ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรื่องเล่าใต้เงาจันทรา

เรื่องเล่าใต้เงาจันทรา

ภายใต้เงาจันทรา เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาอาจนำมาซึ่งความรื่นรมย์หรือความโศกเศร้าอันลึกซึ้ง ทว่านั่นคือสิ่งตอบแทนที่คุณต้องมอบให้แก่ข้า ปริศนาแห่งการเสพสุขบนความทุกข์ระทมของผู้อื่นกลายเป็นหนทางเดียวที่อาจช่วยให้เราหลุดพ้นจากบ่วงกรรมของตนเองได้ ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความลึกลับ การแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดนี้จะช่วยเยียวยาหัวใจหรือจะยิ่งทำให้จมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไม่อาจคาดเดาได้กันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 1

"ขอทราบแซ่ของแม่นางจะได้ไหม"รอยยิ้มผุดพรายที่มุมปาก

"เรียกข้าว่า หญิงผู้มีสุราให้ดื่มก็พอแล้ว" ใบหน้าฉงนแต่ไม่อาจ เซ้าซี้ต่อความ

ก้อนเงิน ถูกวางไว้บนโต๊ะ

"ข้ามีเรื่องเล่า แม่นางคิดค่าเสียเวลาในการฟังหรือไม่"

อมยิ้ม น้อยๆใบหน้าช่างอ่อนเยาว์อ่อนหวาน งดงามจนเผลอยิ้มตาม

"เรื่องเล่าของท่าน อาจทำข้าสำราญ หรืออาจทำให้ทุกข์ตรมไปกับท่าน ถือว่าท่านจ่ายค่าตอบแทนแก่ข้าแล้ว"เสียงที่เปล่งออกไปหวานราวน้ำผึ้งป่า

"สำราญนับว่าตอบแทนแต่ถ้าทุกข์ตรมเล่า เสพสุขจากความทุกข์ตรมกระทำได้เช่นนั้นหรือ"แววตาฉงนยิ่งแล้ว

"ความทุกข์ตรมของผู้อื่น ทำให้เราหลุดพ้นความทุกข์ตรมเฉกเช่นได้ปลดปลงความทุกข์"คำพูดแม้จะไม่ยี่หระทว่าดวงตากลับหม่นแสงลง

"เช่นนั้นข้าหมดข้อกังขา"

จอมยุทธ์หนุ่ม เลื่อนก้อนเงินส่งให้

"สุราชั้นเลิศของแม่นาง เท่าไหร่ถึงจะพอดับทุกข์"กรีดนิ้วเรียวสวยไปบนไหสุรา ก่อนจะหยุดที่ป้ายชื่อ ..เมามายสมใจไร้ความทุกข์ตรม..หยิบเอาก้อนเงินก่อนจะเลื่อนไหสุราตรงหน้าจอมยุทธ์ผู้พรั่งพร้อมด้วยรูปโฉม

หญิงสาววัยเยาว์รูปร่างอ้อนแอ้นนาม หลานฟางยืนตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวด้านหลังพิงชนเข้ากับแผ่นหลังของญาติผู้พี่รุ่นราวคราวเดียวกัน

ในมือของเขามีท่อนไม้ยาวกำไว้แน่น เบื้องหน้ารายล้อมด้วยโจรป่า หมายปล้นชิงทรัพย์

"อย่าเข้ามานะ หลานฟางไม่ต้องกลัวข้าไม่ปล่อยให้เจ้าได้รับอันตราย"

"เจ้าจะบ้าหรือเสี่ยวเหวิน เห็นไหมเจ้ามีอะไรไปต่อกรกับพวกมัน ให้ๆมันไปเถอะ"

"อย่าเชียวนะ ของนั่นเป็นเจ้าที่หามันมาแสนนาน ข้าไม่ยอมให้พวกมันได้ไป"

