ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แต่งงานอีกครั้ง ผมจะรักเธอดี ๆ

แต่งงานอีกครั้ง ผมจะรักเธอดี ๆ

ตลอดสามปีในฐานะภรรยา เธอต้องเผชิญกับความสิ้นหวังจนถึงขีดสุด เมื่อถูกบังคับให้ลงนามในใบหย่าทั้งที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ ความเย็นชาไร้หัวใจที่ได้รับทำให้เธอตัดสินใจเดินจากไปพร้อมรอยแผลที่ยากจะเยียวยา ทว่าเมื่อสูญเสียเธอไปจริงๆ เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่าเธอคือรักแท้เพียงหนึ่งเดียวที่เขาโหยหา ชายหนุ่มจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชดเชยความผิดในอดีต และมอบความรักทั้งหมดที่มีเพื่อประสานหัวใจที่แตกสลายของเธอให้กลับมาดีดังเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 3

เมื่อเธอกลับถึงบ้านเธอค่อย ๆ ลากกระเป๋าขึ้นบันไดไป แต่กว่าเธอจะลากกระเป๋าขึ้นไปได้แต่ละขั้นเล่นสะจนเธอหมดแรง สุดท้ายเธอตัดสินใจทิ้งกระเป๋าไว้ข้างบันได แล้วเดินตัวเปล่าขึ้นไปชั้นบน

หลังจากกลับถึงห้อง เธอรู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ

เธอนอนพลิกตัวไปมาอยู่นานบนเตียง ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจขมตาหลับได้ ในหัวของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยภาพความทรงจำเก่า ๆ ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาในบ้านตระกูลหยง และภาพระหว่างเธอกับซีเจว๋

ตอนเธอเป็นเด็ก เธอถูกผลักตกลงไปในสระว่ายน้ำ ถ้าซีเจว๋ไม่เอื้อมมือไปช่วยเธอในตอนนั้น เธอคงไม่ตกหลุมรักเขา และยอมแต่งงานกับเขาทันทีที่เขาขอ แล้วทุกอย่างก็คงจะไม่จบลงอย่างนี้

แต่คิดแล้วจะได้อะไรละ ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรกังวลมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่

เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ เธอก็รู้สึกหดหู่ใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอได้แต่ยิ้มให้กับความโง่เขลาของตนเอง

เธอรู้ว่าหากเธอใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรองกับซีเจว๋ไม่ให้หย่ากับเธอ เขาคงลากเธอไปโรงพยาบาลเพื่อทำแท้งทันที

เธอไม่ได้โง่พอที่จะมองไม่ออกว่าผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย จะยอมอยู่กับเธอเพียงเพื่อเด็กที่ยังไม่เคยลืมตาดูโลกเลย

ผู้ชายที่มีความทะเยอทะยานอย่างซีเจว๋ ไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ และเธอเองก็ไม่ต้องการทำตัวไร้ค่า ด้วยการเอาลูกไปผูกมัดเขาไว้ หากเธอทำอย่างนั้น ชีวิตนี้ก็คงจะน่าสมเพชสิ้นดี

เรื่องราวต่าง ๆ ค่อย ๆ พุดขึ้นมาในหัวของเธอ ทำให้เธอนอนไม่หลับจนกระทั่งรุ่งสางเธอก็ผล็อยหลับไป

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูห้องของเธอถูกเปิดออกด้วยเสียงดังโครม และเสียงโวยวายของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“กลับมาทำไม? ทำไมขนของกลับมาเยอะแยะอย่างนี้”

เพราะไม่ได้นอนยันเช้า ซูจิ้งง่วงมากจนไม่อยากที่จะลุกขึ้น “หนูกับซีเจว๋หย่ากันแล้วค่ะ” เธอตอบออกมาอย่างปัด ๆ โดยไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง

หลังจากตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ซูหย่วนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “แกหมายความว่ายังไง? ทำไมแกถึงจะหย่า? ลุกขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้!”

ซูหย่วนกระชากผ้าห่มที่ปกครุมอยู่บนตัวของซูจิ้งออกแล้วโยนมันลงกับพื้น เมื่อความเย็นตกกระทบที่เรือนราง ซูจิ้งจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

“ลุกขึ้นมา! ฉันจะไปรอแกข้างล่าง ตามลงมาเดี๋ยวนี้!” ซูหย่วนเดินพลางบ่นพลางออกไปจากห้องของซูจิ้ง โดยไม่รอคำตอบใด ๆ

ซูจิ้งได้แต่ถอนหายใจ เธอคิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

เธอลุกขึ้นจากเตียง ใส่เสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเดินลงไปชั้นล่างตามคำสั่ง

ซูหย่วน พ่อของเธอ หย่าหลี แม่เลี้ยงของเธอ และซูเยียน น้องสาวต่างมารดา ต่างก็นั่งรอเธออยู่

เธอยังไม่ทันได้เดินมาถึง ซูหย่วนก็พูดขึ้นทันทีว่า “แกบอกฉันมาซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับซี่เจว๋? ใครเป็นคนขอหย่า?”

