ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ

เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ

ความเจ็บปวดจากการยึดมั่นในคำสัญญาจอมปลอมของรุจิภาส ทำให้ดรัลรัตน์ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สู้ชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียวอย่างสิปปภาสมาตลอดห้าปี เธอทิ้งทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางสายตาคนรอบข้างที่มองว่าเธอเห็นแก่เงิน ทว่าในวันนี้เมื่ออดีตคนรักหวนกลับมาพร้อมความพยายามที่จะชดใช้ความผิดและขอโอกาสแก้ตัว ดรัลรัตน์จึงต้องเลือกว่าจะเปิดใจให้เขาเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง หรือจะทิ้งเขาไว้เพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่เจ็บปวดตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

แล้วถึงได้ยิ้มกว้างให้กลุ่มเด็กตัวเล็กตัวน้อย ทั้งหญิงและชายที่พากันวิ่งกรูออกจากแถว บางคนไปหาผู้ปกครอง บางคนวิ่งไปเล่นที่สนาม ที่ซึ่งมีเครื่องเล่นเยอะก็จริง แต่ค่อนข้างจะผุพังไปมาก

ร่างกลมในชุดนักเรียนตัวโคร่งที่เธอซื้อเผื่อให้ใส่ยาว ๆ จนจบอนุบาลวิ่งตรงมาทางนี้แล้ว พอถึง ก็โผเข้ากอดขาเธอแน่น ดีที่เกร็งตัวเอาไว้ทัน ไม่อย่างนั้นจะต้องเสียหลักเซเป็นแน่

กอดตอบกันอึดใจหนึ่ง เด็กชายสิปปภาสก็ค่อยผละออก เพื่อจะบอกกับเธอว่า “แม่ครับ สิปหิว กลับบ้านกัน”

“สิปจะกลับ สิปได้สวัสดีครับคุณครูจูนหรือยัง”

“สวัสดีแล้วครับ”

“งั้นไปห้องธุรการกับแม่ก่อน”

พอได้ยินว่า ‘ห้องธุรการ’ เด็กชายก็ร้อง พร้อมขืนตัวไว้ทันที “สิปไม่ไป สิปไม่ได้ต่อยใคร”

ดรัลรัตน์หรี่ตามองตอบ ร้อนตัวแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไปมีเรื่องกับใครมาอีกแล้วหรือ สิปปภาสนี่ไม่ใช่แค่ตัวใหญ่อย่างเดียว ใจก็ใหญ่อีกด้วย ครั้งก่อนไปมีเรื่องกับเด็กโตกว่า เพียงเพราะเพื่อนตัวเองถูกรังแก แล้วครั้งนี้ทำท่าร้อนตัวนี่ น่าจะไปมีเรื่องมาอีก เดี๋ยวค่อยตะล่อมถามตอนขึ้นรถ ว่าไปก่อเรื่องกับใครมา กระตุกมือแล้วบอก

“แม่จะไปจ่ายค่าเรียนให้สิป ไปเร็วลูก”

ได้ยินแบบนั้น เด็กชายสิปปภาสถึงได้ยอมผ่อนแรงยื้อ เดินตามกันไปยังห้องธุรการหลังจากนั้น

สายตาคมติดเฉยเมยคู่หนึ่งมองนิ่งยังหญิงสาวที่คว้ามือเด็กชายร่างสูงใหญ่กว่าใครเพื่อน เดินตรงไปยังป้ายบอกทางว่า ‘ห้องธุรการ’ หูฟังวิกฤตการเงินไปพลาง ค่อยละสายตาจากทางนั้นมา บอกคู่สนทนาด้วยเสียงเรียบเรื่อยเนือย ๆ เล็กน้อย “ไม่ไหว ฝืนเปิดทำไมครับ”

“พี่สงสารเด็ก ๆ นี่คะคุณใหญ่”

“ไม่มีโรงเรียนคุณลออ โรงเรียนของรัฐก็มีเยอะแยะไปครับ”

“พี่รู้ค่ะ” ก็เพราะโรงเรียนของทางรัฐผุดขึ้นราวดอกเห็ดแบบนี้อย่างไรเล่า ถึงทำให้โรงเรียนอนุบาลของตนที่ก่อตั้งมานานร่วมครึ่งศตวรรษทำท่าจะไปไม่รอด แต่เจ้าของโรงเรียนอนุบาลกล้าพูดออกไปอย่างที่ใจอยากพูดอย่างนั้นหรือ ในเมื่อกำลังสร้างความอดสูใจให้ชายวัยเพียงสามสิบปีฟัง ถึงความจำเป็นที่อีกฝ่ายควรต้องเข้ามาโอบอุ้มตนให้พ้นจากวิกฤตนี้

“พี่ปิดไม่ลงหรอกค่ะ ไหนจะเด็ก ไหนจะครูเก่าที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ก่อตั้งอีก บางคนจะเกษียณปีนี้ปีหน้าแล้วด้วย พี่ปิดไป แกจะไปสมัครงานที่ไหนล่ะคะคุณใหญ่”

“เอ็นดูเขา ระวังเอ็นคุณลออจะขาดก่อน” เสียงขรึมบอกกลับด้วยโทนอารมณ์เดิม แม้เนื้อหาของคำพูดจะเด็ดขาด แต่ก็ฟังดูไม่ได้โหดร้ายมากมายเท่าไรนัก

“ปิดเถอะครับ เจ็บตอนนี้ยังไม่มากเท่ากับทิ้งเวลาไว้ให้มันนาน จนดอกเบี้ยธนาคารบานตะไทใช้ยันหลานก็ใช้ไม่หมด ถึงตอนนั้นคุณลออจะเจ็บเจียนตายเลยนะ เชื่อใหญ่เถอะ ยอมรับความจริงว่าที่นี่ทำกำไรให้เราไม่ได้อีกแล้วครับ”

สาวใหญ่มีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ นามว่าลออ เจ้าของโรงเรียนอนุบาลเอกชนได้แต่บอกเสียงอ่อนกลับไป “พี่ถึงได้เซ้งให้คุณใหญ่นี่ไง พี่รู้ว่าคุณใหญ่ใจบุญ ชื่อเสียงของคุณใหญ่ต้องกอบกู้โรงเรียนของคุณทวดได้แน่ ๆ เลยล่ะค่ะ”

“เอาชื่อคุณทวดมาอ้างทุกทีเลย เวลาจะหลอกใช้ผม”

เสียงท้วงเนิบเอื่อยของคนพูดกล่าวเย้ากลับมา สาวใหญ่ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ทั้งคู่ยังคงสนทนากันอีกเป็นนาน ซึ่งไม่รู้ว่าหลังจากนั้นแล้ว จบการเจรจากันว่าอย่างไร โรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อผู้บริหารหรือไม่

“น้องชายครูลออ”

“ใช่ที่ชื่อคุณใหญ่ไหมคะครูสาว”

“ใช่ค่ะ ได้ข่าวว่ายังเด็กอยู่เลย แล้วก็รวยมากด้วย ที่สำคัญกว่ารวยคือหล่อมาก ขนาดว่ายืนมองไกล ๆ ขนาดนี้ ความหล่อยังกระแทกเข้ามาในตาเลยนะคะ”

แต่ทว่าคู่สนทนาไม่ได้สนใจความหล่อของอีกฝ่าย ถามกลับอย่างมีความหวัง “ถึงว่า พอมาถึงครูลออแกแทบจะอุ้มเข้าห้องไปเลย คงจะกล่อมให้ซื้อโรงเรียนของเราหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ”

ครูอีกคนในกลุ่มสนทนารีบส่งเสียงให้หยุดคุยกันก่อน แล้วทักทายยังคนที่ผลักประตูกระจกเข้ามาใหม่ “อ้าวแม่น้องสิป ติดต่อเรื่องอะไรคะ”

“มาจ่ายค่าเทอมของน้องสิปค่ะ”

“จ่ายหมดเลยไหมคะ”

ปกติแล้ว เธอจะเป็นคนค่อนไปทางเขี้ยว เหนียวหนี้อยู่ไม่น้อย แต่หากเป็นเรื่องของสิปปภาส เธอสามารถควักเงินออกมาจ่ายให้ได้ทั้งหมด จึงพยักหน้าตอบไปว่า ‘ใช่’ แล้วดึงมือเด็กชายให้ยืนนิ่ง ไม่ยุกยิก ล้วงเอาธนบัตรออกมาชำระค่าเล่าเรียนด้วยความเสียดายอยู่ไม่น้อย

เงินทองกว่าจะหามาได้ ไม่ใช่ง่ายดายนัก แต่ดรัลรัตน์ก็สู้หามาจนได้ ลำพังตัวเธอเอง กินใช้จ่ายไม่เยอะแยะอะไร แต่สิปปภาสยังมีสารพัดค่าใช้จ่าย เด็กชายยังต้องมีชีวิตอีกยาวไกล เธอถึงได้จิกให้ทางบิดาของเขาส่งเงินมาดูแลบุตรชายตัวเอง อย่าได้ละเว้นหน้าที่ของพ่อโดยเด็ดขาด

และที่ขอ ก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย ทุกบาททุกสตางค์เธอบวกออกมาเป็นตัวเลขให้เขารู้หมดทุกอย่าง แต่คนไร้ความรับผิดชอบก็ทำหน้าหนา ไม่ยอมส่งเงินให้ตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก ต้องทวงอยู่เรื่อย มาครั้งนี้พวกนั้นกลับทำเงียบไป ไม่ใช่ว่าจะไม่รับผิดชอบสิปปภาสกันแล้วหรือ

รับใบเสร็จมา ค่อยพาสิปปภาสหันหลังกลับ ครูคนหนึ่งในห้องเอ่ยขึ้น “สิปบอกคุณแม่หรือยังครับ”

ดรัลรัตน์ใจหายวาบ หันไปถามทางคุณครูท่านนั้น “บอกเรื่องอะไรหรือคะ”

“โรงเรียนเราจะจัดทำบุญตักบาตร นิมนต์พระมาฉันเพล แล้วก็จัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ด้วยน่ะค่ะคุณแม่ น้องสิปได้แสดงด้วยนะคะ”

ค่อยโล่งใจ นึกว่าพ่อตัวใหญ่ของเธอไปก่อเรื่องเอาไว้อีก

“อ้อ อย่างนั้นหรือคะ แสดงเป็นอะไรครับ อย่างสิปนี่...” ดรัลรัตน์ทำท่าคิดหน่อยหนึ่ง ก่อนเดา “แม่ว่าต้องเป็นหมีแน่ ๆ เลย”

“เป็นท่อนไม้หรอกค่ะคุณแม่”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ครั้งต่อไปจะรักคุณให้ดี
7.0
ความรักที่มอบให้หมดใจกลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ เมื่ออดีตคู่หมั้นทอดทิ้งเธอไปแต่งงานกับหญิงอื่นอย่างไม่แยแส ทว่าความเจ็บปวดกลับยังไม่จบสิ้น เมื่อวันหนึ่งเขาหวนกลับมาพร้อมข้อเสนอสุดเลือดเย็น เพียงเพราะภรรยาใหม่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เขาจึงใช้เงินบีบบังคับให้เธอยอมเป็นแม่อุ้มบุญ การปรากฏตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อขอคืนดี แต่เพื่อใช้เธอเป็นเครื่องมือสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ โดยไม่สนใจเลยว่าความสุขของพวกเขาจะต้องแลกมาด้วยการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและกรีดแทงหัวใจของเธอจนแหลกสลายซ้ำสอง
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย ไร่รักกับดักวิวาห์
9.6
เมื่อคุณหนูจอมพยศถูกส่งมาดัดนิสัยที่ไร่ภูพนา ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นไม่เว้นวัน เอกกวีมองดูหญิงสาวที่กำลังอาเจียนเพราะรับไม่ได้กับกลิ่นปุ๋ยคอกอย่างเหนื่อยหน่าย แม้เธอจะประกาศกร้าวว่าขยะแขยงเพียงใด แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้ พร้อมยื่นคำขาดว่าเธอต้องตักปุ๋ยคอกให้ครบห้าสิบกระสอบเพื่อแลกกับอาหารกลางวัน บทพิสูจน์ความอดทนท่ามกลางกลิ่นสาบและงานหนักจึงเริ่มต้นขึ้นในไร่แห่งนี้ โดยมีหัวใจและทิฐิของทั้งคู่เป็นเดิมพันสำคัญ
หน้าปกนวนิยาย จอมมารพรางใจรัก
9.2
เมื่อคุณหญิงเอ่ยถามเรื่องการให้นมบุตร สุรีย์ฉายที่สวมรอยเป็นแม่กลับอ้ำอึ้งด้วยความประหม่าก่อนจะปัดว่าตนมีน้ำนมน้อย ท่ามกลางสายตาจับผิดของคุณหญิงที่ตำหนิว่าเธอห่วงสวยจนไม่ยอมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรนที่รู้ความลับนี้กลับคอยพูดจาถากถางและกระซิบหยอกล้อถึงอดีตของเธออย่างจงใจจนสุรีย์ฉายรู้สึกไม่พอใจ ท่าทีกระซิบกระซาบของทั้งคู่สร้างความหงุดหงิดให้คุณหญิงจนต้องไล่ให้ไปอยู่กันตามลำพัง กลายเป็นความตึงเครียดที่ซ่อนเร้นภายใต้สถานะลวงโลกในบ้านหลังนี้
หน้าปกนวนิยาย  의사 CHOCOLATE CYST หมอคะ หนูป่วย ช่วยเป็นแฟนหนูที
8.7
เมื่อหญิงสาวได้รับคำวินิจฉัยเรื่องอาการป่วยอย่างไม่คาดฝัน แพทย์เจ้าของไข้ได้เสนอทางเลือกในการรักษาให้เธอสามรูปแบบ คือการใช้ยา การผ่าตัด หรือการตั้งครรภ์ หลังจากนิ่งอึ้งไปกับเงื่อนไขสุดท้าย เธอกลับตัดสินใจเลือกวิธีที่น่าตกใจที่สุดด้วยการขอให้คุณหมอเป็นคนช่วยรับผิดชอบการรักษาด้วยวิธีนี้ให้แก่เธอด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักวุ่นๆ ระหว่างคนไข้สาวจอมตื้อกับคุณหมอหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในโรงพยาบาลแห่งนี้