ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรื่องเล่าใต้เงาจันทรา

เรื่องเล่าใต้เงาจันทรา

ภายใต้เงาจันทรา เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาอาจนำมาซึ่งความรื่นรมย์หรือความโศกเศร้าอันลึกซึ้ง ทว่านั่นคือสิ่งตอบแทนที่คุณต้องมอบให้แก่ข้า ปริศนาแห่งการเสพสุขบนความทุกข์ระทมของผู้อื่นกลายเป็นหนทางเดียวที่อาจช่วยให้เราหลุดพ้นจากบ่วงกรรมของตนเองได้ ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความลึกลับ การแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดนี้จะช่วยเยียวยาหัวใจหรือจะยิ่งทำให้จมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไม่อาจคาดเดาได้กันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“แม่นางหลานฟางเกรงใจไปแล้ว ข้าเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อน รู้จักกันนับว่าเป็นวาสนา” หลานฟางยิ้ม

สุราในมือถูกรินลงคอ ง่ายดาย

“ท่าน รู้สึกอย่างไรกับนาง”

“นางเปรียบดั่งบุบฝาแรกแย้ม ไร้ซึ่งเสแสร้งทั้งปวง”เยว่เหนียงยิ้ม

“ แล้ว สิ่งใดที่เป็นเหตุให้ใจท่านเป็นทุกข์”

สุราถูกส่งลงไปในลำคออีกครั้ง

“ท่านจอมยุทธ์ ยินดีเหลือเกิน ที่ท่านช่วยเหลือบุตรสาวข้าจากโจรป่า” คหบดีเฒ่าขอบคุณด้วยใจจริง

“เกรงใจไปแล้ว” เสี่ยวเหวินยืนยิ้มอยู่ข้างๆ หลานฟาง

“หลานฟางพูดถึงท่านเสียจนข้าต้องมาพบด้วยตัวเอง หากท่านยังไม่รีบร้อน เดินทางที่แห่งใด เชิญพำนักที่นี่เสียนานหน่อย ข้ากำลังมองหาผู้ที่จะมาฝึกวรยุทธ์ให้เสี่ยวเหวินพอดี เพื่อที่เสี่ยวเหวินจะได้คอยคุ้มครองคุณหนู ยามที่ต้องออกไปไหน เสี่ยวเหวินคารวะอาจารย์เสีย”

รีบรวบรัดเหมือนกลัวจะเปลี่ยนใจ เสี่ยวเหวินยิ้มหวานใบหน้าใส่ซื่อยื่นส่งถ้วยชาตรงหน้าให้จอมยุทธ์หนุ่ม

“อาจารย์เสี่ยวเหวิน ขอคารวะ” จอมยุทธ์หนุ่มนิรนามรับถ้วยชามาถือไว้ด้วยความเต็มใจ ยิ้มบางๆ

“ท่านพ่อข้าอยากฝึกวรยุทธ์ด้วย ท่านฝากฝังแต่เสี่ยวเหวินแล้วข้าเล่า”ท่านคหบดี หัวเราะเสียงดังลั่น

“ท่านจอมยุทธ์ หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจเด็กสาวดื้อรั้นคนนี้รับเปืนศิษย์อีกคนช่วยสั่งสอน แทนข้า”

จอมยุทธ์หนุ่มยกถ้วยชา ชูขึ้นก่อนจะกระดกจนหมดถ้วย หลานฟางกระโดดตัวลอย

เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่น เสี่ยวเหวินและหลานฟาง ปะมือกันตามคำสั่งอาจารย์ที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ด้วยท่าท่าทีแข็งทื่อของเสี่ยวเหวิน ไม่เหมาะแก่การร่ายรำกระบี่นับว่าไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ จอมยุทธ์หนุ่มเดินเข้าไปข้างหลัง เอื้อมมือจับที่ข้อแขน ข้างหนึ่งอีกข้างจับที่ไหล่บางผอมเหมือนหญิงสาว เสี่ยวเหวินร่างอ้อนแอ้นไม่ต่างจากหลานฟางทว่าหลานฟางกับร่ายรำกระบี่ได้งดงามกว่าอย่างเห็นได้ชัด

หลานฟางยืนเบ้ปากเมื่อเห็น อาจารย์โอบเสี่ยวเหวินแบบนั้น

“เสี่ยวเหวินเจ้านี่ช่างไม่ได้เรื่องเช่นนี้ ริอาจจะปกป้องข้าอย่างนั้นหรือ จะไม่เกินตัวไปหน่อยหรือไร”คำพูดค่อนข้างจริงจัง

“ข้าตั้งใจฝึก มีอาจารย์ช่วยสั่งสอนเช่นนี้ รับรองข้าดูแลเจ้าได้แน่”กระบี่ในมือกวัดแกว่งไปมางดงาม ด้วยการบงการเหมือนอย่างที่จอมยุทธ์หนุ่มจะให้เป็น

“อย่าเกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย ข้าจะช่วยสอนให้เอง”เสี่ยวเหวินไม่ฝืนปล่อยให้ อาจารย์นำไปในทิศทางที่ต้องการ จึงบังเกิดเป็นท่าร่ายรำกระบี่ที่สอดประสานงดงามน่ามอง

