ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Finding Love : พบรัก

Finding Love : พบรัก

เมื่อการคลุมถุงชนที่ไร้ซึ่งความรักบีบบังคับให้คนสองคนต้องเข้าพิธีวิวาห์ ทั้งคู่จึงเลือกที่จะเย็นชาใส่กันเพื่อประชดโชคชะตาที่พ่อแม่ขีดเส้นไว้ แต่ทว่าบ่าวสาวหัวขบถยุคใหม่หรือจะยอมจำนนง่ายๆ ทั้งสองต่างตัดสินใจหนีออกจากห้องหอในคืนแต่งงานเพื่อแสวงหาอิสระ ทว่าพรหมลิขิตกลับเล่นตลกชักนำให้พวกเขาหนีไปพบกันอย่างไม่คาดฝัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนซึ่งจะเปลี่ยนความหมางเมินให้กลายเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ตื่นแล้วเหรอไหม” น้ำเสียงอบอุ่นของผู้เป็นแม่เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวเดินเข้ามาในห้องทานอาหารของบ้าน

“ค่ะ”

“ทำไมหน้าตาดูไม่สดชื่นแบบนั้นล่ะลูก นอนไม่หลับเหรอ”

“ฝันร้ายนิดหน่อยนะคะแม่ไหมเลยหลับไม่ค่อยสนิท” เพลงขวัญเอ่ยบอกถึงสาเหตุที่เช้านี้ทำให้เธอตาโรยขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ขนาดใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดไว้ก็แทบจะเอาไม่อยู่

“งั้นก็กลับขึ้นไปนอนก่อนดีมั้ยลูก”

“ไม่ได้ค่ะ เช้านี้ไหมมีประชุมงานกับลูกค้า” เพลงขวัญบอกปัด นั่นเพราะเธอก็อยากนอนต่อใจจะขาด แต่ทำไม่ได้

“พูดถึงเรื่องงาน เมื่อไหร่จะพร้อมเข้ามาช่วยงานพ่อที่บริษัท” เสียงของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น นั่นเพราะไม่ค่อยชอบใจงานของลูกสาวที่ทำอยู่ตอนนี้สักเท่าไหร่ บอกว่าไปช่วยงานเพื่อน บริษัทของเพื่อนแท้ๆ แทนที่จะให้ตำแหน่งใหญ่โตแต่กลับไปเป็นแค่เซลล์ วิ่งเหนือล่องใต้อยู่แบบนี้แทบจะตลอดเวลา บางครั้งก็เห็นบินไปทำงานต่างประเทศ หาประสบการณ์มันก็ดี แต่งานที่ทำมันอาจไม่เหมาะกับเพลงขวัญก็เป็นได้

“ขอเวลาไหมทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่บริษัทเพื่อนอีกสักปีสองปีก่อนนะคะพ่อ รับรองว่าไหมเข้าไปช่วยงานพ่อที่บริษัทแน่นอนค่ะ”

“นานไป เพราะตอนนี้พ่อ…” ยังไม่ทันที่อาคมจะได้เอ่ยว่าตอนนี้เขานั้นหาคนสำคัญมาช่วยงานได้แล้ว และจะมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว มาอยู่ในฐานะลูกเขยก็ถูกผู้เป็นภรรยาปรามขึ้นเสียก่อน

“คุณคะ” จิตราเอ่ยปรามสามี ก่อนจะหันมาคุยกับลูกสาวต่อ

“วันนี้ลูกพอจะมีเวลาคุยกับแม่หน่อยได้มั้ย”

“แม่มีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าตาดูเคร่งเครียดชอบกล” เพลงขวัญมองแม่กับพ่อสลับกัน พ่อยังคงปกติแต่แม่ไม่ เพราะคอยแต่หลบสายตาเธอ

“บอกลูกไปตามตรงเถอะคุณอ้อย ไม่ต้องอ้อมค้อมไปหรอก” เสียงของอาคมดังขึ้น เพราะจะช้าหรือเร็วเพลงขวัญก็ต้องรับรู้

“บอกตามตรง เรื่องอะไรคะพ่อ”

“คุณจะบอกเองหรือว่าให้ผมเป็นคนบอก” เมื่อเห็นภรรยาอึกๆ อักๆ อาคมก็อาสา

“ฉันบอกลูกเองค่ะ”

“แม่คะ พ่อคะ จะพูดอะไรกับไหมคะ ดูมีลับลมคมในชอบกล หรือว่ามีใครไม่สบายร้ายแรงอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าลูก แม่กับพ่อยังสบายดี ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรทั้งนั้น” จิตราเอ่ยตอบ แต่ก็ไม่วายถอนหายใจออกมาหนักๆ นั่นเพราะเธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้ของสามีสักเท่าไหร่ แต่ก็ขัดไม่ได้เช่นกัน

“แล้วเรื่องอะไรกันคะ”

“เรื่อง…” ยังไม่ทันที่จิตราจะได้เอ่ยจบประโยค อาคมที่รอจังหวะอยู่นานกลับเอ่ยแทรกขึ้นเสียเอง

“อีกสามเดือนลูกต้องแต่งงานกับคนที่พ่อหามาให้”

“ว่าอะไรนะคะ” ทันทีที่ได้ฟังเพลงขวัญถึงกับหูอื้อไปชั่วขณะ โลกทั้งใบของเธอเงียบสนิทไปในพริบตา จู่ๆ ต้องมารับรู้ว่าตัวเองต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้แบบนี้มีใครบ้างจะไม่ช็อก

“ลูกต้องแต่งงานกับลูกชายเพื่อนสนิทของพ่อ”

“มะ…เมื่อไหร่คะ”

“อีกสามเดือน ฤกษ์แต่งงานพ่อจัดการหาไว้ให้หมดแล้ว ลูกมีหน้าที่แค่ไปลองชุดที่จะใช้วันแต่ง ส่วนงานพิธีการและงานอื่นๆ ทางฝ่ายชายจะจ้างออแกไนซ์มาดูแลทั้งหมด สถานที่แต่งงานคือเขาใหญ่ รีสอร์ตของว่าที่เจ้าบ่าวของลูก” อาคมเอ่ยทุกคำชัดเจน แต่เวลานี้เพลงขวัญหูดับไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น

จิตรากุมมือลูกสาวไว้พร้อมกับบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ แต่จังหวะที่หันไปสบตาลูกสาวที่เวลานี้แดงก่ำ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกพร้อมกับมีน้ำตาเอ่อล้น หัวใจของคนเป็นแม่ก็แทบสลาย

“แต่งงานแต่งการเป็นฝั่งเป็นฝาเสียตอนนี้ก็ดีแล้ว จะได้มีลูกทันใช้ อีกอย่างพี่เขาก็ไม่ได้พิการหรือขี้เหร่อะไร ไม่ต้องห่วงว่าพ่อจะหาคนไม่ดีมาให้ลูกหรอกนะ”

“มะ…ไหมไปทำงานก่อนนะคะแม่พ่อ สวัสดีค่ะ” เอ่ยจบเพลงขวัญก็ลุกขึ้นพร้อมกับคว้ากระเป๋าทำงานออกไปจากบ้านด้วยอาการอึน สมองแทบไม่รับรู้อะไรแล้วในตอนนี้

“ไหม ไหวมั้ยลูก” จิตราเอ่ยถามตามหลัง แต่คนที่ตอบกลับเป็นสามีไม่ใช่ลูกสาว

“ไหว”

“คุณ…ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย มันทำร้ายจิตใจลูกเรานะคะ”

“ไม่ชอบก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้จะฝากไหมให้ใครดูแลได้อีกแล้ว อย่าลืมว่าเราสองคนก็แก่ลงไปทุกวัน จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ อีกอย่างจนป่านนี้ไหมเองก็ยังไม่เข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัท ขืนปล่อยไว้มีแต่จะเสีย ต้องให้คนมีฝีมืออย่างว่าที่ลูกเขยเรามาคอยช่วย ซึ่งผมมั่นใจว่ามองไม่ผิด” จิตราได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆ แม้จะเชื่อสายตาสามีว่ามองคนไม่ผิด แต่เอาเข้าจริงก็ห่วงความรู้สึกของลูกสาวไม่น้อย

“ผมมั่นใจว่าไหมต้องเข้าใจเรา”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยรักพญามาร
8.9
ลุคส์ อัลเบอร์ทีน นักธุรกิจผู้เย็นชา วางแผนจับตัวหลานสาวของคนทรยศเพื่อทวงคืนความลับที่ถูกขโมยไป ทว่า ปรางค์ปรียา กลับยอมเสี่ยงชีวิตสลับตัวเป็นตัวประกันแทนเพื่อนสนิท โดยหวังว่าเขาจะปล่อยเธอไปเมื่อรู้ความจริง แต่เธอกลับคาดการณ์ผิด เมื่อพญามารอย่างเขาเลือกใช้เธอเป็นที่ระบายความแค้นอย่างเร่าร้อน แม้ในวันที่เธอได้รับอิสรภาพ เขากลับฝากพันธนาการสายเลือดไว้ในครรภ์โดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือถูกจีเหิงกักขังไว้ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอัปยศ จนเมื่อเขาประกาศแต่งงาน เธอจึงหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในงานดูตัวเธอกลับถูกประจานเรื่องอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวและข่าวลือเสียหายจนศักดิ์ศรีป่นปี้ ทันใดนั้นจีเหิงกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่าเขาทรงอิทธิพลเพียงใด เนี่ยซือได้แต่สงสัยว่าเหตุใดชายที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ถึงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
หน้าปกนวนิยาย งานวิวาห์ของฉัน ไม่ใช่กับเธอ
7.8
ห้าปีก่อนฉันยอมเสียดวงตาเพื่อช่วยชีวิตคู่หมั้น แต่เขากลับมองว่านั่นเป็นเพียงเรื่องดราม่าน่ารำคาญ เขาแอบย้ายงานแต่งไปภูเก็ตตามใจเพื่อนสนิท ซ้ำยังทิ้งฉันไว้กลางพิธีเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้นเพราะเชื่อว่าฉันจะยอมเขาเสมอ เขาไม่เคยเห็นค่าการเสียสละของฉันและใช้มันเป็นพันธนาการบีบให้ฉันจำนน ทว่าในวันที่เขาโทรมายังงานวิวาห์ที่ว่างเปล่า ฉันกลับยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่เชียงใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ งานแต่งของฉันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่มันไม่ใช่การแต่งงานกับคนใจร้ายอย่างเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย มายารักจ้าวหัวใจ
9.7
ดวงดาราตัดสินใจปลอมตัวเป็นดาลาวันเพื่อเข้ามาเป็นแม่ครัวในร้านภูเขาทอง หวังจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่ถูกปิดบังไว้ แต่เธอกลับถูกกัญจน์ เจ้าของร้านหนุ่มสุดหล่อคอยจับผิดและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทว่ายิ่งพยายามปกปิดความลับมากเท่าไหร่ เสน่ห์และความใกล้ชิดกลับยิ่งดึงดูดเขาสู่อันตรายของความรักที่ร้อนแรง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ กัญจน์ต้องพิสูจน์ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพื่อตัวตนที่แท้จริงของดวงดาราหรือเงาของดาลาวันกันแน่
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร