ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พฤษภาหวนรัก

พฤษภาหวนรัก

หลังค่ำคืนลึกซึ้งที่ทั้งคู่เผยความในใจต่อกัน โชคชะตากลับพัดพาให้ต้องแยกจาก ทว่าความสัมพันธ์นั้นได้ฝากพยานรักไว้ในครรภ์ของเธอ ขณะที่ชายหนุ่มมีข่าวเตรียมแต่งงานกับหญิงอื่นที่กำลังตั้งท้องเช่นกัน เธอจึงเลือกเก็บงำความลับนี้ไว้เพื่อไม่ให้เขาลำบากใจ แต่เมื่อโรคร้ายรุมเร้าจนรู้ตัวว่ากำลังจะตาย เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพาลูกชายตัวน้อยกลับไปหาพ่อแท้ๆ ของเขา การหวนคืนมาพบกันอีกครั้งในวันที่ชีวิตใกล้สิ้นหวังจะจบลงด้วยน้ำตาหรือความสุข
ตอน
แชร์

ตอน 1

ปาตรี กรมจาริณ เดินหาลูกสาวจนทั่วบ้าน แต่ก็ไม่เห็น เขาเอะใจจึงได้เข้าไปในห้องนอนของเธอ ผู้เป็นพ่อมุ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า ทันทีที่เขาเปิดตู้ ปาตรีก็แทบเข่าทรุด

ปรียาที่ได้ยินเสียงเอะอะของพี่ชายอยู่นานแล้ว ได้รีบเข้ามาดู

“ปี่ดูมันสิ มันหนีพี่ไปแล้ว” ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ใจพะว้าพะวังหาลูกสาวทั้งเป็นห่วง และโกรธที่ภรมัยขัดคำสั่ง

ปรียาตรงเข้าไปหาพี่ชาย จับแขนของเขา แล้วฉุดให้นั่งลงไปบนเตียง บีบจับมือของพี่ชายที่กำลังโกรธจัด

“ฉันไม่เห็นด้วยที่พี่ห้ามลูกมาตลอดชีวิตของแก อย่างไรเสียสองคนนั้นก็เป็นแม่ลูกกัน เราจะเอาความขัดแย้งของพี่กับพี่เมี่ยงมาเป็นข้ออ้างที่จะให้สองแม่ลูกเขาพบกันไม่ได้ พี่ให้เก๋มันไปทำตามหัวใจของมันเถอะนะ นะพี่นะ”

พี่ชายไม่พูดอะไร ได้แต่กำหมัด ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องนั้นไป หัวใจแค้นที่ยังคุกรุ่นไปด้วยไฟโกรธายังไม่จางหาย เพียงแค่ทะเลาะกัน เข้าใจผิดกัน ทำไมต้องทิ้งลูก นี่คือสิ่งที่ปาตรีติดอยู่ในหัวใจ

ภรมัย หรือว่า เก๋ กรมจาริณ นั่งกำใบสมัครในมือแน่น แม้ว่าเธอจะส่งใบสมัครมาทางอีเมลเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลก็ยังอยากให้เธอกรอกใบสมัครอยู่ดี

หัวใจใต้แผงอกสั่นระรัว ในอีเมลตอบรับเธอเข้าทำงานแล้ว ถ้ามานั่งเขียนใบสมัครอีก เธอเกรงว่าจะไม่ได้ ภรมัยหันไปมองรอบ ๆ ก็มีอยู่หลายคนที่กำลังทำแบบเดียวกับเธอ

“คุณภรมัยเชิญสัมภาษณ์ค่ะ”

ภรมัยลุกขึ้นยืนด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เธอหนีออกมาจากบ้าน พร้อมกับเงินเก็บที่เก็บได้ทั้งชีวิต สี่หมื่นบาท เธอจะอยู่ที่นี่ได้สักกี่เดือน ถ้าไม่มีงานทำ หญิงสาวเดินเข้าไปสัมภาษณ์งานด้วยความมุ่งมั่น เธอตั้งใจเรียนเต็มที่เพื่อที่จะได้หางานง่าย ๆ และมาไกลถึงที่นี่

ผ่านไปสามสิบนาที ภรมัยก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ผ่านไหมคะ” มีคนหนึ่งรีบถาม

ภรมัยยิ้มกว้างและพยักหน้า “ค่ะ” ตอบสั้น ๆ แต่ในหัวใจลิงโลด ภรมัยมุ่งมาหาทำงานที่เชียงใหม่ โดยที่เธอไม่เคยฟังคำทัดทานของคุณพ่อ เพียงความหวังเดียวในใจ หญิงสาวอยากมาตามหาแม่ณัฐฐา หรือว่าแม่เมี่ยง แม่ที่ได้ยินแค่ชื่อ กับรูปถ่ายตอนที่อุ้มเธอที่อายุได้หนึ่งขวบ แม่จากภรมัยมาตั้งแต่เธออายุได้เพียงสองขวบ

กระเป๋าที่พะรุงพะรัง มีทั้งเป้ ทั้งกระเป๋าใบเล็ก และกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กอีก หญิงสาวคนนั้นจึงถาม

“มาจากไหนคะ แล้วจะไปพักที่ไหน” ชุดที่เธอคนนั้นใส่ ดูจะเป็นคนทำงานทำความสะอาดที่นี่

ภรมัยหันมาตอบในทันที เธอกำลังหนักใจในเรื่องที่หลับที่นอนอยู่เหมือนกัน “กำลังจะไปหาอยู่พอดีค่ะพี่”

“ที่ใกล้ที่สุดตอนนี้ก็เป็นที่พักของลุงเทียนนะคะ เดินออกไปแล้วเลี้ยวซ้ายไม่ถึงสามร้อยเมตรค่ะ เดือนละสองพันห้าร้อยบาทเอง เป็นที่พักหลายเดือน พี่ก็พักอยู่ที่นั่น แต่อยู่กันสองคนกับแฟน”

“มีห้องว่างหรือคะ” หายใจออกมาแบบโล่ง

“ลุงแกเขียนป้ายเอาไว้อยู่ค่ะ เห็นว่าว่างสองห้อง”

ภรมัยรีบยกมือไหว้ขอบคุณพี่คนนั้นทันที

“ไม่เป็นไร จะได้เป็นเพื่อนบ้านกัน”

“เก๋ไปก่อนนะคะ เอ่อ... พี่”

“พี่ชื่อพี่นาค่ะ ศรีนา”

“ค่ะพี่นา”

ภรมัยคุยกับพี่ศรีนาอีกสักพัก ก่อนจะขอตัวเดินไปยังบ้านพักของลุงเทียน

ระหว่างที่เธอเดินไป ภรมัยก็ครุ่นคิดมาตลอด คนที่จะให้เบาะแสเกี่ยวกับแม่เมี่ยงของเธอได้ มีคนเดียวที่อาปรียาให้ชื่อมา นายเทียน นาถสุรีย์

บริษัททัวร์ที่ชื่อแพงกิ้ง คือจุดมุ่งหมายที่ภรมัยมาสมัครทำงาน เพราะอยู่ในอำเภอบ้านเกิดของแม่

ภรมัยภาวนาตลอดการเดินไปยังบ้านพักของลุงเทียน ว่าให้คุณลุงเจ้าของหอพักนั่นเป็น ‘นายเทียน นาถสุรีย์’ เถอะ

เมื่อมาถึงที่หน้าบ้านหลังนั้น

“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่ไหมคะ” เธอตะโกนถามไปในทันทีภรมัยหยุดยืนอยู่หน้าบ้าน ใกล้กับเพิงหมาแหงนที่ทำให้คนมานั่งพัก ภรมัยถือโอกาสวางสัมภาระของเธอลงไป น้ำหนักของสิ่งของที่เธอรวบรวมใส่กระเป๋ามาคือสามารถอยู่รอดได้โดยที่ไม่ต้องไปหาหรือพึ่งพาผู้อื่น

เธอเดินไปด้านใน และตะโกนถามอีกครั้ง

“มีใครอยู่ไหมคะ หนูมาเช่าบ้านค่ะ” ภรมัยใช้มือป้องปากตะโกนอีกหลายที

ต่อมาไม่นาน มีคุณลุงคนหนึ่ง ผมสีขาวโพลนเกือบทั้งหัว มีสีดำแซมอยู่แค่เล็กน้อยเท่านั้น

“ลุงคะ หนูมาเช่าบ้านค่ะ เห็นว่า คุณลุงมีห้องเช่าเหลือ”

รอยยิ้มที่เปิดเผยออกมาบนใบหน้าที่แสนใจดี ท่านรีบยกมือรับไหว้หญิงสาว

“มาทำอะไรแถวนี้ ถึงจะมาเช่าบ้าน” ลุงพูดไป พลางเอาชายผ้าขาวม้าขึ้นมาเช็ดเม็ดเหงื่อที่พราวไปทั้งหน้า

สองคนสบตากัน คุณลุงคนนั้นถึงกับยกมือขึ้นมาขยี้ตาด้วยท่าทีชะงักงัน ก่อนจะเอ่ยปาก

“หนูเหมือนน้องสาวของลุงมาก เหมือนจนลุงคิดว่าลุงตาลาย ว่า ตอนนี้เธอไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แล้ว เธอมีหน้าผากกว้าง ๆ นูน ๆ แบบนี้แหละ ตัวไม่สูง ผิวขาว หน้าตาหมวย” คุณลุงพูดถึงผู้หญิงคนนั้นด้วยรอยยิ้ม และมีใบหน้าเปี่ยมสุข

“ลุงคงจะรักน้องสาวของลุงมาก”

“รักสิ ชีวิตของเธอน่าสงสารมาก ๆ” พอคิดได้ ท่านก็เงียบเสียง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“หนูจะมาเช่าบ้านใช่ไหม”

ภรมัยงงงวยในสิ่งที่ลุงเล่า แต่เธอก็รีบตอบ

“ค่ะ หนูเพิ่งได้งานทำ เป็นไกด์ที่บริษัททัวร์แพงกิ้งน่ะค่ะ บริษัทเพิ่งจะรับหนูเมื่อกี้นี้เอง และให้เริ่มงานวันจันทร์ค่ะ”

“แล้วหนูเป็นคนที่ไหน ชื่ออะไร”

หน้าตาของเธอเหมือนแม่ที่เป็นคนเหนือมาก มักจะมีคนทักถามว่าเป็นคนที่ไหน ตอนที่อยู่ปักษ์ใต้

“หนูมาไกลน่ะค่ะ มาจากภูเก็ต”

“ภูเก็ต” ลุงเทียนทำตาโต

“แล้วทำไมถึงมาหางานทำแถวนี้ บ้านป่าอยู่ในดงกันดาร” สายตาของท่านพินิจใบหน้าของภรมัยไปด้วย ท่าทางเอียงคอ และจ้องเข้ม

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณลุง”

ท่านส่ายหน้า ปากพึมพำ “ท่าจะไม่ใช่”

“มีอะไรหรือคะคุณลุง”

“ตามลุงมาสิ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
ลิปดา มหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสในอำนาจเงินตรา กล้าเสนอซื้อศักดิ์ศรีของปานรพีด้วยข้อเสนออันน่าอดสูเพื่อให้เธอขึ้นเตียงกับเขา แม้หญิงสาวจะรังเกียจความคิดสกปรกภายใต้รูปลักษณ์เทพบุตรเพียงใด แต่ด้วยวิกฤตความจำเป็นบีบคั้น เธอจึงจำต้องกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาท ทว่าซาตานร้ายกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมยืดระยะเวลาจากความสัมพันธ์เพียงคืนเดียวให้กลายเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ปานรพีที่ตกเป็นเหยื่อในกรงขังเสน่หาทำได้เพียงรอวันเป็นอิสระ โดยไม่อาจรู้เลยว่าลิปดาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รัก จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.0
เมื่อครอบครัวตกที่นั่งลำบากเพราะความผิดพลาดของพ่อแม่ ดานีน โรดิเกซ จึงไร้ทางเลือกนอกจากต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจาก เดนิเรล การ์รัสโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งแห่งตุรกี เขาคือคุณชายลำดับที่สี่ผู้หล่อเหลาแต่กลับเย็นชาไร้หัวใจดั่งมัจจุราชร้าย แม้เดนิเรลจะมองว่าหญิงสาวคือความวุ่นวายที่ควรหลีกหนี แต่ความพยศของเธอกลับกระตุ้นความปรารถนาให้อยากครอบครอง ทว่าข้อตกลงครั้งนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย เพราะคนอย่างเขาไม่มีวันหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ใครฟรีๆ แน่นอน
หน้าปกนวนิยาย วางแผนลับจับเพื่อนพี่ชาย
8.1
เมื่อความรักที่ควรจะลงตัวกลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากเพื่อนสนิทของพี่ชาย ทั้งที่ความรู้สึกในใจของทั้งคู่ตรงกันอย่างชัดเจน แต่เขากลับเลือกที่จะผลักไสเธอออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เธอจมอยู่กับความสงสัยและความเจ็บปวดว่าเหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เธอจึงต้องเริ่มต้นค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำปฏิเสธนั้น เพื่อทลายกำแพงที่กั้นกลางระหว่างหัวใจสองดวงให้หมดสิ้นไปในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ตราบฟ้าไร้ดาว [ดราม่าหนัก พระเอกจำนางเอกไม่ได้ เลยร้ายใส่]
9.6
วรินรำไพเฝ้ารอคอย 'พี่หิน' ชายผู้เป็นรักเดียวที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความสุขในชีวิตของเธอ ทว่าเมื่อเขากลับมาในฐานะ 'ชลธิป' ผู้บริหารหนุ่มผู้เย็นชา เขากลับจำอดีตไม่ได้และมองว่าเธอคือศัตรูที่ต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวด ชลธิปจึงกลายเป็นยมบาลที่คอยทำร้ายหัวใจดวงเดิมอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความสับสนและพันธะกับดลยา หญิงสาวแสนดีที่ครอบครองหัวใจเขาในปัจจุบัน เอ๋ยต้องทนทุกข์ทั้งเป็นในกองเพลิงแห่งความแค้นที่เขามอบให้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ความรักมันลึกซึ้งจนใจฉันตาย
8.5
หลังเวลาผ่านไปเจ็ดปี จ้าวอันหรานกลับมาในรูปลักษณ์ใหม่จนอดีตสามีอย่างโจวเทียนหยูจำเธอไม่ได้ เมื่อเขาป่วยหนักและต้องการเลือดจากเธอ อันหรานจึงยื่นข้อเสนอให้เขามาเป็นพ่อให้ลูกสาวหนึ่งเดือนเพื่อแลกกับการช่วยชีวิต ทว่าเขากลับละเลยหน้าที่จนทำให้เด็กหญิงเสียใจและถูกล้อเลียน ทั้งยังดูถูกอันหรานด้วยเงินเพราะไม่รู้ว่านั่นคือลูกแท้ๆ ของตน เธอจึงตัดสินใจว่าหลังการผ่าตัดสิ้นสุดลง เธอจะพาลูกสาวหายไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวร
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสัวลึกลับกับเจ้าสาวบังเอิญ
8.6
ชูจี้เติบโตมาท่ามกลางความโหดร้ายของแม่บุญธรรม มีเพียงหญิงรับใช้ชราที่คอยมอบความอบอุ่นให้ เมื่อผู้มีพระคุณจากไป เธอจึงถูกบีบให้แต่งงานกับลู่เหยี่ยน ชายเสเพลผู้ไร้อนาคต แทนลูกสาวแท้ๆ เพื่อชดใช้หนี้ค่ารักษา ลู่เหยี่ยนคือลูกนอกสมรสที่ใช้ชีวิตไปวันๆ และยอมเข้าพิธีเพียงเพื่อตอบแทนความต้องการสุดท้ายของแม่ ทว่าในคืนเข้าหอ เขากลับพบว่าเจ้าสาวคนนี้ไม่ตรงกับคำร่ำลือ อีกทั้งตัวตนที่แท้จริงของเขายังดูคล้ายกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอย่างน่าประหลาดใจ