ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ

เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ

ความเจ็บปวดจากการยึดมั่นในคำสัญญาจอมปลอมของรุจิภาส ทำให้ดรัลรัตน์ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สู้ชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียวอย่างสิปปภาสมาตลอดห้าปี เธอทิ้งทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางสายตาคนรอบข้างที่มองว่าเธอเห็นแก่เงิน ทว่าในวันนี้เมื่ออดีตคนรักหวนกลับมาพร้อมความพยายามที่จะชดใช้ความผิดและขอโอกาสแก้ตัว ดรัลรัตน์จึงต้องเลือกว่าจะเปิดใจให้เขาเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง หรือจะทิ้งเขาไว้เพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่เจ็บปวดตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

ห้าปีมานี้ ชีวิตของรุจิภาสผกผันไปมาก จากพนักงานตำแหน่งฝึกหัดเล็ก ๆ ของบริษัทหนึ่งในเครือที่เป็นกิจการหลักของบิดา ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้วในวันนี้

แม้จะยังไม่สูงสุดอย่างที่ใจวาดหวัง แต่มาได้ไกลกว่าเดิม นับว่าน่าพอใจไม่น้อย

ผู้คนต่างให้ความเคารพยำเกรงเขามากขึ้น ได้รับการนับหน้าถือตา มีเงินจับจ่ายใช้สอยคล่องมือ ทุกอย่างไม่ตึงเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

แต่แล้วในหัวใจส่วนลึกของรุจิภาสกลับดิ่งลงเหว ตรงข้ามกับความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานและสภาวะทางการเงินอย่างสิ้นเชิง

ห้าปีมานี้ รุจิภาสผ่านผู้หญิงมามากมาย ไหนจะคู่หมายที่มารดาเฟ้นหามาให้เขา แต่หัวใจของชายหนุ่มกลับต้องการเพียงหญิงสาวแค่คนเดียว

คนเดียวคนนั้นที่ทำให้เขารู้สึกถึงความรักลึกซึ้ง

ดรัลรัตน์...

มาวันนี้ เขาบอกได้เต็มปากเลยว่ายังคงรักดรัลรัตน์อยู่

ความผิดพลาดมากมายที่เขาเป็นคนก่อขึ้น รุจิภาสรู้ดีว่ามันล้วนแต่ทำให้ดรัลรัตน์เสียใจ ผิดหวังในตัวเขามาก

ความคิดที่จะกลับไปงอนง้อผุดเข้ามาในหัวของเขาหลายต่อหลายครั้ง รุจิภาสกัดฟันบอกตัวเองให้ยืดเวลาออกไปก่อน ยืดเวลาออกไปอีก ให้เขาประสบความสำเร็จมากกว่านี้หน่อย ค่อยกลับไปแก้ตัวใหม่

ดรัลรัตน์จะต้องเข้าใจเขา เธอรอเขาอยู่อย่างแน่นอน

“โปรด”

เสียงเรียกชื่อเขาดังมาแต่ไกล เสียงที่รุจิภาสคุ้นชินมาตั้งแต่เกิด ท่าทีของนางกชกรดูหลุกหลิกชอบกล นางตรงเข้ามาจับแขนบุตรชายให้นั่งลง แล้วเริ่มสนทนาขึ้น “เมื่อตอนบ่าย ซินแสทักแม่มาด้วยนะ”

รุจิภาสมองมารดานิ่ง ๆ ค่อยเอ่ยถามออกไป

“ทักว่ายังไงหรือครับ”

“ท่านถามว่าแกน่ะ ซุกลูกเอาไว้ที่ไหน พอแม่บอกว่าไม่มี ท่านก็ส่ายหน้าว่าไม่เชื่อ บอกให้ไปรับเอามาเลี้ยงเอง แล้วแกจะได้ขึ้นเป็นรองกรรมการบริหารไม่เกินสิ้นปีนี้แน่นอน ท่านคอนเฟิร์ม”

รุจิภาสมองมารดาด้วยสายตาเอือมระอาเล็กน้อย ก่อนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ตอนที่เขานำเรื่องเด็กชายสิปปภาสมาปรึกษา จำได้แม่นว่าตอนนั้นมารดาบอกให้ไปเอาเด็กออกอย่างเดียวเลย

มาวันนี้จะให้ไปเอามาเลี้ยงเอง ทางนั้นไม่มีทางยอมง่าย ๆ แน่

รุจิภาสถอนลมหายใจเบา ๆ พูดไม่ออก ตัวเขาไร้ความรับผิดชอบก็รู้ตัวเองอยู่

เรื่องของเด็กชายคนนั้น รุจิภาสจึงยกให้ทนายความช่วยดูแลทั้งหมด ตั้งแต่คลอดจนมาถึงวันนี้ เขาไม่เคยไปดูหน้าลูกเลยสักครั้งเดียว

นึกแล้วก็ให้กระดากใจไม่น้อย

นางกชกรมองบุตรชายที่นิ่งเงียบ ก็รีบโน้มน้าวต่อ “ซินแสยังบอกอีกนะว่าเด็กคนนั้นจะค้ำจะคูณพวกเรา โดยเฉพาะแกน่ะโปรด ดวงเกื้อหนุนกันมาก ๆ เลยนะ”

เขาไม่ได้เชื่อเรื่องโชคชะตาอย่างที่มารดาว่ามาเท่าไรนัก พึมพำว่า “ไม่รู้แม่เขาจะให้ไหม”

คนเป็นแม่คนเช่นกันเสียงแข็งใส่ทันที “ไม่ให้ได้ยังไง แกเป็นพ่อนะตาโปรด ถึงไม่เคยไปดูลูก ไม่ค่อยได้มีเวลาไปเยี่ยมไปหา แต่แกส่งเงินเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก็ถ้าต้องส่งเงินให้ไปแบบนี้ สู้เราทำเป็นตัดเงินไปเลย ดูซิว่าไม่มีเงินจากเรา ทางนั้นจะเลี้ยงเด็กได้ไหม ทนายเรามี ก็ให้ทำเรื่องฟ้องมันสิ จะต้องไปกลัวไปเกรงมันทำไม อย่าบอกนะว่ายังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ลง”

เขาไม่ได้กลัว แต่เกรงใจน่ะก็มีอยู่มากทีเดียว

ส่วนเรื่องลืมไม่ลงนั่น เป็นความจริงแท้อย่างที่มารดากล่าวท้วง ทุกวันนี้เขายังหาหนทางอยู่เสมอ ว่าจะกลับไปง้อดรัลรัตน์แบบไหน หากเล่นไม้แข็งใส่เลย ก็มีแต่ขาดสะบั้นกันพอดี ดรัลรัตน์เป็นประเภทเงียบเหมือนคนหัวอ่อน แต่เวลาโกรธขึ้นมา ไม่ไว้หน้าใครที่ไหนทั้งนั้น

“ผมไม่อยากใช้วิธีแบบนั้นเลยครับ”

นางกชกรเสียงอ่อนลง ทำเป็นคล้อยตามบุตรชาย “ไม่ใช้วิธีนั้นแล้วจะใช้วิธีไหน โปรดลูกรัก ลูกต้องไปเอาเด็กคนนั้นมาเลี้ยงให้ได้เลยนะ ติดขัดตรงไหน แม่จะช่วยเอง”

รุจิภาสพยักหน้าเนือย ๆ บอกว่าจะขอหาหนทางดูอีกที

พอดีกับที่มีสายเรียกเข้า พบว่าเป็นทนายความส่วนตัวของเขาเอง จึงสบโอกาสปลีกตัวจากมารดา เดินตรงไปยังสระน้ำที่ห่างจากจุดที่นั่งสนทนากับมารดาพอประมาณ คุยสายไป ก็ร้องอือตอบรับไปเบา ๆ ก่อนวางสายจากทางนั้นในเวลาต่อมา

หันมองหามารดาอีกที พบว่าท่านลุกจากไปแล้ว

เขามองไปยังความมืดที่เบื้องหน้า หวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ต้องตัดทุกอย่างเพื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว ก็ให้ปวดใจไม่น้อย เขาจมกับความคิด นึกถึงเศษเสี้ยวของหัวใจที่จำต้องปล่อยให้หลุดมือไป

คงถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะตามไปเอาเศษเสี้ยวที่สำคัญที่สุดชิ้นนั้นกลับเข้ามาต่อให้เป็นหัวใจเต็มดวงอีกครั้ง

ดรัลรัตน์ลดโทรศัพท์ในมือลง ไม่มีการตอบกลับใด ๆ เมื่อเธอทวงค่าเลี้ยงดูของเด็กชายสิปปภาสไปอีกครั้ง

ทวงหลายรอบแล้ว แต่ทางนั้นกลับทำเงียบ

บางทีก็นึกกระดากกับการทวง แต่แล้วจะให้ทำเฉย ๆ ไม่ติดตาม ไม่ทวงถามเลย แบบนั้นจะได้อย่างไรกัน

สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ มองลอดกระจกหน้ารถออกไป เห็นร่างอ้วนกลมที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ เป็นดั่งมวลแห่งความสุขของชีวิตของเธอ เดินตามทางปูน ออกมายังลานเข้าแถวแล้ว ค่อยเปิดประตูรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ลงไปรับ

เด็กชายสิปปภาสอายุเพียงสี่ขวบ แต่เพราะกินจุ กินเยอะ ร่างกายจึงใหญ่โตกว่าเพื่อนร่วมชั้น จะว่าไป สิปปภาสสูงใหญ่เกือบเท่ากับเด็กอนุบาลสามแล้วด้วย ทั้งที่อยู่แค่อนุบาลหนึ่งเท่านั้นเอง

บางทีอาจได้โครงสร้างร่างกายที่สูงใหญ่มาจากบิดาของเขาก็เป็นได้

นึกถึงทีไร ก็ให้ปวดแปลบในหัวใจทุกที กัดผนังปากด้านในเบา ๆ สั่งตัวเองให้เลิกนึกถึงคนมักมาก คนเห็นแก่ตัวแบบนั้นเสียที จะต้องไปนึกถึงเขาทำไมนัก จบกันแล้ว ก็ให้จบกันไปสิ

แล้วถึงได้ยิ้มกว้างให้กลุ่มเด็กตัวเล็กตัวน้อย ทั้งหญิงและชายที่พากันวิ่งกรูออกจากแถว บางคนไปหาผู้ปกครอง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หัวใจร้ายวิ่งราวรัก
9.3
โศกนาฏกรรมรักของฟาร่า นักร้องดังระดับฮอลลีวู้ดที่ยอมละทิ้งดัรวีช อดีตคนรักเพื่อไขว่คว้าความฝัน วันนี้เธอกลับมาเพื่อขอโอกาสและชดเชยความผิดพลาดในอดีต ทว่าดัรวีชที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้น เขาปฏิเสธคำขอโทษอย่างไร้เยื่อใยพร้อมประกาศกร้าวว่าความรักได้ตายจากใจไปแล้ว ท่ามกลางปมขัดแย้งในครอบครัวพี่น้องทั้งห้าคน ฟาร่าต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางอุปสรรคมากมายเพื่อเอาชนะใจชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...เจ้ขอ
9.4
เมื่อความเชื่อเรื่องการคบหาคนอายุน้อยกว่าถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดั่งยาอายุวัฒนะที่ช่วยให้ชีวิตกระชุ่มกระชวยจนเป็นอมตะ ทว่าในมุมมองของความสัมพันธ์ครั้งนี้ การเลือกครองคู่กับผู้ที่มีวุฒิภาวะมากกว่ากลับถูกยกย่องว่าเป็นความรักที่มั่นคงและยืนยาวตราบนิรันดร์ เรื่องราวความรักร่วมสมัยที่จะพาคุณไปสำรวจแง่มุมของหัวใจผ่านนิยามความต่างของวัยที่พร้อมจะพิสูจน์ว่ารักแท้ที่แท้จริงนั้นอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขของอายุเพียงอย่างเดียว
หน้าปกนวนิยาย เมียที่เคยรัก
8.7
ชาติภพก่อนเธอคือหญิงสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์ เป็นที่หมายปองของบุรุษมากหน้าหลายตาที่ต่างมอบความรักให้ ทว่าเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอเกิดใหม่อีกครา ทุกสิ่งกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิง ความหวังที่จะเป็นยอดดวงใจพังทลายลง เธอต้องตื่นมาพบกับความจริงอันแสนโหดร้ายในฐานะภรรยาที่สามีหมางเมินและลืมเลือน ด้วยความเจ็บช้ำ เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ เลือกก้าวถอยออกมาเพื่อเป็นเพียงอดีตภรรยาของเขาเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์อันแสนหวานที่เคยถักทอในอดีตจะเลือนหายไปและไม่มีวันหวนคืนมาได้อีกเลยจริงๆ หรือ
หน้าปกนวนิยาย กุมหัวใจคามินทร์
9.1
โชคชะตาเล่นตลกเมื่อชายแปลกหน้าที่เคยวิ่งหนีสาวๆ มาหลบหลังเธอ กลับกลายมาเป็นประธานจอมเผด็จการและเจ้านายคนใหม่ แม้เขาจะปากร้ายและใช้เงินฟาดหัวเพื่อเสนอให้เธอมาเป็นผู้หญิงในอาณัติ แต่หญิงสาวผู้รักศักดิ์ศรีกลับเลือกทำงานหนักจนตายดีกว่ายอมสยบให้คนเจ้าชู้ เธอประกาศกร้าวให้เขาไปหาความอ่อนโยนจากบรรดาสาวในสต็อก และเลิกยุ่งกับชีวิตเธอเสียที ทว่ายิ่งเธอผลักไสและคิดจะลอกคราบเสือหนุ่มให้สิ้นลาย เขากลับยิ่งสนใจในความแข็งกร้าวที่แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