
อวบอยู่ไหนจ๊ะ
ตอน 2
เธอเคยพยายามแล้ว แต่พอไม่ได้ผลก็ท้อแท้ใจ เลยเลิกสนใจว่าจะควบคุมอาหารการกิน จะคลีนไม่คลีนก็ช่างหัวมันเถอะ ตายไปก็ไม่ได้กิน
โชคดีที่เธอไม่ใช่คนชอบกินเนื้อสัตว์ เธอชอบกินผักกับน้ำพริก แต่มันไม่ได้ทำให้เธอผอมบางเลย แต่เอาเถอะ ใครอยากว่าอะไรก็ว่าไป อาทิตยาเริ่มปลงกับตัวเองได้บ้างแล้ว
หดหู่ใจไปก็เท่านั้น รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางในการทำความดีเสียหน่อย พวกปากไม่ดีนั่นแหละ ทำผิดศีลข้อที่สี่ที่ว่ามุสาวาทา มุสาไม่ใช่แค่ว่าพูดโกหก แต่รวมทั้งพูดไม่ดี ไม่ถูกกาลเทศะ และพูดคำหยาบคาย พูดส่อเสียด พูดล้อเลียน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครทำก็ถือว่าผิดศีล
อาทิตยาขอตั้งจิตมั่นว่าจะอโหสิ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวรกรรม ใครพูดไม่ดีก็ขอให้เวรกรรมตามสนอง จนปากเน่าปากพองไปเล้ยยยย!!!!
เฮ้อ…แล้วไหนจะเรื่องเปิดเทอมวันแรกพรุ่งนี้อีก การเรียนในระดับอุดมศึกษาวันแรกจะเจอกับอะไรบ้างนะ เพื่อนใหม่ ครูคนใหม่ สถานที่ใหม่ การเรียนรู้ใหม่ๆ และคนใหม่ๆ ที่จะมาล้อเลียนเรื่องที่เธออ้วน
“อุ๊บยังไม่นอนอีกเหรอลูก”
เสียงแม่เรียกถามอยู่ข้างนอกทำให้อาทิตยาสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ โชคดีที่ไม่กลิ้งตกจากเตียง ถ้าตกตุ้บลงมาน่ากลัวว่าพื้นจะยุบจริงๆ
“ยังจ้ะแม่” ตอบรับแล้วก็เดินไปเปิดประตูให้แม่เข้ามาในห้อง
ร่างผอมบางของแม่เดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอบนเตียงนอนเก่าๆ ที่มีตุ๊กตาหมีเน่าๆ ตัวแรกและตัวเดียวที่ใช้นอนกอดมาตั้งแต่เด็กวางอยู่ด้วย
“นอนดึกจังลูก พรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยแต่เช้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวตื่นสายนะ”
“อีกแป๊บก็จะนอนแล้วค่ะ พรุ่งนี้แม่ต้องไปขายของที่ตลาดคนเดียว ไม่รู้อุ๊บจะเรียนเสร็จกี่โมงนะคะ”
มีความกังวลในน้ำเสียง ด้วยไม่อยากให้แม่ไปขายข้าวแกงที่ตลาดเพียงคนเดียว แม้อาทิตยาจะไม่ได้ไปช่วยขายทุกวันด้วยว่ามีงานพิเศษอื่นๆ ที่ต้องทำ แต่อย่างน้อยพอเลิกจากงานใดงานหนึ่ง เธอก็จะไปช่วยแม่ขนของกลับบ้านด้วยตลอด
“ไม่เห็นเป็นไรเลย หนูตั้งใจเรียนเถอะนะ ไม่ต้องห่วงแม่” อลิสาปลอบลูกเสียงนุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมสลวยของลูกสาวเบาๆ
ชีวิตของเธอมันไม่ได้มีอะไรน่าจดจำสักนิด แต่เธอยังโชคดีที่มีลูก ถ้าไม่มีอาทิตยา เธอก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเข้มแข็งมาได้ถึงขนาดนี้ไหม
“อุ๊บต้องห่วงแม่สิคะ อุ๊บมีแม่คนเดียว อุ๊บรักแม่ค่ะ”
อาทิตยาเอ่ยเสียงเครือ ก่อนจะเอนกายลงนอนหนุนตักแม่ และกอดเอวบางอย่างประจบเหมือนที่เคยทำเมื่อตอนเด็กๆ
ซึ่งอาทิตยาอาจจะลืมไปว่า ตอนนี้ตัวเองตัวใหญ่เนื้อแน่นน้องๆ ช้าง แม่ก็ตัวบางนิดเดียว ท่านยอมทนให้เธอหนุนนอนตัก แต่สักพักก็เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้
“อุ๊บ แม่ปวดขาแล้วลูก”
อลิสาว่าพลางดันร่างคนตัวอวบให้ลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นใบหน้ากลมๆ น่ารักนั้นงอง้ำ คงจะมีเรื่องน้ำหนักตัวเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้สาวน้อยแสนสดใสอย่างอาทิตยาหน้าบูดหน้ามุ่ยได้ นอกนั้นไม่ว่าจะปัญหาใดๆ ก็ไม่เคยทำร้ายอาทิตยาได้เลยสักครั้ง
“แม่อะ...”
“นอนได้แล้วลูก ทำใจให้สบายๆ พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆ นะจ๊ะ”
“พรุ่งนี้แม่จะแกงอะไรบ้างคะ” ไม่ลืมถามหาของกินแสนโปรดปราน
“จะนอนแล้วยังคิดเรื่องกินอยู่อีก ลูกคนนี้นี่ยังไง ปากก็บอกว่าอ้วน อ้วน อ้วน” แม่ว่าล้อๆ พร้อมกับจับแก้มเธอส่ายไปมาอย่างเอ็นดู
“ก็อุ๊บเบื่อความไม่ผอมสักทีนี่คะ ต่อไปนี้อุ๊บจะกินให้อิ่ม จะอวบจะอ้วนจะตัวแตกก็ไม่สนแล้ว”
“จ้า แม่ช้างน้อย กินไปเถอะลูก อ้วนยังไงแม่ก็รัก” ว่าจบก็หอมแก้มยุ้ยเบาๆ แล้วเดินออกไปจากห้อง
ปล่อยให้อาทิตยามองตามไปด้วยสายตางงๆ ก่อนจะยกมือเกาหัวแกรกๆ พร้อมกับถามตัวเอง ตกลงว่าแม่อยากให้เธอกินเยอะๆ จริงๆ หรือว่ายังไงแน่...
คุณอาจจะชอบ





