
เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
ตอน 3
ร่างบอบบางที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าเตาในห้องครัวนั้นทำให้ร่างสมส่วนของวรุฒต้องชะงัก ก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าของร่างบาง
“จ๊ะเอ๋...ทำอะไรอยู่จ๊ะ ไหน...อื้ม...หอมจังเลย น่าทานจังขอพี่รุฒทานด้วยได้มั้ย”
ร่างบางของพิมพ์มาดา วิสุทธิจารย์ ในวัย 23 ปี สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองที่ชายหนุ่มนามว่าวรุฒ แล้วส่งยิ้มหวานๆ ให้
“ทำไข่พะโล้กับผัดเต้าหู้ใส่ไข่อยู่น่ะค่ะ พี่รุฒทานด้วยกันสิคะ กระถินทำตั้งเยอะเลย”
“แหมดีจัง พี่กำลังหิวอยู่พอดี แล้วนี่เขาไปไหนกันหมดล่ะ พี่เข้ามาไม่เห็นมีใครสักคน”
“ก็คงออกไปตามเรื่องนั่นล่ะค่ะ” พิมพ์มาดาตอบ
“เล่นไพ่อีกตามเคยสินะ แล้วพอกลับมาก็คงมาหาเรื่องกระถินอีกตามเคย พี่สงสารกระถินจัง”
“กระถินชินซะแล้วค่ะ บุญคุณที่เลี้ยงดูมามันค้ำคอจนกระถินทำอะไรไม่ได้” น้ำเสียงนั้นเศร้าลง
“แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะ จะทำยังไง”
“กระถินคงไม่ได้เรียนต่อแล้วล่ะค่ะพี่รุฒ” หล่อนตอบ
“อ้าว...ทำไมล่ะ กระถินอยากเรียนต่อมากเลยไม่ใช่เหรอ”
“คุณป้าจะให้กระถินแต่งงานค่ะ” สีหน้าที่สดใสของพิมพ์มาดาตอนนี้ดูเศร้าสร้อยยิ่งนัก
“อะไรนะ!” วรุฒถามเสียงดังอย่างตกใจ เพราะเขานั้นมีใจชื่นชอบสาวน้อยตรงหน้าอยู่แล้ว แต่พอทราบว่าสาวน้อยต้องแต่งงานก็ใจหาย
“พี่รุฒได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ กระถินต้องแต่งงานกับเสี่ยปภพที่เป็นเจ้าของบ่อนที่คุณป้าไปเป็นหนี้การพนันไว้”
“ห๊า...ทำไมต้องเป็นกระถินด้วย ทำไมไม่เป็นต้นอ้อแทน ทั้งที่ต้นอ้อควรมีส่วนรับรู้ปัญหาของครอบครัวและต้องช่วยแก้ไขปัญหาที่แม่สร้างขึ้น”
“ก็เพราะพี่ต้นอ้อเป็นลูกไงคะ ลูกในไส้ที่แม่รัก เมื่อรู้ว่าลูกไม่ชอบแม่จะบังคับลูกได้ยังไงล่ะคะ”
“ก็เลยต้องเป็นกระถิน ที่เป็นแค่หลานงั้นเหรอ”
“ค่ะ กระถินต้องตอบแทนพระคุณข้าวแดงแกงร้อนที่เลี้ยงดูกระถินมา” สาวน้อยตอบและหันมาส่งยิ้มฝืดๆ ให้วรุฒ
“เราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยค่ะ พูดไปก็เจ็บใจเปล่าๆ เรามากินข้าวแก้หิวกันดีกว่า”
เมื่อสาวน้อยหันไปตักกับข้าวที่เพิ่งทำเสร็จใส่จาน วรุฒเลยต้องไปช่วยยกมาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร การสนทนาเรื่องดังกล่าวต้องหยุดลงไปโดยปริยาย แม้เขาอยากจะถามว่าเหลือเกินว่าหนี้สินที่นางวิไลสร้างนั้นมีจำนวนเท่าไหร่ แต่ถึงแม้เขาจะรับรู้ก็คงช่วยอะไรพิมพ์มาดาไม่ได้อยู่ดี เพราะฐานะทางบ้านของเขาก็อยู่ในขั้นพอมีพอกินเท่านั้น สิ่งที่ชายหนุ่มจะทำได้ก็คงมีเพียงแค่การให้กำลังใจพิมพ์มาดาเท่านั้น
หลายวันผ่านไปต่อจากนั้น มธุรดาฝันเห็นภาพการพลอดรักกันบนเตียง ร่างของทินวิทย์และผู้หญิงคนนั้นเปล่าเปลือยและกำลังขับกล่อมท่วงทำนองเพลงพิศวาสอย่างดุเด็ดเผ็ดมันแทบทุกค่ำคืน หญิงสาวมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกด้วยเหงื่อโทรมกาย เธอร้องไห้จนน้ำตาเป็นเผาเต่า แต่ต้องกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่ให้ภูผาได้ยิน มีแต่ดวงตาที่แดงก่ำเท่านั้นเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ภูผาได้เห็น
“น้องดา...”
