
แต่งงานอีกครั้ง ผมจะรักเธอดี ๆ
ตอน 3
เมื่อเธอกลับถึงบ้านเธอค่อย ๆ ลากกระเป๋าขึ้นบันไดไป แต่กว่าเธอจะลากกระเป๋าขึ้นไปได้แต่ละขั้นเล่นสะจนเธอหมดแรง สุดท้ายเธอตัดสินใจทิ้งกระเป๋าไว้ข้างบันได แล้วเดินตัวเปล่าขึ้นไปชั้นบน
หลังจากกลับถึงห้อง เธอรู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ
เธอนอนพลิกตัวไปมาอยู่นานบนเตียง ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจขมตาหลับได้ ในหัวของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยภาพความทรงจำเก่า ๆ ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาในบ้านตระกูลหยง และภาพระหว่างเธอกับซีเจว๋
ตอนเธอเป็นเด็ก เธอถูกผลักตกลงไปในสระว่ายน้ำ ถ้าซีเจว๋ไม่เอื้อมมือไปช่วยเธอในตอนนั้น เธอคงไม่ตกหลุมรักเขา และยอมแต่งงานกับเขาทันทีที่เขาขอ แล้วทุกอย่างก็คงจะไม่จบลงอย่างนี้
แต่คิดแล้วจะได้อะไรละ ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรกังวลมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่
เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ เธอก็รู้สึกหดหู่ใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอได้แต่ยิ้มให้กับความโง่เขลาของตนเอง
เธอรู้ว่าหากเธอใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรองกับซีเจว๋ไม่ให้หย่ากับเธอ เขาคงลากเธอไปโรงพยาบาลเพื่อทำแท้งทันที
เธอไม่ได้โง่พอที่จะมองไม่ออกว่าผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย จะยอมอยู่กับเธอเพียงเพื่อเด็กที่ยังไม่เคยลืมตาดูโลกเลย
ผู้ชายที่มีความทะเยอทะยานอย่างซีเจว๋ ไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ และเธอเองก็ไม่ต้องการทำตัวไร้ค่า ด้วยการเอาลูกไปผูกมัดเขาไว้ หากเธอทำอย่างนั้น ชีวิตนี้ก็คงจะน่าสมเพชสิ้นดี
เรื่องราวต่าง ๆ ค่อย ๆ พุดขึ้นมาในหัวของเธอ ทำให้เธอนอนไม่หลับจนกระทั่งรุ่งสางเธอก็ผล็อยหลับไป
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูห้องของเธอถูกเปิดออกด้วยเสียงดังโครม และเสียงโวยวายของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“กลับมาทำไม? ทำไมขนของกลับมาเยอะแยะอย่างนี้”
เพราะไม่ได้นอนยันเช้า ซูจิ้งง่วงมากจนไม่อยากที่จะลุกขึ้น “หนูกับซีเจว๋หย่ากันแล้วค่ะ” เธอตอบออกมาอย่างปัด ๆ โดยไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง
หลังจากตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ซูหย่วนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “แกหมายความว่ายังไง? ทำไมแกถึงจะหย่า? ลุกขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้!”
ซูหย่วนกระชากผ้าห่มที่ปกครุมอยู่บนตัวของซูจิ้งออกแล้วโยนมันลงกับพื้น เมื่อความเย็นตกกระทบที่เรือนราง ซูจิ้งจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“ลุกขึ้นมา! ฉันจะไปรอแกข้างล่าง ตามลงมาเดี๋ยวนี้!” ซูหย่วนเดินพลางบ่นพลางออกไปจากห้องของซูจิ้ง โดยไม่รอคำตอบใด ๆ
ซูจิ้งได้แต่ถอนหายใจ เธอคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้
เธอลุกขึ้นจากเตียง ใส่เสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเดินลงไปชั้นล่างตามคำสั่ง
ซูหย่วน พ่อของเธอ หย่าหลี แม่เลี้ยงของเธอ และซูเยียน น้องสาวต่างมารดา ต่างก็นั่งรอเธออยู่
เธอยังไม่ทันได้เดินมาถึง ซูหย่วนก็พูดขึ้นทันทีว่า “แกบอกฉันมาซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับซี่เจว๋? ใครเป็นคนขอหย่า?”
ซูจิ้งได้แต่ก้มหน้าลงมองไปยังขั้นบันได เธอรู้สึกเหมือนมีแต่ความว่างเปล่าอยู่เต็มไปหมด เธอไม่ทันได้กล่าวอะไรออกมา เสียงของหย่าหลี ผู้ที่นั่งข้าง ๆ พ่อของเธอก็กล่าวขึ้นว่า “ใช่ ไม่เคยเห็นจะมีปัญหาอะไรกัน แล้วทำไมอยู่ ๆ จะหย่ากันล่ะ? คิดแล้วมันก็น่าสงสัย”
สิ่งที่หย่าหลีพูดทำให้ซูหย่วนเริ่มคิดตาม สักพักเขาก็ถามขึ้นว่า “ซีเจว๋เป็นคนขอหย่าใช่ไหม” เขาจำได้ว่าเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ซีเจว๋มาหาเขาเพื่อขอซูจิ้งแต่งงาน ซูจิ้งดีใจมาก ความรักที่เธอมีต่อซีเจว๋นั้นชัดเจนมาก ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนขอหย่า
ซูจิ้งเดินเข้าไปหาพ่อของเธอและมองไปที่เขา “ไม่สำคัญหรอกว่าใครเป็นคนขอหย่า ความจริงก็คือตอนนี้เราหย่ากันแล้ว”
เธอมองไปยังพ่อที่กำลังรู้สึกผิดหวัง ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย แทนที่จะถามหาเหตุผลการหย่า ทำไมพ่อของเธอไม่พยายามปลอบเธอเลย? มันสำคัญขนานนั้นเลยเหรอ? แต่มันไม่สำคัญสำหรับเธอเลยสักนิด
ซูหย่วนถอนหายใจ แล้วส่ายหัวเบา ๆ ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วถามเธอไปว่า “แล้วเรื่องทรัพย์สินล่ะ? จัดการยังไง? ในช่วงสามปีที่ผ่านมาหน้าที่การงานของซีเจว๋ก้าวหน้าไปมาก ฉันว่าตอนนี้ซีเจว๋รวยกว่าตระกูลซูของเราด้วยซ้ำ!”
ขณะที่เขาพูดถึงความสำเร็จของซีเจว๋ในช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ซูหย่วนหรี่ตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดูเหมือนเขาจะมองซีเจว๋ออกตั้งแต่แรก เขาคิดเอาไว้แล้วว่า ที่ซีเจว๋มาขอซูจิ้งแต่งงานตอนนั้นเพียงเพราะต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ แน่นอนว่าซีเจว๋ยังมีความสามารถมากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ ในเวลาเพียงสามปี เขาไม่เพียงแต่ตั้งหลักปักฐานได้อย่างมั่นคงในเมืองนี้เท่านั้น แต่เขายังทำให้หยงซื่อ กรุ๊ป เติบโตจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่นี่ รวมถึงตั้งสาขาในต่างประเทศ
ซูจิ้งได้แต่ก้มหน้าไม่ตอบอะไร เธอหมดเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรแล้ว
หย่าหลีและซูเยียนมองหน้ากันและกันแล้วยิ้มออกมาอย่างสะใจ “ซูจิ้ง เธอคงจะไม่ได้กลับมาตัวเปล่าหรอกนะ?” ซูเยียนเอ่ยถาม
เมื่อซูหย่วนได้ยินซูเยียนถามออกมาแบบนั้นเขาถึงกับตกใจ เขามองไปที่ซูจิ้ง แล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “ใช่เรื่องจริงไหม?”
“ค่ะ” ซูจิ้งมองไปยังบิดาของเธอ พลางพยักหน้าตอบอย่างไม่ลังเล
ซูหย่วนเหลือบมองเธอสีหน้าบ่งบอกถึงความไร้อารมณ์ หลังจากคำพูดสุดท้ายหลุดออกมาจากปาก เขาก็แสดงสีหน้าโกรธเคืองอย่างมาก “แกมันลูกนอกคอก! แกทิ้งทุกอย่างแบบนั้นได้ยังไง”
เขาลุกตัวขึ้นจากโซฟาพุ่งเข้าไปหาซูจิ้ง “แกทำผิดต่อตระกูลหยง ใช่ไหม? ไม่อย่างนั้น แกจะยอมไม่เอาทรัพย์สินอะไรเลยทำไม?”
