดื่มประจำครับ...” เบลซหันไปบอกผู้เป็นแม่ และค่อย ๆ วางเมนูลงข้างจาน

“ลูกชายคุณหล่อมากเลยค่ะอารา” ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามเอ่ยออกมา พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ดูค่อนข้างจะเป็นกันเองให้แม่ของเบลซ

“ขอบคุณค่ะ” เบลล่าตอบรับพลางคลี่ยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะหันมามองเบลซที่ยังคงนั่งเงียบ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใด

“ลิซ่าสวยมากเลยนะ ลูกว่าไหมเบลซ?” เบลล่าหันไปถามลูกชาย ทว่าเขาเพียงแต่มองจ้องเธออย่างนิ่ง ๆ ทำให้เบลล่าต้องหันไปหาผู้หญิงที่ยังคงส่งยิ้มหวานมาให้เธออย่างเป็นธรรมชาติแทน

“พวกเธอสองคนดูเหมาะสมกันมากเลย... คุณหมอสุดหล่อกับหนูลิซ่าแสนสวยของฉัน พวกเธอสองคนเสริมส่งกันจริง ๆ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยอย่างมีความสุข

“เธออาจจะไม่ได้สวยขนาดนั้นก็ได้นะครับ...” ทุกคนรอบโต๊ะต่างอ้าปากค้างพลางหันมามองเบลซ เมื่อจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สายตาก็ไม่บ่งบอกถึงความคล้อยตามเลยสักนิด

“เบลซ?” เบลล่าเอ่ยปรามเสียงต่ำ พลางถลึงตาใส่ลูกชายที่ยังคงจ้องมองเธอนิ่ง ๆ ขณะที่แขกทั้งสามคนถึงกับเกร็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

“เธอผ่านการศัลยกรรมมา ชัดเจนมากทั้งที่ตา จมูก แล้วก็ปาก...” เบลซอธิบายอย่างเป็นการเป็นงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติของเขา

หญิงสาวได้แต่หันไปมองพ่อแม่ของเธอด้วยแววตาไร้หนทาง

แลนเดอร์บีบสันจมูกตัวเองแน่น ขณะที่เบลล่ายังคงอ้าปากค้างด้วยความอับอาย ทั้งยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ลูกชายพูดออกมาอย่างไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจ

คู่สามีภรรยาอีกฝ่ายเริ่มทำตัวไม่ถูกและเงียบไป พวกเขาดูลังเลระหว่างความเป็นห่วงลูกสาว กับความคิดที่ว่าจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรดีต่อสิ่งที่ทายาทตระกูลวอห์นเพิ่งจะเอ่ยออกมา

“เบลซ ขอโทษเดี๋ยวนี้” เบลล่าตวัดสายตาจ้องเบลซเขม็งและสั่งเสียงเบาผ่านไรฟันที่กัดแน่น แต่เขากลับทำเพียงแค่มองผู้เป็นแม่นิ่ง ๆ ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย

“ผมพูดผิดเหรอ?” เบลซถามขึ้นอย่างไม่ยี่หระ ตอนนี้หญิงสาวกำลังอับอายจนแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“เปล่าค่ะ... ” หญิงสาวตอบเบา ๆ พร้อมกับน้ำตาหนึ่งหยดที่ไหลออกมาจากตาข้างหนึ่ง

“เบลซ...” เบลล่าถลึงตาใส่เบลซอย่างจนใจ แต่เขาก็ยังคงวางท่าทีนิ่งเฉย บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ

“เธอก็บอกเองนี่ครับว่าผมไม่ได้พูดผิด” เบลซตอบโต้คำเตือนของผู้เป็นแม่หน้าตาเฉย

เบลล่าได้แต่หลับตาแน่นและภาวนาเรียกความอดทน พลางสูดหายใจลึก ๆ เพื่อระงับความอึดอัดที่สุมอกกับพฤติกรรมที่ไร้ยางอายอันผิดวิสัยของเบลซ

“ไม่เป็นไรค่ะ เขาพูดถูก...” หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงแผ่วอย่างกระดากอาย ก่อนจะระบายยิ้มอย่างเศร้า ๆ และน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาอีกหยด

เบลซจ้องมองเธอเขม็งด้วยสายตาเรียบนิ่ง ในขณะที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างก็พากันนั่งเกร็งอยู่กับที่

“ถ้าคุณเลิกเอาเล็บจิ้มตาตัวเอง บางทีน้ำตาอาจจะไม่ไหลออกมามากขนาดนั้นก็ได้นะ...” จู่ ๆ เบลซก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของหญิงสาวที่คอยเอาเล็บจิกตาตัวเองเพื่อให้มีน้ำตาไหลออกมา แม้เบลซจะพูดด้วยโทนเสียงที่นุ่มนวล แต่ทุกคนรอบโต๊ะกลับได้ยินชัดเจน ทำให้เบลล่าและแลนเดอร์รีบหันขวับไปมองหญิงสาวคนนั้นอย่างจริงจัง

