
น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
ตอน 3
“เดี่ยวกูไปส่งที่บ้าน เอ้านี้ข้าวต้มปลามึง” ผมชูถุงข้าวต้มให้มันดู หัวคิ้วมันยังขมวดชนกันอย่างไม่พอใจ แต่พอมันเห็นถุงข้าวต้มปลาดวงตามันก็กระจ่างใสแป๋วจ้องกระพริบทำท่าเหมือนแมวจะตะปบเหยื่อ ผมเลยแกว่งถุงข้าวต้มไปมากลางอากาศ มันกรอกตามองตามถุงซ้ายขวา...ซ้ายขวา
“บ้านมึงอยู่ไหน” ผมลดถุงข้าวต้มลง มันก้มหน้ามองตามถุงผมเลยได้เห็นขนตาหนา ๆ ยาวเป็นแพของมัน คิ้วสวยเรียงได้รูปยิ่งเสริมให้ใบหน้าไอ้เด็กนี้คมคายติดหวานขึ้นไปอีกหลายเท่า มันฉวยถุงข้าวต้มในมือไป
“ส่งแค่นี้เหลาะ เดี่ยวกูเดินกลับเอง ส่วนเรื่องของที่กูขโมยไปเดี่ยวหาเงินมาใช้คืนให้” มันพูดเสร็จทำท่าจะหนี แต่ผมก็ตะครุบบ่ามันได้อีกตามเคย
“เตี้ย..มึงคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลย?” ผมรั้งบ่ามันเข้ามาใกล้แล้วพูดชิดใบหูเล็ก ๆ ของมัน
“ถ้ามึงคิดหนี กูจะเอาแม่กับน้องมึงไปซ้อน!” ผมกดเสียงต่ำแบบเอาจริง “จำไว้นะเตี้ย อย่าเล่นท่ากับกู” นาทีนั้นผมหน้ามืดอยู่ดี ๆ ก็คิดอยากเอาเปรียบมัน เลยบังคับหอมที่ข้างแก้มมันแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยวแล้วปล่อยมันกลับบ้านไปพร้อมกับข้าวต้มปลาสามถุงในมือ
มันยืนนิ่งไม่หนี ไม่ดิ้น แต่กัดปากแน่น “คืนนี้ทำแค่นี้พอ” ผมพูดแล้วพลักหัวมัน
“หึ...ไอ้เด็กห่านิน่าสนุก” ผมหัวเราะให้กับความคิดฟุ้งซ้านของตัวเองแล้ววาดขาขึ้นรถ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปที่ท่าเรือ
.................................................................................
ดึกดื่นดาวเกลื่อนฟ้าผมเดินดูดบุหรี่ดื่มดำบรรยากาศกับเบียร์อีกกระป๋องในมือมาเรื่อย ๆ จนถึงที่พัก เสียงครางหอบอย่างสุขสมดังไม่หยุดออกมาจากในบ้าน ผมแหวกม่านหน้าประตูเข้าไปเห็นไอ้ฮานไปเอาเด็กจากไหนไม่รู้มากดอีกแล้ว ผมเดินไปแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาเพราะเริ่มกึ่มๆ ผมสะบัดหัวไล่ความมึนพลันหัวเราะขึ้นมากลางอากาศจนได้เหวินที่นั่งเกมมือถืออยู่ถึงกับชะงักมือหันมามองผม
“มึงไปส่งไอ้เด็กนั้นแล้วเหรอไอ้เซี่ยน”
ผมยกเท้าพาดที่วางแขน “อืมไปส่งมาแล้ว”
“แล้วทำไมมึงเยิ่มขนาดนี้” ไอ้เหวินกด Pause แล้วท้าวคางมองผม “หรือ มึงเมารัก?”
ไอ้ฮานได้ยินเรื่องรักๆใคร่ๆแล้วหูตั้งมันละสายตาจากบอลคู่เอกแล้วชำเรืองมามองผม ผมยิ้มๆวางเบียร์ลงบนโต๊ะแล้วชี้นิ้วโป้งไปข้างหลัง จุดที่ตงนัวเนียเด็กอยู่
“มันไปเอาเด็กมาจากไหนอีกว่ะ หามาได้ทุกวัน”
ไอ้ฮานนอนเขย่าปลายเท้า แขนอีกข้างก่ายไว้บนหน้าผาก เหลือกตาไปมองพวกมันสองคนแล้วหัวเราะหึ..หึ “เด็กที่ท่าเรือ เพิ่งมาใหม่ ไอ้ตงเขาเอามาสอนงาน”
“อ้อ..”
“แล้วมึงละ”
ผมหันหน้ามองไอ้ฮานแล้วถาม “เรื่องอะไร”
“ก็ไอ้เด็กโคตรคาวาอี้นั้นไง”
“อ้อ ส่งกลับบ้านไปแล้ว”
“บ้านมันอยู่ไหน มึงรู้แล้วเหรอ”
“ไม่รู้ กูแค่ปล่อยมันกลับไป”
“หึ...ลูกกะรี่” ไอ้ฮานหัวเราะ
ผมตวัดสายตาไปมองหน้ามันรู้สึกเหมือนเลือดลมในร่างกายสูบฉีด “ลูกใครนะ”
ไอ้ฮานผุดลุกขึ้นมานั่งคุยกับผมหน้าตาจริงจัง “ลูกกะหรี่ที่ร้านเจ้ตา แม่มันชื่อเฉิง ลูกชายขื่อไอ้เพลิง ไม่มีผัวเป็นตัวเป็นตน ทำงานอยู่ที่คลับเจ้ตามาตั้งแต่ปี 2002”
“กะหรี่?”ผมทวนคำ จริง ๆ คือไม่ได้รู้สึกเหยียดอะไรกับอาชีพนี้เท่าไหร่ หากแต่ค่อนข้างชื่นชมซะด้วยซ้ำ เป็นอันรู้กันว่าเงินหมุนเวียนจากธุรกิจนี้ คืน ๆ นึงมันมหาศาล
“แม่มันเป็นกะหรี่มาตั้งแต่ปี 2002 จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เหรอว่ะ” ผมสาดเบียร์ลงคอแล้วถามไอ้ฮานต่อ
“เลิกนานแล้วตั้งแต่ไอ้เพลิงโตเข้าเรียนมัถยม ตอนแม่มันออกมาจากซ่องเจ้ตาเหมือนมีลูกติดท้องมาอีกคน ตอนนี้ได้สองขวบแล้วมั้ง ไอ้เด็กนั้นมันชอบไปเฝ้าแม่มันที่ร้านบ่อย ๆ เลยไปแตะตาเจ้ตาเข้า แกเลยคะยั้นคะยอจะให้แม่มันเอาลูกไปขายที่ร้าน แต่ไอ้เด็กนั้นก็เผลงฤทธิ์ซะก่อนเลยต้องพับโครงการขายซิงไป หลังจากนั้นแม่มันก็ห้ามลูกชายไปที่ร้านอีกเลย”
ผมกระตุกยิ้มมุมปากสมแล้วที่เป็นมันขนาดมันโดนจับมากระทืบซะน่วมมันยังสู้ ต่อต้านทุกอย่างที่มันทำได้ ผมชอบตากลมๆ คู่นั้นของมันที่สุด แมร่งโคตรดึงดูด บางเวลาที่มันเอาจริงดวงตาคู่นั้นจะสะท้อนเป็นประกายสวยกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลายเท่า
เกือบตีสองแล้วผมยังนั่งซัดเบียร์รอให้ใอ้ตงขย้ำไอ้เด็กท่าเรือนั้นให้เสร็จแล้วจะได้เข้านอน เราสองคนเลยนั่งดวลเบียร์แกล้มบอลถ่ายทอดสดกัน
“อ้าาาาา...” ผมซดเบียร์กระป๋องสุดท้ายลงคอ โดยที่ไม่รู้ว่ารสชาติด้วยซ้ำ ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเย็นจัด หรือ เมาจัดเลยทำให้ลิ้นรับรสอะไรไม่ได้เลย คืนนี้คงพอแค่นี้ผมบอกตัวเอง ในขณะที่ผมอยากหลับแต่เสียงไอ้ฮานเอากับเด็กก็ไม่ได้สงบลงเลย จนสุดท้ายผมต้องหอบหมอนไปหาที่นอนเงียบ ๆ
ผมหยิบหมอนปืนขึ้นไปบนที่เก็บน้ำจัดแจงเอาเสื้อแจ็กเก็ตตัวที่ใส่อยู่ออกมาปูกับพื้น พอหัวถึงหมอนความรู้สึกหลากหลายก็ลุมขย้ำผมจนหัวหมุนความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในท้องราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ภายใน ผมกระชับกอดตัวเองให้แน่นขึ้นไปอีก
“กูชอบมันเหรอ “ ผมคิดในใจ เรื่องตอนนี้มีอยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องงาน กับ เรื่องมัน
...ความคิดถึงอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วตัว...ความคิดในหัวบอกผมว่า...สักทีจะได้หลับสบาย~~
ผมหัวเราะให้กับเสียงในหัวบรรยากาศบนนี้ก็ช่างเงียบสงบเป็นใจเหมาะแก่การขัดจรวดกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ผมถอดเข็มขัดแล้วปลดกระดุมกางเกงยืนส์สอดมือลงไปกอบกุมแท่งอุ่นร้อนกลางตัวตอนนี้มันแข็งเป็กพร้อมรบ ความรู้สึกหนักอึ้งในอารมณ์ทำให้ลมหายใจผมร้อนผ่าว ในท้องบิดม้วนด้วยการถูกสัมผัสผมชักรูดมันเบา ๆ ไอ้ตรงส่วนนั้นของผมก็ตื่นตัวขยายออกไปอีกหลายเซนเพราะสู้มือ ผมปวดหนึบๆที่ท้องน้อย แรงอารมณ์ใคร่ที่โหมกระพรือทำให้ผมกระเด้ามือตัวเองแบบลืมตาย ขยับข้อมือขึ้นลงด้วยความเร็ว หน้าอกแอ่นกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเสียว
“อะ...อ๊า..อึ่ก..” ผมกัดปากแน่น หลับตาปี๋ มือข้างขวาทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพผมเร่งความเร็วขึ้นไปอีกนิด ในหัวทำหน้าที่เหมือนโรงภาพยนตร์ฉายหน้าไอ้เด็กเวรนั้นวนซ้ำไปซ้ำมา
“อะ...พ...เพลิง...ไอ้เพลิง” ผมระลำระลักเรียกชื่อมันด้วยความเสียว ที่หน้าท้องหดเกร็งและผ่อนเป็นจังหวะ ปลายเท้าเกร็งเพราะความเสียว ความรู้สึกสยิวท้องน้อยแสดงว่าผมใกล้ถึงสวรรค์แล้ว ผมเร่งเอวกระเด้ามือตัวเองอีกสองสามที เนื้อตัวก็สั่นเทาชักกระตุกพ่นน้ำสีขาวขุ่นออกมา เรียกว่า...แตกคามือจนหยดสุดท้าย... ผมอ้าปากหอบหายใจงับอากาศเข้าปอด มือข้างขวาเหนียวเหนอะเลอะน้ำว่าวเต็มมือ ผมกำแล้วแบ กำแล้วแบสองสามที จึงพลิกตัวจะหาเศษผ้ามาเช็ด แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเห็นปลายเท้าใครสักคนยืนอยู่เหนือหัวผมตรงบันไดทางขึ้น
ไอ้เหวินยืนถือหมอนมองดูผมชักว่าวกลางแจ้งมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทั้งเนื้อทั้งตัวใส่กางเกงบล็อกเซอร์ลายกล้วยหอมกับเสื้อกล้ามสีขาวหลวม ๆ ผมมันยาวประบ่ามันมัดผมเกล้าครึ่งปล่อยครึ่ง ลมบนนี้แรงจนตีหัวมันจนกระเซอะกระเซิง ผมตกใจนะแต่หลักฐานมันยังแข็งโด่ขี้ฟ้าไม่อ่อนลงเลย ขนาดแตกไปแล้วแต่ยังแข็งเป็กไม่ยอมลง -*-
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เหี้ยเซี่ยน นี้มึงมานอนชักว่าวบนด่านฟ้าเหรอหว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เหี้ยเหวินหัวเราะผมเสียงดังลั่นดานฟ้า ผมพลิกตัวนอนหงายมองฟ้าไม่มีคำแก้ตัว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้สัด ลบความจำกูที ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เหวินยืนขำจนหน้าแดงตัวงอ
ผมเงยคอมองมันขำแล้วส่ายหัว “ไอ้สัด! ขำพอแล้วมั้ง” น้ำในมือผมเยิ่มหยดลงพื้นข้าง ๆ ที่ผมนอน “ไอ้เหี้ยเหวินหยุดขำก่อนหาผ้าให้กูที”
ไอ้เหวินหยุดขำไม่ได้แต่ถอดปลอกหมอนออกมาแล้วโยนให้ผม “เอ้า! ไอ้เหี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า”
ไอ้เหวินขำจนสาแก่ใจแล้วมันก็นั่งลงข้างผมปูผ้านอนข้าง ๆ กันพอวางหมอนได้มันก็ล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้ผมแล้วหลับกรนสนั่นได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที ตัวได้เหวินกันลมให้ผมได้อย่างดีเพราะตัวมันหนากว่าผมเยอะ อกฟู กล้ามปูส่วนสูงเกิน 2 ม.เรียกว่าทั้งใหญ่ทั้งหนา นิสัยไอ้เหวินเรื่องผู้หญิงคล้าย ๆ ผม มันไม่ถนัดหลอกแดรกแบบไอ้ตง สาวที่ไหนต่อให้สวยเหมือนลงมาจากฟ้า แต่ถ้ามันไม่เอาก็คือไม่เอา!! มาเซ้าซี้มันมาก ๆ มันโอ๋ด้วยลูกปืนจนร้องไห้ไปหลายคน
พอน้ำแตกผมก็หลับเป็นตายยันตอนสายของอีกวัน ไอ้ฮานปืนขึ้นมาเรียกพวกผมสองคนให้ลงไปกินข้าวเช้าแล้วจะได้แยกย้ายไปทำงาน ตอนที่พวกผมเก็บข้าวของเดินเข้าห้องพักเห็นไอ้ตงกำลังพาเด็กซ้อนท้ายไปส่ง ผมโบกมือให้ไอ้ตงทีนึงก่อนจะรีบไปกินข้าว อาบน้ำ ส่วนไอ้ฮานตื่นตั้งแต่เช้าเพราะต้องไปเฝ้าคนงาน
เกือบ 11 โมง
ผมโทรไปแจ้งไอ้ตงว่าจะเข้าไปเปลื่ยนเวรตอนหกโมงเย็น ช่วงตั้งแต่ 11 ไปนี้เลยว่างผมแวะไปร้านน้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยในตลาด เดินกัดตูดถุงกินน้ำเต้าหู้และเก็บเงินค่าแผงไปตลอดทาง เรียกว่าเจอใครจำหน้าได้ผมก็เรียกเก็บหมด เดินไปเรื่อยจนไปถึงร้านน้ำชานมไข่มุกเห็นเด็กนักเรียนมุงกันเต็มหน้าร้าน ผมนึกถึงไอ้เพลิงขึ้นมาทันที เลยวิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าไอ้เพลิงมันเรียนที่ไหนด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าอยากซื้อชานมไข่มุกไปฝากมัน...
ผมวิ่งตามหัวใจไปโดยไม่แตกตาดูรถทางตรงว่าเป็นไฟเขียว เสียงล้อรถเบรคลากถนนกันสนั่นหวั่นไหว แต่ผมก็ไม่สนสี่สนแปดใด ๆ ...เด็กกูต้องได้กินชานมไข่มุก!!!
รถมอไซร์ฮอนด้าเวฟจอดอยู่หน้ารถเมย์เบรคจนไอ้คนหลังขาลากพื้น หน้าทิ่มเบียดหมวกกันน็อค พอมันตั้งหลักได้ไอ้คนหลังก็ชี้หน้าด่าผม
“ไอ้ควาย!!!”
คุณอาจจะชอบ