หันรีหันขว้างฟาดไม้ในมือเข้าใส่โจรป่า แต่จะสู้เขาได้อย่างไรในเมื่อไร้วรยุทธ์จึงถูกรุมทึ้งเหมือนเหยื่อ เสี่ยวเหวินขดตัวกลมเจ็บแสนเจ็บแต่ปากยังไม่หยุดพูด

"พวกเจ้าอย่าได้คิดจะทำอะไรหลานฟางนะ ข้าไม่มีทางยอม"หน้าตาปูดบวม เขียวซ้ำแต่กอดขาโจรไว้แน่น

“เจ้าโง่เสี่ยวเหวินรีบหนีกันเถอะ เจ้าจับพวกมันไว้ทำไม”หลานฟางตะโกนดังๆ

ร่างผึ่งผายกระโดดลงมาจากคาคบไม้ใช้กระบี่ในมือเข้าห่ำหั่นจนโจรป่าล่าถอยไป แต่ก่อนที่โจรป่าจะไป กลับฝากบาดแผลไว้ที่แขนขวาของจอมยุทธผู้มากด้วยรูปโฉมเป็นแผลยาว หลานฟางถลาเข้าหาจอมยุทธ์หนุ่มร่างสูงแทนที่จะเข้าไปดูเสี่ยวเหวินที่นอนร้องโอดโอย

แต่ทว่ากลับสะดุดชายกระโปรงอ้อมแขนแข็งแรงกอดรัดรอบเอวบาง ตาสบตา บางอย่างในดวงตา สื่อความหมายที่หลานฟางเขิน หลบตาคมก้มหน้าอีกคนลืมแม้กระทั่งปล่อยมือออกจากเอวบาง

"จอมยุทธ์ท่าน ...ปล่อยเอ้ย ...ท่าน ..ข้าขอบคุณที่ช่วย"รอยยิ้มบริสุทธ์ของหลานฟางน่ามองยิ่งนักแต่อีกคนกลับมีใบหน้าเรียบเฉย

"ท่านจอมยุทธ์ท่านแช่อะไร"

"ชื่อแซ่หาสำคัญไม่ตอนนี้สำคัญที่ คนผู้นั้นบาดเจ็บ"ชี้มือไปยังเสี่ยวเหวินที่บัดนี้นอนนิ่ง หลานฟางเหมือนเพิ่งนึกได้ หรือว่าแสร้งทำเป็นนึกได้

"เสี่ยวเหวิน ลุกขึ้น ไม่ได้โดนอะไรเท่าไหร่ดูท่านจอมยุทธ์ถูกคมกระบี่บาดเจ็บเพียงนั้นยังไม่สำออยเช่นเจ้า"

เสียงตวาด เสี่ยวเหวินปรือตามอง เจ็บแสนเจ็บ ข่มความเจ็ยปวดไว้

"จะ..จะเจ้าปลอดภัยดีไหมหลานฟาง"คำพูดหลุดออกจากปากแสนยากเย็น

"ปลอดภัย"หันไปเห็นเลือดสดๆไหลซึมออกมาด้านนอก

รีบเกาะแขนจอมยุทธ์หนุ่มหล่อ

"ท่านจอมยุทธ์ เร่งกลับไปทำแผลที่บ้านของข้า"จอมยุทธ์ไม่พูดเพียงแต่เดินไปพยุงเสี่ยวเหวินให้ลุกขึ้นออกเดินตามหลานฟางไปพร้อมกัน

ผ้าพันแผลสีขาวถูกพันรอบแขน ยาสมานแผล บรรเทาอาการเจ็บปวดได้บ้าง เสี่ยวเหวินใบหน้าปูดบวม เดินกะเผลกเข้ามา ทรุดตัวนั่งข้างเตียง

"ข้าน้อยเสี่ยวเหวิน ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ช่วยเหลือ"จอมยุทธ์หนุ่มยิ้ม ก้มหน้ามองมือตัวเอง