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเบลซด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อถูกจับได้แบบไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่เบลซทำเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

เบลล่าอ้าปากค้างพลางจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาจับผิด ขณะที่แลนเดอร์ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงและมองไปยังคู่สามีภรรยาตรงข้ามที่รีบหลบสายตาทันที

“ผมต้องขอโทษด้วยถ้าการที่ผมพูดเรื่องที่คุณเสริมความงามบนใบหน้าทำให้คุณไม่พอใจ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท... แต่มันเห็นชัดเกินกว่าจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นได้จริง ๆ” เบลซกล่าวคำขอโทษ แต่กลับไม่มีวี่แววของความสำนึกผิดบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย

“ผมรู้ว่ามันดูไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ผมก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษอยู่แล้ว อีกอย่างคุณกำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือในการฝึกการแสดง และสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการถูกหลอก...” เบลซพูดต่อด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งตามเดิม ขณะที่หญิงสาวและพ่อแม่ของเธอทำได้เพียงอ้าปากค้างด้วยความประหม่า

“ผมอยากทานข้าวอย่างสงบ เพราะฉะนั้นต้องขออภัยด้วย ระหว่างมื้อค่ำนี้ผมคงไม่สามารถสร้างความบันเทิงให้พวกคุณได้ ผมชอบบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายเวลาทานอาหารครับ” เบลซเอ่ยเสริมพลางจ้องมองคนทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า เพื่อบอกเป็นนัยว่าเขาไม่อยากจะร่วมสนทนาใด ๆ อีกต่อไป

ไม่มีใครบอกได้เลยว่าสิ่งที่เบลซพูดนั้นเขารู้สึกผิดและขอโทษจริง ๆ หรือแค่ประชดประชันกันแน่ เพราะท่าทางของเบลซดูราบเรียบและเป็นปกติเหลือเกิน... เว้นเสียแต่ว่าจะมองลึกลงไปในดวงตาที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะสงบนิ่งคู่นั้น... มันนิ่งสงบจนเกินไป... เย็นชาจนแทบจะเยือกแข็งอยู่รอมร่อ

****❄️😨❄️****

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha
8.0
เมื่อจังหวะชีวิตของนายแพทย์ภูผาและปลายฝนโคจรมาพบกันในเวลาที่ใช่ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างมั่นคงโดยไม่มีวันหวนหลัง แม้จะมีการหยอกล้อด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงจนน่าเขินอาย แต่ความผูกพันที่ชัดเจนก็ทำให้ทั้งคู่พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่ นี่คือเรื่องราวความรักที่ลงตัวที่สุดในวันที่หัวใจสองดวงพร้อมจะเปิดรับกันและกันอย่างเต็มหัวใจโดยไม่ยอมปล่อยมือ
หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท
9.5
คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
หน้าปกนวนิยาย เป้าหมายของฉัน คือการได้เป็นภรรยาเจ้าป่า (ฮาเร็ม)
9.1
เซียร่าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อเธอปรารถนาจะเป็นภรรยาของเจ้าป่าผู้ทรงพลัง ทว่าสัญชาตญาณดิบของสิงโตนั้นไร้ซึ่งฤดูกาลที่แน่นอนและพร้อมจะประทุขึ้นได้ทุกเวลา ร่างกายอันบอบบางของเธอจะสามารถรองรับความต้องการอันมหาศาลและไร้ขีดจำกัดของเขาได้จริงหรือ? ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปรารถนาที่แสนอันตราย เธอต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของหัวใจและร่างกายเพื่อยืนหยัดเคียงข้างราชาแห่งพงไพรในฐานะคู่ชีวิตเพียงหนึ่งเดียว
หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย Room 523 ตามจีบนาย ไอ้วายร้าย..
9.4
ตำนานห้องพักชาย 523 ระบุว่าใครที่ย้ายเข้ามาต้องมีแฟนเป็นหนุ่มนิติศาสตร์รุ่นเดียวกันเท่านั้นจึงจะเรียนจบได้ พายุ หนุ่มยิ้มสวยต้องเผชิญกับเงื่อนไขนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาจึงจำใจเดินหน้าจีบ ไผ่ เดือนคณะนิติศาสตร์สุดฮอตที่ตนเองเคยเกลียดขี้หน้ามาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เพื่อรักษาอนาคตทางการศึกษาเอาไว้ พายุต้องพยายามพิชิตใจศัตรูเก่า ท่ามกลางความลับอันร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันหล่อเหลาของไผ่ที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน