ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา

พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา

อาเรียน่า ฟลอเรนซ์ ต้องเผชิญมรสุมชีวิตในโรงเรียนแฟนตาซีที่มนุษย์และแวมไพร์ใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อตระกูลผู้ดีเก่าของเธอกำลังเผชิญภาวะล้มละลาย ท่ามกลางวิกฤตนี้ แวมไพร์หนุ่มสุดฮอตผู้แสนเย็นชากลับก้าวเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่คาดคิด ความนิ่งขรึมที่น่าค้นหาของเขาเริ่มสั่นคลอนหัวใจเธอมากขึ้นทุกที เตรียมพบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงไร้การนอกใจในรั้วโรงเรียนสุดลึกลับ เมื่อแวมไพร์หนุ่มผู้เคร่งขรึมเริ่มแสดงด้านที่ดุดันและเร่าร้อนจนยากจะต้านทานไหว
ตอน
แชร์

ตอน 2

ชีวิตในโรงเรียนสำหรับพวกนักเรียนแวมไพร์เป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากลำบากนัก แต่กลับเป็นที่น่ากดดันสำหรับพวกนักเรียนมนุษย์ ด้วยความที่โรงเรียนนี้เต็มไปด้วยเหล่าลูกหลานชนชั้นสูงของตระกูลแวมไพร์จากทั่วทุกมุมโลก มันจึงเกิดเป็นชนชั้นทางสังคมภายในโรงเรียนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับเจย์เนสกับเรย์เน่แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเลยสักนิด พวกเขาเป็นถึงลูกหลานของเชื้อพระวงศ์จากตระกูลแวมไพร์ที่เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุด แล้วมีหรือที่นักเรียนคนอื่นจะกล้าล้ำเส้นมาจัดชนชั้นให้กับพวกเขา

เรียกได้ว่าอยู่เหนือห่วงโซ่ของพวกหัวสูงอย่างสบาย ๆ เลยล่ะ

“นั่นเจย์เนสใช่ไหม”

“ใช่ หล่อมากเลยเนอะ”

“หล่อที่สุดเท่าที่เคยเจอพวกผู้ชายมาเลยล่ะ”

“เคยเห็นพ่อเขาหรือยัง เหมือนกันอย่างกับฝาแฝดแหนะ”

“แสดงว่าเบ้าหน้าดีทั้งบ้านเลยสิ”

“เรียนดี กีฬาเด่น หน้าหล่อ ตรงสเป็คสุด ๆ เลย”

“เสียดาย อันตรายเกินไปหน่อย”

เสียงเจื้อยแจ้วของพวกนักเรียนหญิงดังขึ้นตลอดทางที่เจย์เนสเดินผ่าน ยอมรับว่าสมัยที่เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ ๆ แล้วเจอเหตุการณ์เช่นนี้เขามักจะทำตัวไม่ถูก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็ปรับตัวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ กลายเป็นไม่ยี่หระต่อสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

และด้วยความหล่อเหลาที่มาพร้อมกับบุคลิกที่มองดูเหมือนว่าจะสุขุม แต่ก็แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามเหมือนมีมาดผู้นำตามแบบพ่อของเขานั้น ทำให้เจย์เนสถูกสถาปนาเป็นเจ้าชายน้ำแข็งแห่ง เซ็นต์โยเซีย อะคาเดมี ไปโดยปริยาย

ส่วนเรย์เน่ผู้เป็นน้องสาวฝาแฝดก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน เพียงแต่เธอคนนี้ร่าเริงกว่าพี่ชายมาก จึงถูกสถาปนาเป็นเจ้าหญิงรอยยิ้มแทน

“อย่าลืมการบ้านคลาสนี้นะเด็ก ๆ” อาจารย์ประจำวิชาบอกนักเรียนในคลาส “เจย์เนส รวบรวมงานของเพื่อน ๆ มาส่งที่โต๊ะครูนะ”

“ครับ” ตกปากรับคำเรียบร้อย นักเรียนทั้งห้องก็เก็บของลงกระเป๋า

“พี่เจย์เนส จะรีบไปไหนน่ะ” เรย์เน่รีบจ้ำอ้าวเข้ามาถามทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังเก็บของอย่างเร่งรีบ ด้วยความที่ว่าพี่ชายจะออกไปเที่ยวข้างนอกกับกลุ่มเพื่อนเขาอีกหรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นเธอจะได้ติดสอยห้อยตามไปเล่นสนุกด้วยอย่างไรล่ะ

“ห้องสมุด”

แต่คำตอบนั้นทำให้เรย์เน่หงอลงทันที “แล้วจะรีบอะไรขนาดนั้น”

“ไปยืมหนังสือ เดี๋ยวมันจะหายไปซะก่อน”

คำพูดแบบสั้น ๆ นี่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อไม่มีผิด เรย์เน่ที่ได้ยินประสงค์ของพี่ชายอย่างชัดเจนก็เบะปากอย่างนึกขัดใจ พลันหันหน้าเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเขาอีก

เก็บของอย่างเร่งรีบแล้ว ขายาวก็รีบก้าวตรงสู่ห้องสมุดแทบจะทันที ด้วยความที่หนังสือเล่มนั้นเป็นวรรณกรรมที่เขาเคยได้ลองอ่านเล่มหนึ่งจากห้องสมุดของที่บ้าน และพบว่ามันสนุกจนติดใจเลยทีเดียวเชียว

แต่เมื่อลองหาเล่มสองดูแล้ว ท่านพ่อกลับบอกว่ามันหายไปไหนก็ไม่ทราบได้ และด้วยความที่อยากจะอ่านจนใจแทบขาด ก็ลองไปหาซื้อดูแล้ว แต่มันเก่าเกินกว่าจะตีพิมพ์ออกมาขายอีก

โชคดีที่บังเอิญมาเจอในห้องสมุดโรงเรียนเข้า เพราะฉะนั้นวันนี้เขาจะไม่ยอมพลาดมันอย่างแน่นอน

ร่างสูงตรงไปยังโซนหนังสือวรรณกรรมด้วยท่าทีมุ่งมั่น แต่แล้วเมื่อมือหนาของเขาเอื้อมออกไปสัมผัสเข้ากับสันปกหนังสือ ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มือของใครอีกคนเข้ามาสัมผัสพร้อมกันพอดี

สายตาคมกริบตวัดมองขึ้นทันที ก่อนจะพบกับดวงหน้าสวยหวานราวตุ๊กตาของหญิงสาวคนหนึ่ง ผมสีบลอนด์ที่ปรกอยู่นั้นทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้นเป็นเท่าตัว ทำเอาคนที่พยเห็นดั่งต้องมนต์สะกดเลยทีเดียว

สายตาของทั้งคู่สบประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง และหลังจากนั้น จากสายตาในตอนแรกที่เหลือบมองอีกฝ่ายประหนึ่งจ้องจะเอาเรื่องก็พลันระส่ำกลายเป็นรีบเหลือบมองไปทางอื่นแทบจะทันที

ไม่เพียงเท่านั้น ยังดึงมือหนาของตัวเองออกจากสันปกที่จับค้างเอาไว้ด้วยอีกต่างหาก

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาระคนว่าเขินอายกับการกระทำอันล่วงร้ำของตัวเอง ก่อนจะชักมือกลับเช่นกัน

แต่แล้วเมื่อเธอเงยหน้าชายตาขึ้นมองและพบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของเจย์เนส ดวงหน้าสวยก็ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความประหม่า ตามมาด้วยเสียงเข้มของเขาที่ดังขึ้นชวนให้ใจของเธอยิ่งเต้นระส่ำ

“เอาไปเถอะ ดูเหมือนเธอจะหยิบก่อน” เจย์เนสกล่าวเสียงเรียบ จากนั้นก็ถอยหลังออกจากชั้นวางหนังสือเพื่อเปิดทางให้แก่เธอ

ทั้งที่อยากจะอ่านจนใจแทบขาดแท้ ๆ ทำไมถึงยอมง่ายขนาดนี้เล่าเจย์เนส! รู้สึกเหมือนว่าจิตใต้สำนึกกำลังตำหนิกับการกระทำของตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น

หญิงสาวตรงหน้ายกยิ้มร่าด้วยความดีใจ แต่ก่อนที่จะได้หยิบหนังสือไป สาว ๆ กลุ่มหนึ่งที่มักจะคอยตามติดเจย์เนสอยู่เสมอ

ซึ่งหัวหน้ากลุ่มแก๊งสาว ๆ พวกนั้นก็คือ โซเฟีย อีแวนสัน เธอเรียนอยู่ในคลาสเดียวกับเจย์เนส และไม่เพียงเท่านั้น เจ้าหล่อนยังแสดงออกว่าชอบพอเขาอย่างออกนอกหน้าอีกต่างหาก

แต่มีหรือที่คนซึ่งถูกสถาปนาว่าเป็น ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ จะสนใจเรื่องนั้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเสียด้วยซ้ำ แต่ผู้ที่ถือคติว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกอย่างโซเฟียน่ะ ไม่มีวันที่จะยอมแพ้ให้กับท่าทีเมินเฉยของเขาหรอก!

โซเฟียจ้ำอ้าวเข้ามาพร้อมบรรดากลุ่มแก๊งก่อนจะตวัดสายตามองหญิงสาวหน้าสวยตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก

“อาเรียน่า ฟลอเรนซ์”

น้ำเสียงแข็งกร้าวทำให้หญิงสาวที่ยื่นมือไปจับหนังสือถึงกับตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที

“บ้านเธอจะล้มละลายอยู่แล้ว ยังเสนอหน้ามาเรียนต่อที่นี่อีกเหรอ?”

“นั่นสิ แล้วยังจะมีหน้ามาแย่งหนังสือกับเจย์เนสอีก” หนึ่งในสาว ๆ พูดขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ

“เป็นฉันคงไม่มีทางเสนอหน้ามาโรงเรียนที่ต้องจ่ายแพงขนาดนี้หรอก พ่อเธอไม่คิดจะเก็บเงินเอาไว้ไปจัดงานแต่งให้เธอหน่อยเหรอ อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องหัวหมุนตอนขายลูกสาวออกไง” อีกคนพูดเสริมยาวเหยียด

คำพูดนั้นทำให้อาเรียหน้าขึ้นสี ทั้งโกรธและอายไปในเวลาเดีวกัน จนไม่อาจทนยืนอยู่ตรงนั้นได้

ร่างบางรีบวิ่งออกไปจากห้องสมุด แต่ก็ยังไม่วายที่นักเรียนหญิงกลุ่มนั้นจะยังหัวเราะไล่หลังเธอไปอย่างไม่ขาด

ขณะเดียวกัน เจย์เนสที่เห็นพฤติกรรมของพวกเจ้าหล่อนก็ตวัดสายตาคมกริบไปหาสาว ๆ กลุ่มนั้น คิ้วหนาขมวดมุ่นฉายแววไม่พอใจ และมันก็ทำให้พวกเธอหยุดหัวเราะลงแทบจะทันที

ให้ตายเถอะ เป็นแบบนี้เสียแทบทุกครั้ง น่ารำคาญเสียจริง ไม่ว่าจะหญิงสาวคนไหนเฉียดเข้ามาใกล้ตน พวกนักเรียนหญิงกลุ่มนี้ก็จะคอยปะทะฝีปากอย่างร้ายกาจใส่พวกเธออยู่ร่ำไป

แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มาก ด้วยท่านพ่อพร่ำสอนเอาไว้ว่าเกิดเป็นชายชาตรีไม่ควรลงไม้ลงมือหรือทำให้หญิงสาวต้องบาดเจ็บ เขาจึงได้แต่ปล่อยผ่านไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก

ร่างสูงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาไว้ในมือพร้อมเดินจากไปโดยไม่สนใจหญิงสาวกลุ่มนั้นแม้แต่น้อย

“จะเมินกันตลอดเลยสินะ” โซเฟียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขาตั้งท่าจะก้าวเดินออกไป

แต่ก็อย่างว่า ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งไม่ใช่งว่าได้มาเล่น ๆ เขาไม่แม้แต่จะหันไปตอบโซเฟียเลยสักนิด ทำเอาหญิงสาวได้แต่กระทืบเท้าอย่างนึกขัดใจ

เดินออกมาจากห้องสมุด เจย์เนสก็มุ่งหน้าตรงไปยังโซนตู้ล็อคเกอร์ ถึงแม้อะคาเดมีแห่งนี้จะถูกก่อตั้งมาดึครอบหนึ่งร้อยปี สถาปัตยกรรมจึงถูกสร้างออกมาเป็นรูปแบบกอทอคเสียส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นการอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนก็ยังถือเป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องคำนึงถึง จึงได้มีตู้ล็อคเกอร์เก็บของเพิ่มเข้ามาให้นักเรียน

ขณะที่ร่างสูงกำลังจะตรงไปเก็บของของตัวเองเข้าตู้ล็อคเกอร์นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวผมสีบลอนด์คนเดียวคนเดิมกับที่เจอในห้องสมุดกำลังยืนง่วนเก็บของของเธออยู่

แต่แววตานั้นดูเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก มันแดงก่ำเหมือนคนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างเห็นได้ชัด

