ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

มีหลายคนพร่ำบอกผมเสมอว่าอย่ายุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่...แล้วไงใครแคร์ เธอเป็นแฟนของผู้ชายคนนั้น และเธอก็เป็นเมียผมเหมือนกัน ใครกินก่อนคนนั้นก็ต้องได้ ........................................................................ มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ เราสามคนได้พานมาพบเจอกัน ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าพรมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่ อีกคนรูปหล่อและเพียบพร้อมดั่งเทพบุตร ส่วนอีกคนช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าเขาหน้าตาไม่ดีหรืออะไร แต่เขาน่ะ...ทั้งหล่อ ทั้งโหดและโคตรเถื่อน นิสัยแบบนี้เกินที่ฉันจะรับไหวจริงๆ "เลือกเอาว่าจะมีผัว หรือกินลูกตะกั่ว ยอมไม่ยอมไหนตอบให้ชื่นใจ" "ขอกินลูกตะกั่วดีกว่า ท่าทางจะอร่อยกว่านายเยอะเลย" อุ๊ย! โทษที พอดีปากมันพล่อย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“เข้าใจสิคะ” ฉันระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย ถึงปากจะบอกว่าเข้าใจแต่ฉันก็อดที่จะรู้สึกหน่วงไม่ได้

นับวันระยะห่างของเรามันก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่านี่เป็นสิ่งที่พ่อกับแม่ของเต้ต้องการหรือเปล่า ที่พยายามทำให้เราสองคนห่างกัน บางทีมันอาจจะไม่มีอะไร แต่ฉันก็อดที่จะคิดแบบนี้ไม่ได้

“แล้วเนโกะล่ะจะไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศหรือเปล่า” เต้ย้อนถามกลับมา

ฉันผ่อนลมหายใจเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะพูดยังไง

“ตอนนี้เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอนาคตตัวเองแล้วล่ะค่ะ”

นี่ฉันไม่ได้ประชดหรอกนะ แต่ฉันพูดความจริงต่างหาก ในอนาคตอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับว่าโชคชะตาจะดลบันดาลให้ชีวิตฉันดำเนินไปในทางที่ดีหรือไม่ดี

“ไม่ต้องเครียดนะ ถ้าเต้ทำงานมีเงินเยอะๆ เมื่อไหร่เต้จะสานฝันให้เอง”

ยิ่งเขาพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นภาระที่ทำให้เขาลำบาก

“อย่าลำบากเลยค่ะ” ฉันพูดอย่างไม่คิดอะไร ก่อนจะเบี่ยงหน้าเบนออกไปมองนอกรถ โดยไม่หันไปพูดอะไรกับเต้อีก

ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้เขาต้องมาเครียดเรื่องของฉัน

สิ่งที่เขาควรจะให้ความสนใจมากกว่าก็คือเรื่องธุรกิจของครอบครัวเขา

แม้ว่าฉันจะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ แต่ฉันก็อยากจะให้เต้เต็มที่กับงานที่อยู่ในความดูแลของเขาเอง

Tru...Tru...Tru

“ว่าไงครับแม่...ผมไปทำธุระให้แม่เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ...อ๋อ ตอนนี้ผมอยู่กับเนโกะน่ะครับ เรากำลังจะไปทานข้าวกัน...อะไรนะครับ”

น้ำเสียงของเต้ที่กำลังคุยสายกับแม่แปรเปลี่ยนไป จนฉันต้องหันไปมอง

ใบหน้าหล่อหันมามองฉัน ก่อนจะลดมือถือลง หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จแล้ว

“...”

“คือ...เต้ต้องกลับไปทานข้าวกับที่บ้านน่ะ พอดีเพื่อนแม่แวะมาหา”

เต้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนจะลำบากใจ สีหน้าของเขาดูผิดหวัง ซึ่งก็คงไม่ต่างกับความรู้สึกในใจของฉันตอนนี้

“เต้กลับไปหาแม่เถอะค่ะ ไม่เป็นไร ไว้เราไปทานข้าววันอื่นกันก็ได้ จอดรถตรงนี้เลยก็ได้นะคะ เดี๋ยวเรากลับเอง แม่จะได้ไม่รอนาน”

บางทีฉันก็เบื่อที่ตัวเองเป็นมีนิสัยแบบนี้ แต่จะให้ทำยังไงได้ ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะรั้งเขาเอาไว้หรอก ยิ่งแม่เขาไม่ชอบฉันอยู่ด้วย

ขืนไปรั้งไว้ก็พาลจะทำให้ครอบครัวของเขาไม่ชอบฉันหนักเข้าไปอีก แถมอาจจะมองว่าฉันเป็นคนไร้มารยาทด้วย

“ไม่ได้ เดี๋ยวเต้ไปส่งที่บ้าน”

ไม่รอให้ฉันทักท้วงอะไรเต้ก็ขับรถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปที่บ้านของฉัน

ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถด้วยกันเราสองคนก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลย ลำคอของฉันเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ

ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นมันมีแต่ความผิดหวัง

ทั้งๆ ที่คิดว่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกันแล้วแท้ๆ แต่ทำไมถึงกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้...

Tru...Tru...Tru

“ครับแม่...ผมกำลังไปส่งเนโกะที่บ้านครับเดี๋ยวกลับ...ผมรู้แล้วแหละน่า ยังไงก็ไปทันตั้งโต๊ะอยู่แล้ว”

ฉันสังเกตน้ำเสียงของเขาได้เลย ว่าตอนนี้เต้กำลังหงุดหงิดกับแม่ของตัวเองมากแค่ไหน ซึ่งฉันก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของเขา

ถูกโทรจิกแบบนี้เป็นใครๆ ก็หงุดหงิด

“จอดหน้าปากซอยก็ได้ค่ะ รีบกลับบ้านเถอะเดี๋ยวแม่จะโมโหเต้นะ” ฉันรีบเอ่ยออกมาเมื่อรถกำลังขับเคลื่อนมาถึงหน้าปากซอยทางเข้าบ้านของฉัน

ดวงตาคมหันมาเหล่มองอย่างชั่งใจ

“ถ้าเข้าบ้านแล้วโทรหาเต้ด้วยนะ”

เมื่อไม่มีตัวเลือกอะไรให้เลือกมากนักเต้จึงทำตามที่ฉันบอก รถยนต์คันหรูของเขาจอดเทียบฟุตบาตหน้าป้ายรถเมล์เพื่อให้ฉันเปิดประตูลงไป

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ กลับบ้านดีๆ นะ” ฉันพูดล่ำลาเต้พร้อมด้วยรอยยิ้มฝืนๆ หลังจากที่เปิดประตูก้าวลงมายืนบนพื้น

“ครับ”

คำตอบรับสั้นๆ ถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหนา ก่อนที่เขาจะขับเคลื่อนรถออกไป ฉันมองตามรถของเขาจนกระทั่งมันหายลับตาถึงได้เดินเข้าซอยบ้านตัวเอง

ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีฉันก็เดินมาหยุดยืนที่หน้าบ้านของตัวเองที่เปิดไฟสว่างจ้าทั่วทั้งตัวบ้าน

แต่ที่มันดูแปลกไปก็คงจะเป็นเพราะมีรถกระบะและรถตู้จอดขวางอยู่ด้านหน้า อีกทั้งยังมีพวกข้าวของเครื่องใช้ที่ฉันจำได้ดีว่าเป็นของในบ้านตัวเองตั้งอยู่บริเวณทางเข้าบ้าน บางส่วนก็ถูกยกขึ้นไว้บนรถกระบะ

ภาพที่เห็นทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดี ถึงได้รีบก้าวท้าวเดินดุ่มๆ เข้าไปด้านใน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

ทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้าไปก็พบกับชายฉกรรจ์นับสิบที่กำลังพยายามยกข้าวของต่างๆ ในบ้านออกมาตั้งไว้กลางโถง

สภาพข้าวของกระจัดกระจายวางเกลื่อนดูไม่มีชิ้นดี ไม่ต้องมีลางสังหรณ์อะไรฉันก็สามารรู้ได้ด้วยตัวเองว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาดีแน่

แต่ว่าพวกนี้คือใครกัน? ฉันก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรกับใครที่ไหนซะหน่อย

ดวงตากลมโตของฉันกวาดมองไปรอบๆ บริเวณ กระทั่งสายตาสบปะทะกับดวงตาของผู้เป็นพ่อ

“พะ...”

“ผู้หญิงคนนี้คือใคร”

ฉันกำลังจะอ้าปากเพื่อเอ่ยถามพ่อของตัวเอง แต่ทว่ากลับมีชายฉกรรจ์หนึ่งในสิบคนนั้นเอ่ยแทรกขึ้นมา

ฉันเบือนสายตาหันไปมองทางเจ้าของเสียง ผู้ชายคนนั้นตัวสูงโปร่ง แถมร่างกายยังหนาและบึกบึนดูน่ากลัว ใบหน้าของเขามีหนวดเคราปกคลุมทั่วสันกราม บริเวณซีกแก้มขวามีรอยบากของบาดแผลขนาดใหญ่

การที่เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงยีนส์ทำให้ฉันสามารถเห็นรอยสัก และรอยบาดแผลมากมายตามผิวหนังของเขาได้อย่างชัดเจน

เขาดูน่ากลัวจนเท้าเล็กของฉันมันขยับถอยหลังไปเองโดยสัญชาตญาณ

“ลูกสาวฉันเอง อยากได้ก็เอาไป”

แต่ทว่ารูปร่างของชายฉกรรจ์คนนั้น ยังน่ากลัวไม่เท่าคำพูดของพ่อฉันที่พูดออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน...

“พะ...พ่อ ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น คนพวกนี้คือใคร”

ฉันถามพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ด้วยอาการร้อนรน ในหัวของฉันมันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

“เอาไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

ริมฝีปากสีคล้ำแสยะยิ้มเยาะ

“จะเอาไปทำอะไรก็เชิญ”

ฉันไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย ว่าประโยคนี้มันคือคำพูดของพ่อฉัน

แค่นี้ก็เห็นอยู่รำไรว่าชะตาตัวเองกำลังจะขาด...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์เถื่อน
8.2
มณีมณฑ์เผชิญหน้ากับอพอลโล่ด้วยความโกรธแค้น ท้าทายให้เขาใช้กฎหมายจัดการแทนการใช้อำนาจป่าเถื่อนรังแกเธอ แต่อพอลโล่กลับข่มขู่ด้วยวิธีการทรมานที่แสนเจ็บปวดพร้อมบีบบังคับให้เธอทำความสะอาดห้อง แรงโทสะทำให้หญิงสาวขว้างปาสิ่งของใส่เขา ทว่าชายหนุ่มกลับจู่โจมเข้าประชิดตัวและพันธนาการเธอไว้ด้วยความรุนแรง เขาตราหน้าและสบประมาทว่าผู้หญิงที่ร้อนแรงอย่างเธอคงถูกศรวัณทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี พร้อมยิ้มหยันว่าแท้จริงแล้วเธอก็พร้อมจะทอดกายให้คนที่เกลียดชังอย่างเขาได้ทุกเมื่อ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด
8.9
เซียวเฟิง บอดี้การ์ดหนุ่มมาดขรึมต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ เมื่อเขาได้รับมอบหมายให้คุ้มครองทั้งชีวิตและความบริสุทธิ์ของเมริสา ลูกสาวมาเฟียสาวสวยผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน แม้เขาจะพยายามรักษาความเย็นชาเพื่อทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพียงใด แต่ความใกล้ชิดจากการต้องอยู่ร่วมกันตามลำพังกลับทำให้กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอน เมื่อหญิงสาวเลือกที่จะรุกเข้าหาอย่างเร่าร้อนเพื่อทลายหน้ากากอันเฉยเมย เขาจะทนฝืนความต้องการที่พลุ่งพล่านเพื่อรักษาจรรยาบรรณได้นานแค่ไหน
หน้าปกนวนิยาย ผู้ถูกทอดทิ้ง, ผู้ไม่อาจหยุดยั้ง
9.3
หลังสิบปีในบ้านเด็กกำพร้า ฉันถูกครอบครัวดึงตัวกลับมาเพียงเพื่อเป็นเครื่องมือหาเงินเลี้ยงดูคริส แฝดสาวผู้สมบูรณ์แบบ แม้แต่เจสันแฟนหนุ่มเพียงคนเดียวก็ยังถูกพ่อแม่บงการให้ขอเธอแต่งงานต่อหน้าฉัน พร้อมส่งข้อความบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย เมื่อความจริงเปิดเผยว่าฉันคือความอับอายที่พวกเขาอยากกำจัด คริสจึงใส่ร้ายว่าฉันผลักเธอตกบันไดจนพ่อทำร้ายและโยนฉันทิ้งข้างถนนอย่างไม่ใยดี พวกเขาแจ้งตำรวจจับฉันเพื่อลบตัวตนทิ้ง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือการจุดชนวนสงครามที่จะย้อนกลับมาทำลายทุกคน