“อาจารย์เก่งที่สุด”จอมยุทธ์หนุ่มยิ้ม หลานฟางปรบมือดังสนั่น เสี่ยวเหวินดีใจยิ่งกว่าใคร ยิ้มจนปากแทบฉีกถึงหู

“เป็นเช่นนี้ไม่นานเจ้าจะเก่งขึ้นได้”

“เสี่ยวเหวินขอบคุณอาจารย์ หากให้เสี่ยวเหวิน ฝึกเองไม่แน่อาจสิบไม่สิยี่สิบปีถึงจะบรรลุจุดหมาย นี่เพียงวันเดียวกระบวนท่าต่างๆ ที่อาจารย์สั่งสอนเสี่ยวเหวินก็พอจะจำได้บ้างแล้ว”

“ดี หลัง ข้าวเย็นในทุกวันหากว่าง อาจารย์ช่วงนี้ก็ไม่ได้มีธุระอะไรฝึกเจ้าเก่งกาจเร็วยิ่งจะได้จากไปอย่างโล่งใจ”

“แล้วหลานฟางเล่าอาจารย์ ให้นางไปฝึกด้วยไหม”

“หลานฟาง หากเจ้าเก่งกาจ อีกไม่นานก็จะปกป้องนางได้อย่างภาคภูมินางเป็นหญิงฝึกไว้บ้างก็ดีไม่ฝึกก็ไม่มีใครว่า” เสี่ยวเหวิน เพ้อฝันตามแบบของเขา

“ต่อไปหากข้า เรียนวรยุทธ์กับอาจารย์สำเร็จ ก็จะได้ปกป้องหลานฟางเสียที ข้าจะไม่ยอมให้นางถูกใครรังแกอีกแล้ว ถึงเวลานั้นหลานฟางก็จะขอบคุณข้า ชอบข้าเหมือนที่ชอบอาจารย์”ยิ้มตาหยี จอมยุทธ์หมุ่มยิ้มเพียงบางๆ

“ขอบคุณอาจารย์ ข้ารีบกลับไปทำงานให้เสร็จ แล้วจะรีบมาฝึกกระบี่กับอาจารย์”เสี่ยวเหวินก้มลงคารวะ ก่อนจะวิ่งพลวดพลาดออกไป จอมยุทธ์หนุ่มยิ้มมุมปากภารกิจเขาใกล้จะลุล่วงแล้ว

หลานฟางยกน้ำแกงร้อนๆ มาเสิร์ฟให้ถึงที่พัก

“อาจารย์ หลานฟางเห็นท่านยังไม่ทานอะไรเย็นนี้เลยมาเป็นเพื่อนทานข้าว”เขาถอนใจยาว จะหนีอย่างไรพ้น ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย เสน่หานางมารหน้าใส
8.1
โชคชะตาช่างเล่นตลกกับนางมารสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและใสซื่อ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูไร้เดียงสา เพียงเพราะนางเลือกที่จะแสดงด้านที่ร้ายกาจออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อปกป้องตนเองในโลกแฟนตาซีอันโหดร้าย กลับถูกตราหน้าและตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมจากคนรอบข้าง นางจึงตั้งคำถามต่อสวรรค์ว่าสิ่งที่นางทำลงไปนั้นมันผิดมหันต์ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ท่ามกลางไฟแห่งความรักและความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของนาง
หน้าปกนวนิยาย ข้าจับจิ้งจอกตัวเมียได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน
8.3
เมื่อชายหนุ่มบังเอิญพบจิ้งจอกสาวในสวนหลังบ้านและรับมาเลี้ยงดูเป็นสัตว์คู่กาย ทว่าสัตว์เลี้ยงตัวนี้กลับมีความลับที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่ เพราะในยามราตรีที่แสงจันทร์สาดส่อง ร่างขนฟูนุ่มนิ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นสตรีโฉมงามผู้มีเสน่ห์เย้ายวนใจ ความน่ารักที่เคยมีกลับกลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ในฐานะเจ้านายผู้ครอบครอง เขาจะหักห้ามใจตนเองได้อย่างไรเมื่อจิ้งจอกน้อยตัวนี้ช่างน่าลิ้มลองไปเสียทุกส่วนจนอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวในทุกค่ำคืนที่ผ่านพ้นไป
หน้าปกนวนิยาย จันทราเล่ห์ร้าย
8.6
หลังฟื้นคืนชีพจากความตาย หญิงสาวผู้นี้กลับมาพร้อมพลังเร้นลับที่ทำให้เธอมองเห็นดวงวิญญาณและสื่อสารกับเหล่าสัตว์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าชีวิตใหม่ของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสามีที่ไร้ความสามารถจนยากจะทนไหว ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ เธอจึงเลือกที่จะสลัดภาพภรรยาผู้อ่อนหวานทิ้งไป แล้วก้าวเข้าสู่เส้นทางของสตรีที่ใครต่างตราหน้าว่าร้ายกาจ ใครที่กล้าดาหน้าเข้ามาลองดีกับความลับและตัวตนใหม่ของเธอ ก็เชิญเข้ามาทดสอบกันได้เลย