หน้าปกนวนิยาย พันธการสายใยรัก

พันธการสายใยรัก

8.8 / 10.0
โชคชะตาขีดเส้นให้ นันทวัฒน์ จำใจต้องเข้าสู่พิธีวิวาห์กับ นลินี หญิงสาวที่อยู่นอกสายตาและไร้ซึ่งความรักตั้งแต่วันแรก ทว่าในวันที่มรสุมชีวิตถาโถมจนเขาต้องสูญเสียทุกสิ่งอย่างไป ความเป็นจริงที่เจ็บปวดกลับทำให้เขาได้ตระหนักว่า ภรรยาที่เขาเคยเมินเฉยคนนี้คือหัวใจสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่คอยอยู่เคียงข้าง และเป็นคนที่มีค่าที่สุดในชีวิตที่เขาเกือบจะสูญเสียไปตลอดกาลในเส้นทางรักที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

พันธการสายใยรัก ตอนที่ 1

 นันทวัฒน์ หนุ่มหล่อเจ้าของธุรกิจใหญ่โต ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องนอนหรูหราของเขา วันนี้คือวันที่เขาต้องเข้าพิธีแต่งงานกับนลินี หญิงสาวที่เขาไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ มาก่อน แต่กลับเป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่ที่ต้องทำตาม เขามองตัวเองในชุดสูทสีดำ ดูดีอย่างไม่มีที่ติ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและไม่พอใจ

“นี่มันไม่ใช่ชีวิตที่ฉันต้องการ” เขาพึมพำกับตัวเอง

ทางด้าน นลินี หญิงสาวผู้มีใจอ่อนโยนและอบอุ่นกำลังถูกแต่งตัวในชุดเจ้าสาวที่ดูสง่างาม แต่ในหัวใจของเธอกลับรู้สึกทั้งความดีใจและหวาดกลัวผสมปนเปกัน เธอรู้ดีว่านันทวัฒน์ไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ กับเธอ แต่สำหรับเธอแล้ว เขาคือคนที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็ก

“ฉันต้องทำให้เขารักฉันให้ได้” นลินีคิดกับตัวเองด้วยความหวังอันริบหรี่

บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูเต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานระหว่างสองตระกูลใหญ่ นันทวัฒน์ในชุดสูทสีดำเข้มที่ดูสง่างาม เขายืนอยู่ที่หน้าเวที ดวงตาคมกริบแต่ไร้ความรู้สึก เขามองไปรอบ ๆ อย่างเย็นชา ไม่มีความตื่นเต้นหรือความสุขในงานที่ควรจะเป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต

นลินีปรากฏตัวขึ้นในชุดเจ้าสาวสีขาวที่ประดับด้วยลูกไม้ละเอียดอ่อน ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นอย่างงดงาม เธอเดินเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและกังวล เสียงเพลงบรรเลงอย่างอ่อนหวานต้อนรับเธอขณะที่เธอเดินเข้ามาหานันทวัฒน์ นลินีรู้สึกถึงสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่เธอ แต่สายตาที่เธออยากจะให้มองเธอด้วยความรักกลับไม่เคยเป็นของเขา

เมื่อทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันที่หน้าเวที พิธีกรเริ่มกล่าวถึงความสำคัญของการแต่งงานครั้งนี้ นันทวัฒน์ยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะสบตานลินีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเขาเย็นชา ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ในงานที่ไม่มีความหมายสำหรับเขา

“คุณนันทวัฒน์ ยินดีรับคุณนลินีเป็นภรรยาและสัญญาว่าจะรักและดูแลเธอไปตลอดชีวิตหรือไม่” บาทหลวงถามขึ้น เสียงคำถามดังไปทั่วทั้งห้อง

นันทวัฒน์หันมามองนลินีเพียงชั่วครู่ ก่อนจะตอบเสียงเรียบว่า "ครับ"

คำตอบที่เย็นชานั้นทำให้นลินีรู้สึกหนาวสะท้านในใจ เธอพยายามซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ในใจ และตอบรับคำถามของบาทหลวงอย่างมั่นคง "ค่ะ ฉันยินดี"

หลังจากแลกเปลี่ยนคำสาบานและสวมแหวนให้กันและกัน ทั้งคู่ก็ถูกประกาศให้เป็นสามีภรรยากันอย่างเป็นทางการ แต่แทนที่จะมีรอยยิ้มแห่งความสุข นลินีรู้สึกถึงน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลรินในใจของเธอ เธอรู้ว่าความรักครั้งนี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่เธออยากจะให้เป็นจริง แต่ความเป็นจริงกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ในขณะที่แขกทุกคนต่างปรบมือแสดงความยินดี นลินีมองดูสามีของเธอที่หันไปสนทนากับแขกอย่างไม่ใส่ใจเธอ เธอได้แต่หวังในใจว่าสักวันหนึ่ง เขาอาจจะมองเธอด้วยความรัก เหมือนที่เธอมองเขาในวันนี้

เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น เมื่อหนึ่งเดือนก่อนในห้องรับแขกที่หรูหราและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เคร่งขรึม สมาชิกสองครอบครัวใหญ่ครอบครัวนันทวัฒน์และครอบครัวนลินี นั่งอยู่ตรงข้ามกันบนโซฟาหลุยส์ที่เรียงรายอยู่กลางห้อง เสียงนาฬิกาตั้งพื้นดังเป็นระยะ ๆ เตือนถึงเวลาที่ค่อย ๆ เดินผ่านไปอย่างช้า ๆ ทุกคนในห้องต่างเฝ้ารอการสนทนาที่จะเปลี่ยนชีวิตของสองหนุ่มสาวตลอดไป

นลินี นั่งอยู่ข้างแม่ของเธออย่างสงบ ดวงตาของเธอพยายามไม่สบตากับนันทวัฒน์ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง เธอรู้ดีว่าบทสนทนานี้จะนำไปสู่สิ่งที่เธอทั้งหวังและหวาดกลัวมานาน นั่นคือการแต่งงานกับชายที่เธอแอบรักตั้งแต่ยังเด็ก

นันทวัฒน์เองก็นั่งเงียบ เขาแต่งตัวในชุดสูทเรียบหรู ท่าทางของเขาแสดงออกถึงความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยว แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังจะต้องเข้าสู่ชีวิตคู่ที่ถูกบังคับ ทั้งที่หัวใจของเขามีคนอื่นอยู่แล้ว

“นันทวัฒน์... ลูกรู้ใช่ไหมว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เราสามารถปฏิเสธได้” พ่อของเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม นันทวัฒน์หันมามองพ่อของเขา สายตาเต็มไปด้วยความตึงเครียด “ผมรู้ครับพ่อ แต่ทำไมต้องเป็นผม ทำไมเราต้องใช้ชีวิตของผมในการประสานธุรกิจ”

พ่อของเขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบ “การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ มันเกี่ยวข้องกับเกียรติของตระกูล เราจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ทั้งสองตระกูลไว้ เพื่อความเป็นปึกแผ่นในอนาคตของทั้งสองครอบครัวของเรา”

นลินีที่นั่งฟังอยู่รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงของนันทวัฒน์ เธอรู้สึกอยากจะบอกเขาว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานภายใต้สถานการณ์แบบนี้ แต่เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

“นลินี ลูกมีอะไรจะพูดไหม” แม่ของเธอถามเบา ๆ ขณะที่มองดูลูกสาวด้วยความห่วงใย

นลินีส่ายหน้าเบา ๆ “หนูพร้อมค่ะ พร้อมที่จะแต่งงานตามที่ทุกคนต้องการ” คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจที่พยายามปิดบังความรู้สึกที่แท้จริง เธอรู้ดีว่านี่คือทางเลือกเดียวที่จะรักษาเกียรติของครอบครัว และแม้ว่าเธอจะต้องแลกกับความฝันของตัวเอง เธอก็ยอม

นันทวัฒน์รู้สึกถึงความจริงจังในน้ำเสียงของนลินี เขาหันมามองเธอเป็นครั้งแรกในคืนนั้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและเสียใจ แม้เขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ แต่การที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก ก็เป็นเรื่องที่ยากจะรับมือ

“ถ้าอย่างนั้น...เราตกลงว่าจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่กันในเดือนหน้า” พ่อของนันทวัฒน์กล่าวเสียงหนักแน่น ซึ่งเป็นการยืนยันถึงชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยง

นันทวัฒน์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงพยักหน้าเงียบ ๆ ขณะที่ในใจรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่สำคัญหลุดลอยไป เขาหันกลับไปนั่งอย่างเงียบ ๆ ขณะที่บรรยากาศในห้องกลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง

อ่านต่อ

สารบัญ พันธการสายใยรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แซ่บสยิว
7.8
โชคชะตาของคนทั้งคู่ถูกขีดเส้นเอาไว้ล่วงหน้าด้วยพันธะแห่งการคลุมถุงชน เมื่อเขากับเธอต้องตกอยู่ในสถานะคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยตามความต้องการของผู้ใหญ่ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อผูกมัดในอดีตกำลังจะถูกทดสอบในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันร้อนแรง ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสองจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นและพันธนาการที่ถูกผูกไว้ตั้งแต่เด็กนี้ได้อย่างไรในเส้นทางรักสุดแซ่บ
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์