“เขาเสนอเงินให้หนู หนูเป็นคนบอกว่าไม่เอาเอง” ซูจิ้งตอบอย่างจริงจัง พลางสบตากับบิดาอย่างไม่เกรงกลัว
เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์ดี ๆ กับตระกูลซูเลย ยิ่งไปกว่านั้นเธอชินสะแล้วกับการที่พ่อรู้สึกผิดหวังในตัวเธอ ทุกคนในครอบครัวนี้มักจะดูถูกเหยียดหยามเธอเสมอ
ซูหย่วนรู้สึกโมโหมากจนอยากจะเอื้อมมือไปตบลูกสาว แต่สุดท้ายเขาก็ระงับความโกรธลง แล้วลุกขึ้นยืน “เขาให้แกเท่าไหร่?”
เธอไม่อยากเสียเวลาพูดเรื่องนี้อีก ดังนั้นเธอจึงตอบเขาไปตามตรง “ห้าสิบล้านค่ะ”
เมื่อซูหย่วนได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ่งโมโหขึ้นอีก เขาดึงฝ่ามือที่ยกขึ้นลง แล้วถอยหลังออกมาสองสามก้าว จากนั้นทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา ราวกับคนกำลังจะหมดแรง “ห้าสิบล้านเหรอ? เขาคิดว่าแกเป็นขอทานหรือไง”
เมื่อเห็นทีท่าเดือดดาลของซูหย่วน หย่าหลีรีบประโคมเชื้อเพลิงลงไป “ตอนนี้หยงซื้อกรุ๊ป มีมูลค่ากว่าสามหมื่นล้านบาท แม้จะเป็นสินทรัพย์รวมของตระกูลหยง แต่ซีเจว๋ก็มีสินทรัพย์ส่วนตัวอย่างน้อย ๆ แสนล้าน ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเงินที่หามาหลังแต่งงานกับซูจิ้ง ถ้าจะหย่าก็ต้องแบ่งให้ซูจิ้งครึ่งหนึ่งสิ! แค่ห้าสิบล้าน.... ”
หย่าหลีไม่ได้กล่าวจนจบประโยค แต่ทุกคนรู้ดีว่าเธอต้องการจะพูดอะไร
ซูเยียนที่นั่งเงียบ ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแขนของหย่าหลี “แม่ ตอนนี้ซีเจว๋รวยขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
เมื่อสามปีที่แล้ว ซีเจว๋เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อกลับมาที่เมืองฟางโตว ย้อนกลับไปในตอนนั้น บริษัทเล็ก ๆ ของเขามีมูลค่าเพียงสิบห้าล้านเท่านั้น แต่ในเวลาเพียงสามปี มูลค่ากลับเพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้
หย่าหลีไม่สนใจคำถามของลูกสาว เธอมองไปที่ซูหย่วน และซูจิ้งแล้วพูดต่อไปอีกว่า “แต่ตอนนี้พวกเขาหย่ากันแล้ว อีกอย่างซูจิ้งเองที่เป็นคนขอไม่รับเงิน...”
“ไม่มีทาง! ลูกสาวของฉันไปอยู่บ้านตระกูลหยงราวกับเป็นคนใช้เขามาสามปี กล้าดียังไงมาขอหย่าโดยไม่ให้เงินเธอเลยสักสลึง? เขาคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ หากคิดว่ามันจะจบง่าย ๆ แบบนี้! แม้ว่าเขาจะจ้างสาวใช้แล้วไล่เธอออก เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับเธอ!”
คำพูดของซูหย่วนเป็นเสมือนดาบสองคมที่กำลังทิ้มแทงใจของซูจิ้ง ดูเหมือนการตัดสินใจเมื่อสามปีก่อนของผู้คนรอบ ๆ ตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นซีเจว๋หรือพ่อของเธอ ล้วนคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองทั้งสิ้น
เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมของพวกเขา
เธอเองก็รู้เรื่องนี้ดี ที่ซีเจว๋คิดอย่างนี้ เธอก็พอเข้าใจได้ แต่พ่อของเธอทำไมถึงทำกับเธอเยี่ยงนี้?
คุณอาจจะชอบ





