
แต่งงานอีกครั้ง ผมจะรักเธอดี ๆ
ตอน 2
ตั้งแต่ซูจิ้งเริ่มจำความได้ เธอรู้ดีว่าเธอเก็บความรู้สึกไม่เก่ง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ
ผมเตรียมหนังสือหย่าไว้แล้ว ผมจะให้ทุกอย่างตามที่คุณควรจะได้ ตอบแทนสำหรับสามปีที่ผ่านมา” ก่อนเธอจะเดินจากไป ซีเจว๋วางหนังสือหย่าลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ต่อหน้าเขา
ซูจิ้งอยากจะก้าวออกไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้ แต่ขาของเธอดันก้าวไม่ออก
เธอรู้ดีว่าต่อให้เธอจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หรือยอมรับข้อเสนอของเขา ยังไงซะเขาก็ต้องหย่ากับเธออยู่ดี เขาก็เป็นของเขาแบบนี้ เมื่อลองได้ตัดสินใจอะไรไปแล้ว เขาไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด
เมื่อสามปีก่อน เขาเข้ามาที่ตระกูลซู อย่างไม่บอกไม่กล่าว แล้วขอเธอแต่งานอย่างจริงจัง ตอนนั้นเธอดีใจมาก เพราะคิดว่าชายหนุ่มที่เธอหลงรักมานาน ก็รู้สึกเช่นเดียวกับเธอจึงขอเธอแต่งงาน แต่แล้วในคืนแต่งงาน เธอก็ได้รู้ว่าที่เขาแต่งงานกับเธอเพียงเพราะต้องการอำนาจและเส้นสายจากตระกูลซู เพื่อจะได้เป็นใหญ่ในเมืองฟางโตว
อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะรู้เหตุผลที่แท้จริงที่เขาแต่งงานกับเธอ แต่เธอก็ไม่เคยเสียใจเลย เธอยังคงเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา และยังคอยสนับสนุนงานของเขาอีกด้วย ย้อนกลับไปในตอนนั้น เธอเคยสงสัยว่าหากเขาประสบความสำเร็จแล้ว เขาจะหย่ากับเธอไหม เธอได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จ สักวันเขาอาจจะรักเธอขึ้นมาจริงๆก็ได้ แต่ความเป็นจริงเขากับไม่เคยให้โอกาสเธอเลยสะด้วยซ้ำ ต่อให้เธอเตรียมใจสำหรับการหย่ามาแล้วแค่ไหน แต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะขอหย่ากับเธอเร็วขนาดนี้
เธอหันหลังให้กับเขา นิ่งเงียบเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เวลาผ่านไปได้สักพัก เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า “คุณ... คุณลองคิดดูอีกครั้ง?...”
“ผมตัดสินใจไปแล้ว คุณแค่เซ็นชื่อก็พอ” ซีเจว๋พูดแทรกขึ้นอย่างหงุดหงิด “ผมจะให้เงินคุณห้าสิบล้าน รวมทั้งบ้านหลังใหม่ราคาสามสิบล้านถือเป็นค่าจ้าง
ค่าจ้าง?
ซูจิ้งแทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เธอได้ยิน
เธอหันหลังกลับพร้อมเงยหน้าขึ้นจ้องเขม้งไปยังสามีที่รูปร่างสูงใหญ่ “ค่าจ้างงั้นเหรอ?” เธอพูดมันออกมาอีกครั้ง อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
ความสัมพันธ์ของเราเป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้างงั้นเหรอ? เขากล้าใช้คำว่าค่าจ้างได้ยังไง? คำสองคำนี้มันบาดใจยิ่งนัก
“ผมบอกเหตุผลกับคุณไปแล้ว ตั้งแต่วันที่เราแต่งงานกัน ว่านี่ไม่ใช่การแต่งงานจริง ๆ ความสัมพันธ์แบบนายจ้างกับลูกจ้างก็ถูกแล้ว ดังนั้นผมต้องจ่ายค่าจ้างให้กับคุณ เป็นค่าตอบแทนสำหรับช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น เราก็จบกัน” ชายรูปร่างสูงหล่อที่ยืนตรงหน้าเธอ มองตรงมาที่เธออย่างไร้เยื่อใย ดวงตากลมโตสีดำคู่นั้น ไม่เผยความรู้สึก ๆ ใด ๆ ออกมา
“ค่าชดเชยในการเลิกจ้าง?” ซูจิ้งได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง “ใช่ คุณพูดถูก ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันก็แค่นายจ้างกับลูกจ้าง”
เธอได้แต่ฝืนยิ้ม แต่ซีเจว๋กับไม่แสดงทีท่าใด ๆ
เธอก้าวเข้าไปหาเขาอย่างช้า ๆ แล้วนั่งลงบนโซฟา พลางหยิบหนังสือข้อตกลงการหย่าขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
เมื่อซีเจว๋เห็นซูจิ้งกำลังอ่านหนังสือข้อตกลงหย่าแต่โดยดี เขาก็คลายความกังวลแล้วนั่งลงตรงข้ามเธอ “ข้อตกลงระบุอย่างละเอียด หากคุณอยากเพิ่มเติมอะไรก็บอกผมแล้วกัน ผมจะจัดการให้”
ซูจิ้งเห็นได้ชัดว่าเขาโล่งใจ ที่เธอยอมหย่าแต่โดยดี ทันใดนั้นรอยยิ้มมุมปากของเธอก็ค่อย ๆ เผยอขึ้น
เธออ่านข้ามในส่วนของข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับการมอบทรัพย์สินโดยไม่พูดอะไร และลงนามทันที
“นายไม่จำเป็นต้องมาจ่ายค่าตอบแทนหรือค่าชดเชยอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เราสองคนหย่ากันอย่างเป็นทางการแล้ว” เธอค่อย ๆ เลื่อนใบหย่าไปตรงหน้าเขา
เขาเหลือบมองไปที่สัญญาหย่าแล้วเห็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ถูกขีดฆ่าซีเจว๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าซูจิ้ง จะปฏิเสธที่จะรับทรัพย์สินที่เขาเสนอให้ทั้งหมด
“คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม?” ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยเมื่อเขามองไปที่ซูจิ้งที่กำลังลุกขึ้นยืน
ซูจิ้งหันหลังกลับ แล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้า พลางพูดขึ้นมาว่า “ตระกูลซูไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ฉันแต่งงานกับคุณด้วยความเต็มใจ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่รับค่าตอบแทนอะไรทั้งนั้น”
หากเธอรับค่าตอบแทนนั่น ก็เท่ากับว่าตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา พวกเขามีความสัมพันธ์แบบนายจ้างลูกจ้างจริง ๆ
เธอจึงยอมสละทุกอย่างเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าที่ผ่านมาพวกเขาเป็นสามีภรรยากัน
ซีเจว๋นั่งบนโซฟาดูเธอจัดของโดยไม่พูดอะไร
ซูจิ้งเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง พร้อมกับข้าวของที่เหลือของเธอ
เธอพยายามถ่วงเวลาที่จะอยู่ให้นานขึ้นด้วยการเก็บข้าวของอย่างช้า ๆ ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา เธอจะอยู่ห้องนี้โดยลำพัง จากตอนแรกเธอไม่ค่อยชอบที่จะต้องอยู่คนเดียวสักเท่าไร แต่พอเวลาผ่านไปหลายปีเธอก็เริ่มจะชอบมันขึ้นมา ตอนนี้เธอไม่อยากที่จะไปจากที่นี่ แต่ต่อให้เธอพยายามยื้อมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องไปอยู่ดี