“พี่ภูคะ น้องดาอยากไปหาพ่อ ให้คนพาน้องดาไปหน่อยนะคะ” มธุรดาบอกขึ้นในวันหนึ่ง
“อ๋อ...ได้สิจ๊ะ ถ้าน้องดาได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง อาจทำให้น้องดาสบายใจขึ้น” ภูผาสนับสนุน
“ขอบคุณค่ะพี่ภู”
มธุรดาไปหากำนันมิตรด้วยสีหน้าที่พยายามทำให้ยิ้มแย้มและแจ่มใสที่สุด เธออยู่กับบิดาทั้งวัน และทำขนมกลีบลำดวนที่ชอบให้บิดาทาน ก่อนกอดเอวหนาของบิดาแน่น น้ำตาใสๆ แทบไหลลงมาอาบสองแก้มนวล แต่หญิงสาวก็กลั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที เธอผละออกห่างและส่งยิ้มหวานให้บิดา
“น้องดาต้องไปแล้วนะคะ พ่อดูแลตัวเองด้วยนะคะ น้องดาเป็นห่วงค่ะ”
“หึ หึ ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อหรอกลูก พ่อดูแลตัวเองได้” กำนันมิตรลูบศีรษะของลูกสาวเบาๆ
มธุรดามองบิดานิ่งนาน ก่อนเดินออกจากบ้านไปช้าๆ ไม่วายหันกลับไปมองบิดาอีกครั้งและเดินจากไปเงียบๆ หญิงสาวเดินผ่านคนขับรถตั้งใจว่าจะเดินไปตลาด แต่ภาพตรงหน้าทำให้เธอต้องหยุดชะงัก ทินวิทย์กำลังโอบกอดวีรดาเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงใจหญิงสาวจนแทบกระอักเลือด มธุรดาแทบทรุดลงกับพื้น แต่เธอฝืนกายเอาไว้และมองคนทั้งคู่เดินหายไปลับตา
มธุรดาเดินไปร้านขายยาอย่างคนเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และบอกกับเภสัชกรว่าต้องการซื้อยาแก้ปวดหนึ่งกระปุก เภสัชกรสาวก็หยิบให้พร้อมมองตามร่างบางที่เดินออกไปอย่างสงสัย เพราะเธอรู้จักมธุรดาเป็นอย่างดี แต่วันนี้หญิงสาวดูแปลกๆ ไปมาก
**************************************
“ได้เรื่องมั้ย”
ในตอนบ่ายแก่ๆ ของอีก 3 วันถัดมา ภูผาก็ถามศิลาถึงคำสั่งที่ให้ไป
“ได้ครับ ผู้หญิงคนนั้นชื่อวีรดา วิสุทธิจารย์ ตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ” ศิลาตอบ
“แล้วไอ้ทินวิทย์ล่ะ”
“ทินวิทย์ก็อยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับวีรดา”
“อืม...ตามดูมันต่อไป แล้วรายงานความเคลื่อนไหวให้รู้ตลอดเวลา”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องนอนของมธุรดา แต่คนเคาะต้องนิ่วหน้าเมื่อยืนรออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงอนุญาตเหมือนทุกครั้ง
ภูผาเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นร่างบางที่ผ่ายผอมลงไปมากนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนุ่ม แต่แล้วดวงตาคมกริบต้องเบิกกว้าง ก่อนพุ่งร่างเข้าไปหาเมื่อเห็นยาเม็ดสีขาวหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
“น้องดา...น้องดา...ทำไมทำแบบนี้ น้องดา!” ภูผาเรียกและเขย่าร่างบาง แต่หญิงสาวก็ไม่ไหวติง จนชายหนุ่มต้องแตะปลายนิ้วเข้าที่จมูก และพบว่าภรรยาทางนิตินัยของเขาไม่มีลมหายใจแล้ว “น้องดา...น้องดา...” ภูผาคำรามลั่นบ้าน น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างไม่อาย เขาไม่คิดเลยว่าน้องสาวที่รักยิ่ง จะคิดสั้นแบบนี้ มธุรดาไม่น่าคิดสั้นเลย ทำไมนะ...ทำไมเธอถึงตัดสินใจแบบนี้
เมื่อรู้ข่าวการตายของบุตรสาว ทำให้กำนันมิตรโกรธแค้นภูผามาก และตราหน้าว่าภูผาเป็นต้นเหตุทำให้มธุรดาต้องตาย งานศพของมธุรดาที่ถูกจัดขึ้นนั้นมีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความเสียใจกับกำนันมิตรมากมาย และส่วนหนึ่งก็มองภูผาด้วยสายตารังเกียจ เพราะคิดว่าภูผาเป็นคนทำให้มธุรดาฆ่าตัวตาย ภูผาได้แต่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกำลังเสียใจกับการตายของมธุรดา จนกระทั่งงานศพผ่านพ้นไป เพราะเก็บศพไว้แค่ 7 วันก็เผา เพื่อให้มธุรดาได้ขึ้นสวรรค์เสียที กำนันมิตรไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของของบุตรสาว และเห็นจดหมายที่สอดอยู่ใต้หมอน จึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่านด้วยน้ำตานองหน้า
ถึงคุณพ่อและพี่ภู
น้องดาตัดสินใจตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะน้องดาไม่อาจทนเจ็บปวดได้อีกต่อไป น้องดาอ่อนแอมาจนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีก น้องดาต้องขอโทษพ่อและพี่ภูด้วยนะคะ ที่ทำแบบนี้ น้องดามองไม่เห็นทางอื่นจริงๆ ค่ะ
พ่อคะ สาเหตุของการตัดสินใจของน้องดา ไม่ใช่เพราะพี่ภูหรอกนะคะ แต่น้องดาผิดเองที่ดันไปหลงรักคนที่ไม่รักน้องดาเลย เพราะน้องดากับพี่ภูไม่ได้รักกันค่ะ น้องดาพยายามรักพี่ภูแล้วนะคะ แต่ก็เป็นความรักแบบพี่ชายกับน้องสาวเท่านั้น พ่ออย่าโกรธพี่ภูเลยนะคะ พี่ภูเป็นคนดีมากจริงๆ ค่ะ
รักพ่อและพี่ภูค่ะ
ลาก่อน
น้องดา
กำนันมิตรเดินถือจดหมายนั้นออกมาให้ภูผาดู และกล่าวขอโทษขอโพยภูผา ชายหนุ่มสัญญาว่าจะพาคนที่ทำให้มธุรดาตายมาลงโทษให้ได้
คุณอาจจะชอบ





![หน้าปกนวนิยาย [Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78c6fda95001834806828245668/SjMb6lTwbzIA.webp!15491.webp)