ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Finding Love : พบรัก

Finding Love : พบรัก

เมื่อการคลุมถุงชนที่ไร้ซึ่งความรักบีบบังคับให้คนสองคนต้องเข้าพิธีวิวาห์ ทั้งคู่จึงเลือกที่จะเย็นชาใส่กันเพื่อประชดโชคชะตาที่พ่อแม่ขีดเส้นไว้ แต่ทว่าบ่าวสาวหัวขบถยุคใหม่หรือจะยอมจำนนง่ายๆ ทั้งสองต่างตัดสินใจหนีออกจากห้องหอในคืนแต่งงานเพื่อแสวงหาอิสระ ทว่าพรหมลิขิตกลับเล่นตลกชักนำให้พวกเขาหนีไปพบกันอย่างไม่คาดฝัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนซึ่งจะเปลี่ยนความหมางเมินให้กลายเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ฉันไม่เข้าใจ ทำไมพ่อกับแม่ถึงทำกับฉันแบบนี้” พึมพำไปเพลงขวัญก็ร้องไห้ไปด้วย เธอร้องไห้หนักมากจนตาบวมทั้งสองข้างแถมวันนี้ก็ยังขอลางานกะทันหันแล้วขับรถมุ่งหน้ามาหานรากรที่คอนโดมิเนียมเพื่อปรับทุกข์

“ใจเย็นๆ ก่อนนะแกนะ เอ้านี่...ทิชชู” เอ่ยจบนรากรก็ยื่นทิชชูให้ เธอเองก็ช็อกไม่น้อยที่จู่ๆ เพื่อนมาหาพร้อมกับบอกว่าถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน ต้องแต่งงานในอีกไม่ช้านี้แล้ว จากที่ง่วงๆ เธอถึงกับตื่นทันที

“ขอบใจ” ทันทีที่รับมา เพลงขวัญก็ใช้งานทันที

ปู๊ดดดด

เสียงสั่งน้ำมูกยาวเป็นจังหวะ ก่อนที่เพลงขวัญจะรีบเช็ดแล้วโยนกระดาษลงในถังขยะขนาดย่อม ที่เวลานี้เต็มไปด้วยทิชชูที่เปียกทั้งน้ำตา น้ำมูก

“แกนี่ก็ฝันแม่น ทำไมไม่ฝันถึงหวยบ้าง จะได้ขอ” นรากรตั้งใจเปลี่ยนอารมณ์เพื่อนสนิท ด้วยการเอ่ยเรื่องนี้ในแนวติดตลก

“พูดถึงฝัน เมื่อคืนเราก็ฝันเห็นงูยักษ์สีแดงตัวนั้นอีกแล้ว ขนาดฆ่าจนตายไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ สุดท้ายมันก็ฉกเราจนได้”

“ถึงบอกตั้งแต่แรกแล้วไงว่าแกจะได้เจอเนื้อคู่” คนข้างๆ ยักคิ้วให้ แม้วิธีการเจอมันจะมัดมือชกจากผู้ใหญ่ไปบ้าง แต่กลับมีอะไรบางอย่างบอกนรากรว่าเนื้อคู่ของเพลงขวัญคือคนดีคนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นพ่อของเธอคงไม่เปิดไฟเขียวถึงขนาดยอมให้แต่งงานกับลูกสาวอย่างแน่นอน เพราะลุงอาคมขึ้นชื่อเรื่องหวงลูกสาวไม่แพ้ใคร

“แต่เราไม่อยากเจอแบบนี้ เราอยากเจอด้วยตัวของเราเอง ไม่ใช่ถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน แกเข้าใจเรามั้ย...ปู๊ดดดด” เอ่ยจบก็สั่งน้ำมูกยาวอีกครั้ง

“เข้าใจนะเข้าใจ แต่ก็เข้าใจผู้ใหญ่ด้วยว่าคงมองแล้วว่าแกควรแต่งงานกับคนนี้จริงๆ ไม่งั้นแม่แกคงไม่ออเออตามพ่อแกหรอก จริงมั้ย”

“ก็จริง แต่ถึงยังไงเราก็ไม่อยากแต่งงานตอนนี้”

“เอ้า! นี่มันความฝันแกไม่ใช่เหรอที่อยากแต่งงานก่อนอายุสามสิบนะ”

“แต่มันก่อนมากไป เพราะอีกตั้งสี่ปีเราถึงจะสามสิบ” เพลงขวัญแย้ง จมูกโด่งรั้นเวลานี้แดงก่ำดูน่าสงสาร นรากรได้แต่ถอนหายใจเพราะกลุ้มแทนเพื่อนเหมือนกัน สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คืออยู่ปลอบใจกันไปก่อน

เพลงขวัญซบหน้าลงบนหัวไหล่ของนรากรแล้วร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นอีกครั้ง เวลานี้เธอตื้อไปหมดแล้วจริงๆ ไม่รู้ต้องทำยังไงดี แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่ายังไงเย็นนี้เธอต้องกลับไปคุยกับพ่อแม่ให้รู้เรื่องว่าเธอจะไม่มีวันแต่งงานเป็นอันขาดไม่มีวัน!

1 เดือนก่อนงานแต่ง

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นต่อเนื่อง บ่งบอกว่าเจ้าของกำลังเดินไปมาราวกับหนูติดจั่น เดี๋ยวก็เดินไปทางซ้าย เดี๋ยวก็เดินกลับมาทางขวา เดี๋ยวก็นั่ง เดี๋ยวเดียวก็ลุก หมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ท่าทางเหมือนกำลังลังเล เพราะสีหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ทำเอาคนที่มาด้วยเริ่มจะเวียนหัวตาม จนต้องหยิบยาดมในกระเป๋าขึ้นมาดมกันเลยทีเดียว

“แกว่าคู่ไหนสวยก้อย” เสียงของคนที่กำลังลังเลเพราะเลือกไม่ได้เอ่ยถามขอความคิดเห็นจากเพื่อนสนิท

“ขวา” นรากรหรือก้อยเอ่ยตอบ

“ขวาเหรอ แต่เราว่าคู่นี้นะ” แม้เพื่อนสนิทจะบอกว่าขวา แต่เพลงขวัญก็ยังคงลังเลอยู่ดี เพราะเธอยังเลือกไม่ได้จริงๆ ว่าจะซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ไหนดี ผิดกับการไปเลือกซื้อรองเท้าอีกคู่เมื่อสองชั่วโมงก่อนลิบลับ เพราะเธอแค่ปรายตามองแล้วก็ซื้อเลย

“งั้นก็คู่นั้นแหละ จ่ายเงินยัง หิวแล้วเนี่ย” คนหิวลูบท้องปรอยๆ นั่นเพราะนรากรรู้สึกหิวจนไส้จะขาดแล้วจริงๆ

“ขอลองใส่คู่นี้อีกคู่ คู่สุดท้ายแล้ว”

“ยังจะลองอีกเหรอ นี่แกลองรองเท้ามาเป็นชั่วโมงๆ แล้วนะ แถมยังลองเกือบทุกคู่ ยังเลือกไม่ได้อีกหรือไง” นรากรไม่ได้เอ่ยเกินจริง นั่นเพราะเพลงขวัญลองรองเท้าผ้าใบที่มีอยู่ในร้านแทบจะทุกคู่ก็ว่าได้ ทำให้ชวนสงสัยว่าเพื่อนเธอจะให้ความสำคัญทำไมมากมาย

“ก็เราอยากได้แบบที่ใส่ลำลองได้ ใส่วิ่งได้ด้วยก็ดี ใส่เดินป่าได้ก็ยิ่งเริด ใส่ได้ทุกวันเลยยิ่งดีเข้าไปใหญ่” เพลงขวัญเอ่ยบอกคุณสมบัติของรองเท้าที่เธออยากได้

“อเนกประสงค์ขนาดนั้นจะมีมั้ยแกเอ้ย”

“มีค่ะคุณลูกค้า ก็ตามแบบที่คุณลูกค้ากำลังลองสวมอยู่ตอนนี้เลยค่ะ” เสียงของพนักงานในร้านดังขึ้นตอบคำถามของนรากร ซึ่งเธอก็หันไปยิ้มให้

“น้องคนขายบอกว่ามี ที่เหลือก็คือหน้าที่แกละ ชอบคู่ไหนก็ซื้อ”

“มันสองจิตสองใจ คู่นี้ก็คุณสมบัติครบแต่คู่นั้นก็สวย” สีหน้าของเพลงขวัญเต็มไปด้วยความลังเล

“งั้นก็เหมามันทั้งสองคู่นั่นแหละ”

“ความคิดดี”

“โอ๊ย…นี่ประชดย่ะ เราประชด” นรากรส่ายหน้าให้เพื่อนสนิท ที่บ้ายอเออออตามเธอซะงั้น

“ไม่เป็นไร เราไม่ถือ”

“ย่ะ…ทีรองเท้าวิ่งล่ะเลือกเป็นชาติกว่าจะได้ ผิดกับรองเท้าที่ต้องใส่ในวันแต่งงาน เลือกไม่ถึงสองวินาทีก็จ่ายเงินซื้อแล้ว ทั้งๆ ที่แกควรจะให้ความสำคัญกับรองเท้าแต่งงานสิ มันคือวันที่ผู้หญิงเราใฝ่ฝันเชียวนะ”

