ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์

เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์

ท่ามกลางความขัดแย้งและรอยแค้นในอดีตที่ยังไม่จางหาย เรื่องราวความรักอันร้อนแรงบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อหัวใจที่เคยด้านชาต้องกลับมาสั่นคลอนเพราะแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ การหวนคืนมาพบกันในครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่เจ็บปวดและการเผชิญหน้าที่แสนดุเดือด ท่ามกลางบรรยากาศสังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน พวกเขาจะเลือกเดินหน้าต่อตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ หรือจะยอมปล่อยให้ไฟแค้นเผาทำลายความสัมพันธ์ครั้งนี้จนมอดไหม้ไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลังจากมธุรดากลับจากบ้านของกำนันมิตรผู้เป็นบิดา หญิงสาวก็พาร่างบอบบางมาเดินเลือกซื้อของใช้ในตลาด หญิงสาวมองหาร้านอาหารเพื่อหาอะไรทานเมื่อรู้สึกหิวขึ้นมา พลันสายตาก็สะดุดลงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าใดนัก หญิงสาวหาที่ว่างและนั่งลงจากนั้นก็สั่งอาหารที่ต้องการทานกับแม่ค้า

ทินวิทย์พาร่างสมส่วนเข้ามาในร้านอาหารแห่งเดียวกับที่มธุรดาเข้ามา มองหาโต๊ะว่างแต่ก็ไม่มีแล้วสายตาของเขาก็สะดุดลงที่เก้าอี้ว่างโต๊ะเดียวกับหญิงสาว

“ขอโทษครับ ขอผมนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ” ชายหนุ่มขออนุญาตจากมธุรดาที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

มธุรดามองชายหนุ่มตรงหน้า เขาเป็นผู้ชายร่างสมส่วนหน้าตาดี สวมเสื้อเชิ้ตลายตารางหมากรุกพับแขนขึ้นแค่ศอก สอดชายเสื้อไว้ในกางเกงยีนส์สีเข้มขนาดพอดีตัว มองรวมๆ แล้วชายหนุ่มตรงหน้าก็ดูดีคนหนึ่ง แม้จะไม่เท่าภูผาก็ตาม

“เชิญตามสบายค่ะ” เมื่อหล่อนพิจารณาเขาจนทั่วแล้วก็เอ่ยอนุญาตให้ชายแปลกหน้านั่งลง

“คุณเป็นคนที่นี่หรือครับ” ทินวิทย์ถาม

ผู้หญิงตรงหน้าเขานั้นจัดเป็นผู้หญิงที่สวยทีเดียว รูปร่างก็เร้าใจไม่น้อย แถมยังมีผิวพรรณเนียนละเอียดเสียอีกทำให้เขาอยากรู้จักหล่อนขึ้นมาทันใด

“ค่ะ ฉันเป็นลูกสาวกำนันมิตร” มธุรดาตอบพลางส่งยิ้มบางๆ แต่มีเสน่ห์ให้ชายแปลกหน้า

“อ้อ...เหรอครับ พอดีเลยงั้นผมขอถามอะไรบางอย่างได้มั้ยครับ”

“อะไรเหรอคะ ถ้าตอบได้ฉันจะตอบ”

“พอดีผมมาเที่ยวน่ะครับ แต่ที่นี่เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรกเลยยังไม่รู้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ถ้าคุณไม่รังเกียจะเป็นพระคุณมากหากจะช่วยเป็นไกด์นำเที่ยวให้ผม” ทินวิทย์ส่งยิ้มอย่างเชิญชวนให้หญิงสาว

“เอ่อ...” มธุรดาครุ่นคิด แต่บางสิ่งที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นของผู้ชายตรงหน้าทำให้หญิงสาวต้องพยักหน้าตอบรับอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน “วันนี้ฉันว่างพอดี ตกลงค่ะ ฉันจะเป็นไกด์ให้คุณเอง” มธุรดาตอบ “แต่เอ...ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

“ผมทินวิทย์ครับ แล้วคุณ...”

“ฉันชื่อมธุรดาค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณนี่นอกจากจะสวยแล้วยังชื่อเพราะอีก” ทินวิทย์ทำปากหวาน เขาอยากสานสัมพันธ์กับมธุรดาให้มากกว่านี้ เพราะหล่อนสวยและดูอ่อนหวานเรียบร้อยถูกใจเขา

“คุณทินวิทย์นี่ปากหวานไม่ใช่เล่นเลยนะคะ ปากแบบนี้สงสัยคงจะหลอกล่อผู้หญิงให้เดินตามมานักต่อนักแล้วกระมังคะ”

“ผิดแล้วล่ะครับ ผมไม่เคยหลอกล่อใครและไม่จำเป็นต้องหลอกล่อด้วยครับ”

“ดูคุณเชื่อมั่นในตัวเองจังเลยนะคะ”

“ผมเป็นคนพูดความจริงครับ” ชายหนุ่มส่งสายตาเป็นนัยให้หญิงสาว “งั้น...เดี๋ยวมื้อนี้ผมขอเลี้ยงคุณเองเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือผม”

“จะดีเหรอคะ ฉันว่าต่างคนต่างจ่ายดีกว่านะคะ”

“ผมจ่ายดีกว่าครับ ถือว่าเลี้ยงตอบแทนที่คุณอุตส่าห์เป็นไกด์ให้” และทินวิทย์ก็ชิงจ่ายค่าอาหารมื้อนี้เอง

จากนั้นทั้งสองคนก็พากันเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ โดยมีมธุรดาเป็นไกด์ ตลอดเวลาหญิงสาวสังเกตทินวิทย์มาตลอด เขาเป็นคนเอาใจเก่งยิ้มให้เธอตลอดเวลาและคุยสนุก จนหญิงสาวรู้สึกว่าวันนี้เธอได้หัวเราะมากกว่าทุกวัน

“ขอบคุณนะครับสำหรับวันนี้ ผมสนุกมาก”

“เช่นกันค่ะ นานแล้วที่ฉันไม่ได้เที่ยวแบบนี้เลย”

“เหรอครับ แต่ผู้หญิงอย่างคุณคงจะมีหนุ่มๆ อาสาพาไปเที่ยวบ่อยๆ นะครับ”

มธุรดายกมือปิดปากและหัวเราะออกมาจนน้ำตาเล็ด

“ไม่หรอกค่ะ ฉันมีครอบครัวแล้ว” หญิงสาวบอกความจริงออกไป

“อ้าว...เหรอครับ ผมก็หมดหวังสิครับแบบนี้ แย่จังเลย”

มธุรดาส่งยิ้มหวานปลอบใจให้ทินวิทย์

“แต่ฉันก็ยินดีเป็นเพื่อนคุณนะคะ ถ้าแค่เพื่อนคงไม่มีปัญหา”

“แล้วแบบนี้ พรุ่งนี้เราจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกมั้ยครับ”

มธุรดาใช้เวลาครุ่นคิดอยู่เพียงชั่วครู่ และพยักหน้าน้อยๆ ให้ชายหนุ่ม แล้วทินวิทย์ก็บอกจุดนัดพบและเวลาให้มธุรดาทราบ

ตั้งแต่นั้นมาทินวิทย์กับมธุรดาก็มักจะนัดเจอกันตามสถานที่ต่างๆ เสมอ มธุรดาเริ่มมีใจให้แก่ทินวิทย์ และวันหนึ่งหล่อนกับทินวิทย์ก็มีสัมพันธ์สวาทลึกซึ้งต่อกัน เวลาผ่านไปไม่นานมธุรดาก็หลงรักทินวิทย์จนหมดใจและเริ่มตามติดชายหนุ่มไปในทุกๆ ที่ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ชายอย่างทินวิทย์ไม่ชอบ เขาไม่ชอบเป็นผู้ถูกไล่ตาม แต่เขาชอบเป็นผู้ไล่ตามมากกว่า ชายหนุ่มเริ่มตีตัวออกห่างและหนีหายไปจากหญิงสาว

เรื่องราวความรักของมธุรดาที่มีต่อทินวิทย์ ได้เปิดเผยให้ภูผารู้จากปากของเธอเองในวันหนึ่ง

“พี่ภูขา...ตอนนี้น้องดา...เอ่อ...”

“น้องดามีคนรักแล้ว” ภูผาต่อให้ พร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆ เป็นกำลังใจให้ภรรยาทางนิตินัย เขารู้แล้วแต่รอให้หญิงสาวเป็นฝ่ายบอกเอง และไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ภูผาก็ไม่ได้รักมธุรดาอยู่ดี

“พี่ภูรู้แล้วเหรอคะ” มธุรดาเบิกตากว้างอย่างตกใจ และอดรู้สึกผิดต่อภูผาไม่ได้ เพราะความ สัมพันธ์ระหว่างเธอกับทินวิทย์นั้น เกินเลยจากความเป็นเพื่อนนานแล้ว

“ใช่ น้องดาคิดว่าพี่จะปล่อยให้เมียพี่ออกไปเที่ยวทุกวันๆ จนไม่เป็นห่วงบ้างเลยเหรอ”

คำว่า “เมียพี่” ทำให้ใบหน้านวลใสนั้นสลดวูบ ก่อนคำขอโทษจะถูกเอ่ยออกมาเบาๆ

“ขอโทษค่ะ น้องดาขอโทษ”

“จะขอโทษทำไม ถ้าน้องดารักเขาก็ดีสิ น้องดาจะได้มีความสุขซะที”

มธุรดาโผเข้ากอดเอวหนาของภูผา เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดเขามากขนาดนี้ และรู้สึกว่าอกกว้างนี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน

“น้องดาจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง และพี่ภูจะได้เป็นอิสระบ้าง” หญิงสาวพึมพำกับอกกว้าง โดยไม่รู้ว่าภูผาลอบถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

****************************************

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทินวิทย์ตีตัวออกห่างจากมธุรดา เป็นเพราะเขาได้ไปพบดอกไม้ที่สวยกว่า สดกว่าและสาวกว่าอย่างวีรดา วิสุทธิจารย์ ชายหนุ่มจึงหันเหความสนใจมาให้วีรดา และทิ้งมธุรดาอย่างไม่มีเยื่อใย หญิงสาวพยายามติดต่อหาเขาทางโทรศัพท์แต่ก็ติดต่อไม่ได้ จนเธอตัดสินใจไปหาทินวิทย์ที่ห้องพักในโรงแรม และได้พบว่าทินวิทย์กำลังกอดก่ายวีรดาอยู่บนเตียง ที่ซึ่งเธอเองก็เคยขึ้นไปนอนทอดร่างให้เขากอดและเชยชมมาแล้ว

“ทิน...นี่มันอะไรกันคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” มธุรดาร้องถาม

“ผู้หญิงคนนี้เมียฉัน แต่เธอน่ะสิเป็นใคร ผัวก็มีอยู่ที่บ้านทั้งคน ทำไมวิ่งโร่มาหาผู้ชายอื่นอีก”

“ทิน! ทำไมพูดกับดาแบบนี้คะ”

“ฮึ เธอนี่...สวยดีอยู่หรอกนะ แต่โง่ชะมัด เขาเบื่อแล้วยังไม่รู้ตัวอีก” วีรดาสมทบ

“ก็อย่างนี้ล่ะจ้ะต้นอ้อ แต่งงานกับผัวมานาน แต่รู้มั้ย กลับโดนผมเจาะไข่แดงซะงั้น ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ คิดดูแล้วกัน ว่าผัวยังไม่นอนด้วยเลย แล้วผมจะทนกินของจืดไม่มีรสชาติไปทำไม ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก” ทินวิทย์หันไปบอกวีรดา และซุกซบใบหน้าลงกับอกนุ่ม อย่างไม่ยี่หระว่ายังมีมธุรดาอีกคนที่อยู่ในห้อง

มธุรดาเสียใจจนไม่อาจมองภาพตรงหน้าต่อไปได้ เธอกำลังรู้สึกว่าตัวเองมีเขางอกออกมา เธอคงโง่เง่าเต่าตุ่นเหมือนที่ทินวิทย์พูดจริงๆ หญิงสาวหมุนตัววิ่งกระเซอะกระเซิงออกไปจากห้องของทินวิทย์ทันที หญิงสาวกลับไปที่เหมืองชัยเชษฐ์และวิ่งผ่านหน้าดิ่งเข้าบ้าน และตรงเข้าห้องนอน ก่อนทุ่มตัวร้องไห้อย่างหนัก

ดิ่งซึ่งเป็นคนงานชายคนหนึ่ง เห็นสภาพของนายหญิงที่วิ่งร้องไห้เข้าไปในบ้าง ก็เอะใจว่าคงเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นแน่นอน จึงวิ่งไปตามนายหัวภูผา

“นายหัวครับ...นายหัว”

“มีอะไร ไอ้ดิ่ง”

“นายหญิงครับ ผมเห็นนายหญิงร้องไห้วิ่งเข้าบ้านไปครับ” จบคำพูดของดิ่ง ภูผาก็วิ่งกลับไปที่บ้านของตน และตรงไปที่ห้องนอนของมธุรดา

ภูผากวาดตามองไปรอบห้องนอนของตัวเอง และสายตาคมกริบก็หยุดลงยังร่างที่ทอดยาวคว่ำหน้าอยู่บนเตียงใหญ่ เขาสาวเท้าเร็วๆ เข้าไปหา

“น้องดา! นี่...ใครบังอาจทำร้ายน้องดาน่ะ...ฮึ” เขาถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของมธุรดาเต็มตา ดวงหน้าที่เคยสดใสนั้นนองไปด้วยหยาดน้ำตา ดวงตาคู่สวยบวมเป่งและแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

มธุรดาพลิกตัวแลลืมตาขึ้นมามองสบดวงตาคมกริบด้วยแววแห่งความเสียใจอย่างใหญ่หลวง

“พี่ภูคะ น้องดาขอโทษ น้องดาผิดไปแล้วค่ะ ยกโทษให้น้องดาด้วยนะคะ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบานัก แต่ภูผาก็ได้ยิน

“น้องดา...ไม่จำเป็นต้องขอโทษพี่ น้องดาไม่ได้ทำอะไรผิด น้องดาเพียงแค่อยากมีความรักเท่านั้นเอง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งยวด

“เขาไม่ได้รักน้องดาค่ะ เขาหลอกให้น้องดาหลงรัก พอเขาเบื่อเขาก็ไปมีคนใหม่ พี่ภูขา...น้องดาเห็น...เห็นเขา...ทินวิทย์...เขากำลัง...”

“ไม่ต้องห่วงนะน้องดา มันคนนั้นต้องได้รับบทเรียนราคาแพงอย่างแน่นอน ที่มันกล้าทำกับน้องดาได้มากขนาดนี้”

“อย่าเลยค่ะ อย่าให้มือของพี่ภูต้องแปดเปื้อนกับความชั่วของเขาเลยค่ะ แค่พี่ภูยังอยู่เคียงข้าง น้องดาก็ดีใจแล้วค่ะ” มธุรดาจ้องมองใบหน้าคมคายหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทางนิตินัย ด้วยความรู้สึกรักของน้องสาวที่มีต่อพี่ชาย

“น้องดาพักผ่อนให้มากๆ นะจ๊ะ อย่าคิดมาก อย่าไปใส่ใจจดจำสิ่งเลวร้ายที่คนชั่วมันทำไว้ให้น้องดาต้องเจ็บใจเลย น้องดายังมีพ่อและมีพี่อยู่อีกทั้งคนนะจ๊ะ” ภูผาปลอบ

“ขอบคุณค่ะ น้องดาไม่เป็นไรแล้วค่ะ พี่ภูไปทำงานเถอะ” มธุรดาไม่อยากให้ภูผาต้องเป็นกังวลไปกับเธอ จึงแสร้งหลับตาลงทำเหมือนอยากนอนนักหนา

“หลับซะนะจ๊ะน้องดา ตื่นขึ้นมาจะได้ลืมเรื่องนั้นไปซะ”

ภูผาจึงจัดการห่มผ้าให้มธุรดา ก่อนจะถอยออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

ร่างสูงของศิลามาหยุดอยู่ด้านหลังของผู้ที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อน บ่าที่เคยผึ่งผายสง่างามของภูผาตอนนี้กลับงุ้มลง ท่าทางที่เคยหยิ่งทระนงตอนนี้กลับมีแต่ความเศร้าหมอง

“นายหัวภู” เขาเรียก

“ว่าไงหิน” เสียงทุ้มๆ ตอบกลับมา

“จะทำยังไงต่อไปดีครับ”

“จัดการมันซะ” เสียงกร้าวดังกลับมา

“จัดการเหรอครับ นายหัวบอกมาได้เลยว่าจะให้ทำยังไง”

“ฉันอยากฆ่ามันให้ตายคามือ แต่เพราะมันไม่ได้ทำคนเดียวยังมีอีกคนที่เป็นสาเหตุสำคัญของเรื่องนี้” ภูผาหันกลับมาสบตาคมของเพื่อนสนิท “ให้คนไปสืบหาตัวผู้หญิงคนนั้น คนที่เป็นสาเหตุทำให้ทินวิทย์เปลี่ยนใจจากมธุรดา”

คำสั่งที่ได้ยินนั้นทำให้ร่างสูงของศิลาต้องค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อรับคำสั่ง ก่อนจะถอยฉากออกไปเพื่อปฏิบัติตามคำสั่ง

เมื่อลับร่างของศิลา ภูผาก็หันหน้ากลับไปมองทางเดิม กรามของชายหนุ่มขบกันแน่นมือใหญ่กำหมัดนิ่งอยู่ข้างลำตัว มัน...ที่ทำให้มธุรดาน้องสาวที่รักยิ่งของเขาต้องมีสภาพเป็นแบบนี้จะต้องชดใช้!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แค่คำว่ารัก
8.0
เมื่อความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดเริ่มบีบคั้น เธอจึงตัดสินใจลองหยั่งเชิงน่านฟ้าด้วยการสมมติว่าหากตนเองมีคนอื่นหรือไปมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนใหม่ เขาจะยอมยุติพันธะที่ทำอยู่หรือไม่ แต่คำถามนั้นกลับจุดชนวนโทสะให้น่านฟ้าอย่างรุนแรง สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตอกกลับด้วยคำพูดประชดประชันที่แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดว่าเธอกำลังโหยหาผู้ชายคนอื่นอยู่ใช่ไหม กลายเป็นความขัดแย้งที่ยิ่งทวีความตึงเครียดให้ทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย คลั่ง(รัก)เมียเด็ก
9.3
จากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ควรจะจบลง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธะร้ายเมื่อนักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเกิดลุ่มหลงในตัวเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เธอจะพยายามทวงถามถึงข้อตกลงเดิม แต่เขากลับใช้ทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้ภายใต้การดูแลของตนเอง พร้อมยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธและคำประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันหนีเขาพ้น ภามรุกหนักให้เธอเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรักอย่างเอาแต่ใจ โดยไม่สนว่าเธอจะเต็มใจเรียกเขาว่าพี่หรือสามีก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อพยศรักปะทะกับอำนาจมืดในมือมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่าง เหนือเมฆ เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราจองจำเธอไว้ในฐานะเมียเพียงคนเดียวเท่านั้น พร้อมคำขาดสุดอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอยังกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่นหน้าไหนอีก เขาจะไม่ละเว้นโทษตายให้เธออย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจังหวะหัวใจให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย สอนรักลูกสาวท่านประธาน
8.0
ทิราภา ลูกสาวท่านประธานผู้แสนพยศไม่เคยคิดจะเปิดใจให้ภานนท์ ชายหนุ่มที่ใครต่างรุมล้อม แม้เธอจะพยายามทำตัวปั้นปึ่งใส่เขาเพียงใด แต่ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์พนักงานบริษัทธรรมดากลับสั่นคลอนหัวใจเธอจนยากจะต้านทาน เมื่อความลับถูกเปิดเผยว่าเขาคือดร.หนุ่มผู้เพียบพร้อม แรงดึงดูดทางกายและใจก็นำพาให้ทั้งคู่ก้าวข้ามกำแพงทิฐิ สัมผัสถึงความรักอันเร่าร้อนที่เปลี่ยนความเกลียดชังเป็นความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
หน้าปกนวนิยาย อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลต้องร่วมงานกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้แสนยียวนในภารกิจถ่ายทำสารคดีกลางป่าลึก แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างเพียงใด แต่เหตุการณ์น้ำป่าหลากทำให้ทั้งคู่ต้องหลงทางและติดอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ฤทธิ์จากเห็ดป่าที่เผลอกินเข้าไปนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่พร่าเลือน เมื่อถูกช่วยออกมาได้ รัชนิชลจึงตัดสินใจลาออกเพื่อเก็บซ่อนความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงลำพัง โดยที่แคสเตอร์เองก็ไม่ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย Daddy ท่านประธานเขาชอบหึง  Ss2
9.7
บททดสอบครั้งใหม่ในเส้นทางรักของพาวาร์ทและชาวานีเริ่มต้นขึ้น ความสัมพันธ์ต้องเผชิญพายุเมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มไม่อาจควบคุมความหึงหวงอันรุนแรงได้ การปรากฏตัวของคู่แข่งหัวใจคนใหม่ผสานกับความเข้าใจผิด กลายเป็นชนวนเหตุสั่นคลอนความเชื่อใจของคนทั้งสอง ความหวาดระแวงพุ่งสูงถึงขีดสุดนำไปสู่ความขัดแย้งทางอารมณ์ที่บาดลึกยิ่งกว่าเดิม สิ่งนี้คือบทพิสูจน์ความภักดีอันหนักหน่วง ท่ามกลางความหึงหวงที่ไร้ขอบเขต พวกเขาต้องหาคำตอบว่าความผูกพันจะแข็งแกร่งพอเอาชนะอคติได้หรือไม่ หรือความระแวงนี้จะเป็นจุดจบของรัก