
พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา
ตอน 3
หลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านไป เจย์เนสและเรย์เน่ก็กลับเข้ารั้วโรงเรียนอีกครั้ง สองพี่น้องใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสงบสุข แต่ทว่าความสงบสุขนี้ดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อมสำหรับหญิงสาวอย่าง อาเรียน่า ฟลอเรนซ์
เพราะหลังจากเหตุการณ์ในห้องสมุด โซเฟียก็เพ่งเล้งเธออยู่แทบตลอดเวลา และเจ้าหล่อนก็ดูเหมือนจะไม่ปล่อยให้อาเรียได้อยู่อย่างสงบสุขอีกเลย
วันนี้ก็เช่นกัน...
"เธอคิดว่าตัวเองพิเศษมากนักเหรอ?" โซเฟียเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แค่เจย์เนสเสียสละยอมให้หนังสือไป อย่าได้คิดสำคัญตัวเองเชียว" ไม่ว่าเปล่ายังจับจ้องไปยังปกหนังสือที่อยู่ในมือเรียวของอาเรียอีกต่างหาก
แต่หญิงสาวไร้ซึ่งการตอบโต้แต่อย่างใด เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือและพยายามไม่สนใจต่อสิ่งเร้าที่เข้ามารบกวน
ก็แค่พวกแมลงหวี่แมลงวันเท่านั้นล่ะ...
“ฉันพูดกับเธออยู่นะ แม่สาวฟลอเรนซ์” ไม่ว่าเปล่ายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ และความใกล้นั้นก็ทำเอาคนที่ตั้งใจเมินถึงกับหลุดสมธิเลยทีเดียว
สายตาของอาเรียละออกจากหนังสือก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตอบกลับในทันควัน
“ฉันไม่เคยสำคัญตัวเองหรอกนะ เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ” ถึงแม้จะเป็นประโยคที่ดูกล้าสวนกลับ แต่ความจริงแล้วนั้นน้ำเสียงของเธอสั่นไหวเป้นอย่างมาก ราวกับแมวน้อยที่ต้องเผชิญสิ่งที่น่าหวาดหวั่นเพียงลำพัง
“เอาอย่างนี้ดีกว่า พวกเรามาเล่นเกมกันไหม สาวสวยฟลอเรนซ์ ถ้าเธอชนะ พวกฉันจะไม่ยุ่งกับเธออีก” ยังไม่ทันที่อาเรียจะตอบรับ เธอก็เดินตรงเข้ามาหาพร้อมใช้แขนพาดบ่าของเธออย่างถือวิสาสะราวกับว่าพวกเธอนั้นสนิทกัน
“เกมอะไร?” เจ้าตัวเอ่ยเสียงแผ่ว เรียกเสียงหัวเราะและความสะใจให้กับทางกลุ่มสาว ๆ คลาสเอสและคลาสเอได้เป็นอย่างดี
"เธอก็แค่ต้องไปขอเข็มกลัดจากนักเรียนชายมาคนหนึ่ง”
คำพูดนั้นทำให้อาเรียเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบส่ายศีรษะปฎิเสธในทันที เธอทราบดีว่าการขอเข็มกลัดของนักเรียนชายนั้นมันหมายความถึงสิ่งใด
“ไม่เอาหรอก ฉันจะไปขอมาได้ยังไง ถ้าไม่ได้ออกเดทกับพวกเขา...”
“อย่ามองให้เป็นเรื่องยากสิ ฟลอเรนซ์ เธอก็แค่เดินเข้าไปในหอพักชายในยามวิกาล แล้วก็หยิบเข็มกลัดของนักเรียนชายสักคนหนึ่งออกมา รวมถึงอย่าให้อาจารย์จับได้ก็พอแล้ว” โซเฟียยังคงใช้แขนพาดบ่าเธอราวกับตะล่อมให้เธอคล้อยตามอยู่
อาเรียสูดหายใจลึกก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย" ว่าจบ อาเรียก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับปัดแขนของโซเฟียที่พาดบ่าของเธออยู่ออกเสียให้พ้นทาง แต่ในขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวและหันหลังเดินจากไปนั้น โซเฟียก็เอ่ยประโยคทิ่มแทงใจขึ้นเสียก่อน
"ขี้ขลาดจัง สมแล้วที่มาจากตระกูลที่กำลังจะล้มละลาย เพราะคนตระกูลฟลอเรนซ์ไม่เอาไหนอย่างนี้นี่เอง"
คำพูดนั้นกระแทกใจอาเรียอย่างจัง สองขาหยุดเดินลงอย่างชะงัด พร้อมมือเรียวที่กำหนังสือแน่นขึ้นเป็นเท่าตัว
“มันไม่ได้ยากเลยฟลอเรนซ์ พิสูจน์ความกล้าของเธอให้พวกเราเห็น แล้วเราจะเลิกยุ่งกับเธอเอง”
อาเรียนิ่งไปชั่วครู่ แม้ในใจจะปฏิเสธไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินคำพูดที่ทิ่มแทงใจนั้นมันจึงทำให้เธอเอ่ยปากรับคำไปแทนเสียอย่างนั้น รู้ตัวอีกทีเธอก็มายืนอยู่ตรงหน้าหอพักชายกลางดึกกลางดื่นเข้าเสียแล้วล่ะ
เสียงฝีเท้าของอาเรียดังสะท้อนไปตามทางเดินในปราสาทของโรงเรียน ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามย่องแล้วก้ตาม แต่ความเงียบงันของปราสาททำให้ไม่สามารถปกปิดเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาของเธอลงได้เลย
ให้ตายเถอะอาเรีย รู้ทั้งรู้ว่าผิดแต่ก็ยังฏิเสธไม่ลงเนี่ยสินะ แต่ถ้าทำไม่ได้ มีหวังพวกนั้นคงต่อว่าตระกูลเธออย่างเสีย ๆ หาย ๆ อีกแน่ และเธอก็เบื่อที่จะต้องเป็นขี้ปากใครต่อใครเขาเต็มทีแล้วล่ะ
ด้วยสาเหตุนั้นจึงทำให้เธอต้องอดทนอดกลั้นจำใจยอมมาทำเรื่องน่าหวาดเสียวอยู่นี่ไงล่ะ!
แต่ยอมรับว่าระหว่างทางเธอก็แอบมีความคิดว่าอยากจะย้อนกลับไปอยู่แทบทุกวินาที กลับเถอะ อาเรีย เธอไม่จำเป็นต้องไปสนคำที่ยัยพวกนั้นพูดหรอก!
เถียงกับจิตใต้สำนึกอยู่ไม่นาน เธอก็เพิ่งรู้ตัวว่ามาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องพักของนักเรียนชายคนหนึ่งเข้าให้ เอาล่ะ ไม่ว่าอย่างไรก็คงจะย้อนกลับไปมือเปล่าไม่ได้แล้ว เป็นไงเป็นกัน!
มือเรียวสั่นไหวขณะที่พยายาหมุนบิดลูกบิดประตู ได้การล่ะ ประตูไม่ได้ล็อค! เอาห้องนี้เนี่ยแหละ เธอไม่พลาดแน่นอน!
คิดในใจพลางค่อย ๆ แง้มประตูให้เปิดออก เพียงแต่...ภายในห้องนั้นมืดสนิทไม่มีแม้แต่แสงไฟสักดวง ทำให้เธอค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างยากลำบากยิ่งนัก
แต่ดูเหมือนว่าภายในห้องจะปลอดคนนะ เมื่อเห็นแบบนั้นมือเรียวจึงเอื้อมไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียงเพื่อจะได้ค้นหาสิ่งของได้สะดวกขึ้น ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาสิ่งที่ต้องการในห้องพัก จึงกระทั่งเข็มกลัดโลหะสีเงินซึ่งประดับตราโรงเรียน ถูกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง
‘แค่เข็มกลัด...ได้แล้วฉันจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด’ เธอพยายามปลอบใจตัวเอง ขณะเดียวกันก็พร่ำขอโทษเจ้าของห้องไปเป็นร้อยเป็นพันครั้ง
แต่เพียงแค่ต้องสัมผัสลงบนเข็มกลัดและพินิจตัวอักษรที่สลักว่าเป็นชื่นสกุลของตระกูลใด แต่ยังไม่ทันจะได้อ่านมันเสียด้วยซ้ำ...
“คิดจะทำอะไรน่ะ” น้ำเสียงเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเธอชะงักจนแทบกลายเป็นรูปปั้น
ในตอนนั้นเอง สายตาของอาเรียก็มองเห็นตัวอักษรที่สลักอยู่บนเข็มกลัดได้อย่างชัดเจนเข้าพอดี
‘แบรดฟอร์ด’
ซวยแล้วไงอาเรีย เข้าห้องใครไม่เข้า ทำไมต้องเป็นพวกคนที่มีอิทธิพลที่สุดในโรงเรียนด้วยเล่า!
หญิงสาวค่อย ๆ หันหน้ากลับไปหาต้นเสียง ก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยืนกอดอกจ้องมองเธออยู่
ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้ว แต่สาบานได้เลยว่าเธอไม่เห็นใครตั้งแต่ตอนเข้ามาในห้อง
และหากจะบอกว่าเขาเปิดประตูเข้ามาระหว่างที่เธอกำลังหาของนั้น ก็เรียกได้ว่าเงียบเชียบจนถึงขนาดนักย่องบายังต้องอายเลยล่ะ
และในขณะที่หญิงสาวตะลึงงันอยู่นั้น เสียงเข้มก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง พร้อมส่งสายตาไม่พอใจอย่างยิ่งไปให้เธอ
นัยน์ตาสีแดงคมกริบสบเข้ากับดวงตาคู่สวย จะว่าไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้มองเขาอย่างชัดเจนเต็มสองตา เพราะในเวลาปกติเธอมักจะเลี่ยงพบหน้าผู้คน และยิ่งเป็นคนที่มีอิทธิพลในโรงเรียนเช่นเขาแล้วด้วยนั้น เธอก็ยิ่งไม่อยากมองให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวเข้าไปใหญ่
ในตอนนี้ดวงตาคู่สวยจึงถือวิสาสะเคลื่อนไล่มองไปยังจมูกที่โด่งเป็นสันรับกับใบหน้ารูปไข่ ผิวเนียนขาวละเอียดพร้อมเส้นผมสีดำขลับ องค์ประกอบทุกอย่างบนเรือนร่างของเขาช่างสมบูรณ์แบบจนเรียกได้ว่าน่าหลงใหลเลยทีเดียว
และตอนนี้ เธอก็เริ่มไม่รู้แล้วว่าเป็นเพราะสถานการณ์ที่โดนจับได้หรือเป็นเพราะใบหน้าหล่อ ๆ นี่กันแน่ที่ทำเอาใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นหลุดออกมา
“ฉันถามว่าทำอะไร”
ยิ่งได้ยินว่าน้ำเสียงนั้นเยือกเย็นมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งหาข้อแก้ตัวไม่ถูกมากขึ้นนั้น ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าจะขยับเขยื้อนไปไหนทั้งนั้น
คุณอาจจะชอบ