“ทำไมเราต้องให้ความสำคัญ ในเมื่อเราไม่ได้อยากแต่ง” น้ำเสียงของเพลงขวัญนั้นฟังดูสลดลงไป รวมถึงสีหน้าที่ไม่ได้แสดงออกถึงความยินดีเลยแม้แต่น้อย

“แกก็…พูดแบบนี้อีกแล้วนะ” นรากรเองก็พลอยเห็นใจเพื่อนไปด้วยอีกคน นั่นเพราะหากเป็นเธอคงทำใจไม่ได้เหมือนกัน ที่จู่ๆ ต้องไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้

“นี่ถ้าไม่ติดว่าคนที่บังคับให้เราต้องแต่งคือพ่อกับแม่ เราหนีไปนานแล้ว” ใจจริงเพลงขวัญก็อยากทำอย่างที่พูดเหมือนกัน แต่ติดที่ว่าเธอทำไม่ได้ก็เท่านั้นเอง

“ใจเย็นๆ สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ นับหนึ่ง สอง สาม” นรากรลูบต้นแขนเพื่อนเบาๆ เข้าใจแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน

“นับหนึ่งจนทะลุล้านไปแล้วแก นับมาตั้งแต่วันแรกที่รู้เรื่องว่าต้องแต่งงาน จนผ่านไปสองเดือน เราค้านพ่อกับแม่ทุกวัน แต่พ่อกับแม่ก็ยืนยันกลับมาเหมือนกันว่าเราต้องแต่งงานกับ…ผู้ชายคนนั้น”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยรักพญามาร
8.9
ลุคส์ อัลเบอร์ทีน นักธุรกิจผู้เย็นชา วางแผนจับตัวหลานสาวของคนทรยศเพื่อทวงคืนความลับที่ถูกขโมยไป ทว่า ปรางค์ปรียา กลับยอมเสี่ยงชีวิตสลับตัวเป็นตัวประกันแทนเพื่อนสนิท โดยหวังว่าเขาจะปล่อยเธอไปเมื่อรู้ความจริง แต่เธอกลับคาดการณ์ผิด เมื่อพญามารอย่างเขาเลือกใช้เธอเป็นที่ระบายความแค้นอย่างเร่าร้อน แม้ในวันที่เธอได้รับอิสรภาพ เขากลับฝากพันธนาการสายเลือดไว้ในครรภ์โดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือถูกจีเหิงกักขังไว้ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอัปยศ จนเมื่อเขาประกาศแต่งงาน เธอจึงหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในงานดูตัวเธอกลับถูกประจานเรื่องอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวและข่าวลือเสียหายจนศักดิ์ศรีป่นปี้ ทันใดนั้นจีเหิงกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่าเขาทรงอิทธิพลเพียงใด เนี่ยซือได้แต่สงสัยว่าเหตุใดชายที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ถึงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
หน้าปกนวนิยาย งานวิวาห์ของฉัน ไม่ใช่กับเธอ
7.8
ห้าปีก่อนฉันยอมเสียดวงตาเพื่อช่วยชีวิตคู่หมั้น แต่เขากลับมองว่านั่นเป็นเพียงเรื่องดราม่าน่ารำคาญ เขาแอบย้ายงานแต่งไปภูเก็ตตามใจเพื่อนสนิท ซ้ำยังทิ้งฉันไว้กลางพิธีเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้นเพราะเชื่อว่าฉันจะยอมเขาเสมอ เขาไม่เคยเห็นค่าการเสียสละของฉันและใช้มันเป็นพันธนาการบีบให้ฉันจำนน ทว่าในวันที่เขาโทรมายังงานวิวาห์ที่ว่างเปล่า ฉันกลับยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่เชียงใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ งานแต่งของฉันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่มันไม่ใช่การแต่งงานกับคนใจร้ายอย่างเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย มายารักจ้าวหัวใจ
9.7
ดวงดาราตัดสินใจปลอมตัวเป็นดาลาวันเพื่อเข้ามาเป็นแม่ครัวในร้านภูเขาทอง หวังจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่ถูกปิดบังไว้ แต่เธอกลับถูกกัญจน์ เจ้าของร้านหนุ่มสุดหล่อคอยจับผิดและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทว่ายิ่งพยายามปกปิดความลับมากเท่าไหร่ เสน่ห์และความใกล้ชิดกลับยิ่งดึงดูดเขาสู่อันตรายของความรักที่ร้อนแรง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ กัญจน์ต้องพิสูจน์ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพื่อตัวตนที่แท้จริงของดวงดาราหรือเงาของดาลาวันกันแน่
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร