ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)

น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

"ขึ้นรถ!" ผมเบรคมอเตอร์ไซค์จนท้ายรถสไลด์ไปจอดอยู่ตรงหน้าไอ้เด็กในชุดนักเรียนม.ปลาย มันกระโดดขึ้นรถแล้วกอดเอวผมไว้แน่น ปลายไม้หน้าสามติดตะปูหวดลงที่ท้ายรถ เกี่ยวหลังจนเสื้อนักเรียนขาดเป็นทางยาวหัวตะปูทะลุเสื้อเข้าไปกรีดแผ่นหลังเป็นแผลตื่นๆไม่ลึกมากแต่ก็พอได้เลือดซิบๆ

"โอ๊ย!" มันเผลอตัว ขย้ำเสื้อผมแน่น

ผมพามันหนีเข้าทางลัดเป็นถนนคอนกรีตเล็กๆสร้างขึ้นเรียบไปตามริมคลอง รถใหญ่ผ่านไม่ได้มีเพียงรถเล็กที่สัญจรได้ แต่ถ้ามีรถอีกคันสวนมาก็ต้องมีคันใดคันนึงจอดเพื่อให้รถอีกคันไปก่อน ผมพามันขับลัดซอยเล็กซอยน้อยก่อนไปโผล่โกดังที่พวกมันเคยมาขโมยของ ยิ่งผมขับไปใกล้โกดังมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกถึงความร้อนรนของคนนั่งข้างหลัง

"พี่พาผมมาที่นี่ทำไมอ่ะ ผมจะกลับบ้าน"

"มึงนั่งดีๆสิ" มันขยับตัวไปนั่งตรงปลายรถห่างจากผมเป็นคืบ

ผมยังขับต่อไปมุ่งหน้าเข้าไปที่โกดัง สองข้างทางเป็นป่าหญ้าสูงประมาณเอวรกทึบ มองไปทางไหนก็มืดสนิทราวกับกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญ เส้นทางเป็นลูกรังตลอดสาย ผมขับตามรอยล้อของรถใหญ่ที่วิ่งทับจนหญ้าล้มเป็นทาง ที่ด้านหน้าโกดังมีรปภแก่ๆ 2 คน มีคนหนึ่งสูงผอมพอเห็นแสงไฟหน้ารถมันก็ลุกขึ้นพร้อมกระชับปืนที่เอว อีกคนโบกมือให้ผมจอดตรงรั้วกั้นเล็ก ๆ แต่พอเห็นว่าเป็นผมก็หันไปส่งสัญญาณให้ รปภ.คนที่ยืนคุ้มเชิงว่าเป็นพวกเดียวกัน

"หึ..รปภเอาไว้ไล่หมา" ผมยังโกรธไม่หาย

ผมขับเข้าไปจอดในโกดังชั้นในสุดตรงจุดที่ไอ้เด็กแสบกับลูกกระจ๊อกขโมยบุหรี่ผมออกไป ภายในโกดังมีเพียงแสงสลัวของไฟไฮเบย์ที่เปิดอยู่ 2 ดวง ผมจอดรถตั้งขาตั้งแล้วบอกให้มันลงไป ไอ้เด็กแสบลงไปยืนแล้วทำท่าจะหันหลังวิ่งแต่ผมไวกว่าคว้าคอเสื้อนักเรียนมันได้ จึงเอาด้ามปืนนวดแถว ๆ เอวมัน

“กูไม่รักเด็กนะ บอกไว้ก่อนเลย” ผมพูดกดเสียงต่ำเอาจริงที่ข้างหูมัน

"ไงมึงจำได้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน"

"..."

"เงียบ...มาเดี๋ยวกูจะทวนความจำมึงให้"

ผมเปิดผ้าคลุมพาเหรดออก ในพาเลทไม้ขนาดเมตรคูณเมตรมีบุหรี่หลายคอตตอนวางเรียงกันอยู่ 3 แถว ๆ ละ 10 cotton แต่มันมีแถวสุดท้ายเหมือนถูกกรีดแล้วเอาออกไป

"ใช่ฝีมือมึงไหม"

ผมกระชากคอเสื้อมันแล้วลากเข้าไปดูให้ชัด มันยืนตัวแข็งกำถุงพลาสติกเซเว่นที่อยู่ในมือแน่น ตาไม่ได้มองไปในจุดที่ผมชี้ให้ดู แต่มือกำถุงพลาสติกจนขึ้นข้อขาว

"ถุงไรในมือมึงวะเอามาดูดิ" ผมกระชากถุงเซเว่นออกมาจากมือมันแต่มันก็ยื้อไว้สุดแรงแล้วกระชากกลับผมชักโมโหเลยออกแรงกระชากใหม่เราสองคนยื้อยุดกันไปมาจนถุงเซเว่นฉีก ผมเลยออกแรงกระชากอีกที ทีนี้มันเสียหลักเซล้มมาทางผมตัวปลิวติดมากับถุง ของที่อยู่ในถุงหล่นหล่นลงพื้นแล้วแตกดังโป๊ะ พอสิ่งของในถุงแตกก็เรียกน้ำย่อยผมได้อย่างดีเพราะมันเป็นข้าวต้มปลา 3 ถุง

"ไอ้สัด! มึงทำข้าวกูแตก" นาทีนั้นมันโวยวายจนลืมกลัว ผมจ้องหน้ามัน เห็นได้ชัดว่าสีหน้ามันเปลี่ยนไปดูก้าวร้าวไม่เนิร์ดเหมือนตอนเข้ามา มันขึ้นคร่อมตัวผมแล้วกระชากคอเสื้อ "มา! มึงลุกขึ้นมา! กระทืบกูให้เสร็จกูจะได้รีบไปหาข้าวให้แม่กับน้องกูกินเสียเวลากับมึงมาเยอะแล้ว"

มันพูดจบคิ้วผมก็วิ่งมาชนกัน ใครกันแน่ที่เสียเวลา ผมปัดมือมันทิ้งแล้วผลักตัวมันออก แต่มือมันแม่งเหนียวเหมือนตีนตุ๊กแก แกะยังไงก็ไม่ออก ผมเลยเหวี่ยงมันลงไปด้านข้างแล้วขึ้นไปทับมันแทน

"ไหนมึงพูดใหม่ซิว่ากูทำมึงเสียเวลาอะไร"

"นั่นกับข้าวแม่กับข้าวน้องกูมึงต้องชื้อคืนให้กูนะ"

"..." ผมไม่ตอบแต่ยังกดบ่ามันไว้กับยึดไว้กับพื้นเห็น แววตามันวาวเอาจริงจนผมชักถูกใจ จริงๆผมไม่ได้ชอบผู้ชายนะ แล้วก็ไม่ชอบเลี้ยงเด็กด้วย แต่ถ้าเป็นไอ้เด็กนี่ก็ไม่ติดอะไร...เพราะหน้าตามันก็ไม่ได้ขี้เหร่จัดว่าหล่อเลยแหละ คิ้วเข้มทรงกระบี่รับกับรูปตาดอกท้อหวานเยิ้ม จมูกโด่งทรงหยดน้ำรับกับปากบางรูปกระจับ หน้าตาอย่างมันถ้าผมจับส่งไอ้ฮานมันได้ไส้แตกแน่ หรือถ้าจะส่งให้บอสไปขายก็น่าจะได้หลายบาทอยู่ ผมเกลี่ยผมหน้าม้ามันไปทัดไว้ข้างหูเพื่อจะได้มองหน้ามันให้ชัด ๆ เต็มตา

"โอโหวววว! หวานเจี๊ยบ" หน้าแม่งหวานเวอร์ทำเอาผมอยากเห็นหน้าแม่มันเลยว่ามันหน้าตาดีเหมือนใคร

"เรื่องข้าวต้มของมึงอ่ะเดี๋ยวกูจะรับผิดชอบให้ตอนนี้เลย แต่เรื่องมึงขโมยบุหรี่กูกูก็จะคิดบัญชีเดี๋ยวนี้เลยเหมือนกัน" ผมดีดนิ้วที่หน้าผากมันเหมือนเวลาที่เล่นกับหมา มันมองผมตาขวาง กัดปากล่างแน่น

"ลุก!เดี่ยวกูจะพามึงไปซื้อข้าวต้ม"ผมยืนคล่อมตัวมันอีกมือนึงก็ฉุดกระชากลากแขนมันขึ้นมาให้ยืน "แล้วมึงก็เอาไปให้แม่กับน้องมึงซะ หลังจากนั้นก็ตากูคิดบัญชีมึงคืน โอเครมั้ย!"

"ถุย ! ใครเขาจะไปโอเคร" มันถุยน้ำลายใส่หน้าผมเต็ม ๆ ผมถึงกลับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าทำกับผมอย่างนี้ ผมปาดน้ำลายที่ข้างแก้ม แล้วถุยของตัวเองทับลงไป ก่อนจะบีบคางมันบังคับให้อ้าปากแล้วป้ายน้ำลายที่เลอะตามง้ามนิ้วยัดใส่ปากมันคืน

"เป็นไงอิ่มยัง"

"อื้อ..อ่อก.."

"มึงชอบแบบนี้ก็ไม่บอก" ผมกำรอบคอเล็กๆของมันแล้วดันตัวให้ไปชนกับเสาอาคารจับหัวมันกระแทกอย่างแรงหลายทีจนมันแน่นิ่งไหลลงไปกองที่พื้น

"กู ไม่อยากทำมึงแรง ๆ เลยเสียดายของ" ผมชักมีดพกออกมาแล้วนั่งยองๆพูดกับมัน

"มึงอยากให้แม่กับน้องมึงสบายไหม" ผมดึงใบมีดคมกริบออกมาจากตัวมีดแล้วตบเบาๆที่ข้างแก้มยุ้ยๆนั้น ความเย็นจากใบมีดทำให้มันลืมตามามองผมนิดหน่อย...นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผมเริ่มอยู่ในสายตามันบ้างแล้ว...

และเพื่อเป็นการเตือนว่าผมเอาจริง ผมจึงไล้ใบมีดเย็นๆไปตามต้นคอและวนเวียนอยู่แถวลูกกระเดือก จนสุดท้ายมาหยุดที่กระดุมเม็ดแรกผมสอดใบมีดเข้าไปในรังดุมแล้วตัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี ลูกกระดุมโลหะหล่นลงพื้น ผมเก็บมันขึ้นมาแล้วกำไว้ในมือ ผิวเนื้อเนียนสะอาดสะอ้านยิ่งอยู่ใต้ไฟสีสลัวสีนวลแบบนี้ยิ่งขับผิวให้ขาวผุดผาดขึ้นไปอีก "กูช่วยมึงได้นะ"

ผมโยนกระดุมโลหะขึ้นบนฟ้าแล้วรับไว้ “อันนี้กูขอเป็นที่ระลึกแล้วกันนะ”

ก่อนจะหิ้วปีกมันให้ลุก จับมันนั่งคร่อมข้างหน้าให้หมอบไปกับถังน้ำมัน ส่วนผมเอากระเป๋านักเรียนมันมาสะพายไว้แทน แล้วขึ้นคร่อมรถพามันออกไปซื้อข้าวต้มปลาตามสัญญา มันตัวอ่อนเป็นโคลน ผมจับมันนั่งให้ถนัดจนมั่นใจว่ามันจะไม่หล่นเวลาผมเร่งแซง อากาศนอกโกดังคืนนี้เย็นสบายท้องฟ้าโปร่งเห็นดาวเต็มท้องฟ้า ผมสะกิดหลังมันชวนให้ดูดาว

“เฮ้ย...เตี้ย..ดูดาวดิ” มันยังนิ่ง ผมเลยสอดแขนเข้าไปใต้แขนมันแล้วรั้งตัวมันขึ้นมาให้พิงที่อกผม มันหงายหลังหัวพาดกับบ่าผม แก้มยุ้ย ๆ เย็นเฉียบแนบกับแก้มผม กลิ่นตัวมันหอมเหมือนเด็ก เสื้อผ้ามันถ้าไม่ติดว่าโดนผมกระชากลากถูมาก็เรียกว่าสะอาดสะอ้านเวลามันขยับตัวผมยังได้กลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผมคิดว่าคนที่บ้านมันคงจะดูแลมันดีระดับนึง

“ข้าว-ต้ม” มันแผ่หรามองฝ้าแต่ปากยังทวงเรื่องข้าว

“เออ”

ผมถีบขาตั้งแล้วประครองรถถอยออกจากโกดัง กลับรถแล้วเลี้ยวออกถนนใหญ่ตรงไปที่ตลาดโต้รุ่ง พอถึงตลาดผมจอดรถหน้าร้านข้าวต้มปลาเจ้าดัง ที่ร้านผมเจอไอ้ฮาน ไอ้เหวิน ไอ้ตง ครบชุด พอจอดรถเสร็จก็เอาแขนไอ้เด็กเปรตคล้องคอกึ่งอุ้มกึ่งพยุงเอามันลงจากรถไปนอนพักบนโต๊ะสแตนเลส ไอ้ฮานมองตามตาเป็นมันเหมือนเห็นขนมหวาน ไอ้เหวินขยับเก้าอี้มาให้ผมวางตัวมันลงไปแล้วรับมันให้ฝุบหน้าลงบนโต๊ะ

“มึงไปเอาลูกใครเขามา” ไอ้ตงจับหัวมันหันเพื่อจะได้มองหน้าชัด ๆ

“เฮีย เอาข้าวต้มปลา 3 ถุง” ผมตะโกนสั่ง

“พวกมึงคุ้นหน้าไอ้เด็กนี้บ้างไหม” ผมคาบบุหรี่ไว้ในปากเตรียมจะดูดรอข้าวต้ม ไอ้ฮานลุกจากเก้าอี้เดินมายืนข้าง ๆ ไอ้ตงวางแขนลงบนบ่าพลางแล้วลูบปาก “น่ารักเหี้ย ๆ คาวาอี้สุดๆ”

ผมหัวเราะแล้วโบกมือไล่มันให้อยู่ห่าง ๆ เด็ก รสนิยมไอ้ฮานผมรู้ดีมันชอบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผมเคยถามมันว่าทำไม...มันตอบกลับแบบไร้อารมณ์ว่า...แตกในได้ไม่ต้องกลัวท้อง!! แล้วมันเป็นคนพูดจริงทำจริงเพราะมันทำแบบนี้กับแฟนหรือเด็กขายของมันทุกคน คือแม่งจะเอาจนไม่มีน้ำแตกแล้วนั้นเหลาะมันถึงหยุดเอา อย่างว่าเหลาะ....งานพวกผมถึงจะเงินดีจริง แต่ความเครียดก็สูงตามเงิน...SEX คือสิ่งเดียวที่จะปลอบประโลมให้อารมณ์พวกผมดีขึ้น

“ได้แล้วโว้ย อาเซี่ยน 120 บาท” ผมหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อหนังสีดำส่งให้แปะร้านข้าวต้มไป ตอนแกรับเงินแกจำได้เด็กเปรตนี้ได้

“อัยหย๋า นิมันอาเพลิงรึเปล่า ทำไมอีเป็นยังงี้ละ” แปะร้องเสียงหลงเรียกอาม่าเมียรักให้ออกมาดู

“อาหลิง ลืมมาดูอาเพลิงซิ อีเป็นอะไร”

ผมยกมือลูบจมูก “อ้อ...ไอ้เด็กนี้ซื่อเพลิง”

“อาหลิง ชักช้าจังหว่ะ มาดูอีก่อน อีเมา หรืออีไม่สบาย อาเซี่ยนไปเจออีที่ไหนมา” อาแปะแกยังซักไซ้ไม่หยุดจน

“ไม่ได้เป็นไรหลอกแปะไม่ได้เมาด้วย แต่อีปวดหัวไม่สบาย ผมกำลังจะพาไปส่งที่บ้าน”

“อัยหย๋า อีไม่สบายเหรอ อีเป็นโควิทอะเปล่าหว่ะ” อาแปะยกผ้ากันเปื้อนขึ้นมาปิดปากอีกชั้น

“แปะรู้ไหมบ้านน้องเขาอยู่ตรงไหน”

“ไม่รู้”

พอดีกับที่ร้านแปะมีลูกค้าเข้ามา ผมเลยบอกให้แปะไปรับลูกค้าหน้าร้านเถอะ เดี่ยวผมดูน้องเอง ผมหยิบข้าวต้มปลา 3 ถุงไปไว้ที่รถแล้วก็มาพยุงมันไปที่รถ

“เดี่ยวกูพามันไปส่งก่อน”

ไอ้เพื่อนผมสามคนผนักหน้าแล้วโบกมือให้...ผมจึงถอยรถออกมาจากหน้าร้าน ขับมาได้อีกประมาณเกือบกิโล เป็นลานออกกำลังกายและสนามฟุตบอล ผมจอดรถแล้วสะกิดมันขึ้นมาถาม

“สรุปบ้านมึงอยู่ไหน”

มันงัวเงียลุกขึ้นมา เอามือขยี้หน้าขยี้ตาผมมองตามแล้วเอ็นดูอยู่ลึก ๆ ปากมันบางแดงเจ๋อ ๆ ผมเอามือไปแตะที่ท้ายทอยมัน “ยังเจ็บอยู่ไหม”

นาทีนั้นเหมือนมันนึกขึ้นได้ว่าอยู่กับผมแล้วไม่ปลอดภัยสายตาก็ผลันลุกวาวขึ้นมา “เจ็บซิสัด มึงมาโดนแบบกูบ้างไหม”

ผมบิดยิ้มที่มุมปาก ใช้มือนวดหัวมันตรงท้ายทอยแล้วเป่าเบา ๆ...”ไม่ตายหรอกสัด มึงมันหัวแข็งจะตาย!!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
หลังสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียว ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายสิบครั้งทว่าล้มเหลวทุกครา จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมบังคับผูกมัดวิญญาณเธอไว้ โดยสั่งห้ามตายจนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอถูกส่งไปยังโลกยุทธภพเพื่อทำภารกิจขัดเกลาตัวร้ายสูงสุดในฐานะอาจารย์ แม้จะถูกล่อลวงด้วยเงินทองหรือพลังอมตะเพื่อให้เป็นจอมมาร เธอกลับโหยหาเพียงความตายและพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีจากระบบเฮงซวยที่คอยขัดขวางการจากไปของเธอในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย อำนาจและทรัพย์สมบัติ
9.5
หลังรอดตายจากการถูกอดีตคู่หมั้นปองร้าย ชายหนุ่มได้ผงาดขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจและทรัพย์ศฤงคารระดับโลก ห้าปีต่อมาเขาหวนคืนสู่จุดเริ่มต้นเพื่อทดแทนบุญคุณสตรีที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือในคืนวิกฤต ทว่าสิ่งที่รอคอยอยู่คือความจริงอันตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเธอได้ให้กำเนิดเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งเป็นทายาทสายเลือดของเขาเอง เมื่อตระหนักถึงสิ่งล้ำค่าตรงหน้า ชายหนุ่มจึงสาบานว่าจะอุทิศชีวิตและอำนาจล้นฟ้าเพื่อเป็นเกราะกำบัง ปกป้องคุ้มครองสองแม่ลูกให้ปลอดภัยและมีความสุขชั่วนิรันดร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ
8.7
ภายใต้ภาพลักษณ์ของจ้าวเยว่ สตรีผู้แสนเกียจคร้านจนคนรอบข้างต่างพากันส่ายหน้าและดูถูกเหยียดหยาม กลับซ่อนเร้นความสามารถอันไร้เทียมทานดุจดั่งคมดาบที่ถูกเก็บงำไว้ในฝักอย่างมิดชิด ทว่าเมื่อภัยอันตรายเริ่มคืบคลานเข้ามาคุกคามสามีผู้เป็นที่รัก นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องละทิ้งหน้ากากแห่งความเฉื่อยชา แล้วปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาเพื่อปกป้องเขาให้พ้นจากอันตราย ถึงเวลาที่ความลับของนางจะต้องถูกเปิดเผยให้โลกได้รับรู้