"เสี่ยวเหวิน เจ้าไม่ต้องเกรงใจ เห็นผู้ที่ประสบเคาระห์กรรมมีหรือที่ข้าจะไม่ช่วย"หลานฟางยกโจ๊ก เข้ามาข้างในห้อง

"ท่านจอมยุทธ์ ข้าต้มโจ๊กให้ท่านเองกับมือ คิดว่าท่านคงหิวแล้ว" เสี่ยวเหวินมองหลานฟาง ด้วยแววตาภักดีเหมือนสุนัขกับเจ้าของ

"ของข้าเล่า"

"ของเจ้า ข้าให้เสี่ยวจี้นำไปให้ที่ห้องของเจ้าแล้ว"เสี่ยวเหวินลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องทันที

"ค่อยยังชั่วหรือยังท่านจอมยุทธ์ ไว้ท่านพ่อกลับมาข้าจะขอยา สมานแผลที่มีสรรพคุณเป็นเลิศกว่านี้ มาเพื่อท่าน"

"แม่นางหลานฟางรบกวนเจ้าแล้ว"หลานฟางยิ้มหวาน

"ท่านมีจิตใจคุณธรรมไม่ปล่อยเลยทเมื่อเห็นผู้อื่นประสบเคราะห์กรรมข้านับถือนักไม่รักตัวกลัวตาย ยอมบาดเจ็บเพื่อคนที่ไม่เคยรู้จักรักใคร่"จอมยุทธ์หนุ่มมองหลานฟางแบบค้นคว้า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย เสน่หานางมารหน้าใส
8.1
โชคชะตาช่างเล่นตลกกับนางมารสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและใสซื่อ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูไร้เดียงสา เพียงเพราะนางเลือกที่จะแสดงด้านที่ร้ายกาจออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อปกป้องตนเองในโลกแฟนตาซีอันโหดร้าย กลับถูกตราหน้าและตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมจากคนรอบข้าง นางจึงตั้งคำถามต่อสวรรค์ว่าสิ่งที่นางทำลงไปนั้นมันผิดมหันต์ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ท่ามกลางไฟแห่งความรักและความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของนาง
หน้าปกนวนิยาย ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน
8.3
เมื่อชายหนุ่มบังเอิญพบจิ้งจอกสาวในสวนหลังบ้านและรับมาเลี้ยงดูเป็นสัตว์คู่กาย ทว่าสัตว์เลี้ยงตัวนี้กลับมีความลับที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่ เพราะในยามราตรีที่แสงจันทร์สาดส่อง ร่างขนฟูนุ่มนิ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นสตรีโฉมงามผู้มีเสน่ห์เย้ายวนใจ ความน่ารักที่เคยมีกลับกลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ในฐานะเจ้านายผู้ครอบครอง เขาจะหักห้ามใจตนเองได้อย่างไรเมื่อจิ้งจอกน้อยตัวนี้ช่างน่าลิ้มลองไปเสียทุกส่วนจนอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวในทุกค่ำคืนที่ผ่านพ้นไป
หน้าปกนวนิยาย จันทราเล่ห์ร้าย
8.6
หลังฟื้นคืนชีพจากความตาย หญิงสาวผู้นี้กลับมาพร้อมพลังเร้นลับที่ทำให้เธอมองเห็นดวงวิญญาณและสื่อสารกับเหล่าสัตว์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าชีวิตใหม่ของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสามีที่ไร้ความสามารถจนยากจะทนไหว ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ เธอจึงเลือกที่จะสลัดภาพภรรยาผู้อ่อนหวานทิ้งไป แล้วก้าวเข้าสู่เส้นทางของสตรีที่ใครต่างตราหน้าว่าร้ายกาจ ใครที่กล้าดาหน้าเข้ามาลองดีกับความลับและตัวตนใหม่ของเธอ ก็เชิญเข้ามาทดสอบกันได้เลย