เจย์เนสเห็นแบบนั้นก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาพลันจ้องมองหนังสือที่อยู่ในมืออย่างช่างใจ และสุดท้ายขายาวก็ก้าวตรงเข้าไปหาเธออย่างเงียบเชียบ มือหนาตัดสินใจยื่นออกไปก่อนจะวางหนังสือเล่มนั้นลงบนชั้นตู้ล็อกเกอร์ของเธอ

ให้ตายเถอะ อยากอ่านนะเนี่ย แต่ดูเหมือนเธอจะเศร้า จึงต้องพึ่งหนังสือเล่มนี้มากกว่าเขาล่ะ เจย์เนสคิดเห็นเช่นนั้น ไม่รู้ว่าเป็นการปลอบใจตัวเองไปในตัวหรือเปล่านะ!

ส่วนอาเรียที่กำลังก้มหน้าเก็บของใส่ตู้ล็อคเกอร์ก็ไม่ทันได้สังเกตอะไรเลยสักอย่าง เธอยังคงมุ่งมั่นเก็บของต่อไปก่อนที่จะได้ยินเสียงของบางอย่างกระทบเข้ากับล็อคเกอร์ของตัวเอง

ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาก่อนที่สายตาจะสบเข้ากับหนังสือเล่มที่เธอหวังจะหยิบมาครอบครองในห้องสมุด และเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหนังสือไม่ได้มีขาเดินมาหาเธอเองเป็นแน่ จึงรีบหันกลับไปพบกับคนที่นำมันมาส่งให้ตนถึงที่

ใบหน้าของเขานิ่งเรียบ ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ พร้อมทั้งดวงตาสีแดงเข้มที่ทำเพียงจ้องมองตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเธอเลยสักนิด

อะไรกัน...ทำเท่ห์หรือเล่าเนี่ย แต่ยอมรับว่าเท่ห์จริงเรือ่งนี้ไม่อาจเถียงได้ อาเรียคิดในใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรขอบคุรเขาให้เป็นกิจลักษณะ

แต่ในขณะที่อาเรียจะทันได้เปิดปากพูดอะไร ร่างสูงก็เริ่มออกตัวก้าวเดินไปเสียก่อนแล้ว

เขาทำประหนึ่งว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้มีเค้าโครงสำคัญอะไรต่อตัวเองมากนัก เพียงแค่นำหนังสือมาวางให้ก็เท่านั้นเอง

ดวงตาคู่สวยมองตามร่างสูงจนกระทั่งลับตาไปจากมุมตึกอาคาร และในตอนนั้นเองเธอก็หันกลับมามองดูที่ตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองอีกครั้ง

มือเรียวบางสัมผัสต้องกับหนังสืออย่างแผ่วเบา ภายในใจก็นึกขอบคุณเขาคนนั้นที่นำมาวางให้ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายเจอหนังสือเล่มนี้ก่อนแท้ ๆ

หลังจากเจย์เนสเดินออกมาจากอาคารเรียน แววตาคมกริบก็เหลือบไปเห็นน้องสาวฝาแฝดของตนอย่างเรย์เน่ ยืนโบกไม้โบกมือมาให้พร้อมท่าทางร่าเริง

เห็นได้ชัดว่าพ่อกับแม่คงมารับเขากลับบ้านอีกแล้วล่ะ ทั้งที่บอกแล้วแท้ ๆ ว่าไม่ต้องมารับบ่อยขนาดนั้นก็ได้ ไม่อย่างนั้นจะส่งเขามาเรียนที่โรงเรียนประจำไปเพื่ออะไรกันเล่า

แต่ดูเหมือนน้องสาวของเขาจะชอบใจที่ได้กลับบ้านบ่อย ๆ เนี่ยสิ ‘มารับเรย์เน่แค่คนเดียวก็ได้นี่นา’

ก็อย่างว่า ด้วยความเป็นวัยรุ่น การได้อยู่กับผองเพื่อนจึงดูเป็นอะไรที่น่าสนุกกว่าการต้องกลับบ้านไปอยู่ร่วมกับครอบครัว

“เร็วหน่อยสิ! รถมาจอดรอนานแล้วนะ!” เรย์เน่ตะโกนพลางรีบเดินขึ้นไปนั่งบนรถ เจย์เนสเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะอย่างหนื่อยหน่าย

แต่ก็ดีเหมือนกัน ไหน ๆ ก็จะไม่ได้อ่านหนังสือเล่มโปรดที่เฝ้ารอมานานแล้ว กลับบ้านไปอยู่กับพวกน้อง ๆ ก็คงไม่เสียหายอะไรหรอก

เจย์เนสพยักหน้าเบา ๆ ให้น้องสาวฝาแฝด เหมือนกำลังจะบอกว่า ฉันรู้แล้วหน่า ไม่ต้องเร่งหรอก ก่อนจะมุ่งตรงไปทางลานจอดรถอย่างไม่รีบร้อนเท่าไหร่นัก

แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงนั้นชัดเจนว่ามุ่งตรงมาทางตัวเอง เขาจึงรีบหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณความเป็นแวมไพร์

‘เธอนี่เอง’ เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวคนที่พยายามหยิบหนังสือเล่มเดียวกับเขาในห้องสมุด เขาก็ทำหน้าผ่อนคลายลง

เธอวิ่งตามมาพร้อมหอบหายใจเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าดูเหมือนเธอจะวิ่งตามเขามาตั้งนานแล้วล่ะ และสิ่งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เจย์เนสไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่นัก การมีใครวิ่งตามอย่างเอาเป็นเอาตายเนี่ย ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม

“ขอบคุณนะ…” เสียงแผ่วเบาเจือความหอบนิดหน่อย แต่ก็ชัดเจนพอที่จะให้เจย์เนสได้ยิน

แววตาคมกริบมองจ้องเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีคำพูดใดตอบกลับไป เพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยเหมือนจะบอกว่า รับรู้แล้ว แต่ไม่มีท่าทางใดที่แสดงถึงความสนใจมากไปกว่านั้น

จากนั้นมือหนาก็กระชับสายสะพายกระเป๋าเป้แล้วหมุนตัวหันหลังเดินไปขึ้นรถ ทิ้งให้อาเรียยืนนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น

อะไรกัน...เธอไม่ได้วิ่งตามเขามาด้วยความพิสวาทเสียเมื่อไหร่ล่ะ แค่พยายามทำตัวมีมารยาทก็เท่านั้นเอง

แต่การกระทำของเขามันช่าง...จะว่าหลงตัวเองดีไหมล่ะเนี่ย ทำไมเขาต้องทำเหมือนว่าเธอวิ่งตามเขามาเพราะชื่นชอบเขาขนาดนั้นเล่า!

หลังจากร่างบางหันหลังให้เธอก็ทำหน้าพองลมอย่างนึกหงุดหงิดอย่างไรอย่างนั้น

แต่ก็เอาเถอะ เธอไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วล่ะ เป็นเพราะได้รับหนังสือจึงอยากมาขอบคุณให้เป็นกิจลักษณะก็เท่านั้น! อยากจะคิดอะไรก็ให้เป็นเรื่องของเขาเถอะ!

แต่หลังจากทั้งสองแยกย้ายและเจย์เนสเดินมารถตู้ที่ถูกส่งมาจากคฤหาสน์แบรดฟอร์ด เพียงแค่เขาหย่อนก้นนั่งลงบนเบาะก็ถูกน้องสาวฝาแฝดอย่างเรย์เน่โถมคำถามเข้าใส่อย่างจัง

“ใครอ่ะ!” ไม่เพียงแค่ถาม ยังมาเกาะเบาะที่นั่งของเขาอีกต่างหาก

“นั่งดี ๆ เรย์เน่ โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก ๆ” ว่าจบก็ทำเป็นเมินคำถามของน้องสาวไปโดยปริยาย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
8.0
เมื่อคำอธิษฐานสัมฤทธิผล หญิงสาวผู้แก้บนไม่ทันกาลจึงต้องเผชิญอาถรรพ์ลี้ลับที่คุกคามชีวิต ทางรอดเดียวคือการแต่งงานและมีบุตรกับชายคนแรกที่พบหลังตื่นนอน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาคนนั้นมีอายุคราวพ่อและแก่กว่าเธอถึงยี่สิบปี แม้ฝ่ายชายจะปฏิเสธ แต่เธอก็ต้องตามตื๊อทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตตนเอง ท่ามกลางเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ถาโถมเข้ามา ความใกล้ชิดและการปกป้องจากเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ฉันกำลังท้อง แต่อัลฟ่ากลับหักหลังฉัน
9.6
ชีวิตของหมาป่าสาวที่เคยถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายอย่างทารุณต้องเปลี่ยนไปเมื่ออเล็กซานเดอร์ อัลฟ่าผู้ทรงพลังก้าวเข้ามาช่วยเหลือและมอบความอบอุ่นให้จนเธอได้กลายเป็นลูน่าคู่กาย ทว่าความสุขตลอดสิบปีกลับพังทลายในวันครบรอบแต่งงาน เมื่อรักแรกของเขากลับมา อเล็กซานเดอร์เลือกทิ้งเธอไปหาหญิงคนนั้น ทั้งยังเป็นต้นเหตุให้ลูกคนแรกต้องตายโดยไม่ใยดี เขาไม่รู้เลยว่าเธอต้องเผชิญกับภาวะพิษจากเงินที่ไร้ทางรักษา และเหลือเวลาอีกเพียงหกสิบหกวันก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเธอจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย มนตร์ตาละวัน
7.9
ชายหนุ่มนามว่า ‘จัน’ ผู้ต้องคำสาปมนตร์ตาละวัน นั่นก็คือเขาจะต้องกลายเป็นจระเข้ในเวลากลางคืน เป็นบุรุษรูปงามผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในเวลากลางวัน เจ้าสาวจระเข้เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากคำสาป แน่นอนว่าความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่ใช่ความตาย ตัวเขาและบ่าวคนสนิทจึงใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายร้อยปี จนได้พบเจ้าของพรหมลิขิตผู้ชี้ชะตาชีวิตอย่าง ‘กัญญาวีร์’ ทว่าเธอดันเป็นถึงพนักงานขายอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตหนังจระเข้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... จระเข้หน้ามึนอย่างนายจันจะต้องตายหรือไม่? ฤาจะโดนกุดหาง ถลกหนังไปเป็นกระเป๋าให้แม่แก้วตาดวงใจ ร้ายที่สุดคงได้กลายเป็นสเต๊กจระเข้ในยุคข้าวยากหมากแพง “เนื้ออิ่มอวบแนบเนื้อ นวลนาง ขยับถอดสอดแท่งกาม เข้าไซร้ เคลื่อนอีกท่าคว้าดารา ได้ต่อ หนอแม่ กี่ราตรีควบขี่ข้าง พี่นี้ ดุร้าย นำพา” “ลามกจกเปรต! ผู้ชายที่ไหนเขาแต่งกลอนแนว Sexual Harassment จีบสาวกัน” กระแทกเสียงบริภาษว่า ทั่วทั้งวงหน้าหวานเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แก้มแดงก่ำเพราะโกรธและอับอาย หนุ่มใหญ่กลับยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้วน้องต้องการเยี่ยงไร?” “สายเปย์ค่ะ พ่อบุญทุ่มหมดตัวหมดใจ กลับบ้านตรงเวลา ไปไหนกับใครส่งข้อความบอก สำคัญที่สุดคือไม่เจ้าชู้มีหลายเมีย กันไม่ชอบ ไม่เอาเด็ดขาด กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผัวร่วมกับใคร มีไม่ดีไม่มีดีกว่า...” กัญญาวีร์หน้าบึ้งตึงใส่คนข้างกายที่อยู่ในชุดโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีดำ อกกว้างกำยำเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวเหลืองนวลทอประกายสีทองอ่อนราวสีสันของแสงอรุณยามเช้า สตรีนางไหนได้เห็นคงต้องตาต้องใจทันทีเว้นเพียงเธอ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสติสำนึกรู้ตน ไม่สบตา ไม่แม้แต่จะสนใจเส้นผมดำขลับมัดเกล้าแซมสีขาวเทาเป็นปอย ขนานไปกับกรามแกร่งราวม่านน้ำ บุรุษรูปงามราวกับว่าเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ ทว่าคงไม่ใช่... ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ
หน้าปกนวนิยาย ข้าเป็นตัวแทนแห่งเหมยสวรรค์
8.8
โชคชะตาขีดเส้นให้หนิงเอ๋อ เซียนสาวผู้ต่ำต้อย ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งพระชายาของโอรสแห่งสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน ทว่าชีวิตในวังเมฆาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนางพบว่าหัวใจของสวามีกลับมีไว้ให้เพียงองค์หญิงแห่งเจ้าสมุทรผู้สูงศักดิ์เท่านั้น ท่ามกลางวังวนแห่งความรักที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรค หนิงเอ๋อต้องเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงเพื่อยืนหยัดในฐานะที่ได้รับมอบมา เซียนตัวเล็กๆ อย่างนางจะหาทางผ่านพ้นความเจ็บปวดและขวากหนามในความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร