ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เอ๋อรัก (เด็กบ๊อง)

เอ๋อรัก (เด็กบ๊อง)

นิรตา เด็กสาวใสซื่อผู้มีสติไม่สมประกอบก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเตชัส ชายหนุ่มจอมขวางโลกให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้เธอจะดูเอ๋อในสายตาใครๆ แต่ความไร้เดียงสานั้นกลับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาไปไหนไม่รอด ท่ามกลางบทสนทนาแสนซื่อที่ชวนให้ปวดหัวและขำขันในเวลาเดียวกัน ความใกล้ชิดได้ก่อตัวเป็นความรักที่อบอุ่นหัวใจ เมื่อคนดุต้องพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กบ๊องที่เขาตั้งใจจะปราบ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเขาเองที่ถูกความรักพันธนาการไว้จนถอนตัวไม่ขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

อา นี่มันเกิดอาเพศหรือแค่สภาวะอากาศแปรปรวนเท่านั้นนะ หลังจากที่ร้อนตับแลบต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปีใหม่ ตรุษจีน จนล่วงเลยมาถึงสงกรานต์ มาวันนี้ที่นี่! กลับมีฝนตกซะงั้น ไม่ได้ตกธรรมดาแต่ตกหนักด้วย

มันคงเป็นเรื่องดีที่มีฝนตก อย่างน้อยก็ช่วยให้สดชื่น ต้นไม้เขียวชอุ่ม พืชผักงอกงาม แต่น่ากลัวว่ามันจะทำให้โรคระบาดที่กำลังออกอาละวาดยิ่งบุกทำลายพวกเราทุกคนหนักมากขึ้นไปอีก

ประเทศไทยโชคดีที่เป็นเมืองร้อน ยิ่งร้อนเท่าไรโรคร้ายก็ยิ่งน่ากลัวเท่านั้น แต่การที่ฝนเทลงมาอย่างนี้

เฮ้อ ไม่อยากจะคิดต่อ

และใช่...ไม่มีอะไรต้องคิด สำหรับคนที่ไม่คิดที่จะคิดอะไร

ฟังไม่ผิดหรอก มันมีคนประเภทนี้อยู่จริงๆ คนที่ไม่คิดอะไร ซึ่งดูเผินๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องดี ไม่คิดอะไร ไม่ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน ไม่เรียกร้องอะไรจากใคร

อืม...เยี่ยม แต่ว่ากันตามตรงมันมีข้อเสียมากกว่านั้น

เพราะหากฉุกคิดสักนิด เธอ...คงไม่คิดที่จะรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่เป็นเขตหวงห้ามแน่ แม้ว่าจะไม่ได้เจตนาก็ตาม

หญิงสาวกำลังจะขยับกายออกไปเมื่อคิดว่าควรกลับได้แล้ว แต่ทันทีที่หันหลัง เสียงตะโกนก้องก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น

วินาทีนั้นเองที่เธอตัดสินใจขยับไปหลบที่พุ่มไม้เดิมและเพ่งมองให้ชัดๆ แม้สายตาจะพร่าเบลอเพราะสายฝนและความมืด แต่รอยสักที่หัวไหล่ลามลงมาที่ต้นแขนอันใหญ่ๆ กลมๆ ที่มีแปดแฉกคล้ายรูปดาวนั้น กลับทำให้เธอจดจำได้อย่างชัดเจน...

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อคมแบบยุโรปผสมเอเชียกำลังนั่งกอดอกหน้าบูดบึ้งเพราะความหัวเสีย สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการถูกบังคับและการถูกกำจัดอิสรภาพ โดยเฉพาะจากคนที่เขารักและหวังอยากให้เข้าใจเขามากที่สุด

“มันถึงเวลาแล้ว”

เสียงทรงอำนาจที่ตัดบทหลังจากนั่งเถียงกันมาเกือบชั่วโมงนั้นทำให้คนได้รับคำสั่งชะงัก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์แล้วเอ่ย

“แม่ครับ...”

ทว่าก็ไม่ทันจะได้พูดจนจบประโยคอยู่ดี

“ไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้น!”

“แต่ผมยังไม่พร้อม”

“แกโตเป็นหนุ่มแล้วนะ ต้องทำงานทำการ ไม่ใช่เที่ยวเล่นไปวันๆ จะใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาไปถึงเมื่อไหร่”

“ผมไม่ชอบทำงานบริษัท”

“งั้นก็ไปดูแลไร่ มันเป็นของแกนะ จะมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้ไม่ได้”

คนมีลูกชายหล่อล่ำเสียงอ่อนลงตอนท้าย ด้วยความที่นางมีลูกตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ เลยทำให้นางดูไม่แก่ และดูไม่เหมือนแม่สักเท่าไร ออกจะเหมือนพี่สาวของลูกชายมากกว่า ไม่รู้เพราะเหตุนี้หรือเปล่าที่พอบอกสอนอะไรไปลูกมันก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ มันคงคิดว่าแม่เป็นเพื่อนเล่นมันมั้ง!

“แม่ครับ แม่ฆ่าผมเถอะ ถ้าจะให้ผมไปดักดานอยู่ที่นั่น” คนที่มีใบหน้าออกไปทางฝรั่งแต่พูดไทยชัดแจ๋วปฏิเสธทันควันอย่างไม่ต้องคิด

ไปอยู่ไร่อยู่ฟาร์มไร้แสงสีเสียง ตายพอดี!

“งั้นแกก็บอกพ่อแกได้เลย ว่าปีนี้แกไปหาเขาไม่ได้แล้ว”

“แม่!”

“แม่จะทำทุกวิถีทางไม่ให้แกไปหาเขา ยกเว้นแต่ว่าแกจะไปดูแลไร่และปรับปรุงตัวเสียใหม่ เลือกเอา!”

คำประกาศิตนั้น ทำเอาคนที่ไม่อยากไปจากเมืองหลวงหัวเสียจนต้องทึ้งผมตัวเองแรงๆ แต่ก็รู้ดีว่าทำอะไรตอนนี้ไม่ได้ นอกจากทำตามคำสั่งเท่านั้น...

“เป็นอะไรคะคุณโจโจ้ หน้ามุ่ยเชียว”

เตชัส สว่างกาญน์ปัดมือเรียวขาวของสาวสวยที่กำลังลูบอกเขาออกห่าง อันที่จริงเขาชอบนะที่มีสาวๆ มาคลอเคลีย แต่ตอนนี้หงุดหงิดอยู่ เลยรู้สึกรำคาญแทนที่จะพึงพอใจ

“เบื่อ”

“เป็นอีหยังค่ะ (เป็นอะไรคะ)” สาวสวยอีกคนที่มาจากภาคอีสานเอ่ยถามบ้าง

เอาจริงๆ เวลาเขามานั่งดื่มที่ผับนี้เมื่อไหร่ก็มักจะเจอสองคนนี้ที่มาดูแล แม้จะอยากนั่งดื่มเงียบๆ คนเดียวบ้าง แต่ก็เข้าใจคนทำงานแหละว่าต้องทำตามหน้าที่

อีกอย่างเหมือนว่าทั้งร้านจะมีแค่สองคนนี้นี่แหละที่เขาถูกใจ ทั้งหน้าตา ท่าทาง หุ่นทรงองเอว และผิวพรรณ คนหนึ่งหัวทอง ฟังจากสำเนียงแล้วน่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ ส่วนอีกคนที่พูดภาษาอีสานนั้นหัวแดง คาดว่าคงไปทำสีร้านเดียวกันแหละ

“เดี๋ยวจะไปทำไร่ละ ไม่ได้มาแล้วนะ”

“ทำไร่! ตายแล้ว ใครช่างรังแกคุณโจได้”

“แม่สั่ง” เขาตอบเสียงเรียบ

“แล่วคุณโจ๋สิเฮ็ดอีหยังเป็นนิค่ะ (แล้วคุณโจจะทำอะไรเป็นเหรอคะเนี่ย)”

คำสบประมาทนั้นทำให้เตชัสหันขวับไปมองอย่างเอาเรื่อง ถึงเขาไม่เก่งภาษาอีสานแต่ก็พอฟังออกนะ

ฝ่ายแม่สาวหัวแดงก็หัวเราะแหะๆ กลบเกลื่อนแล้วเอ่ยอ้อมแอ้ม

“ขอโทษหลายๆ ค่ะ”

เตชัสส่ายหัวอย่างไม่อยากจะถือสา ก่อนจะวางแก้วแอลกอฮอล์ลงบนโต๊ะแรงๆ แล้วเอ่ยเสียงจริงจัง

“เธอสองคนคิดว่าฉันเป็นคนยังไง”

“อยู่ๆ ทำไมมาถามอะไรแบบนี้คะเนี่ย” คนหัวทองถามอย่างสงสัย ปกติพวกเธอเจอลูกค้าแปลกๆ ก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอใครมาถามนิสัยด้วยแบบนี้

เตชัสถอนหายใจอย่างเซ็งๆ คนอื่นเขามีเพื่อนคอยให้คำปรึกษา แต่ชีวิตไอ้โจมีที่ปรึกษาเป็นสาวนั่งดริงก์

“อยากรู้เฉยๆ”

“พูดได้เหรอคะ”

“พูดมาเถอะน่า”

“คุณโจนิสัยดีออกค่ะ”

เตชัสถอนหายใจพลางกลอกตา ก่อนจะเอ่ยย้ำ

“เอาตรงๆ ไม่ต้องอวย”

“พูดได้จริงๆ นะคะ”

“ก็พูดมาสิ”

“จากที่ได้รู้จักกันมา คุณโจก็...ขี้เหนียวค่ะ พวกเรามานั่งด้วยจะได้ทิปร้อยบาทสักทีเนี่ยยากมาก ได้ทีละยี่สิบสามสิบ คิดแล้วเป็นท้อเลยค่ะ ไม่คิดว่าหล่อๆ อย่างงี้จะขี้งก แถมเวลาสั่งเครื่องดื่มก็แบบ กินถน้อมถนอมนะคะ ไม่ทราบว่ากลัวจะได้จ่ายหลายบาทหรือยังไง พอดื่มเสร็จพวกเราจะชวนไปต่อก็ไม่ไป บอกแต่ว่าไม่มีอารมณ์ ตกลงว่าอารมณ์ของคุณโจมันจะตอนไหนคะ มาเที่ยวทั้งทีให้แต่พวกเรามานั่งลูบไปลูบมา”

คนที่ตอนแรกยึกยักไม่อยากพูดร่ายยาวออกมาจนเตชัสอ้าปากค้าง

“แต่พวกหนูมักหลายเดค่ะ เวลาคุณโจ๋มา คุณโจ๋น่าฮักดี (แต่พวกหนูชอบมากนะคะ เวลาคุณโจมา คุณโจน่ารักดี)”

“แล้วยังไงต่อ” เตชัสพยายามนับหนึ่งถึงสองร้อยระงับอารมณ์ไว้

“ก็ดูไม่เป็นโล้เป็นพายด้วยค่ะ ท่าทางเหมือนคนไม่เอาถ่าน มาทีไรก็บ่นแต่ว่าไม่อยากทำงานๆ สรุปว่าจะเกาะพ่อแม่กินจนแก่ตายมั้ยคะ”

“นี่เธอ!”

“ขอโทษค่ะ”

“ปากอย่างงี้ได้ทิปยี่สิบก็พอแล้ว”

เขาก็รู้หรอกว่าตัวเขาน่ะมันไม่ค่อยได้เรื่อง แต่ก็ไม่ได้โอเคกับการที่จะมาถูกผู้หญิงว่าเอาซึ่งๆ หน้าขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นคนถามเองก็เถอะ

และที่มันน่าเจ็บใจก็คือ สองคนนี้ไม่ได้รู้จักเขาลึกซึ้งมากไปกว่าลูกค้ากับพนักงาน แต่ทำไมยัยสองคนนี่รู้ว่าเขาไม่เอาถ่าน นี่แหละ เขาเจ็บใจตรงนี้

เตชัสกระดกเครื่องดื่มที่เหลือในแก้วจนหมด ก่อนจะวางทิปเป็นธนบัตรสีเทาจำนวนสองใบลงบนโต๊ะแรงๆ แล้วลุกขึ้นเดินจากมา

หาว่าเขาขี้เหนียว อิโธ่ ไหนๆ ก็จะไม่ได้มาอีกนาน หรืออาจจะไม่ได้มาเที่ยวที่นี่อีกเลย ให้สักหน่อยก็ได้วะ จัดให้ยัยหัวทองหัวแดงได้อึ้งไปเลย...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha
8.0
เมื่อจังหวะชีวิตของนายแพทย์ภูผาและปลายฝนโคจรมาพบกันในเวลาที่ใช่ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างมั่นคงโดยไม่มีวันหวนหลัง แม้จะมีการหยอกล้อด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงจนน่าเขินอาย แต่ความผูกพันที่ชัดเจนก็ทำให้ทั้งคู่พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่ นี่คือเรื่องราวความรักที่ลงตัวที่สุดในวันที่หัวใจสองดวงพร้อมจะเปิดรับกันและกันอย่างเต็มหัวใจโดยไม่ยอมปล่อยมือ
หน้าปกนวนิยาย CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก
8.6
เมื่อรุ่นน้องจอมตื๊ออย่างอาร์เดินหน้าจีบฉันไม่หยุด แต่ใจฉันกลับมีเพียงโย เพื่อนสนิทที่แอบรักข้างเดียวมาตลอด ทว่าเหตุการณ์กลับวุ่นวายเมื่อโยประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันคือเมียเขาเพียงเพื่อจะกันท่าคนอื่น แต่เขากลับขอให้ฉันช่วยจีบผู้หญิงอีกคนเป็นการแลกเปลี่ยน ความเจ็บปวดนี้ทำให้อาร์ก้าวเข้ามาเยียวยาหัวใจจนความผูกพันเริ่มก่อตัว ในขณะที่ท่าทีของโยก็เริ่มเปลี่ยนไปจนเกินคาดเดา สุดท้ายแล้วความรักที่วุ่นวายครั้งนี้จะจบลงที่ใคร
หน้าปกนวนิยาย Tour der Love คู่มือหัวใจ ฉบับเที่ยวปารีส
7.8
ลุค โมเรล ได้เรียนรู้ว่าไม่มีคำแนะนำใดในโลกออนไลน์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เขาตกหลุมรักไกด์สาวท้องถิ่นได้ ทันทีที่เขาเดินทางถึงปารีสและได้พบกับหญิงสาวในชุดโค้ตสีแดงผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสและป้ายนำเที่ยวในมือ หัวใจของเขาก็ถูกขโมยไปในทันที เรื่องราวความรักฉบับนอร์มัลท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองแห่งแสงสีเริ่มต้นขึ้นเมื่อความประทับใจแรกพบเปลี่ยนโลกทั้งใบของเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ต้านรักสัมผัสร้าย
9.6
เตชัสต้องช็อกเมื่อสาวสวยที่เขาเคยหลงเสน่ห์กลับกลายเป็นน้องสาวต่างแม่ในบ้านนราธิบดี ท่ามกลางความรู้สึกที่ต้องสะกดกั้น เขาต้องเผชิญกับแผนร้ายจากผู้ที่หวังฮุบสมบัติประจำตระกูล ความลับที่ถูกซ่อนไว้เริ่มสั่นคลอนทุกความสัมพันธ์ ขณะที่อุปสรรคถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง เขาและเธอจะหาทางออกให้ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้อย่างไร หรือบทสรุปของหัวใจจะต้องจบลงด้วยการปิดตายตลอดไปในวังวนแห่งความแค้นและสายเลือด
หน้าปกนวนิยาย ร่ายรักไฟเสน่หา
8.0
อีธานมุ่งมั่นที่จะครอบครองมธุรดาเพียงผู้เดียว เขาจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นคนสวนเพื่อเข้าหาหญิงสาวที่ตนเลือกให้มารับบทลออดาวในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เรื่องราวความรักเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการฝึกสอนการแสดงที่เน้นบทจูบเป็นพิเศษ แม้มธุรดาจะเคยรู้สึกเกลียดชังในตอนแรก แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เธอตกหลุมรักชายหนุ่มขี้หึงคนนี้โดยไม่รู้ตัว กลายเป็นสายใยเสน่หาที่ผูกพันคนทั้งสองไว้ในนิยายโรมานซ์สุดเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ฟีนิกซ์ คืนแค้น
8.7
จากนักศึกษาศิลปะเชียงใหม่ผู้ไร้เดียงสา ฉันกลับตกหลุมพรางรักของอีธาน มหาเศรษฐีผู้เลือดเย็นที่ใช้ความสัมพันธ์ลับและภาพถ่ายส่วนตัวมาเป็นเครื่องมือทำลายพี่ชายฉัน ทุกความอ่อนโยนคือการจัดฉากที่โหดร้ายเพื่อควบคุมฉันในกรงทองอันแสนทรมาน เมื่อความจริงปรากฏ ความรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นที่แผดเผา ฉันลบทุกความลับที่เขาใช้ข่มขู่แล้วหนีจากเงื้อมมืออสูรเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายที่รักจริง ทิ้งให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังในวันที่ฉันเป็นฝ่ายกุมชัยชนะและมองดูโลกของเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์