ซูจิ้งได้แต่ก้มหน้าลงมองไปยังขั้นบันได เธอรู้สึกเหมือนมีแต่ความว่างเปล่าอยู่เต็มไปหมด เธอไม่ทันได้กล่าวอะไรออกมา เสียงของหย่าหลี ผู้ที่นั่งข้าง ๆ พ่อของเธอก็กล่าวขึ้นว่า “ใช่ ไม่เคยเห็นจะมีปัญหาอะไรกัน แล้วทำไมอยู่ ๆ จะหย่ากันล่ะ? คิดแล้วมันก็น่าสงสัย”

สิ่งที่หย่าหลีพูดทำให้ซูหย่วนเริ่มคิดตาม สักพักเขาก็ถามขึ้นว่า “ซีเจว๋เป็นคนขอหย่าใช่ไหม” เขาจำได้ว่าเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ซีเจว๋มาหาเขาเพื่อขอซูจิ้งแต่งงาน ซูจิ้งดีใจมาก ความรักที่เธอมีต่อซีเจว๋นั้นชัดเจนมาก ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนขอหย่า

ซูจิ้งเดินเข้าไปหาพ่อของเธอและมองไปที่เขา “ไม่สำคัญหรอกว่าใครเป็นคนขอหย่า ความจริงก็คือตอนนี้เราหย่ากันแล้ว”

เธอมองไปยังพ่อที่กำลังรู้สึกผิดหวัง ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย แทนที่จะถามหาเหตุผลการหย่า ทำไมพ่อของเธอไม่พยายามปลอบเธอเลย? มันสำคัญขนานนั้นเลยเหรอ? แต่มันไม่สำคัญสำหรับเธอเลยสักนิด

ซูหย่วนถอนหายใจ แล้วส่ายหัวเบา ๆ ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วถามเธอไปว่า “แล้วเรื่องทรัพย์สินล่ะ? จัดการยังไง? ในช่วงสามปีที่ผ่านมาหน้าที่การงานของซีเจว๋ก้าวหน้าไปมาก ฉันว่าตอนนี้ซีเจว๋รวยกว่าตระกูลซูของเราด้วยซ้ำ!”

ขณะที่เขาพูดถึงความสำเร็จของซีเจว๋ในช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ซูหย่วนหรี่ตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดูเหมือนเขาจะมองซีเจว๋ออกตั้งแต่แรก เขาคิดเอาไว้แล้วว่า ที่ซีเจว๋มาขอซูจิ้งแต่งงานตอนนั้นเพียงเพราะต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ แน่นอนว่าซีเจว๋ยังมีความสามารถมากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ ในเวลาเพียงสามปี เขาไม่เพียงแต่ตั้งหลักปักฐานได้อย่างมั่นคงในเมืองนี้เท่านั้น แต่เขายังทำให้หยงซื่อ กรุ๊ป เติบโตจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่นี่ รวมถึงตั้งสาขาในต่างประเทศ

ซูจิ้งได้แต่ก้มหน้าไม่ตอบอะไร เธอหมดเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรแล้ว

หย่าหลีและซูเยียนมองหน้ากันและกันแล้วยิ้มออกมาอย่างสะใจ “ซูจิ้ง เธอคงจะไม่ได้กลับมาตัวเปล่าหรอกนะ?” ซูเยียนเอ่ยถาม

เมื่อซูหย่วนได้ยินซูเยียนถามออกมาแบบนั้นเขาถึงกับตกใจ เขามองไปที่ซูจิ้ง แล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “ใช่เรื่องจริงไหม?”

“ค่ะ” ซูจิ้งมองไปยังบิดาของเธอ พลางพยักหน้าตอบอย่างไม่ลังเล

ซูหย่วนเหลือบมองเธอสีหน้าบ่งบอกถึงความไร้อารมณ์ หลังจากคำพูดสุดท้ายหลุดออกมาจากปาก เขาก็แสดงสีหน้าโกรธเคืองอย่างมาก “แกมันลูกนอกคอก! แกทิ้งทุกอย่างแบบนั้นได้ยังไง”

เขาลุกตัวขึ้นจากโซฟาพุ่งเข้าไปหาซูจิ้ง “แกทำผิดต่อตระกูลหยง ใช่ไหม? ไม่อย่างนั้น แกจะยอมไม่เอาทรัพย์สินอะไรเลยทำไม?”

“เขาเสนอเงินให้หนู หนูเป็นคนบอกว่าไม่เอาเอง” ซูจิ้งตอบอย่างจริงจัง พลางสบตากับบิดาอย่างไม่เกรงกลัว

เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์ดี ๆ กับตระกูลซูเลย ยิ่งไปกว่านั้นเธอชินสะแล้วกับการที่พ่อรู้สึกผิดหวังในตัวเธอ ทุกคนในครอบครัวนี้มักจะดูถูกเหยียดหยามเธอเสมอ

ซูหย่วนรู้สึกโมโหมากจนอยากจะเอื้อมมือไปตบลูกสาว แต่สุดท้ายเขาก็ระงับความโกรธลง แล้วลุกขึ้นยืน “เขาให้แกเท่าไหร่?”

เธอไม่อยากเสียเวลาพูดเรื่องนี้อีก ดังนั้นเธอจึงตอบเขาไปตามตรง “ห้าสิบล้านค่ะ”

เมื่อซูหย่วนได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ่งโมโหขึ้นอีก เขาดึงฝ่ามือที่ยกขึ้นลง แล้วถอยหลังออกมาสองสามก้าว จากนั้นทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา ราวกับคนกำลังจะหมดแรง “ห้าสิบล้านเหรอ? เขาคิดว่าแกเป็นขอทานหรือไง”

เมื่อเห็นทีท่าเดือดดาลของซูหย่วน หย่าหลีรีบประโคมเชื้อเพลิงลงไป “ตอนนี้หยงซื้อกรุ๊ป มีมูลค่ากว่าสามหมื่นล้านบาท แม้จะเป็นสินทรัพย์รวมของตระกูลหยง แต่ซีเจว๋ก็มีสินทรัพย์ส่วนตัวอย่างน้อย ๆ แสนล้าน ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเงินที่หามาหลังแต่งงานกับซูจิ้ง ถ้าจะหย่าก็ต้องแบ่งให้ซูจิ้งครึ่งหนึ่งสิ! แค่ห้าสิบล้าน.... ”

หย่าหลีไม่ได้กล่าวจนจบประโยค แต่ทุกคนรู้ดีว่าเธอต้องการจะพูดอะไร

ซูเยียนที่นั่งเงียบ ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแขนของหย่าหลี “แม่ ตอนนี้ซีเจว๋รวยขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

เมื่อสามปีที่แล้ว ซีเจว๋เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อกลับมาที่เมืองฟางโตว ย้อนกลับไปในตอนนั้น บริษัทเล็ก ๆ ของเขามีมูลค่าเพียงสิบห้าล้านเท่านั้น แต่ในเวลาเพียงสามปี มูลค่ากลับเพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้

หย่าหลีไม่สนใจคำถามของลูกสาว เธอมองไปที่ซูหย่วน และซูจิ้งแล้วพูดต่อไปอีกว่า “แต่ตอนนี้พวกเขาหย่ากันแล้ว อีกอย่างซูจิ้งเองที่เป็นคนขอไม่รับเงิน...”

“ไม่มีทาง! ลูกสาวของฉันไปอยู่บ้านตระกูลหยงราวกับเป็นคนใช้เขามาสามปี กล้าดียังไงมาขอหย่าโดยไม่ให้เงินเธอเลยสักสลึง? เขาคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ หากคิดว่ามันจะจบง่าย ๆ แบบนี้! แม้ว่าเขาจะจ้างสาวใช้แล้วไล่เธอออก เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับเธอ!”

คำพูดของซูหย่วนเป็นเสมือนดาบสองคมที่กำลังทิ้มแทงใจของซูจิ้ง ดูเหมือนการตัดสินใจเมื่อสามปีก่อนของผู้คนรอบ ๆ ตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นซีเจว๋หรือพ่อของเธอ ล้วนคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองทั้งสิ้น

เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมของพวกเขา

เธอเองก็รู้เรื่องนี้ดี ที่ซีเจว๋คิดอย่างนี้ เธอก็พอเข้าใจได้ แต่พ่อของเธอทำไมถึงทำกับเธอเยี่ยงนี้?

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ดวงใจของมาโปรด / ดวงใจอนันต์
7.9
เมื่อสาวน้อยจอมซนที่เคยหายไปนานได้กลับมาพบกับคุณอาข้างบ้านผู้แสนดีอีกครั้ง ชายหนุ่มที่เคยช่วยเหลือเธอในยามอ่อนแอจึงตั้งมั่นว่าจะทำทุกทางเพื่อผูกมัดเธอไว้เคียงข้างไม่ให้จากไปไหน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องมาพัวพันกับชายที่แอบหลงรัก ทั้งที่ตระหนักดีว่าฐานะทางสังคมของเรานั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ในเมื่อความรู้สึกรักแท้มันห้ามกันไม่ได้ การพิสูจน์หัวใจท่ามกลางอุปสรรคจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายโรมานซ์ร่วมสมัยเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย แด็ดดี้ ที่รัก
8.2
เรื่องราวความรักลับๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งที่เผลอใจไปตกหลุมรักชายหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้มีศักดิ์เป็นถึงคุณพ่อของเพื่อนสนิท ทว่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องของสถานะหรือความเหมาะสม แต่เป็นสายตาของเขาที่มักจะมองเห็นเธอเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่ยังไม่โตในสายตาเขาเสมอ เธอจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนมุมมองนั้นและพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าความรู้สึกของเธอนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่ความชื่นชมแบบเด็กๆ
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักไฟมธุรส
9.5
เมื่อภีมะถูกจับได้ว่าวางแผนหลอกลวง โรสรินทร์จึงใช้โอกาสนี้สั่งสอนเขาด้วยบทลงโทษสุดป่วน เธอท้าทายจนชายหนุ่มต้องยอมสยบทำตามทุกความต้องการเพื่อไถ่โทษและหวังจะพิชิตใจเธออีกครั้ง หญิงสาวกลั่นแกล้งเขาตลอดทางที่แบกเธอไปชายหาด ทั้งยั่วเย้าและข่มขู่ด้วยความผิดเก่าจนภีมะไปไม่เป็น แม้จะอับอายที่ต้องทำตัวเหมือนเด็กต่อหน้าสายตาคนอื่น แต่เขาก็จำยอมรับทัณฑ์รักครั้งนี้เพื่อให้ได้ครองคู่กับเธออย่างมีความสุขในท้ายที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและเพลิงรัก
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักผู้ชายสารเลว
9.7
ชีวิตของฉันขับเคลื่อนด้วยภารกิจอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว คือการได้อยู่เคียงข้างชายที่เป็นรักแรกอย่างพี่ลูคัส ฉันยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างและก้าวเข้าสู่เส้นทางนางแบบถ่ายภาพนิ่งในลักษณะโป๊เปลือยเพียงเพื่อดึงดูดสายตาจากเขา ความทุ่มเททั้งหมดที่ฉันทำลงไปนั้นมีจุดประสงค์เดียวคือการได้รับความรักตอบแทนจากผู้ชายคนนี้ แม้ว่าเส้นทางที่เลือกเดินจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงและคำครหา แต่นั่นคือราคาที่ฉันเต็มใจจ่ายเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายลับของเขา ความอัปยศที่เปิดเผยของเธอ
9.3
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของแพทย์สาว เอลิน กิตติธาดา พังทลายลงเมื่อความลับดำมืดถูกเปิดเผย อธิป คู่หมั้นที่แสนดี แท้จริงแล้วแอบซ่อนครอบครัวลับไว้กับคีร่า ผู้หญิงที่เคยจองเวรเธอ โดยมีพ่อแม่แท้ๆ ของเอลินคอยสนับสนุนเงินทองและปิดบังความจริงมาโดยตลอด เอลินพบว่าตนเองเป็นเพียงเครื่องมือสร้างผลประโยชน์ที่ถูกทุกคนทรยศอย่างเลือดเย็น เมื่อความรักและความเชื่อใจกลายเป็นเพียงละครตบตาที่น่าสมเพช ถึงเวลาที่ตัวตลกในฉากลวงนี้จะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและทำให้พวกเขาชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอท่านประธาน
7.8
ภายใต้หน้าฉากเลขานุการผู้คล่องแคล่ว นันทินีแอบซ่อนความสัมพันธ์ลับในฐานะนางบำเรอของเจตต์ ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าเมื่อความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ไม่อาจสมหวัง เธอจึงตัดสินใจลาออกจากชีวิตเขาเพื่อยุติความเจ็บปวด แต่เจตต์กลับปฏิเสธที่จะปล่อยมือจากเธอ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าการจากไปครั้งนี้ นันทินีกำลังโอบอุ้มสายเลือดของเขาหนีไปพร้อมกับเธอด้วย ความสัมพันธ์ที่เคยซ่อนเร้นจึงกลายเป็นพันธนาการที่ตัดกันไม่ขาด