
คืนหนึ่งกับเขา
ตอน 2
หลังจากวันอันยาวนานที่มหาวิทยาลัย เบลซมีนัดทานมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขาที่ร้านอาหารระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในเมือง และเขาก็พอจะมีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร
เมื่อเห็นพ่อแม่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารส่วนตัวสุดหรูร่วมกับคู่รักอีกคู่หนึ่ง โดยมีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอีกคน คิ้วของเบลซก็ขมวดเข้าหากันทันที
“เบลซ...” ผู้เป็นแม่ส่งยิ้มหวานให้ ก่อนที่เบลซจะก้มลงจุมพิตที่แก้มของเธอ และตบไหล่พ่อของเขาเบา ๆ อย่างเป็นกันเอง
“เรามีแขกเหรอครับ” เบลซเอ่ยขึ้น แต่กลับไม่ได้หันไปมองทั้งสามคนที่โต๊ะซึ่งส่งยิ้มรอเขาอยู่ก่อนแล้ว
“นี่ครอบครัวคุณเมนเดซ แม่เชิญพวกเขามาทานมื้อค่ำกับเราคืนนี้ เพื่อให้ลูกได้ทำความรู้จักกับลิซ่า ลูกสาวของพวกเขาไงจ๊ะ” เบลล่าอธิบายด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ดวงตาของเธอกลับเฝ้ามองใบหน้าที่ยากจะอ่านความรู้สึกของเบลซอย่างระมัดระวัง
เบลซเพียงแต่จ้องมองแม่ของเขา พลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ทุกคนต่างรอคอยการตอบสนองจากเขา...แต่กลับไม่มีเลย ความเงียบจึงเข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร ในขณะที่เบลซทำเพียงแค่มองหน้าผู้เป็นพ่อและแม่สลับกันไปมา
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเบลซด้วยการส่งยิ้มหวานให้ แต่เขากลับไม่แยแสต่อสิ่งที่เธอทำเลยสักนิด
“ผมไม่ต้องการเพื่อนใหม่...” เบลซพูดออกมาอย่างตัดบทด้วยน้ำเสียงไม่แยแส ก่อนจะหยิบเมนูที่วางอยู่ข้างจานขึ้นมา
พ่อแม่ของเขาถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองคู่สามีภรรยาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ แทนคำขอโทษ พลันรู้สึกอับอายอย่างถึงที่สุด
“สวัสดีค่ะ เบลซ... ฉันลิซ่า เมนเดซนะคะ...” หญิงสาวหันตัวมาทางเบลซ และเริ่มต้นบทสนทนากับเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย
“ผมขอสเต็กเนื้อวากิวครับ...” เบลซหันไปคุยกับแม่ของเขาแทนที่จะตอบรับหญิงสาวที่ยังคงยิ้มไม่หยุด แม้จะเห็นได้ชัดว่าเบลซจงใจเมินเธอก็ตาม
เบลซกวาดสายตาดูรายการไวน์ในเมนูต่อไป โดยยังคงละเลยหญิงสาวที่ดูตื่นตัวเกินเหตุข้างกาย
“ฉันเองก็เคยฝันอยากเป็นหมอเหมือนกันค่ะ ฉันว่าอาชีพหมอเนี่ยเท่จริง ๆ เลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงอ่อนเสียงหวาน และนั่นก็เรียกความสนใจจากเบลซได้สำเร็จ
เบลซชะงักเล็กน้อยและหันขวับไปหาหญิงสาว ทำเอาเธอถึงกับตกใจที่จู่ ๆ เบลซก็จ้องมองมาแบบนั้น
“คุณเองก็เป็นนักศึกษาแพทย์เหมือนกันเหรอ?” เบลซถามอย่างจดจ่อด้วยความสนใจเล็กน้อย
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกตะลึงจนได้แต่อ้าปากค้างใส่เบลซที่กำลังจับจ้องเธออย่างตั้งใจเพื่อรอคำตอบ
“เอ่อ... เปล่าค่ะ ไม่ใช่... ฉัน...” หญิงสาวเริ่มเอ่ยตะกุกตะกัก จากนั้นจู่ ๆ เบลซก็เปลี่ยนท่าทีเป็นไม่สนใจและหันกลับไปหาเมนูในมือตามเดิม เธอจึงหยุดพูดไปดื้อ ๆ
“ผมขอไวน์ตัวเดิมที่ดื่มประจำครับ...” เบลซหันไปบอกผู้เป็นแม่ และค่อย ๆ วางเมนูลงข้างจาน
“ลูกชายคุณหล่อมากเลยค่ะอารา” ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามเอ่ยออกมา พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ดูค่อนข้างจะเป็นกันเองให้แม่ของเบลซ
“ขอบคุณค่ะ” เบลล่าตอบรับพลางคลี่ยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะหันมามองเบลซที่ยังคงนั่งเงียบ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
“ลิซ่าสวยมากเลยนะ ลูกว่าไหมเบลซ?” เบลล่าหันไปถามลูกชาย ทว่าเขาเพียงแต่มองจ้องเธออย่างนิ่ง ๆ ทำให้เบลล่าต้องหันไปหาผู้หญิงที่ยังคงส่งยิ้มหวานมาให้เธออย่างเป็นธรรมชาติแทน
“พวกเธอสองคนดูเหมาะสมกันมากเลย... คุณหมอสุดหล่อกับหนูลิซ่าแสนสวยของฉัน พวกเธอสองคนเสริมส่งกันจริง ๆ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยอย่างมีความสุข
“เธออาจจะไม่ได้สวยขนาดนั้นก็ได้นะครับ...” ทุกคนรอบโต๊ะต่างอ้าปากค้างพลางหันมามองเบลซ เมื่อจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สายตาก็ไม่บ่งบอกถึงความคล้อยตามเลยสักนิด
“เบลซ?” เบลล่าเอ่ยปรามเสียงต่ำ พลางถลึงตาใส่ลูกชายที่ยังคงจ้องมองเธอนิ่ง ๆ ขณะที่แขกทั้งสามคนถึงกับเกร็งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
“เธอผ่านการศัลยกรรมมา ชัดเจนมากทั้งที่ตา จมูก แล้วก็ปาก...” เบลซอธิบายอย่างเป็นการเป็นงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติของเขา
หญิงสาวได้แต่หันไปมองพ่อแม่ของเธอด้วยแววตาไร้หนทาง
แลนเดอร์บีบสันจมูกตัวเองแน่น ขณะที่เบลล่ายังคงอ้าปากค้างด้วยความอับอาย ทั้งยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ลูกชายพูดออกมาอย่างไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจ
คู่สามีภรรยาอีกฝ่ายเริ่มทำตัวไม่ถูกและเงียบไป พวกเขาดูลังเลระหว่างความเป็นห่วงลูกสาว กับความคิดที่ว่าจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรดีต่อสิ่งที่ทายาทตระกูลวอห์นเพิ่งจะเอ่ยออกมา
“เบลซ ขอโทษเดี๋ยวนี้” เบลล่าตวัดสายตาจ้องเบลซเขม็งและสั่งเสียงเบาผ่านไรฟันที่กัดแน่น แต่เขากลับทำเพียงแค่มองผู้เป็นแม่นิ่ง ๆ ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย
“ผมพูดผิดเหรอ?” เบลซถามขึ้นอย่างไม่ยี่หระ ตอนนี้หญิงสาวกำลังอับอายจนแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“เปล่าค่ะ... ” หญิงสาวตอบเบา ๆ พร้อมกับน้ำตาหนึ่งหยดที่ไหลออกมาจากตาข้างหนึ่ง
“เบลซ...” เบลล่าถลึงตาใส่เบลซอย่างจนใจ แต่เขาก็ยังคงวางท่าทีนิ่งเฉย บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
“เธอก็บอกเองนี่ครับว่าผมไม่ได้พูดผิด” เบลซตอบโต้คำเตือนของผู้เป็นแม่หน้าตาเฉย
เบลล่าได้แต่หลับตาแน่นและภาวนาเรียกความอดทน พลางสูดหายใจลึก ๆ เพื่อระงับความอึดอัดที่สุมอกกับพฤติกรรมที่ไร้ยางอายอันผิดวิสัยของเบลซ
“ไม่เป็นไรค่ะ เขาพูดถูก...” หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงแผ่วอย่างกระดากอาย ก่อนจะระบายยิ้มอย่างเศร้า ๆ และน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาอีกหยด
เบลซจ้องมองเธอเขม็งด้วยสายตาเรียบนิ่ง ในขณะที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างก็พากันนั่งเกร็งอยู่กับที่
“ถ้าคุณเลิกเอาเล็บจิ้มตาตัวเอง บางทีน้ำตาอาจจะไม่ไหลออกมามากขนาดนั้นก็ได้นะ...” จู่ ๆ เบลซก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของหญิงสาวที่คอยเอาเล็บจิกตาตัวเองเพื่อให้มีน้ำตาไหลออกมา แม้เบลซจะพูดด้วยโทนเสียงที่นุ่มนวล แต่ทุกคนรอบโต๊ะกลับได้ยินชัดเจน ทำให้เบลล่าและแลนเดอร์รีบหันขวับไปมองหญิงสาวคนนั้นอย่างจริงจัง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเบลซด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อถูกจับได้แบบไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่เบลซทำเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
เบลล่าอ้าปากค้างพลางจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาจับผิด ขณะที่แลนเดอร์ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงและมองไปยังคู่สามีภรรยาตรงข้ามที่รีบหลบสายตาทันที
“ผมต้องขอโทษด้วยถ้าการที่ผมพูดเรื่องที่คุณเสริมความงามบนใบหน้าทำให้คุณไม่พอใจ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท... แต่มันเห็นชัดเกินกว่าจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นได้จริง ๆ” เบลซกล่าวคำขอโทษ แต่กลับไม่มีวี่แววของความสำนึกผิดบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย
“ผมรู้ว่ามันดูไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ผมก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษอยู่แล้ว อีกอย่างคุณกำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือในการฝึกการแสดง และสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการถูกหลอก...” เบลซพูดต่อด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งตามเดิม ขณะที่หญิงสาวและพ่อแม่ของเธอทำได้เพียงอ้าปากค้างด้วยความประหม่า
“ผมอยากทานข้าวอย่างสงบ เพราะฉะนั้นต้องขออภัยด้วย ระหว่างมื้อค่ำนี้ผมคงไม่สามารถสร้างความบันเทิงให้พวกคุณได้ ผมชอบบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายเวลาทานอาหารครับ” เบลซเอ่ยเสริมพลางจ้องมองคนทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า เพื่อบอกเป็นนัยว่าเขาไม่อยากจะร่วมสนทนาใด ๆ อีกต่อไป
ไม่มีใครบอกได้เลยว่าสิ่งที่เบลซพูดนั้นเขารู้สึกผิดและขอโทษจริง ๆ หรือแค่ประชดประชันกันแน่ เพราะท่าทางของเบลซดูราบเรียบและเป็นปกติเหลือเกิน... เว้นเสียแต่ว่าจะมองลึกลงไปในดวงตาที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะสงบนิ่งคู่นั้น... มันนิ่งสงบจนเกินไป... เย็นชาจนแทบจะเยือกแข็งอยู่รอมร่อ
****❄️😨❄️****
คุณอาจจะชอบ