หลังเก็บของเสร็จ เธอลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง เธอหันหลังเดินจากไป ไม่คิดจะเอ่ยคำใด ๆ ออกมา หรือแม้แต่จะหันไปมองเขา
“ให้ผมขับรถไปส่งนะ” หลังจากรอเธอเก็บของอยู่นานสองนาน ซีเจว๋ก็พูดขึ้น
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไร ฉันยังพอมีเงินที่จะนั่งแท็กซี่กลับได้” ซูจิ้งพูดอย่างประชดประชัน ทุกครั้งที่เธอรู้สึกกลัว เธอจะเลือกปกป้องตัวเองด้วยการแสดงท่าทีเข็มแข็ง และนั่นก็เป็นการทำร้ายตัวเธอเองทางอ้อมด้วย ครั้งนี้เองก็เช่นกัน
เธอเดินลงไปชั้นล่างพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของเธอ เนื่องจากกระเป๋าเดินทางมีขนานที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เธอไม่สามารถยกมันขึ้นได้เอง แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เสียงลากกระเป๋าใบใหญ่ลงบันใดของเธอ ทำให้ทุกคนในบ้างแห่กันมาดู
“ซูจิ้ง จะไปไหนลูก? ดึกขนาดนี้แล้ว” หยงหลิงถามในขณะเอนตัวพิงบันไดอยู่ในชุดนอน
ซูจิ้งเงยหน้าขึ้นมองพ่อของซีเจว๋ พลางยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ลุงหยงกลับไปนอนเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว”
“ซูจิ้งหนูเป็นอะไรหรือเปล่า? แล้วนี่จะไปไหน?” เมื่อได้ยินเธอเรียกเขาว่า “ลุงหยง” หยงหลิงถึงกับตกใจ เขารีบตามลงไปชั้นล่าง แต่ถูกถาวหยันขวางไว้
ซูจิ้งขนกระเป๋าลงบันไดต่อ โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ
สามปีก่อนตอนเธอแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลหยง เธอพยายามอยู่นานที่จะเรียกเขาว่า “พ่อ” ในบรรดาคนของตระกูลหยงก็มีเพียงพ่อจองซีเจว๋ หรือหยงหลิงที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เธอคงจะคิดถึงเขามากเป็นแน่
หลังจากยกกระเป๋าลงมาได้อย่างยากลำบาก สุดท้ายซูจิ้งก็ออกมาจากบ้าน พร้อมกับสัมภาระของเธอ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเหล่าคนใช้
ซีเจว๋ซึ่งยังคงนั่งอยู่ในห้องชั้นบน ได้ยินการสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน แต่เขายังคงนั่งเงียบ
เดิมทีห้องนี้ก็ดูว่างเปล่าอยู่แล้ว แต่เมื่อซูจิ้งเก็บข้าวของออกไปหมด ทำให้มันดูว่างเปล่ายิ่งขึ้น ซีเจว๋ได้แต่นั่งมองไปที่ห้องขนาดใหญ่แต่กลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
เขาลังเลอยู่นานเกี่ยวกับการหย่า เพราะเขาคิดว่าเธอจะไม่เต็มใจ และขอร้องไม่ให้เขาหย่ากับเธอ แต่เขาเองที่คิดผิด เพราะเธอยอมหย่าแต่โดยดี การที่เธอยอมหย่าง่าย ๆ ทำให้เขารู้สึกสับสน และกังวลใจอยู่ลึก ๆ เขาทำอะไรไม่ถูก
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา เขาอยู่ในห้องนี้ได้ไม่เกินห้าคืน เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ่งกับซูจิ้ง และพวกเขาเองก็ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ทำไมตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่สบายใจ? เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคืนวันแต่งงาน ในคืนที่พวกเขาต้องนอนบนเตียงเดียวกัน เขายังคงนึกถึงช่วงเวลาที่ซูจิ้ง ไปที่บ้านของเขาที่หวาถิง วิลล่า เพื่อทำความสะอาดห้องให้เขาหลังเลิกงาน
ยิ่งซีเจว๋คิดถึงความทรงจำเหล่านี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่ายังไง เขาก็หยุดคิดไม่ได้ ในหัวของเขามีแต่ใบหน้าของซูจิ้งอยู่เต็มไปหมด
ด้วยความหงุดหงิด เขายืนขึ้นและเตะไปที่โต๊ะไม้อย่างจัง
ซูจิ้งกลับมาถึงบ้านตระกูลซูตอนเที่ยงคืน ตอนนี้ทุกคนในบ้านกำลังหลับสนิท
คุณอาจจะชอบ





