ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รุ้งเคียงตะวัน

รุ้งเคียงตะวัน

หทัยชนกต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะแบกรับไหว เมื่อความลับที่ถูกซ่อนไว้พังทลายลงพร้อมกับหัวใจของเธอ สามีที่เธอเคยรักและไว้ใจกลับทรยศความซื่อสัตย์อย่างไม่ใยดี แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายยิ่งกว่าเดิมคือการได้รู้ความจริงว่าผู้หญิงที่เป็นมือที่สามในชีวิตคู่ของเธอไม่ใช่คนอื่นไกล แต่กลับเป็นเกวลิน เพื่อนสนิทที่เธอรักและเชื่อใจมากที่สุด ความสัมพันธ์ที่ถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิดกลายเป็นบาดแผลลึกที่ยากจะลบเลือนในชีวิตของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 3

3

คนที่มองก็มีทีท่าขวยเขินอย่างเห็นได้ชัด หทัยมองทุกคนที่นั่งล้อมวง แต่พยายามไม่มองหน้าของชายที่นั่งจ้องหน้าเธอตลอดเวลา และเป็นหนึ่งเดียวที่เธอไม่รู้จัก รูปหน้าของชายตรงหน้าคมเข้ม เป็นผิวสีแทน คิ้วดกดำ ดวงตาสีดำดูมีเสน่ห์ หัวใจของสาวน้อยที่ไม่เคยทักทายกับความรักเต้นระส่ำยามที่ได้สบตาเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นแล้วบีบเบาเพื่อบรรเทาอาการเขินอายของตนเอง

“ลืมแนะนำไปเลย รุ้งนี่ตะวัน ตะวันนี่รุ้งเพื่อนฉันเอง”

สาวอ้วนแนะนำตัวให้ตะวันเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของเธอได้รู้จักกับสาวหน้าตาน่ารักอย่างหทัยชนก หลังจากที่เห็นตะวันจ้องมองเพื่อนสาวคนสนิทของเธออยู่นาน

“สวัสดีครับ” ตะวันกล่าวทักทายอย่างเป็นทางการ

“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงหวานทักทายกลับพร้อมกับรอยยิ้มละไม นั่นคือจุดเริ่มต้นของการรู้จักของเขาและเธอ งานเลี้ยงฉลองคล้ายวันเกิดของอัญญาณีเป็นอย่างมีความสุข เสียงพูดคุย เสียงเอ่ยแซวตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังออกมาจากปากของทุกคน เช่นเดียวกับที่สายตาของตะวันไม่ละห่างจากดวงหน้าชวนมองของหทัยชนกเลย และการกระทำของตะวันก็อยู่ในสายตาของอัญญาณีเช่นกัน

“เดี๋ยวออกไปซื้อเบียร์ก่อนนะ หมดแล้ว”

เจ้าของวันเกิดพูดขึ้น เมื่อเห็นปริมาณของขวดเบียร์ที่ลดน้อยลงเหลือเพียงไม่กี่ขวด เธอกลัวว่าอรรถรสในการดื่มกินของเพื่อนจะขาดตอนจึงต้องออกไปซื้อมาเพิ่ม

“ตะวันไปด้วย” ตะวันพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืน

“เออดี จะได้เป็นคนจ่ายเงิน” สาวอ้วนพูดจบก็เดินออกไปจากตัวบ้าน โดยมีร่างสูงของตะวันเดินตามไป

“เกตุ รุ้งมีแฟนหรือยัง?” ตะวันถามอัญญาณีหลังจากที่เดินผ่านประตูรั้วบ้าน

“ถามทำไม แกจะจีบหรือไง?” อัญญาณีไม่ตอบ แต่ถามกลับ

“เออ…น่ารักดี” ตะวันตอบ

“ยังไม่มีหรอก” คำตอบที่เขาได้รับเรียกรอยยิ้มให้เกิดบนใบหน้าของคนที่ถามทันที งานนี้ก็มีลุ้น ตะวันคิดในใจ

“งั้นตะวันจีบ เกตุช่วยตะวันด้วยนะ” คนที่อยากมีแฟนรีบขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิท

“ไม่ช่วย อยากจีบก็จีบเองสิ” สาวอ้วนตัดความฝันของเพื่อนเอาดื้อๆ

“ทำไมล่ะ ช่วยหน่อยไม่ได้เหรอ?” ตะวันถามถึงเหตุผล

“ช่วยได้แต่ไม่อยากช่วย ถ้าเผื่อแกจีบรุ้งติดจริงๆ แล้วทำให้เพื่อนของฉันเสียใจ ฉันจะเป็นคนที่เสียใจมากที่สุด แล้วพาลจะโกรธแกด้วย”

อัญญาณีพูดตามความจริง ตะวันกับหทัยชนกเป็นเพื่อนเธอทั้งสองคน หากรักกันหวานชื่นก็ดีไป เธอเองก็มีความสุขตามไปด้วย แต่ถ้าหากวันหนึ่งวันใดความรักเกิดขมขึ้นมา คนที่จะเสียใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นอัญญาณี เพราะเธอเป็นสื่อกลางให้ทั้งสองได้รักกัน

“ไม่หรอก คนนี้ตะวันชอบจริงๆ นะ รักจริงหวังแต่งด้วย”

คำพูดของตะวันทำให้อัญญาณีหันไปมองหน้าเพื่อนอย่างพิจารณา ตั้งแต่คบกับตะวันเป็นเพื่อนมาสิบกว่าปี เธอไม่เคยได้ยินน้ำเสียงและท่าทางของตะวันจริงจังเรื่องผู้หญิงเลยสักครั้ง จะมีครั้งนี้เป็นครั้งแรก

“จริงเหรอ แกแน่ใจเหรอตะวันว่ารักจริงหวังแต่ง?” สาวอ้วนถามกลับด้วยความสงสัย ยังไม่แน่ใจกับคำพูดของเพื่อนมากนัก

“จริงสิ เจอครั้งแรกก็มีความรู้สึกอย่างนั้นเลย”

ตะวันตอบตามความเป็นจริง ตอบตามความรู้สึกของตนเอง เขาก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าความรู้สึกอยากสร้างครอบครัวจะเกิดขึ้นในใจ เขามีแฟนมาแล้วหลายคนแต่ไม่มีใครทำให้เขาเกิดความรู้สึกอย่างแต่งงานเลยสักคน หทัยชนกเป็นผู้หญิงคนแรก

อัญญาณีไม่เคยรู้จักรักแรกพบ เธอจึงไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นมีจริงหรือไม่ แต่เธอเชื่อในพรหมลิขิต เพราะการที่เธออยู่กินกับสามีมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรัก แต่เริ่มต้นมาจากพรหมลิขิตกำหนดไว้

เหมือนกับการพบเจอของตะวันกับหทัยชนกที่คลาดกันหลายครั้งในระยะเวลาหลายปี จะเจอก็ไม่เจอกันเสียที พอตะวันกลับ หทัยชนกจะมาสวนทางกันเสมอ แล้ววันนี้พรหมลิขิตก็ทำให้ทั้งสองเจอกัน อัญญาณีจึงคิดว่าการที่ทั้งสองพบเจอกันอาจจะเป็นคำสั่งของฟ้าเบื้องบน ซึ่งเธอเองก็ไม่อาจกางกั้นได้ เธอไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร อนาคตข้างหน้ามันจะสุขหรือเศร้า เหงาหรือทุกข์ รู้เพียงว่าตอนนี้เธอคงจะฝืนมนต์กามเทพไม่ได้

“ก็ได้ช่วยก็ได้ แต่แกต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำให้รุ้งเสียใจ”

อัญญาณีต้องการความมั่นใจ หทัยชนกไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องความรักหนาแน่นเหมือนใคร ๆ ไม่เคยรักใครมากก่อน ไม่เคยมีแฟน เธอกลัวว่าหากตะวันคบหากับหทัยชนกจริง ๆ แล้ววันข้างหน้าตะวันทำให้เพื่อนสาวของเธอคนนี้เสียใจ จากคนที่สดใสอาจจะตรอมตรมและเจ็บเจียนตาย

“สัญญาลูกผู้ชายเลย” ตะวันกล่าวคำสัญญาเสียงหนัก

“ฉันเชื่อในคำสัญญาของแก แต่แกจำไว้อย่างนึงว่า หากวันหนึ่งวันใดแกผิดสัญญา คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือฉัน เพราะแกกับรุ้งเป็นเพื่อนของฉัน ถ้าถึงเวลานั้นความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่เรามีมาตลอดสิบกว่าปี มันอาจจะสั่นคลอนโดยไม่รู้ตัว ฉันไม่อยากให้มีวันนั้นนะตะวัน ถ้าแกไม่มั่นใจว่ารุ้งคือคนที่ใช่ก็อย่าจีบ ฉันไม่อยากเสียเพื่อน แล้วไม่อยากให้รุ้งเจ็บ”

อัญญาณีในฐานะคนกลาง หันซ้ายก็คือเพื่อน หันขวาก็คือเพื่อน เธอยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนทั้งสองคน ความลำบากใจ ความเสียใจ ความผิดหวังอาจจะมีมากกว่าใครๆ เพราะอัญญาณีคือสื่อกลางที่ทำให้คนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางใจที่ดีต่อกัน สาวอ้วนจึงอยากให้ตะวันถามหัวใจตัวเองก่อนว่าหทัยชนกคือคนที่ใช่หรือไม่

“รุ้งคือคนที่ใช่สำหรับตะวัน เพียงแค่มองครั้งแรกหัวใจของตะวันก็บอกอย่างนั้น” ตะวันพูดให้เพื่อนตัวอ้วนมั่นใจ

“กว่าจะถึงตอนนั้นจีบรุ้งให้ได้ก่อนดีกว่า รู้หรือเปล่าว่ามีผู้ชายหล่อๆ รวยๆ มาจีบรุ้งตั้งหลายคน แต่รุ้งไม่สนใจผู้ชายพวกนั้นเลย แกจะเข้าไปอยู่ในจำนวนผู้ชายเหล่านั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ตัวแกเองนะ ฉันก็ช่วยได้เท่าที่ฉันจะทำได้”

อัญญาณีพูดตามความเป็นจริง ทุกสิ่งอย่างมันขึ้นอยู่ความพยายามของตะวัน รวมทั้งตัวของหทัยชนกเองด้วย เธอเป็นเพียงสื่อกลางเท่านั้น

“ตะวันจะพยายาม” ตะวันพูดอย่างตั้งมั่น อัญญาณีไม่พูดอะไรต่อ ก้าวเดินไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อหาซื้อของบริโภคตามที่ตนเองต้องการ จากนั้นก็เดินกลับมายังบ้านเช่าพร้อมกับอาหารการกินหลายอย่าง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หลังจากที่เครื่องดื่มและอาหารที่เจ้าของวันเกิดเดินออกไปซื้อเพิ่มเติม หมดลงในเวลาเกือบเที่ยงคืน และนั่นก็เป็นเวลาที่เพื่อนๆ ของอัญญาณีกลับบ้าน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร้ายนายเจ้าชู้
9.6
คำสัญญาในวัยเยาว์ที่เคยให้ไว้กับเด็กสาวตัวน้อยอย่างน้องเนยว่า เมื่อเธอเติบโตขึ้นเขาจะกลับมาขอเธอแต่งงานและให้เธอเป็นเจ้าสาวเพียงคนเดียวของเขา กลายเป็นพันธนาการทางใจที่ผูกมัดชายหนุ่มเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดและเขาจะมีนิสัยเจ้าชู้เพียงไหน แต่ลึกๆ ในใจเขากลับยังคงยึดติดอยู่กับคำมั่นสัญญาในอดีตจนไม่สามารถเปิดใจให้ใครอื่นได้จริงจังเพื่อรอคอยวันที่เธอจะโตเป็นผู้ใหญ่และกลับมาพบกันอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังเป็นภรรยาของท่านประธานเฉิน
9.5
อดีตนักฆ่าฝีมือพระกาฬอย่างจางหลินซินต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเพราะการหักหลังของครอบครัวตนเอง ทว่าในวาระสุดท้ายเธอกลับมีเฉินจือหานยอมสละชีวิตเพื่อล้างแค้นและจากไปพร้อมกับเธอ เมื่อโอกาสที่สองมาถึงและเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในฐานะภรรยาของประธานเฉินผู้ทรงอิทธิพล หลินซินจึงตัดสินใจใช้ชีวิตใหม่นี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม พร้อมกับวางแผนทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายเธอให้ย่อยยับอย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับในชาติที่แล้ว
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s
9.1
หลี่ซูซิน เชฟสาวผู้ข้ามเวลามาสู่ยุค 80 ต้องเผชิญมรสุมชีวิตเมื่อเห็นแม่แท้ๆ ถูกตระกูลหลี่กดขี่ข่มเหงอย่างไม่ยุติธรรม พ่อของเธอเมินเฉยต่อภรรยาหลวงและยกย่องเมียน้อยจนชีวิตพวกเธอตกต่ำ เพื่อพาแม่หนีจากขุมนรกนี้ เธอจึงตัดสินใจรับข้อเสนอแต่งงานกับถังหนิงอี นายพลหนุ่มผู้เย็นชาที่กำลังมองหาแม่เลี้ยงมาดูแลถังหลง ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก ท่ามกลางความเย่อหยิ่งของสามีและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงที่ไม่มีใครคาดคิด
หน้าปกนวนิยาย หลิวซือเย่
8.4
โศกนาฏกรรมจากการสังหารโดยแม่เลี้ยงใจโฉดพรากชีวิตของหลิวซือเย่และสามีไปพร้อมลูกในครรภ์ เพียงเพราะความโลภในมรดกที่พวกเขาเคยสละสิทธิ์เพื่อแลกกับความสงบสุขไปแล้ว เมื่อโชคชะตาพาเธอย้อนอดีตกลับมาอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงสาบานว่าจะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว เธอจะพาสามีหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายความรักและพรากชีวิตของพวกเขาได้เป็นครั้งที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลาสุดเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย เรา(สอง)สามคน
9.5
ไพลิน หญิงสาวธรรมดาผู้ไร้ซึ่งฐานะและอำนาจ มีเพียงความรักอันบริสุทธิ์เป็นเข็มทิศนำทาง จนกระทั่งโชคชะตาเหวี่ยงเธอเข้าสู่อ้อมกอดของเจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะเป็นชายผู้สูงส่งเกินเอื้อม แต่สายตาคมดุคู่นั้นกลับจับจ้องเพียงเธอคนเดียวอย่างไม่ลดละ เขาตัดสินใจดึงเธอเข้าสู่โลกส่วนตัวที่ถูกปิดตายจากสายตาภายนอกเพื่อครอบครองเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นนี้ ไพลินกลับต้องเผชิญกับคำถามในใจว่าความรักของเขาจะยั่งยืนและมั่นคงไปได้นานเพียงใด