
วางแผนเพื่อเธอ
ตอน 3
หวังควนเอามือกุมท้องพลางกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นมา “ใครมันรนหาที่ตาย กล้ามาถีบกูวะ เดี๋ยวกูจะจัดการ……”
ทว่าเขายังด่าไม่ทันจบประโยคดี พอเห็นว่าผู้มาเยือนคือ เผยลี่ชวน เขาก็ต้องตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวทันที
จากนั้นเขาก็รีบเข้าไปเลียแข้งเลียขา พร้อมเผยรอยยิ้มเอาอกเอาใจออกมาในพริบตา
“คุณเผย ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่ได้ครับ?”
หมอนี่เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้ากระดาษซะอีก
เผยลี่ชวนไม่แม้แต่จะชายตามองหวังควนด้วยซ้ำ เขาจับจ้องไปยังเสิ่นเฉียวด้วยสายตาเย็นชา
“ไสหัวไปซะ!”
หวังควนรีบพยักหน้าโค้งคำนับอย่างลนลานทันที “ครับ คุณเผย ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!”
หลังจากหวังควนออกไป ในห้องส่วนตัวก็เหลือเพียงเผยลี่ชวนและเสิ่นเฉียวแค่สองคนเท่านั้น
บรรยากาศอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่ว ทั้งสองคนไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น บริเวณรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มหล่นเลยทีเดียว
เสิ่นเฉียวอ่านความคิดของเผยลี่ชวนไม่ออก จึงทำได้เพียงหยั่งเชิงดูว่า “ขอบคุณคุณเผยมากนะคะที่เมื่อกี้นี้อุตส่าห์ยื่นมือเข้ามาช่วย”
เผยลี่ชวนเลื่อนเก้าอี้นั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะกวาดสายตามองเอกสารที่เสิ่นเฉียวรวบรวมเอาไว้
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ”
เขาพลิกอ่านเอกสารอย่างเนิบช้า ทำให้สายตาของเสิ่นเฉียวดูสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ว่าระหว่างเธอกับลี่จิ่งฮั่นจะเป็นการแต่งงานกันแบบลับ ๆ แต่คนในวงการต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากัน
ในฐานะคู่ปรับตัวฉกาจ เผยลี่ชวนไม่รู้สึกว่าการที่เธอและเขามาอยู่ด้วยกันแบบนี้มันน่าอึดอัดบ้างเลยเหรอ
เสิ่นเฉียวกระแอมออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “คุณเผยคะ พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระต้องไปจัดการต่อ บุญคุณในวันนี้ ไว้ฉันจะหาโอกาสตอบแทนวันหลังแล้วกันนะคะ”
เธอเดินเข้าไปหมายจะหยิบแฟ้มเอกสารและเดินออกไป
ทว่าเขากลับชิงใช้มือที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนกดทับเอกสารไว้ เพื่อขัดขวางการกระทำของเธอ
เสิ่นเฉียวเหลือบไปเห็นแหวนนิ้วก้อยสีทองประดับเพชรเม็ดเล็กที่สวมอยู่บนมือซ้ายของเขา มันส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงไฟ บนนั้นเหมือนจะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก ๆ สลักอยู่ด้วย ติดตรงที่ว่าเธอมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
เผยลี่ชวนเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง “คุณเสิ่นครับ ผมชื่นชมในพรสวรรค์และความสามารถด้านการถ่ายภาพของคุณมาก ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะมาทำงานที่บริษัทของผมไหมครับ?”
รูม่านตาของเสิ่นเฉียวขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอมองไปที่เผยลี่ชวนด้วยความงุนงง
“แต่คุณก็รู้จักตัวตนของฉันดี ลี่จิ่งฮั่นกับคุณ…...”
“สิ่งที่ผมชื่นชมคือความสามารถของคุณ มันเกี่ยวอะไรกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณด้วยล่ะครับ?”
เผยลี่ชวนเคาะแฟ้มเอกสารฉบับนั้นเป็นจังหวะด้วยแรงมือที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป
“ถ้าคุณตกลง พรุ่งนี้คุณสามารถเข้ามาเซ็นเอกสารเริ่มงานที่บริษัทได้เลย ในขณะเดียวกัน ผมมีของขวัญต้อนรับการเข้าทำงานชิ้นหนึ่งที่คุณต้องพึงพอใจแน่ ๆ จะมอบให้คุณด้วยครับ”
สมองของเสิ่นเฉียวสับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว
เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมคนระดับเผยลี่ชวนถึงจงใจยื่นข้อเสนอไมตรีนี้ให้กับเธอ
เธอพูดด้วยความสับสนและลังเลว่า “คุณเผย ขอโทษด้วยนะคะ ฉันคงต้องขอปฏิเสธความปรารถนาดีของคุณในครั้งนี้แล้วล่ะค่ะ”
เผยลี่ชวนถามขึ้นมาอีกว่า “เป็นเพราะลี่จิ่งฮั่นงั้นเหรอ?”
เสิ่นเฉียวถูกตัวอักษรบนแหวนดึงดูดโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
ด้านบนนั้นเหมือนจะเป็นตัวเอสที่ตัวเล็กมาก ๆ เลย
“เปล่าค่ะ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก”
เมื่อพูดถึงลี่จิ่งฮั่น นัยน์ตาของเสิ่นเฉียวก็ต้องฉายแววเย็นชาและรังเกียจออกมาในทันที
แม้สายตาของเผยลี่ชวนจะราบเรียบและเย็นชา
ทว่าการที่เขาอยู่ในตำแหน่งผู้มีอำนาจมานานหลายปี
ทำให้เขาแผ่รังสีอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องพยายาม
เหมือนเช่นในตอนนี้ ต่อให้เขาจะนั่งอยู่ตรงนั้นเฉย ๆ หรือสีหน้าจะไร้อารมณ์ใด ๆ ก็ยังทำให้เธอยอมศิโรราบอยู่ดี
เสิ่นเฉียวทำได้เพียงพูดไปตามความจริงว่า “ฉันเป็นแค่ช่างภาพ ไม่ได้สัมผัสกับงานออฟฟิศมาหลายปีแล้ว ก็เลยกลัวว่าจะปรับตัวไม่ได้น่ะค่ะ”
เผยลี่ชวนพอได้ยินดังนั้นก็กระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมาจนแทบจะสังเกตไม่เห็น
ดูเหมือนเขาจะพอใจกับคำตอบของเธอมาก ถึงขั้นยอมอธิบายเพิ่มเลยว่า
“คุณแค่ทำในสิ่งที่คุณถนัดและรักต่อไปก็พอ ช่วงนี้เผยซื่อกรุ๊ปมีแผนจะถ่ายทำวิดีโอประชาสัมพันธ์เพื่อสาธารณกุศล แล้วผมก็รู้ดีว่าคุณถนัดเรื่องการเก็บอารมณ์ความรู้สึกผ่านหน้ากล้องมากแค่ไหน”
เสิ่นเฉียวเม้มริมฝีปากพลางขบคิดอย่างเงียบ ๆ
ช่วงหลายปีมานี้ เธอเดินหน้าทำสตูดิโอส่วนตัวมาโดยตลอด
แม้รายได้ในแต่ละเดือนจะไม่แน่นอน แต่เธอก็มีอิสระ
ทว่าเมื่อใดที่เซ็นสัญญา ก็ต้องมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ เข้ามาผูกมัด
แต่เพราะการถูกลี่จิ่งฮั่นบีบคั้นในช่วงหลังมานี้ ทำให้การบริหารสตูดิโอของเธอไม่ราบรื่นเหมือนเมื่อก่อน ที่สำคัญไปกว่านั้นคือรายได้ของเธอไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาลของแม่
ในเมื่อหน้าที่การงานของลี่จิ่งฮั่นรุ่งเรืองถึงขนาดนี้ คนคนเดียวที่อยู่เหนือกว่าเขาก็เห็นจะมีแค่เผยลี่ชวนแล้วล่ะ
เผยลี่ชวนราวกับมองทะลุถึงความกังวลในใจของเธอ เขาพูดประโยคหลังเสริมขึ้นมาอย่างเนิบ ๆ ว่า
“ผมสามารถร่วมหุ้นในสตูดิโอของคุณในรูปแบบของการลงทุนได้ด้วยเช่นกัน แบบนี้ คุณก็จะยังเป็นผู้มีอำนาจควบคุมสตูดิโอที่แท้จริงและยังคงได้รับอิสระตามเดิมยังไงล่ะครับ”
เสิ่นเฉียวมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เพราะเขายื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยจริง ๆ
“คุณเผยคะ ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงเลือกที่จะร่วมงานกับฉัน บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเผยซื่อกรุ๊ปมีช่างภาพมาสมัครงานมากมายนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วยคะ?”
เสิ่นเฉียวเสริมขึ้นในระหว่างที่กำลังใช้ความคิดว่า
“ถ้าคุณหวังผลจากความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาระหว่างฉันกับลี่จิ่งฮั่นละก็ ฉันขอบอกคุณให้ชัดเจนตรงนี้เลยแล้วกันค่ะว่าพวกเราสองคนกำลังจะหย่ากัน”
คุณอาจจะชอบ





