ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รุ้งเคียงตะวัน

รุ้งเคียงตะวัน

หทัยชนกต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะแบกรับไหว เมื่อความลับที่ถูกซ่อนไว้พังทลายลงพร้อมกับหัวใจของเธอ สามีที่เธอเคยรักและไว้ใจกลับทรยศความซื่อสัตย์อย่างไม่ใยดี แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายยิ่งกว่าเดิมคือการได้รู้ความจริงว่าผู้หญิงที่เป็นมือที่สามในชีวิตคู่ของเธอไม่ใช่คนอื่นไกล แต่กลับเป็นเกวลิน เพื่อนสนิทที่เธอรักและเชื่อใจมากที่สุด ความสัมพันธ์ที่ถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิดกลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะลบเลือนในชีวิตของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

พอเกวลินเรียนจบวิทยาตั้งใจว่าจะให้ลูกสาวคนนี้บริหารงานโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกต่อจากเขา ส่วนตัวเองกับภรรยาใหม่ก็จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่อัมพา ในจังหวัดราชบุรี ตัดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งแบบถาวร ต่างคนต่างอยู่

“ก็ทำเพื่อพ่อเนี่ยแหละถึงไป” เกวลินทำเสียงขึ้นจมูกคล้ายจะร้องไห้

“ไม่เอา ไม่เอาอย่าร้อง” อัญญาณีพูดปลอบเพื่อน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา “เรามาเที่ยวกันไม่ใช่เหรอ ไม่พูดเรื่องเครียดๆ แล้ว เรามาพูดเรื่องที่เราจะไปเที่ยวกันในวันพรุ่งนี้ดีกว่า ไม่รู้ว่าจะเจอหนุ่มเอ๊าะๆ สักกี่คน” อัญญาณีพูดไปตาเพ้อฝันไป เมื่อนึกถึงสถานที่ที่จะไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้

“แหม พอคิดถึงผู้ชายทำตาปรอยเลยนะ เดี๋ยวเดียร์จะไปฟ้องพี่ชาติ ให้พี่ชาติสำเร็จโทษ” เกวลินพูดขึ้นทันควัน ทำหน้าตาขึงขัน พี่ชาติที่ว่านี้ก็คือสุชาติ สามีสุดหล่อของอัญญาณีนั่นเอง

“เชอะ กลัวตายล่ะ” คนตัวกลมๆ สะบัดเสียงพูด

“ฮ่าๆๆๆๆ ถ้าพี่ชาติรู้ว่าเกตุไปส่องผู้ชาย พี่ชาติจะว่ายังไงนะ อยากรู้จังเลย” หทัยชนกกลั้วหัวเราะเวลาพูด นึกถึงสีหน้าของสุชาติยามที่หึงภรรยาตัวกลมทีไร อดขำไม่ได้ทุกที

“จะทำยังไง ก็ไปส่องผู้หญิงเป็นการเอาคืนยังไงล่ะ” อัญญาณีกล่าวอย่างรู้เท่าทันสามี “เรามาเที่ยวกันเป็นการส่งท้ายก่อนที่เดียร์จะไปเมืองนอกไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นหัวข้อการสนทนาของเราน่าจะเป็นเรื่องของพวกเรามากกว่า เพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เราจะมีโอกาสแบบนี้อีก” สาวอ้วนที่สุดในกลุ่มรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ก็ได้ ว่าแต่พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วนะ เพราะอีกตั้งสองปีกว่าเดียร์จะกลับ เพราะฉะนั้นต้องให้สุดๆ เลย จะได้เก็บไว้ในความทรงจำของพวกเราไง”

คำพูดปนเศร้าขับออกมาจากปากของสาวนิสัยดีอย่างหทัยชนก หากได้ยินเพียงผิวเผินมันก็จะดูคล้ายกับว่าเป็นคำอาลัยอาวรณ์ แต่ทว่าในถ้อยคำนั้นมันเหมือนกับว่ามีลางบอกเหตุอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในประโยคนี้ ลางบอกเหตุที่ว่า...

มันจะเป็นวันสุดท้ายของเธอทั้งสามคนจริงๆ

“ไม่ต้องทำเสียงเศร้าไปหรอก สองปีเร็วจะตาย” เกวลินพูดให้เพื่อนสนิทมีรอยยิ้ม

“เดียร์ก็เอาผู้ชายมาฝากรุ้งซักคนสิ ประมาณว่าปลอบใจที่เราต้องห่างกันสองปีไง”

อัญญาณีพูดให้บรรยากาศดูคึกครื้นบ้าง หทัยชนกหน้าแดงก่ำ เขินอายเต็มกำลังเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนตัวอ้วน หทัยชนกไม่ได้สวยเฉี่ยวเหมือนเกวลิน เธอเป็นคนน่ารักมีเสน่ห์ตรงลักยิ้มที่ขึ้นกลางแก้มทุกครั้งยามขยับปากพูดหรือว่าแย้มยิ้มโสภา เป็นเสน่ห์ที่เธอไม่เคยรู้ตัว หทัยชนกมีชายหนุ่มหลายคนมาติดพันแต่ทว่าเจ้าของลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ไม่เคยเปิดรับรักชายคนไหน เธอปิดกั้นความรักที่วิ่งเข้าใส่หลายครั้งหลายหนราวกับว่ากำลังรอความรักจากใครบางคนอยู่

“บ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้” หทัยชนกพูดอย่างเขินอาย แก้เขินด้วยการตีต้นแขนของอัญญาณีและเกวลินเบาๆ หน้าแดงก่ำจนถึงใบหู

“บ้าที่ไหน อุตส่าห์จะหาคู่ให้ไม่อยากให้รุ้งอยู่บนคานทองนิเวศน์นาน อายุก็จะเข้าเลขสามอยู่แล้วนะ ถ้าหลังจากนี้เดี๋ยวหยากไย่ขึ้นหมด”

อัญญาณีเย้าเจ้าของลักยิ้มสวย คราวนี้สาวอ้วนไม่ได้โดยตีเบาๆ แต่กลับโดนกำปั้นน้อยๆ ของหัยชนกทุบตรงต้นแขนหลายครั้ง สีเลือดขึ้นบนใบหน้ามากกว่าเดิม

“บ้าๆๆ เกตุบ้า” หทัยชนกว่าเพื่อตัวอ้วนไม่จริงจัง สะบัดบ๊อบใส่คล้ายอาการงอนที่ถูกแซวหลายครั้ง

“เห็นมั้ยเกตุ ไปแซวรุ้งมากรุ้งเลยงอนเลย แต่ไม่ต้องกลัวหยากไย่หรอกรุ้ง แค่ล้างออกหยากไย่หายวับไปกับตา ใช้งานได้ทันที แต่ก่อนที่จะล้างหยากไย่หาผู้ชายก่อนนะรุ้ง”

แรกๆ ก็ดูเหมือนหทัยชนกจะมีพวก แต่ที่ไหนได้เกวลินกับแซวทับ ก่อนจะหันหน้าไปหัวเราะกับอัญญาณีที่หัวเราะนำจนพุงกระเพื่อมไปก่อนหน้า คนที่เขินอายก็อายหนักเข้าไปใหญ่ กำปั้นน้อยๆ จึงทุบไปยังแขนของเพื่อนสนิททั้งสอง ที่หลบอุตลุดก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนีไปยังบ้านพัก โดยมีร่างของหทัยชนกหญิงสาวจอมเขินอายวิ่งตามไป

ภูกระดึงเป็นสถานที่ที่สามสาวเพื่อนสนิทเลือกที่จะมาพักผ่อน ถือเป็นการเที่ยวสั่งลาก่อนที่เกวลินจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ กลิ่นอายความรัก มิตรภาพ ความผูกพันที่มีมานานสิบกว่าปี โอบล้อมรอบกายของพวกเธอ ทุกสิ่งอย่างที่บังเกิดขึ้นในความรู้สึกมันจะตราตรึงหัวใจของทั้งสามไปจนชั่วนิรันทร์

ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจริงหรือ?

สามเดือนผ่านไป

ภายหลังจากที่หทัยชนกกับอัญญาณีไปส่งเกวลินที่สนามบินสุวรรณภูมิ หทัยชนกได้เดินทางกลับไปยังเชียงใหม่เพื่อดูแลกิจการร้านทองที่เปิดสาขาใหม่ที่นั่น ส่วนอัญญาณีก็วุ่นๆ อยู่กับการดูแลลูกๆ ส่งผลให้ทั้งสามสาวห่างกันโดยปริยาย ทว่าห่างแต่กายเท่านั้น ใจยังผูกพันเชื่อมโยง เพราะโทรศัพท์คือการสื่อสารที่ไม่ทำให้พวกเธอห่างกัน แม้ว่าจะอยู่ไกลกันคนละจังหวัด หรือคนละประเทศ

และวันนี้ก็เป็นวันแรกในรอบสามเดือนที่หทัยชนกกับอัญญาณีจะได้เจอกัน หทัยชนกเดินทางมากรุงเทพฯ พร้อมกับของขวัญกล่องใหญ่ สมกับร่างกายของเจ้าของวันเกิด เธอเดินเข้ามาในบ้านเช่าของอัญญาณีในเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม พอเข้ามาในบ้านก็พบว่ามีเพื่อนของเจ้าของบ้านที่เธอรู้จักและไม่รู้จักนั่งอยู่ในบ้าน

“สุขสันต์วันเกิดนะเกตุ ขอให้พี่ชาติรักเกตุมากๆ และขอให้มีความสุขที่สุดเลย”

หทัยชนกยื่นของขวัญกล่องพิเศษตรงหน้าอัญญาณีที่ยิ้มร่ากับของขวัญที่เพื่อนสนิทมอบให้ และคำอวยพรที่ถูกใจ

“ขอบใจนะรุ้ง ว่าแต่ทำไมปีนี้กล่องของขวัญมันใหญ่จัง”

ปกติทุกปีที่ได้รับของขวัญวันเกิดจากหทัยชนก กล่องของขวัญจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ปีนี้ใหญ่กว่าทุกปี อัญญาณีจึงอดที่จะถามไม่ได้

“ก็เจ้าของวันเกิดตัวใหญ่ ของขวัญก็เลยต้องใหญ่ตามตัวไง”

หทัยชนกเย้าเพื่อนกลับด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ทำให้ชายคนหนึ่งเกิดอาการใจสั่นขึ้นมาในทันทีทันใด

“โห...เมื่อปีที่แล้วฉันก็ตัวใหญ่ย่ะ ไม่เห็นของขวัญจะใหญ่ตามตัวเลย แต่ช่างเถอะ...แค่รุ้งเอามาให้เกตุ เกตุก็ดีใจแล้ว ไปนั่งกินของอร่อยๆ กันดีกว่านะ”

อัญญาณีคว้ามือเพื่อนสาว แล้วพากันไปทรุดนั่งลงบนพื้นกระเบื้องของบ้าน ที่มีเพื่อนอีกหลายคนของสาวอ้วนนั่งล้อมวงอยู่

บุคคลหนึ่งที่ล้อมวงนั่งอยู่บนพื้นนั้น ได้มองหน้าหทัยชนกที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับตนเองนิ่ง ใบหน้าของเธอแม้จะไม่สวยโดดเด่น แต่ก็มองแล้วไม่น่าเบื่อเพราะมีลักยิ้มสองจุดที่ขึ้นกลางแก้ม เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ตะวันถึงกับชะงัก หัวใจสั่น ลมหายใจเกือบสะดุด เขาผ่านผู้หญิงมามากแต่ไม่มีใครทำให้ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาเลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร้ายนายเจ้าชู้
9.6
คำสัญญาในวัยเยาว์ที่เคยให้ไว้กับเด็กสาวตัวน้อยอย่างน้องเนยว่า เมื่อเธอเติบโตขึ้นเขาจะกลับมาขอเธอแต่งงานและให้เธอเป็นเจ้าสาวเพียงคนเดียวของเขา กลายเป็นพันธนาการทางใจที่ผูกมัดชายหนุ่มเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดและเขาจะมีนิสัยเจ้าชู้เพียงไหน แต่ลึกๆ ในใจเขากลับยังคงยึดติดอยู่กับคำมั่นสัญญาในอดีตจนไม่สามารถเปิดใจให้ใครอื่นได้จริงจังเพื่อรอคอยวันที่เธอจะโตเป็นผู้ใหญ่และกลับมาพบกันอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังเป็นภรรยาของท่านประธานเฉิน
9.5
อดีตนักฆ่าฝีมือพระกาฬอย่างจางหลินซินต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเพราะการหักหลังของครอบครัวตนเอง ทว่าในวาระสุดท้ายเธอกลับมีเฉินจือหานยอมสละชีวิตเพื่อล้างแค้นและจากไปพร้อมกับเธอ เมื่อโอกาสที่สองมาถึงและเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในฐานะภรรยาของประธานเฉินผู้ทรงอิทธิพล หลินซินจึงตัดสินใจใช้ชีวิตใหม่นี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม พร้อมกับวางแผนทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายเธอให้ย่อยยับอย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับในชาติที่แล้ว
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s
9.1
หลี่ซูซิน เชฟสาวผู้ข้ามเวลามาสู่ยุค 80 ต้องเผชิญมรสุมชีวิตเมื่อเห็นแม่แท้ๆ ถูกตระกูลหลี่กดขี่ข่มเหงอย่างไม่ยุติธรรม พ่อของเธอเมินเฉยต่อภรรยาหลวงและยกย่องเมียน้อยจนชีวิตพวกเธอตกต่ำ เพื่อพาแม่หนีจากขุมนรกนี้ เธอจึงตัดสินใจรับข้อเสนอแต่งงานกับถังหนิงอี นายพลหนุ่มผู้เย็นชาที่กำลังมองหาแม่เลี้ยงมาดูแลถังหลง ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก ท่ามกลางความเย่อหยิ่งของสามีและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงที่ไม่มีใครคาดคิด
หน้าปกนวนิยาย หลิวซือเย่
8.4
โศกนาฏกรรมจากการสังหารโดยแม่เลี้ยงใจโฉดพรากชีวิตของหลิวซือเย่และสามีไปพร้อมลูกในครรภ์ เพียงเพราะความโลภในมรดกที่พวกเขาเคยสละสิทธิ์เพื่อแลกกับความสงบสุขไปแล้ว เมื่อโชคชะตาพาเธอย้อนอดีตกลับมาอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงสาบานว่าจะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว เธอจะพาสามีหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายความรักและพรากชีวิตของพวกเขาได้เป็นครั้งที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลาสุดเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย เรา(สอง)สามคน
9.5
ไพลิน หญิงสาวธรรมดาผู้ไร้ซึ่งฐานะและอำนาจ มีเพียงความรักอันบริสุทธิ์เป็นเข็มทิศนำทาง จนกระทั่งโชคชะตาเหวี่ยงเธอเข้าสู่อ้อมกอดของเจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะเป็นชายผู้สูงส่งเกินเอื้อม แต่สายตาคมดุคู่นั้นกลับจับจ้องเพียงเธอคนเดียวอย่างไม่ลดละ เขาตัดสินใจดึงเธอเข้าสู่โลกส่วนตัวที่ถูกปิดตายจากสายตาภายนอกเพื่อครอบครองเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นนี้ ไพลินกลับต้องเผชิญกับคำถามในใจว่าความรักของเขาจะยั่งยืนและมั่นคงไปได้นานเพียงใด