
วางแผนเพื่อเธอ
ตอน 2
แม้เขาจะกำลังพูดกับปลายสายอยู่ แต่สายตากลับจ้องมองมาที่เธออยู่ตลอดเวลา
ม่านตาของเสิ่นเฉียวหดตัวลง เธอรู้ดีว่านี่คือบทลงโทษที่ลี่จิ่งฮั่นมอบให้กับเธอ
เมื่ออยู่ต่อหน้าลี่จิ่งฮั่น เธอไม่มีแม้แต่กำลังจะโต้ตอบอะไรได้เลย
ความรู้สึกอึดอัดจากการถูกกดขี่ การถูกเหยียดหยามและเยาะหยันถาโถมเข้ามาพันธนาการเธอเอาไว้
ลี่จิ่งฮั่นกดวางสายอย่างไม่ใส่ใจ “ไว้คุณยอมรับผิดเมื่อไหร่ ผมค่อยสั่งให้คนกลับมาเริ่มการรักษาแม่ของคุณอีกครั้งแล้วกันนะ”
เสิ่นเฉียวข่มความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาในทรวงอกเอาไว้ แล้วก็กัดฟันพูดว่า “ฉันไม่ผิด แล้วฉันก็จะไม่มีวันยอมรับผิดเด็ดขาด ลี่จิ่งฮั่น ในที่สุดฉันก็ได้เห็นธาตุแท้ของคุณแล้วว่าคุณนั้นเลือดเย็นขนาดไหน!”
แววตาของลี่จิ่งฮั่นเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา เขาพูดขึ้นอย่างเนิบ ๆ ว่า “ผมจะรอวันที่คุณมาคุกเข่าอ้อนวอนผมแล้วกัน”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
นับตั้งแต่เขากลับมาจนถึงตอนนี้เพิ่งผ่านไปเพียงสิบนาทีเท่านั้น แต่เขากลับนำพาหายนะมาสู่ชีวิตเธออย่างแท้จริง
เสิ่นเฉียวทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าและสิ้นหวังจับขั้วหัวใจ
ทว่าไม่นานนักเธอก็รีบดึงสติกลับมา ในเมื่อค่ารักษาของแม่ถูกระงับแล้ว เธอจึงต้องรีบไปที่โรงพยาบาลโดยด่วน
หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นกับคุณพ่อและบริษัท คุณแม่ก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
โชคดีที่กู้ชีพได้อย่างทันท่วงทีจึงยังมีชีวิตอยู่ ทว่าท่านกลับต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ตลอดชีวิตที่เหลือทำได้เพียงพึ่งพาอุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาแพงเพื่อยื้อลมหายใจเอาไว้เท่านั้น
หลังจากไปถึงโรงพยาบาล เสิ่นเฉียวก็รีบถอนเงินทั้งหมดที่มีในบัตรออกมาจ่ายค่ารักษาต่อให้แม่ทันที
ตลอดสามปีที่แต่งงานมา เธอยังคงทำงานอยู่ตลอด
แต่เงินในบัญชีกลับใช้จ่ายค่ารักษาได้เพียงแค่สามเดือนเท่านั้น
หากต้องการจะหลุดพ้นจากชีวิตแต่งงานครั้งนี้ อันดับแรกคือเธอต้องยืนหยัดได้ด้วยตัวเองและไม่ขอรับความช่วยเหลือใด ๆ จากลี่จิ่งฮั่นอีก
เสิ่นเฉี่ยวกดโทรศัพท์ออกไปหาใครคนหนึ่ง
“พี่เฉิน ฉันต้องการความช่วยเหลือจากพี่ค่ะ”
พี่เฉินเปรียบเสมือนเป็นผู้จัดการของเธอ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อชื่อเสียงในฐานะช่างภาพสัตว์ป่าของเธอเริ่มโด่งดัง งานบางส่วนก็ได้พี่เฉินนี่แหละที่เป็นคนช่วยจัดการให้
อีกฝ่ายมีคอนเนคชั่นที่กว้างขวางมาก ถึงขนาดที่ว่าช่วยเธอแก้ปัญหาตรงหน้าได้ ในการพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อกี้นี้ พี่เฉินยังแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งที่เธอเผชิญและรับปากว่าจะช่วยเธออย่างเต็มที่อีกด้วย
เวลาหนึ่งทุ่มตรง
เสิ่นเฉียวได้ขับรถมาถึงที่อาคารจิ่งรุ่ย
พี่เฉินช่วยนัดผู้จัดงานในการประกวดครั้งนี้ให้กับเธอ
ในกระเป๋าถือที่อยู่ข้างกายเธอ คือหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการที่ลู่ซือหน่วนขโมยผลงานของเธอในครั้งนี้
เสิ่นเฉียวตรงไปยังห้องส่วนตัวหมายเลข 2203 ทันที
ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเปิดออก ก่อนจะมีชายร่างอ้วนฉุลงพุงท่าทางดูน่าสะอิดสะเอียนคนหนึ่งเดินเข้ามา
เสิ่นเฉียวทักทายอย่างสุภาพว่า “สวัสดีค่ะ คุณหวัง ฉันคือเสิ่นเฉียว ผู้เข้าแข่งขันในครั้งนี้ แต่ผลงานของฉันถูกคนอื่นนำไปแอบอ้าง ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณค่ะ พี่เฉินน่าจะบอกคุณไว้แล้วใช่ไหมคะ”
หวังควนมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาหื่นกระหาย “ที่แท้คุณก็คือช่างภาพเสิ่นผู้โด่งดังนี่เอง ทั้งสาวทั้งสวยขนาดนี้แท้ ๆ แต่กลับต้องไปถ่ายงานในที่อันตรายแบบนั้น คงลำบากน่าดูเลยนะครับ”
“ดูใบหน้าสวย ๆ กับมือน้อย ๆ นี่สิ มาทำงานถ่ายภาพบุกป่าฝ่าดงแบบนี้ เสียของชะมัด”
เขาพูดพลางยื่นมืออันอวบอ้วนเข้ามาทางเธอ
รอยยิ้มของเสิ่นเฉียวแข็งทื่อเล็กน้อย เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน แล้วก็ยัดเอกสารที่เตรียมไว้ใส่มือของเขา
“คุณหวังคะ คุณลองดูหลักฐานชุดนี้ก่อนเถอะค่ะ ในฐานะผู้จัดงานครั้งนี้ คุณหวังน่าจะเข้าใจช่างภาพที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้สารคดีอย่างพวกเราดี ฉันแค่ต้องการความยุติธรรมเท่านั้นค่ะ”
หวังควนเหวี่ยงแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะกระตุกมุมปากหัวเราะเยาะออกมา
“เสิ่นเฉียว คุณคงไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นคิดว่าถ้าไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนอะไรเลย ผมจะยอมล่วงเกินกับคุณลี่เพื่อสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมนั่นหรอกนะ”
เสิ่นเฉียวกำหมัดแน่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนเล็บอันแหลมคมจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ
“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา...…”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ หวังควนก็ชิงหัวเราะเยาะออกมาซะอย่างนั้น
เขาพูดด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยามว่า “นี่คุณไม่รู้หรือไงว่าลี่จิ่งฮั่นมีอิทธิพลในวงการนี้แค่ไหนน่ะ?”
ความหวังสุดท้ายที่ริบหรี่ของเสิ่นเฉียว ในวินาทีนี้พลันมอดดับลงในพริบตาไปอย่างสมบูรณ์
เธอจะไม่รู้สถานะของลี่จิ่งฮั่นได้ยังไงกันล่ะ
เขาใช้เวลาเพียงห้าปีผลักดันลี่ซื่อกรุ๊ปขึ้นสู่จุดสูงสุด จน ณ ตอนนี้เมื่อมองภาพรวมทั่วทั้งเมืองหลวง ความยิ่งใหญ่ของลี่ซื่อกรุ๊ปก็เป็นรองแค่เผยซื่อกรุ๊ปเท่านั้น
“แต่เห็นแก่หน้าสวย ๆ ของคุณ ถ้าคุณยอมปรนนิบัติผมให้เต็มที่สักคืน เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”
หวังควนพูดพลางโถมร่างกายอันอ้วนฉุเข้าใส่เธอทันที
ทว่าก่อนที่มือปลาหมึกอันอวบอ้วนของเขาจะได้สัมผัสเสิ่นเฉียว ประตู ห้องส่วนตัวกลับถูกเปิดออกอย่างแรง จากนั้นหวังควนก็โดนเรียวขายาวที่ทรงพลังเตะเข้าอย่างแม่นยำจนกระเด็นไปอัดกับกำแพง
เสิ่นเฉียวหันไปมองทางประตูโดยสัญชาตญาณ ทว่าวินาทีที่เห็นชัดว่าผู้มาเยือนคือใคร เธอก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
เผยลี่ชวนงั้นเหรอ
ศัตรูตัวฉกาจของลี่จิ่งฮั่นนี่
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
คุณอาจจะชอบ





