ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซาตานเถื่อน

พันธะรักซาตานเถื่อน

วิลาสินีตัดสินใจหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังโดยไม่คิดพึ่งพาพ่อของเด็ก หลังจากที่เขาเคยมองข้ามความรักของเธอไปอย่างไม่ใยดี ทว่าเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ความใกล้ชิดที่แสนหวานกลับทำให้เธอเริ่มหวั่นใจ เธอไม่แน่ใจว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาคือความรักที่แท้จริง หรือเป็นเพียงแผนการอันแยบยลเพื่อทวงสิทธิ์ในตัวทายาทกันแน่ ท่ามกลางความระแวงในใจ เธอจะกล้าเชื่อใจซาตานที่เคยทำร้ายจิตใจเธอได้ลงหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

ในวันที่อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน อุณหภูมิต่ำกว่ายี่สิบองศาทั้งที่อยู่ในช่วงกลางเดือนเมษายนของกรุงเทพมหานคร เหตุเพราะระยะนี้มีผลมาจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน สภาพจิตใจของใครบางคนก็ปรวนแปรไม่แพ้กัน ศิรศักดิ์พาหัวใจอันห่อเหี่ยวสิ้นหวังมาพักใจที่ห้องพักส่วนตัวของวิลาสินี ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนต่างเพศที่เขาสนิทที่สุดนับตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจนกระทั่งวันนี้ จากค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากเขารู้สึกตัวตื่น ก็ต้องพบกับความอึดอัดใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าเพื่อนสาวนั่งคอยปรนนิบัติพยาบาลเขา ในฐานะคนเมามายมาตลอดทั้งคืน ภาพที่เห็นนั้นวิลาสินีหน้าซีดเผือด ใต้ดวงตามีรอบดำคล้ำ ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นเหตุมาจากไม่ได้หลับ ไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน

ศิรศักดิ์มาหาเพื่อนสาวบ่อยๆ ในเวลาที่เขารู้สึกไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องความรัก แต่สำหรับเรื่องหลังแล้ว มักจะบ่อยกว่าสาเหตุอื่นๆ เพราะทุกครั้งที่มีปัญหากับคนรัก ศิรศักดิ์มักจะหาที่พักใจ เพื่อหลบเลียแผล นั่นก็คือห้องพักของวิลาสินีนั่นเอง เป็นความเคยชินเมื่อสุขภาพความรักมีปัญหาเขาก็จะเห็นแต่หน้าวิลาสินีลอยมาแล้วก็พาตัวเองมาถึงที่นี่อย่างสติเลื่อนลอยอยู่เสมอ เพื่อระบายความในใจ ปรับทุกข์ที่ถาโถม เพราะวิลาสินีคือเพื่อนเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขา ไม่เคยทอดทิ้งแม้ในวันที่เขารุ่งเรืองที่สุด หรือตกต่ำที่สุด

...คืนวันที่ผันผ่าน ชีวิตเขาผ่านเรื่องราวมากมาย แต่เมื่อหันไปข้างกาย จะมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่เคยจากไปไหน...

คนนั้นคือ... วิลาสินี

ความคิดสำนึกบุญคุณที่สุดซาบซึ้งใจที่มีต่อเพื่อนสาวหลังจากศิรศักดิ์ลืมตาตื่นนอนขึ้นมาอย่างทรมาน เพราะมันยังรู้สึกมึนหัวอยู่จนอยากเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด หากทันทีที่มองเห็นร่างเล็กของเพื่อนสาว ก็กลายเป็นความเจริญตาจนเพลิดเพลินไปเสียอย่างนั้น สายตาทอดมองอย่างนึกเอ็นดูเจือความเกรงใจ วิลาสินีฟุบหลับข้างเตียงเขา มือแกร่งเอื้อมไปสะกิด จนหญิงสาวรู้สึกตัวตื่น

“ตื่นแล้วหรือ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นถาม หลังจากตัวเองรู้สึกตัวตื่น เสียงงัวเงีย เส้นผมเล็กละเอียดดุจแพรไหมดูยุ่งเหยิงเพราะแรงกดทับจากการหลับนอน หน้าสดก็จริง แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ดูขี้ริ้วขี้เหร่เลยแม้จนนิดเดียว แปลกที่ภาพเพื่อนสาวตื่นนอนใหม่ๆ ในวันนี้กลายเป็นภาพน่าดู สวยน่าค้นหาอย่างที่ศิรศักดิ์ไม่เคยได้สะดุดตามาก่อน

“อืม...” ตอบพร้อมยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก อาการปวดหัวหนึบๆ สุดแสนทรมานหลังอาการเมาหัวราน้ำยังคงโจมตีไม่จางหาย เขาค่อยๆ หลับตาแน่น เพื่อทบทวนและตั้งสติ ก่อนพูดขึ้นว่า “ผมรู้สึกอับอายนีทุกครั้ง... ที่อ่อนแอแบบนี้แล้วยังมากวนใจนีถึงที่นี่อีก” เขาระบายความในใจอย่างสำนึกผิด ดวงหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงไปกว่าเวลาปกติ เขาดูหมดอาลัยตายอยาก เหมือนร่างไร้วิญญาณ เป็นซอมบี้ที่เดินได้

“ช่างเถอะ... นีชินแล้วน่ะ” ว่าพลางทำหน้างอใส่เพื่อน “ก็ทุกทีรู้สึกตัว ก็สัญญาตลอดว่าคราวหน้าจะไม่ทำอีก... แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น” ‘พอเจออะไรกระทบใจเข้าหน่อย ก็เมาแอ๋เหมือนเดิม’ วิลาสินีตัดพ้อพานก็อดตำหนิในใจไม่ได้กับคำมั่นสัญญาที่เพื่อนเคยให้ แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิมทุกที

“ก็จริง... ขอโทษนะ ที่ไม่เคยทำตามสัญญา” เพื่อนหนุ่มเอ่ยถ้อยคำสารภาพ เขาเห็นภาพชินตาที่วิลาสินีต้องอดตาหลับขับตานอนเพื่ออยู่ดูแลเขาเวลาที่เมาหมดสภาพแบบนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เขารู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้หันหน้าไปพึ่งน้ำเมาไม่ได้ทุกครั้งที่เสียใจ โดยเฉพาะเรื่องความรักที่เขาหวังจะเจอผู้หญิงดีๆ ที่รักเขาอย่างจริงใจสักที แต่นี่ก็ไม่รู้กี่ครั้งเข้าไปแล้วที่เหลวไม่เป็นท่า โดยเฉพาะกับรักครั้งนี้ สุนิตา หรือนิต้า เป็นผู้หญิงที่เขารักหมดใจ แต่ดูเหมือนว่าวิมานบนอากาศที่เขาสร้างไว้จะพังครืนลงมาในชั่วพริบตาเมื่อเจ้าหล่อนตีจากและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“อืม...” หญิงสาวเอ่ยพึมพำรับรู้

“มีความรักมันทรมานขนาดนี้ นีน่ะโชคดีมากนะรู้มั้ย ที่ไม่มีแฟนน่ะ อยู่บนคานทองนิเวศน์อย่างนี้ล่ะ อย่าไปรักใครเข้านะ ตอนรักอะไรๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่พอหมดรัก พิษของมัน ยากเกินรับไหว...” ศิรศักดิ์พูดอย่างอดอาลัยตายอยาก แววตาเขาว่างเปล่า ไม่มีจุดหมาย ไม่มีสีสันความสดใสขี้เล่นอย่างทีเคยๆ ให้เห็น

“คนบ้า! นีอุตส่าห์ช่วยดูแลมาตลอดทั้งคืน ตื่นขึ้นมาแทนที่จะขอบอกขอบใจ พูดแต่สิ่งดีๆ กลับมาแช่งให้เราขึ้นคานเสียนี่” ว่าเพื่อนพร้อมทำหน้างอง้ำ คนอุตส่าห์เช็ดหน้า เช็ดตัวให้ ตื่นขึ้นมาแทนที่จะสำนึก ไม่มีเลยเสียล่ะ แถมยังแช่งเพื่อนให้ขึ้นคาน จะบ้าหรือไง ชีวิตลูกผู้หญิง เป็นใครก็ฝันถึงวันแต่งงาน ได้สวมชุดเจ้าสาวสวยๆ ทั้งนั้นล่ะ ใครอยากแก่หง่อมบนคานกันเล่า ต่อให้เป็นคานทองคำก็เถอะ หญิงสาวคิดอย่างนึกโมโห นี่ถ้าไม่คิดว่าสงสารที่เมาจนหัวราน้ำมา เธอจะทุบกำปั้นให้สักตั้งหนึ่งเลยเชียว

