ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รุ้งเคียงตะวัน

รุ้งเคียงตะวัน

หทัยชนกต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะแบกรับไหว เมื่อความลับที่ถูกซ่อนไว้พังทลายลงพร้อมกับหัวใจของเธอ สามีที่เธอเคยรักและไว้ใจกลับทรยศความซื่อสัตย์อย่างไม่ใยดี แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายยิ่งกว่าเดิมคือการได้รู้ความจริงว่าผู้หญิงที่เป็นมือที่สามในชีวิตคู่ของเธอไม่ใช่คนอื่นไกล แต่กลับเป็นเกวลิน เพื่อนสนิทที่เธอรักและเชื่อใจมากที่สุด ความสัมพันธ์ที่ถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิดกลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะลบเลือนในชีวิตของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

พอเกวลินเรียนจบวิทยาตั้งใจว่าจะให้ลูกสาวคนนี้บริหารงานโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกต่อจากเขา ส่วนตัวเองกับภรรยาใหม่ก็จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่อัมพา ในจังหวัดราชบุรี ตัดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งแบบถาวร ต่างคนต่างอยู่

“ก็ทำเพื่อพ่อเนี่ยแหละถึงไป” เกวลินทำเสียงขึ้นจมูกคล้ายจะร้องไห้

“ไม่เอา ไม่เอาอย่าร้อง” อัญญาณีพูดปลอบเพื่อน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา “เรามาเที่ยวกันไม่ใช่เหรอ ไม่พูดเรื่องเครียดๆ แล้ว เรามาพูดเรื่องที่เราจะไปเที่ยวกันในวันพรุ่งนี้ดีกว่า ไม่รู้ว่าจะเจอหนุ่มเอ๊าะๆ สักกี่คน” อัญญาณีพูดไปตาเพ้อฝันไป เมื่อนึกถึงสถานที่ที่จะไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้

“แหม พอคิดถึงผู้ชายทำตาปรอยเลยนะ เดี๋ยวเดียร์จะไปฟ้องพี่ชาติ ให้พี่ชาติสำเร็จโทษ” เกวลินพูดขึ้นทันควัน ทำหน้าตาขึงขัน พี่ชาติที่ว่านี้ก็คือสุชาติ สามีสุดหล่อของอัญญาณีนั่นเอง

“เชอะ กลัวตายล่ะ” คนตัวกลมๆ สะบัดเสียงพูด

“ฮ่าๆๆๆๆ ถ้าพี่ชาติรู้ว่าเกตุไปส่องผู้ชาย พี่ชาติจะว่ายังไงนะ อยากรู้จังเลย” หทัยชนกกลั้วหัวเราะเวลาพูด นึกถึงสีหน้าของสุชาติยามที่หึงภรรยาตัวกลมทีไร อดขำไม่ได้ทุกที

“จะทำยังไง ก็ไปส่องผู้หญิงเป็นการเอาคืนยังไงล่ะ” อัญญาณีกล่าวอย่างรู้เท่าทันสามี “เรามาเที่ยวกันเป็นการส่งท้ายก่อนที่เดียร์จะไปเมืองนอกไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นหัวข้อการสนทนาของเราน่าจะเป็นเรื่องของพวกเรามากกว่า เพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เราจะมีโอกาสแบบนี้อีก” สาวอ้วนที่สุดในกลุ่มรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ก็ได้ ว่าแต่พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วนะ เพราะอีกตั้งสองปีกว่าเดียร์จะกลับ เพราะฉะนั้นต้องให้สุดๆ เลย จะได้เก็บไว้ในความทรงจำของพวกเราไง”

คำพูดปนเศร้าขับออกมาจากปากของสาวนิสัยดีอย่างหทัยชนก หากได้ยินเพียงผิวเผินมันก็จะดูคล้ายกับว่าเป็นคำอาลัยอาวรณ์ แต่ทว่าในถ้อยคำนั้นมันเหมือนกับว่ามีลางบอกเหตุอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในประโยคนี้ ลางบอกเหตุที่ว่า...

มันจะเป็นวันสุดท้ายของเธอทั้งสามคนจริงๆ

“ไม่ต้องทำเสียงเศร้าไปหรอก สองปีเร็วจะตาย” เกวลินพูดให้เพื่อนสนิทมีรอยยิ้ม

“เดียร์ก็เอาผู้ชายมาฝากรุ้งซักคนสิ ประมาณว่าปลอบใจที่เราต้องห่างกันสองปีไง”

อัญญาณีพูดให้บรรยากาศดูคึกครื้นบ้าง หทัยชนกหน้าแดงก่ำ เขินอายเต็มกำลังเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนตัวอ้วน หทัยชนกไม่ได้สวยเฉี่ยวเหมือนเกวลิน เธอเป็นคนน่ารักมีเสน่ห์ตรงลักยิ้มที่ขึ้นกลางแก้มทุกครั้งยามขยับปากพูดหรือว่าแย้มยิ้มโสภา เป็นเสน่ห์ที่เธอไม่เคยรู้ตัว หทัยชนกมีชายหนุ่มหลายคนมาติดพันแต่ทว่าเจ้าของลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ไม่เคยเปิดรับรักชายคนไหน เธอปิดกั้นความรักที่วิ่งเข้าใส่หลายครั้งหลายหนราวกับว่ากำลังรอความรักจากใครบางคนอยู่

“บ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้” หทัยชนกพูดอย่างเขินอาย แก้เขินด้วยการตีต้นแขนของอัญญาณีและเกวลินเบาๆ หน้าแดงก่ำจนถึงใบหู

“บ้าที่ไหน อุตส่าห์จะหาคู่ให้ไม่อยากให้รุ้งอยู่บนคานทองนิเวศน์นาน อายุก็จะเข้าเลขสามอยู่แล้วนะ ถ้าหลังจากนี้เดี๋ยวหยากไย่ขึ้นหมด”

อัญญาณีเย้าเจ้าของลักยิ้มสวย คราวนี้สาวอ้วนไม่ได้โดยตีเบาๆ แต่กลับโดนกำปั้นน้อยๆ ของหัยชนกทุบตรงต้นแขนหลายครั้ง สีเลือดขึ้นบนใบหน้ามากกว่าเดิม

“บ้าๆๆ เกตุบ้า” หทัยชนกว่าเพื่อตัวอ้วนไม่จริงจัง สะบัดบ๊อบใส่คล้ายอาการงอนที่ถูกแซวหลายครั้ง

“เห็นมั้ยเกตุ ไปแซวรุ้งมากรุ้งเลยงอนเลย แต่ไม่ต้องกลัวหยากไย่หรอกรุ้ง แค่ล้างออกหยากไย่หายวับไปกับตา ใช้งานได้ทันที แต่ก่อนที่จะล้างหยากไย่หาผู้ชายก่อนนะรุ้ง”

แรกๆ ก็ดูเหมือนหทัยชนกจะมีพวก แต่ที่ไหนได้เกวลินกับแซวทับ ก่อนจะหันหน้าไปหัวเราะกับอัญญาณีที่หัวเราะนำจนพุงกระเพื่อมไปก่อนหน้า คนที่เขินอายก็อายหนักเข้าไปใหญ่ กำปั้นน้อยๆ จึงทุบไปยังแขนของเพื่อนสนิททั้งสอง ที่หลบอุตลุดก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีไปยังบ้านพัก โดยมีร่างของหทัยชนกหญิงสาวจอมเขินอายวิ่งตามไป

ภูกระดึงเป็นสถานที่ที่สามสาวเพื่อนสนิทเลือกที่จะมาพักผ่อน ถือเป็นการเที่ยวสั่งลาก่อนที่เกวลินจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ กลิ่นอายความรัก มิตรภาพ ความผูกพันที่มีมานานสิบกว่าปี โอบล้อมรอบกายของพวกเธอ ทุกสิ่งอย่างที่บังเกิดขึ้นในความรู้สึกมันจะตราตรึงหัวใจของทั้งสามไปจนชั่วนิรันทร์

ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจริงหรือ?

สามเดือนผ่านไป

ภายหลังจากที่หทัยชนกกับอัญญาณีไปส่งเกวลินที่สนามบินสุวรรณภูมิ หทัยชนกได้เดินทางกลับไปยังเชียงใหม่เพื่อดูแลกิจการร้านทองที่เปิดสาขาใหม่ที่นั่น ส่วนอัญญาณีก็วุ่นๆ อยู่กับการดูแลลูกๆ ส่งผลให้ทั้งสามสาวห่างกันโดยปริยาย ทว่าห่างแต่กายเท่านั้น ใจยังผูกพันเชื่อมโยง เพราะโทรศัพท์คือการสื่อสารที่ไม่ทำให้พวกเธอห่างกัน แม้ว่าจะอยู่ไกลกันคนละจังหวัด หรือคนละประเทศ

และวันนี้ก็เป็นวันแรกในรอบสามเดือนที่หทัยชนกกับอัญญาณีจะได้เจอกัน หทัยชนกเดินทางมากรุงเทพฯ พร้อมกับของขวัญกล่องใหญ่ สมกับร่างกายของเจ้าของวันเกิด เธอเดินเข้ามาในบ้านเช่าของอัญญาณีในเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม พอเข้ามาในบ้านก็พบว่ามีเพื่อนของเจ้าของบ้านที่เธอรู้จักและไม่รู้จักนั่งอยู่ในบ้าน

“สุขสันต์วันเกิดนะเกตุ ขอให้พี่ชาติรักเกตุมากๆ และขอให้มีความสุขที่สุดเลย”

หทัยชนกยื่นของขวัญกล่องพิเศษตรงหน้าอัญญาณีที่ยิ้มร่ากับของขวัญที่เพื่อนสนิทมอบให้ และคำอวยพรที่ถูกใจ

“ขอบใจนะรุ้ง ว่าแต่ทำไมปีนี้กล่องของขวัญมันใหญ่จัง”

ปกติทุกปีที่ได้รับของขวัญวันเกิดจากหทัยชนก กล่องของขวัญจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ปีนี้ใหญ่กว่าทุกปี อัญญาณีจึงอดที่จะถามไม่ได้

“ก็เจ้าของวันเกิดตัวใหญ่ ของขวัญก็เลยต้องใหญ่ตามตัวไง”

หทัยชนกเย้าเพื่อนกลับด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ทำให้ชายคนหนึ่งเกิดอาการใจสั่นขึ้นมาในทันทีทันใด

“โห...เมื่อปีที่แล้วฉันก็ตัวใหญ่ย่ะ ไม่เห็นของขวัญจะใหญ่ตามตัวเลย แต่ช่างเถอะ...แค่รุ้งเอามาให้เกตุ เกตุก็ดีใจแล้ว ไปนั่งกินของอร่อยๆ กันดีกว่านะ”

อัญญาณีคว้ามือเพื่อนสาว แล้วพากันไปทรุดนั่งลงบนพื้นกระเบื้องของบ้าน ที่มีเพื่อนอีกหลายคนของสาวอ้วนนั่งล้อมวงอยู่

บุคคลหนึ่งที่ล้อมวงนั่งอยู่บนพื้นนั้น ได้มองหน้าหทัยชนกที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับตนเองนิ่ง ใบหน้าของเธอแม้จะไม่สวยโดดเด่น แต่ก็มองแล้วไม่น่าเบื่อเพราะมีลักยิ้มสองจุดที่ขึ้นกลางแก้ม เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ตะวันถึงกับชะงัก หัวใจสั่น ลมหายใจเกือบสะดุด เขาผ่านผู้หญิงมามากแต่ไม่มีใครทำให้ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนที่แปลว่าเมีย
9.2
ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทต้องสั่นคลอน เมื่อฝ่ายชายประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่อยากข้ามเส้นไปเป็นสามี ทว่าเมื่อถูกถามถึงความรัก เขากลับนิ่งเงียบพร้อมตั้งคำถามว่าการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจำเป็นต้องมีความรู้สึกรักด้วยหรือ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาเพียงต้องการแค่เรื่องบนเตียงโดยไม่ได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย บทสรุปของมิตรภาพที่ไร้ความรักแต่เต็มไปด้วยความต้องการครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในรูปแบบไหน
หน้าปกนวนิยาย ร่ายรักกับดักใจ
9.1
เมื่อไฮโซสาวเจ้าเสน่ห์อย่างเมริยาต้องเข้าพิธีวิวาห์สายฟ้าแลบกับด็อกเตอร์กันตธร หนุ่มมาดเนี้ยบผู้แสนสุภาพ หลังมีภาพหลุดขณะทั้งคู่เข้าโรงแรมด้วยกันกระจายไปทั่ว แต่ตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองกลับต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อสุภาพบุรุษจอมปลอมต้องมาปะทะกับสาวแสบในบ้านหลังเดียวกัน สงครามประสาทและการยั่วยวนจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายที่ต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ตกหลุมพรางหัวใจของกันและกันในฐานะสามีภรรยาจำเป็น
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย ปวีร์แสนร้าย
8.0
ปวีร์ผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดจากการที่ครอบครัวแตกแยก เริ่มเปลี่ยนความเสียใจเป็นความแค้นเมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เขาปักใจเชื่อว่าแม่เลี้ยงคือมือที่สามที่ทำลายบ้านของเขา ความเกลียดชังนี้ลามไปถึงเฌอเอม ลูกสาววัยยี่สิบสองปีของแม่เลี้ยงที่เขาสนิทสนมด้วยมานาน จากความเคารพรักกลายเป็นความสัมพันธ์ลับที่แสนทรมาน เฌอเอมสาวน้อยผู้สดใสต้องยอมสละร่างกายและจิตใจเพื่อรองรับอารมณ์ร้ายของปวีร์ เพียงเพราะแม่ของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงของเขา