
อวบอยู่ไหนจ๊ะ
ตอน 3
“วี้ดวิ้ว...”
เสียงโห่ร้องของผู้ชายกลุ่มหนึ่งทำเอาอาทิตยาเกิดความไม่มั่นใจเล็กน้อย กระนั้นก็บอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจ รีบหาห้องเรียนให้เจอแล้วรีบเข้าห้องไปเตรียมตัวเรียนดีกว่า
“ซ้ายขวาซ้าย! ซ้ายขวาซ้าย!”
แต่เสียงกวนประสาทยังคงมีมาไม่หยุด นั่นทำให้อาทิตยาที่ตอนแรกกะว่าจะไม่สนใจอดหันไปมองไม่ได้ จึงได้เห็นว่าทั้งหมดนั้นน่าจะเป็นเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งเหมือนกันกับเธอ
พวกเขามีกันสี่คน แต่ละคนจัดว่าหน้าตาดีพอใช้ค่อนไปทางดีมาก แต่ปากกับท่าทางของพวกมันนี่โคตรตรงกันข้ามกับหน้าตา
“หูย มีมองค้อนด้วย”
หนึ่งในสี่ว่าขึ้นมา
“ฮ่าๆ ๆ” แล้วก็ประสานเสียงฮากันทั้งแก๊ง จากนั้นใครสักคนในกลุ่มก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า
“ชื่อไรครับ”
อาทิตยาเม้มปากไม่ตอบ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี ตั้งใจว่าจะรีบเดินหนีไปให้ไกล แต่แล้วก็ต้องหยุดกึก
“ไม่ตอบ งั้นเรียกอวบนะ”
“เฮ้ย เลิกแกล้งกันได้แล้ว”
คนที่ดูเคร่งขรึมที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นบ้าง แต่อาทิตยาเห็นนะว่าเขาแอบยิ้มขบขันที่มุมปาก
“ไม่แกล้งแล้วจ้ะ อวบจ๋า เดินดีๆ นะจ๊ะ ถ้าเดินไม่ดีจะแย่ได้นะ” คนที่หนึ่งว่า
“แย่ยังไงวะ” คนที่สองถาม
“เดี๋ยวพื้นมันยุบ” คนที่สามตอบ
“ฮ่าๆ ๆ”
พวกมันสี่คนฮากระเจิงขำกระจาย อาทิตยาที่สุดจะทนเลยอดตอบโต้ไม่ได้ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งด้วยแล้วเชียว
“บ้า!”
“ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก อวบชอบผมเหรอครับ ฮ่าๆ”
อาทิตยาเกลียดไอ้หมอนี่ที่สุดเลย มันตัดผมเกรียนๆ หน้าตากวนประสาท ที่มุมปากข้างหนึ่งมีไฝเล็กๆ ปรากฏอยู่ ถึงว่าสิ มันถึงได้ปากหมา ปากมอม ปากปีจอ ปากเน่า ปากไม่ดี!
โกรธๆ ๆ ๆ เธอโกรธแล้วจริงๆ นะ
“ต่อให้เหลือนายเป็นผู้ชายคนสุดท้ายในโลก จ้างให้เราก็ไม่ชอบหรอก”
ว่าจบก็รีบสะบัดตูดเดินหนีไปทันที ไม่สนใจเสียงฮาครืน ตบเข่าฉาด และกระทืบเท้าถูกใจจนหัวเราะตัวงอของไอ้สี่ตัวนั่นอีก...
“คนบ้า พวกบ้า นิสัยไม่ดี!”
แม่สาวอวบจ้ำม่ำเดินตาแดงๆ พร้อมจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ ปากก็ด่าพวกปากหมาที่หาเรื่องแซวเธอไม่หยุดตั้งแต่วันแรก
นี่มันวันซวยอะไรนะ เปิดเรียนวันแรกก็ต้องมาเจออะไรแบบนี้
เดินไปบ่นไป ฮึดฮัดไป สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเดินมั่ว พอตั้งสติหันมองรอบๆ ตัว ถึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ทางที่เธออยากจะเดินมา
ที่จริงต้องเดินไปอีกด้าน ถึงจะเป็นที่ตั้งของอาคารเรียนที่ต้องเรียนวิชาแรกในวันนี้
“โอ๊ย อะไรนักหนานะ”
อาทิตยากลอกตาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะรีบเดินกลับไปยังทางเดิม เพื่อจะได้เลี้ยวไปยังอาคารที่ว่า ซึ่งจากจุดที่เธออยู่นี้ก็ไกลพอสมควร ได้เหงื่อซกกันคราวนี้ล่ะ
ทั้งเดินทั้งวิ่งและทั้งหาสถานที่ เพราะความไม่คุ้นชินเลยทำให้เธอต้องใช้เวลาถึงสิบห้านาทีกว่าจะมาถึงห้องเรียนของคลาสแรก เมื่อเปิดประตูเข้าไป อาจารย์ยังไม่มา แต่ว่า...
นักศึกษาที่นั่งเต็มห้องหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว เสียงเจี๊ยวจ๊าวตอนแรกก็เงียบกริบราวกับสับสวิตช์
คุณอาจจะชอบ