“อ้าว นี่นีมีแฟนเหรอ?” ศิรศักดิ์ทำเสียงกระเซ้า พร้อมลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่หน้าคนเพิ่งตื่นนอนยังแดง ตาแดงเพราะพิษเหล้า แถมผมฟูๆ นั่นอีก สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย ผุดลุกขึ้นนั่งกะทันหันทำเอาผ้าขนหนูผื่นเล็กๆ สีขาวที่วางบนหน้าผากก่อนหน้าร่วงลงมาอยู่บนกล้ามท้องเขา

“ยังหรอก...” ‘ก็อยากมีเหมือนกันนั่นล่ะ... ก็ชอบอยู่หรอก... แต่เขาไม่รู้ตัวสักที’ หญิงสาวคิดในใจ นึกน้อยใจอยู่บ้างที่เป็นได้แค่เพียงคนที่เขามองข้าม ข้ามไปทางซ้ายที ข้ามไปทางขวาที ไม่รู้จะต้องรอถึงเมื่อไหร่ ถึงจะกลายเป็นคนสำคัญขึ้นมาบ้าง หน้าตาเรารึก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลย...

“นี่นีดูแลผมทั้งคืนหรือไง?”

“ก็ใช่น่ะสิ นี่ห้องเรานี่” หญิงสาวเอ่ย

“อืมจริงด้วย ขอบใจมากนะครับ แต่ว่าคราวหน้าไม่ต้องเอาผ้ามาซับหน้าแบบนี้หรอก ผมเมานะ... ไม่ได้เป็นไข้” ศิรศักดิ์มิวายพูดเย้าแหย่เข้าให้อีก ก็เวลาอยู่กับเพื่อนสาวทีไร ใจมันนึกยังไงไม่รู้ อยากแกล้ง อยากหยอกไปหมด เขาละชอบจริงๆ เวลาวิลาสินีแก้มแดงเพราะความเขินอาย เป็นสาวขี้อายมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว สมัยก่อนตอนเรียนชั้นประถม วิลาสินีจะโดนเพื่อนผู้ชายแกล้งบ่อยๆ จนบางทีร้องห่มร้องไห้ ก็ได้ศิรศักดิ์นี่ล่ะที่เป็นฮีโร่มาช่วย และคอยปกป้องมาตลอด จึงทำให้ทั้งสองเป็นเพื่อนรัก สนิทกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ย่ะ ยังจะมีคราวหน้าอีกหรือ เลิกทำตัวขี้เมาแบบนี้ได้แล้ว”

“ก็คนมันเสียใจ” ศิรศักดิ์ยังคร่ำครวญ ตั้งแต่คบหากับผู้หญิงมา มีสุนิตานี่ล่ะที่เขารักนักรักหนา แต่ทำไมสิ่งที่เธอทำกับเขาไม่สมกับที่เขารักหมดจิตหมดใจเลยก็ไม่รู้ มันน่าเสียใจไหมเล่า

“เสียใจก็ต้องทำใจสิ ไม่ใช่อะไรก็กินเหล้า” เพื่อนสาวเอ็ดทั้งที่รู้ว่าเพื่อนกำลังเศร้า แต่เธอก็ห่วงเขา อยากให้คิดได้ อยากเห็นเพื่อนหันมารักตัวเองบ้าง

“โอเคๆ จะพยายามก็แล้วกัน บ่นเป็นสาวแก่ไปได้”

“พูดมากจริง คราวหน้าไม่ช่วยแล้ว เมามาก็จะปล่อยให้ตายหน้าตึก จะเมาหรือจะเป็นไข้ ต่อไปไม่สนใจแล้วนะ จะปล่อยให้ตาย” คนเป็นเพื่อนโต้กลับอย่างแสนงอน ใจนึกหมั่นไส้คนเพิ่งสร่างเมาที่นอนจ้องหน้าบนเตียงนึกเชียว

“จริงดิ่?” คนสร่างเมายังยั่วไม่เลิก

“อืม...” คนหน้างอพึมพำส่งไปอีก คนเป็นเพื่อนรู้ว่าหญิงสาวเริ่มงอน จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“ว่าแต่... นียังไม่มีแฟนใช่มั้ย?” เพื่อนสนิทยังคงคาใจ

“ศักดิ์ถามทำไม” ‘จะขอเราเป็นแฟนหรือไง’ เริ่มประหม่าอดมโนไม่ได้จริงๆ ว่าความอกหักรักคุดบ่อยๆ ของเพื่อน เผื่อเขาจะมองเห็นหัวเธอบ้าง ใครจะไปรู้เกิดฟลุ๊คส้มหล่นขึ้นมา ฝันหวานๆ ของวิลาสินีก็จะได้เป็นจริงสักที หญิงสาวคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง เพราะแอบรักเพื่อนคนนี้มานานปี แต่สิ่งที่ศิรศักดิ์มีให้ ไม่มีอะไรพิเศษเกินเลยคำว่า ‘เพื่อน’ เลยแม้แต่น้อย

“ถ้ามีผมจะได้ไม่มากวนบ่อยๆ” เขาว่า เพราะความสนิทสนมมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นมาความสนิทก็ยังคงไม่มีวันจาง ยังคงไปมาหาสู่ อยู่ค้างอ้างแรมในบางครั้ง จนบางทีก็ลืมนึกไปว่า แม้จะเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมากแค่ไหน ก็ยังถือว่าเป็นเพื่อนต่างเพศอยู่ดี และเพื่อนสาวของเขาก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวบ้าง เขาเข้าใจมาตลอดว่าวิลาสินีเป็นสาวโสดที่ทำแต่งาน ไม่คิดมองผู้ชายคนไหน เขาเลยไปมาหาสู่ได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าสถานะของเพื่อนเปลี่ยนไป เขาเองก็ต้องเว้นระยะห่าง ก็เพื่อนมีแฟน เขาคงมาบ่อยๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

“อืม... ไม่มีหรอกแฟน... มีแต่แฟนคลับ” วิลาสินีทำท่าคิดก่อนครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงพึมพำ

“แฟนคลับ? นีเนี่ยนะมีแฟนคลับ” ศิรศักดิ์หลุดขำ มีเพื่อนเป็นดารารึก็ว่าไปอย่าง นี่สาวพนักงานออฟฟิศปกติธรรมดา จะหาแฟนคลับมาจากไหน นีละก็ช่างคิดเสียจริง

“ล้อเล่นน่ะ จะเอามาจากที่ไหนล่ะ แฟนคล่งแฟนคลับ พูดเล่น” เธอว่า พลางหลุดหัวเราะกิ๊ก เพื่อนหนุ่มยิ้มกว้างขวาง รู้อาการว่าถ้าแบบนี้เพื่อนสาวคงหายงอนเข้าแล้วล่ะสิ จากนั้นก็ชวนคุยต่อ

“โสดน่ะดีแล้ว” ว่าพลางดีดตัวลุกขึ้น แต่มิวายต้องหลับตาแน่นอีกครั้งเพราะยังมึนหัวอยู่ไม่หาย

“ยังมึนหัวหรือ... อาการแบบนี้ต้องถอนหรือเปล่า” ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เวลาผู้ใหญ่กินเหล้าชอบพูดกันจนเธอได้ยินติดหูแล้วก็ท่องได้ขึ้นใจ ‘ศุกร์เมา-เสาร์นอน-อาทิตย์ถอน-จันทร์ลา’ เจริญชาติไทยล่ะทีนี้ ถ้าเมากันทั้งบ้านทั้งเมืองสภาพเศรษฐกิจคงแย่ ก็เล่นจะลางานกันทุกวันจันทร์น่ะสิ

“สงสัย” เขาเห็นคล้อยตามอย่างขันๆ ก่อนเดินไปห้องน้ำ “ขออาบน้ำก่อนนะ” เขาว่า อย่างกับที่นี่เป็นห้องตนเองอย่างนั้นล่ะ

“ยังจะมาถาม ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของห้อง จะทำอะไรก็ตามสบายเถอะ เราจะเตรียมข้าวเช้าให้” เธอพ้ออย่างกระเง้ากระงอด ความจริงเธอก็ไม่รังเกียจหรอกถ้าศิรศักดิ์จะมาจะไปบ่อยๆ เพราะบางทีเธออยู่คนเดียวก็เหงาเหมือนกัน แต่ขานั้นจะมาก็ตอนไม่เหลือใครแล้วเท่านั้น ในขณะที่อีกฝ่ายรอคอยเขามาบ่อยๆ ทั้งที่เขาคงไม่เคยรู้ตัวเลยจริงๆ

“นีนี่ดีไปทุกอย่างนะ ทำไมไม่มีแฟนสักที” ยังมิวายทิ้งท้าย ก็เขามองว่าวิลาสินีก็เป็นผู้หญิงสวย ยิ่งโตก็ยิ่งสวย แม้ตอนเด็กๆ จะผอมแห้ง ผิวก็ดำเมี่ยมแถมกิริยามารยาทก็กระโดกกระเดกอย่างกับม้าดีดกะโหลก แต่พอโตเป็นสาวกลับสวยวันสวยคืน ผิวพรรณก็ขาวผ่องเป็นยองใย มองทีไรก็แทบอดใจเอาไว้ไม่ได้ นี่ถ้าไม่เห็นแก่ความเป็นเพื่อน เขาคงปิดการขายไปแล้วเรียบร้อย ก็ผู้ชายอย่างศิรศักดิ์ใช่จะปรานีพรหมจรรย์สาวๆ ที่ย่างกรายเข้ามาในชีวิตได้ง่ายๆ เสียที่ไหน เขาคิดในใจทั้งมองเพื่อนสาวด้วยสายตาหวานเยิ้มโดยไม่รู้ตัว ก่อนหยิบผ้าเช็ดตัวพาดบ่าเดินอาดๆ เข้าห้องน้ำไป

“ก็หายโง่สักทีสิ... ไอ้เพื่อนบ้า!” เสียงหวานพึมพำในลำคอ ใจหวังว่าไอ้เพื่อนบ้าบางคนคงจะไม่ทันได้ยิน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักเมียครึ่งคืน
8.3
สำหรับเขาแล้ว คำว่ารักนั้นมีความหมายที่แสนเรียบง่ายแต่ทว่าหนักแน่นและมั่นคงอย่างยิ่ง นั่นคือไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอจะต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ความปรารถนาที่จะครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จกลายเป็นแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เขาทำทุกวิถีทางเพื่อผูกมัดเธอไว้ในอ้อมกอดของตนตลอดไป โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแทรกกลางในความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้เลยแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว นี่คือเรื่องราวความหลงใหลที่ไร้ซึ่งทางออก
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักอาหมอขา
9.0
หทัยชนกเติบโตมาพร้อมความผูกพันที่หยั่งรากลึกจนกลายเป็นความรักที่มีต่ออาหมอสิงอย่างไม่อาจถอนตัวได้ แม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างการคัดค้านจากผู้เป็นพ่อ แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมถอยหลังให้ความผิดหวัง เธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตหัวใจคุณอาหมอและฝ่าฟันกำแพงของครอบครัวไปให้ได้ โดยไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ขวางกั้นความปรารถนาในครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย รอยเสน่หาเทพบุตรเถื่อน
9.1
นิโคไล มหาเศรษฐีเพลย์บอยผู้รักอิสระต้องเผชิญกับความอัปยศกลางฝูงชน เมื่อสาวแปลกหน้าอย่างไอลดาทำร้ายเขาเพราะความเข้าใจผิดในคืนเร่าร้อน เขาจึงตามล่าตัวสาวหัวรั้นมากักขังเพื่อเค้นคำขอโทษผ่านข้อตกลงดินเนอร์มรณะ ด้านไอลดาที่หนีกลับไทยพร้อมรอยรักและความลับเรื่องลูกในท้อง ต้องพยายามปกปิดความจริงสุดชีวิตเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานระหว่างพ่อของลูกกับผู้หญิงที่เขาต้องการสยบ
หน้าปกนวนิยาย กลลวงลูกพันล้าน ของสามีฉัน
9.5
ตลอดสิบห้าปีที่แต่งงานกับทายาทหมื่นล้าน ฉันยอมสละความฝันที่จะมีลูกเพราะคำสาปร้ายที่คร่าชีวิตหญิงสาวผู้เป็นที่รักยามให้กำเนิดบุตร ทว่าเมื่อคุณปู่ใกล้สิ้นใจและต้องการผู้สืบทอดมรดก สามีจึงตัดสินใจจ้างหญิงอุ้มบุญที่มีหน้าตาถอดแบบจากฉันในวัยเยาว์มาทำหน้าที่แทน โดยอ้างว่าเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจเพื่อปกป้องชีวิตฉัน แต่ความจริงกลับกลายเป็นคำลวง เมื่อเขาเริ่มทอดทิ้งฉันไปหาหญิงคนนั้นแทบทุกคืน พร้อมข้ออ้างเรื่องการดูแลทางจิตใจจนหลงลืมวันสำคัญของเราไปจนสิ้น