ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)

น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เดี่ยวกูไปส่งที่บ้าน เอ้านี้ข้าวต้มปลามึง” ผมชูถุงข้าวต้มให้มันดู หัวคิ้วมันยังขมวดชนกันอย่างไม่พอใจ แต่พอมันเห็นถุงข้าวต้มปลาดวงตามันก็กระจ่างใสแป๋วจ้องกระพริบทำท่าเหมือนแมวจะตะปบเหยื่อ ผมเลยแกว่งถุงข้าวต้มไปมากลางอากาศ มันกรอกตามองตามถุงซ้ายขวา...ซ้ายขวา

“บ้านมึงอยู่ไหน” ผมลดถุงข้าวต้มลง มันก้มหน้ามองตามถุงผมเลยได้เห็นขนตาหนา ๆ ยาวเป็นแพของมัน คิ้วสวยเรียงได้รูปยิ่งเสริมให้ใบหน้าไอ้เด็กนี้คมคายติดหวานขึ้นไปอีกหลายเท่า มันฉวยถุงข้าวต้มในมือไป

“ส่งแค่นี้เหลาะ เดี่ยวกูเดินกลับเอง ส่วนเรื่องของที่กูขโมยไปเดี่ยวหาเงินมาใช้คืนให้” มันพูดเสร็จทำท่าจะหนี แต่ผมก็ตะครุบบ่ามันได้อีกตามเคย

“เตี้ย..มึงคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลย?” ผมรั้งบ่ามันเข้ามาใกล้แล้วพูดชิดใบหูเล็ก ๆ ของมัน

“ถ้ามึงคิดหนี กูจะเอาแม่กับน้องมึงไปซ้อน!” ผมกดเสียงต่ำแบบเอาจริง “จำไว้นะเตี้ย อย่าเล่นท่ากับกู” นาทีนั้นผมหน้ามืดอยู่ดี ๆ ก็คิดอยากเอาเปรียบมัน เลยบังคับหอมที่ข้างแก้มมันแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยวแล้วปล่อยมันกลับบ้านไปพร้อมกับข้าวต้มปลาสามถุงในมือ

มันยืนนิ่งไม่หนี ไม่ดิ้น แต่กัดปากแน่น “คืนนี้ทำแค่นี้พอ” ผมพูดแล้วพลักหัวมัน

“หึ...ไอ้เด็กห่านิน่าสนุก” ผมหัวเราะให้กับความคิดฟุ้งซ้านของตัวเองแล้ววาดขาขึ้นรถ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปที่ท่าเรือ

.................................................................................

ดึกดื่นดาวเกลื่อนฟ้าผมเดินดูดบุหรี่ดื่มดำบรรยากาศกับเบียร์อีกกระป๋องในมือมาเรื่อย ๆ จนถึงที่พัก เสียงครางหอบอย่างสุขสมดังไม่หยุดออกมาจากในบ้าน ผมแหวกม่านหน้าประตูเข้าไปเห็นไอ้ฮานไปเอาเด็กจากไหนไม่รู้มากดอีกแล้ว ผมเดินไปแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาเพราะเริ่มกึ่มๆ ผมสะบัดหัวไล่ความมึนพลันหัวเราะขึ้นมากลางอากาศจนได้เหวินที่นั่งเกมมือถืออยู่ถึงกับชะงักมือหันมามองผม

“มึงไปส่งไอ้เด็กนั้นแล้วเหรอไอ้เซี่ยน”

ผมยกเท้าพาดที่วางแขน “อืมไปส่งมาแล้ว”

“แล้วทำไมมึงเยิ่มขนาดนี้” ไอ้เหวินกด Pause แล้วท้าวคางมองผม “หรือ มึงเมารัก?”

ไอ้ฮานได้ยินเรื่องรักๆใคร่ๆแล้วหูตั้งมันละสายตาจากบอลคู่เอกแล้วชำเรืองมามองผม ผมยิ้มๆวางเบียร์ลงบนโต๊ะแล้วชี้นิ้วโป้งไปข้างหลัง จุดที่ตงนัวเนียเด็กอยู่

“มันไปเอาเด็กมาจากไหนอีกว่ะ หามาได้ทุกวัน”

ไอ้ฮานนอนเขย่าปลายเท้า แขนอีกข้างก่ายไว้บนหน้าผาก เหลือกตาไปมองพวกมันสองคนแล้วหัวเราะหึ..หึ “เด็กที่ท่าเรือ เพิ่งมาใหม่ ไอ้ตงเขาเอามาสอนงาน”

“อ้อ..”

“แล้วมึงละ”

ผมหันหน้ามองไอ้ฮานแล้วถาม “เรื่องอะไร”

“ก็ไอ้เด็กโคตรคาวาอี้นั้นไง”

“อ้อ ส่งกลับบ้านไปแล้ว”

“บ้านมันอยู่ไหน มึงรู้แล้วเหรอ”

“ไม่รู้ กูแค่ปล่อยมันกลับไป”

“หึ...ลูกกะรี่” ไอ้ฮานหัวเราะ

ผมตวัดสายตาไปมองหน้ามันรู้สึกเหมือนเลือดลมในร่างกายสูบฉีด “ลูกใครนะ”

ไอ้ฮานผุดลุกขึ้นมานั่งคุยกับผมหน้าตาจริงจัง “ลูกกะหรี่ที่ร้านเจ้ตา แม่มันชื่อเฉิง ลูกชายขื่อไอ้เพลิง ไม่มีผัวเป็นตัวเป็นตน ทำงานอยู่ที่คลับเจ้ตามาตั้งแต่ปี 2002”

“กะหรี่?”ผมทวนคำ จริง ๆ คือไม่ได้รู้สึกเหยียดอะไรกับอาชีพนี้เท่าไหร่ หากแต่ค่อนข้างชื่นชมซะด้วยซ้ำ เป็นอันรู้กันว่าเงินหมุนเวียนจากธุรกิจนี้ คืน ๆ นึงมันมหาศาล

“แม่มันเป็นกะหรี่มาตั้งแต่ปี 2002 จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เหรอว่ะ” ผมสาดเบียร์ลงคอแล้วถามไอ้ฮานต่อ

“เลิกนานแล้วตั้งแต่ไอ้เพลิงโตเข้าเรียนมัถยม ตอนแม่มันออกมาจากซ่องเจ้ตาเหมือนมีลูกติดท้องมาอีกคน ตอนนี้ได้สองขวบแล้วมั้ง ไอ้เด็กนั้นมันชอบไปเฝ้าแม่มันที่ร้านบ่อย ๆ เลยไปแตะตาเจ้ตาเข้า แกเลยคะยั้นคะยอจะให้แม่มันเอาลูกไปขายที่ร้าน แต่ไอ้เด็กนั้นก็เผลงฤทธิ์ซะก่อนเลยต้องพับโครงการขายซิงไป หลังจากนั้นแม่มันก็ห้ามลูกชายไปที่ร้านอีกเลย”

ผมกระตุกยิ้มมุมปากสมแล้วที่เป็นมันขนาดมันโดนจับมากระทืบซะน่วมมันยังสู้ ต่อต้านทุกอย่างที่มันทำได้ ผมชอบตากลมๆ คู่นั้นของมันที่สุด แมร่งโคตรดึงดูด บางเวลาที่มันเอาจริงดวงตาคู่นั้นจะสะท้อนเป็นประกายสวยกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลายเท่า

เกือบตีสองแล้วผมยังนั่งซัดเบียร์รอให้ใอ้ตงขย้ำไอ้เด็กท่าเรือนั้นให้เสร็จแล้วจะได้เข้านอน เราสองคนเลยนั่งดวลเบียร์แกล้มบอลถ่ายทอดสดกัน

“อ้าาาาา...” ผมซดเบียร์กระป๋องสุดท้ายลงคอ โดยที่ไม่รู้ว่ารสชาติด้วยซ้ำ ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเย็นจัด หรือ เมาจัดเลยทำให้ลิ้นรับรสอะไรไม่ได้เลย คืนนี้คงพอแค่นี้ผมบอกตัวเอง ในขณะที่ผมอยากหลับแต่เสียงไอ้ฮานเอากับเด็กก็ไม่ได้สงบลงเลย จนสุดท้ายผมต้องหอบหมอนไปหาที่นอนเงียบ ๆ

ผมหยิบหมอนปืนขึ้นไปบนที่เก็บน้ำจัดแจงเอาเสื้อแจ็กเก็ตตัวที่ใส่อยู่ออกมาปูกับพื้น พอหัวถึงหมอนความรู้สึกหลากหลายก็ลุมขย้ำผมจนหัวหมุนความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในท้องราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ภายใน ผมกระชับกอดตัวเองให้แน่นขึ้นไปอีก

“กูชอบมันเหรอ “ ผมคิดในใจ เรื่องตอนนี้มีอยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องงาน กับ เรื่องมัน

...ความคิดถึงอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วตัว...ความคิดในหัวบอกผมว่า...สักทีจะได้หลับสบาย~~

ผมหัวเราะให้กับเสียงในหัวบรรยากาศบนนี้ก็ช่างเงียบสงบเป็นใจเหมาะแก่การขัดจรวดกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ผมถอดเข็มขัดแล้วปลดกระดุมกางเกงยืนส์สอดมือลงไปกอบกุมแท่งอุ่นร้อนกลางตัวตอนนี้มันแข็งเป็กพร้อมรบ ความรู้สึกหนักอึ้งในอารมณ์ทำให้ลมหายใจผมร้อนผ่าว ในท้องบิดม้วนด้วยการถูกสัมผัสผมชักรูดมันเบา ๆ ไอ้ตรงส่วนนั้นของผมก็ตื่นตัวขยายออกไปอีกหลายเซนเพราะสู้มือ ผมปวดหนึบๆที่ท้องน้อย แรงอารมณ์ใคร่ที่โหมกระพรือทำให้ผมกระเด้ามือตัวเองแบบลืมตาย ขยับข้อมือขึ้นลงด้วยความเร็ว หน้าอกแอ่นกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเสียว

“อะ...อ๊า..อึ่ก..” ผมกัดปากแน่น หลับตาปี๋ มือข้างขวาทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพผมเร่งความเร็วขึ้นไปอีกนิด ในหัวทำหน้าที่เหมือนโรงภาพยนตร์ฉายหน้าไอ้เด็กเวรนั้นวนซ้ำไปซ้ำมา

“อะ...พ...เพลิง...ไอ้เพลิง” ผมระลำระลักเรียกชื่อมันด้วยความเสียว ที่หน้าท้องหดเกร็งและผ่อนเป็นจังหวะ ปลายเท้าเกร็งเพราะความเสียว ความรู้สึกสยิวท้องน้อยแสดงว่าผมใกล้ถึงสวรรค์แล้ว ผมเร่งเอวกระเด้ามือตัวเองอีกสองสามที เนื้อตัวก็สั่นเทาชักกระตุกพ่นน้ำสีขาวขุ่นออกมา เรียกว่า...แตกคามือจนหยดสุดท้าย... ผมอ้าปากหอบหายใจงับอากาศเข้าปอด มือข้างขวาเหนียวเหนอะเลอะน้ำว่าวเต็มมือ ผมกำแล้วแบ กำแล้วแบสองสามที จึงพลิกตัวจะหาเศษผ้ามาเช็ด แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเห็นปลายเท้าใครสักคนยืนอยู่เหนือหัวผมตรงบันไดทางขึ้น

ไอ้เหวินยืนถือหมอนมองดูผมชักว่าวกลางแจ้งมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทั้งเนื้อทั้งตัวใส่กางเกงบล็อกเซอร์ลายกล้วยหอมกับเสื้อกล้ามสีขาวหลวม ๆ ผมมันยาวประบ่ามันมัดผมเกล้าครึ่งปล่อยครึ่ง ลมบนนี้แรงจนตีหัวมันจนกระเซอะกระเซิง ผมตกใจนะแต่หลักฐานมันยังแข็งโด่ขี้ฟ้าไม่อ่อนลงเลย ขนาดแตกไปแล้วแต่ยังแข็งเป็กไม่ยอมลง -*-

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เหี้ยเซี่ยน นี้มึงมานอนชักว่าวบนด่านฟ้าเหรอหว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เหี้ยเหวินหัวเราะผมเสียงดังลั่นดานฟ้า ผมพลิกตัวนอนหงายมองฟ้าไม่มีคำแก้ตัว

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้สัด ลบความจำกูที ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เหวินยืนขำจนหน้าแดงตัวงอ

ผมเงยคอมองมันขำแล้วส่ายหัว “ไอ้สัด! ขำพอแล้วมั้ง” น้ำในมือผมเยิ่มหยดลงพื้นข้าง ๆ ที่ผมนอน “ไอ้เหี้ยเหวินหยุดขำก่อนหาผ้าให้กูที”

ไอ้เหวินหยุดขำไม่ได้แต่ถอดปลอกหมอนออกมาแล้วโยนให้ผม “เอ้า! ไอ้เหี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า”

ไอ้เหวินขำจนสาแก่ใจแล้วมันก็นั่งลงข้างผมปูผ้านอนข้าง ๆ กันพอวางหมอนได้มันก็ล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้ผมแล้วหลับกรนสนั่นได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที ตัวได้เหวินกันลมให้ผมได้อย่างดีเพราะตัวมันหนากว่าผมเยอะ อกฟู กล้ามปูส่วนสูงเกิน 2 ม.เรียกว่าทั้งใหญ่ทั้งหนา นิสัยไอ้เหวินเรื่องผู้หญิงคล้าย ๆ ผม มันไม่ถนัดหลอกแดรกแบบไอ้ตง สาวที่ไหนต่อให้สวยเหมือนลงมาจากฟ้า แต่ถ้ามันไม่เอาก็คือไม่เอา!! มาเซ้าซี้มันมาก ๆ มันโอ๋ด้วยลูกปืนจนร้องไห้ไปหลายคน

พอน้ำแตกผมก็หลับเป็นตายยันตอนสายของอีกวัน ไอ้ฮานปืนขึ้นมาเรียกพวกผมสองคนให้ลงไปกินข้าวเช้าแล้วจะได้แยกย้ายไปทำงาน ตอนที่พวกผมเก็บข้าวของเดินเข้าห้องพักเห็นไอ้ตงกำลังพาเด็กซ้อนท้ายไปส่ง ผมโบกมือให้ไอ้ตงทีนึงก่อนจะรีบไปกินข้าว อาบน้ำ ส่วนไอ้ฮานตื่นตั้งแต่เช้าเพราะต้องไปเฝ้าคนงาน

เกือบ 11 โมง

ผมโทรไปแจ้งไอ้ตงว่าจะเข้าไปเปลื่ยนเวรตอนหกโมงเย็น ช่วงตั้งแต่ 11 ไปนี้เลยว่างผมแวะไปร้านน้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยในตลาด เดินกัดตูดถุงกินน้ำเต้าหู้และเก็บเงินค่าแผงไปตลอดทาง เรียกว่าเจอใครจำหน้าได้ผมก็เรียกเก็บหมด เดินไปเรื่อยจนไปถึงร้านน้ำชานมไข่มุกเห็นเด็กนักเรียนมุงกันเต็มหน้าร้าน ผมนึกถึงไอ้เพลิงขึ้นมาทันที เลยวิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าไอ้เพลิงมันเรียนที่ไหนด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าอยากซื้อชานมไข่มุกไปฝากมัน...

ผมวิ่งตามหัวใจไปโดยไม่แตกตาดูรถทางตรงว่าเป็นไฟเขียว เสียงล้อรถเบรคลากถนนกันสนั่นหวั่นไหว แต่ผมก็ไม่สนสี่สนแปดใด ๆ ...เด็กกูต้องได้กินชานมไข่มุก!!!

รถมอไซร์ฮอนด้าเวฟจอดอยู่หน้ารถเมย์เบรคจนไอ้คนหลังขาลากพื้น หน้าทิ่มเบียดหมวกกันน็อค พอมันตั้งหลักได้ไอ้คนหลังก็ชี้หน้าด่าผม

“ไอ้ควาย!!!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
8.7
หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
ในโลกที่ไร้ความยุติธรรมและเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ วิถีแห่งมารจึงกลายเป็นทางออกเดียว เมื่ออดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้ปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมที่ยึดถือเพียงพละกำลังเป็นเครื่องตัดสินทุกสิ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจและพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายล้างระเบียบเดิมและสถาปนาความแข็งแกร่งของตนเองในมหาพิภพที่บิดเบี้ยวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หน้าปกนวนิยาย พญาครุฑอุ้มสม เล่ม ๑
8.6
พระมหิงส์เวหะ พญาครุฑหนุ่มรูปงามแห่งเมืองสินธุต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อคู่หมั้นของตนถูกราชาอสูรพรากไปและยังมีใจให้ศัตรู ด้วยความโกรธแค้นเขาจึงตัดสินใจฉุดคร่านรีทิพย์อัปสร ญาติผู้น้องของกษัตริย์อสุราเพื่อเป็นการแก้แค้นและเชยชมอัปสรสาวให้สาสมใจ ทว่าท่ามกลางเพลิงโทสะที่ลักพาตัวนางมาเป็นเครื่องมือประชดรัก ความใกล้ชิดกลับทำให้พญาครุฑหนุ่มตกหลุมรักเหยื่อตัวน้อยจนถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นบ่วงรักที่ผูกพันเขากับนางอัปสรผู้นี้ไว้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”