ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

หลังจากเผชิญกับความผิดหวังซ้ำเล่าจนเกือบจะปิดกั้นตัวเองจากความรัก บาดแผลทางใจที่แสนเจ็บปวดกลับกลายเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยากที่สุด ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกที่มีต่อใครบางคนก็ทำได้เพียงถูกฝังรากลึกไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ กลายเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป แต่รักนั้นจะยังคงสถิตอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่มีวันลืมเลือนได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไม่กี่นาทีต่อมากุ๊กไก่ก็นั่งเผชิญหน้ากับผู้ชายแปลกหน้าที่เคยเป็นคนคุ้นเคยที่สุดคนหนึ่งของเธอ

"นายคืออชิจริง ๆ เหรอ"

ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นดื่มแล้วพยักหน้า

"แน่นอนสิ จำไม่ได้จริง ๆ เหรอ"

กุ๊กไก่ส่ายหน้า และพูดตามตรง

"แต่ก่อนนายไม่ใช่แบบนี้นี่ นายคือไอ้อ้วนอชิไม่ใช่เหรอ"

นอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาขั้นเทพของเขาแล้ว กุ๊กไก่ยังเผลอมองรูปร่างสูงโปร่งที่พอเหมาะพอเจาะ เมื่อก่อนเธอรู้ว่าเขาเป็นคนสูง แต่เพราะเขาเจ้าเนื้อจึงดูแตกต่างจากตอนนี้เป็นอย่างยิ่งและหลายปีที่ไม่ได้เจอกันผู้ชายคนนี้กลับสูงขึ้นกว่าเดิมมาก

กุ๊กไก่เคลื่อนสายตาอย่างช้า ๆ มองไปจนถึงริมฝีปากสุดเซ็กซี่ของเขา จู่ ๆ เธอก็รู้สึกร้อนขึ้นมา

วันนี้อชิสวมเสื้อยืดสีขาว ทำให้กุ๊กไก่อยากสาดน้ำสักแก้วใส่เขาเพื่อมองดูว่าข้างในนั้นจะมีซิกแพคแน่น ๆ หรือว่าจะเป็นก้อนไขมันหนากันแน่ กระทั่งเธอเลื่อนสายตาลงต่ำและหยุดสายตาที่ตรงนั้นอย่างลืมตัว

คิดอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าในเมื่อเขาผอมลง ตรงนั้นมันจะหดลงด้วยหรือเปล่า?

อชิกระแอม

"มองพอหรือยัง ถ้าจะมองกันขนาดนี้เธอขอให้ฉันถอดเสื้อผ้าให้ดูเลยดีกว่า"

กุ๊กไก่พยายามระงับอารมณ์ทั้งหมดที่กำลังพุ่งสูงขึ้น ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่ยังเผลอเลียริมฝีปากไม่ได้ เธอยังเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

"ก็ไม่มีอะไรน่ามองสักเท่าไหร่นี่"

เพื่อไม่ให้ตัวเองขายหน้ากุ๊กไก่จึงรีบพูดขึ้นเธอยังหันหน้าออกไปดูนอกร้านอีกด้วย

อชิยักไหล่ท่าทางดูดีเป็นอย่างยิ่ง กุ๊กไก่จึงเอาแต่คิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรกิริยาท่าทางล้วนน่ามองจนสามารถดึงสายตาของเธอได้เป็นอย่างดี

"บอกไม่มีอะไรน่ามอง แต่เห็นจ้องเป้าฉันแทบจะทะลุ"

กุ๊กไก่สะอึก แต่คนอย่างเธอมีหรือจะยอมแพ้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ผ่านมาแล้ว เธอเอียงคอมองเขากุ๊กไก่จำได้ว่าอชิคนนี้แต่ก่อนขี้อายขนาดไหน และเธอก็ยังไม่ลืมความเจ็บช้ำที่เขาปฏิเสธเธอในวันนั้น

เป็นรักแรกของฉันนับว่าเป็นวาสนาแท้ ๆ แต่กลับปฏิเสธฉันได้ยังไง แน่ล่ะ ฉันอยากจะเอาคืน

เธอหัวเราะออกมาแล้วบอกเขาว่า

"ก็ตรงนั้นน่ะ ฉันแค่สงสัยว่ามันจะหดเหมือนร่างกายของนายหรือเปล่า"

อชิมองเธอด้วยสายตาค่อนข้างเย็นชา

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ"

คราวนี้กุ๊กไก่ยักไหล่

"ก็นิดหน่อย"

คำพูดว่านิดหน่อยนั้นช่างตรงข้ามกับความอยากรู้อยากเห็นที่มีมากมายเกินบรรยายในใจเธอเหลือเกิน

อชิหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางประหลาดของคนที่บอกว่านิดหน่อย แต่สายตาคู่หวานนั้นกลับจ้องมาที่เป้ากางเกงของเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้

เขาขยับมานั่งที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ ของเธอ แล้วฉวยมือเรียวของกุ๊กไก่ทันที กุ๊กไก่ตกใจพยายามที่จะดึงมือของตัวเองหนี แต่อชิกลับพูดว่า

"ไหนบอกอยากรู้ไงล่ะ แค่ฉันจับมือก็กลัวแล้วเหรอ"

กุ๊กไก่ถลึงตาใส่เขา

"ฉันจะกลัวอะไรนาย คนอย่างนายมีอะไรน่ากลัวกัน"

แล้วเธอก็ปล่อยให้เขาจับมือของเธอ อชิแบบมือเรียวของกุ๊กไก่เบา ๆ

"ถ้าไม่กลัว"

คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขา กระทั่งเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอ

"อยากจับดูมั๊ยล่ะ"

กุ๊กไก่สำลักจนไอออกมา เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างระแวงกลัวจะมีใครอยู่แล้วได้ยินเรื่องที่พวกเธอคุยกัน เพราะวันนี้เกิดเรื่องเธอจึงให้พนักงานกลับไปก่อนแล้ว

ถึงจะไม่ได้เจอกันนานหลายปี แต่กุ๊กไก่กับสามารถต่อติดความรู้สึกสนิทสนมกับอชิได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาคือคนเดียวที่เธอคิดว่าเป็นครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้ของเธอ

ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาผูกพันธ์และลึกซึ้งแค่ไหนคนสองคนย่อมตระหนักได้โดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่าเขาทำให้เธอโกรธมานานเกินไป นานจนเธอพยายามจะไม่มองเขาเป็นญาติเพียงคนเดียวอีก

เธอยังโกรธที่เขาทำให้เธอขายหน้าในตอนนั้นและหลังจากนั้นเขาก็หายไปจากชีวิตของเธอโดยไม่ติดต่อมาอีก แม้ว่าเธอจะพยายามอยู่หลายปีเพื่อค้นหาอชิ แต่ผู้ชายคนนี้ก็หายไปราวกับตายไปแล้ว

สุดท้ายเธอจึงเลิกพยายามที่จะตามหาเขาอีก คิดว่าถ้ามีวาสนาสักวันคงได้เจอกันอีก กับเขาผู้ชายที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ

"ว่าไงล่ะ ไม่กล้าแล้วเหรอ" อชิย้ำถาม ทั้งยังโบกมือผ่านหน้าเธอเมื่อกุ๊กไก่เหมือนจะเหม่อลอยไปแล้ว

กุ๊กไก่มองเขาแล้วหัวเราะเสียงดังดึงความคิดของตัวเองที่กำลังเตลิดให้กลับมาทันที

"นายหายไปนานแค่ไหนจนฉันลืมไปแล้ว และไม่คิดว่านายจะเปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนี้ พอไม่มีฉันแล้วก็หล่อเลยนะ ไอ้เลว ทิ้งฉันไว้คนเดียวแล้วกล้าดียังไงกลับมาหาฉันอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือยังไงวะ"

อชิยกมือขึ้นเหมือนกับจะขอโทษ

"จะด่ายังไงก็ด่าแต่อย่าเยอะมากเดี๋ยวสำนึกผิดไม่ทัน ที่หายไปนี่ก็เพราะไปหาเงินไง เธอชอบเงินไม่ใช่เหรอถ้าฉันไม่รวยฉันไม่กล้ามีหน้ามาเจอเธอหรอก"

"เห๊อะ รู้ดี อีกอย่างนายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาท้าทายโดยเฉพาะคนขี้ขลาดอย่างนายคิดยังไงมาท้าฉันแบบนี้ ไม่กลัวว่าฉันจะกล้าจับมันจริง ๆ เหรอ แค่ไอ้หนอนเล็ก ๆ ของนายฉันจับมาตั้งแต่เด็กจนชินมือไปแล้ว"

อชิยิ้มเธอรู้ว่าเขากำลังยิ้มยั่วเธอ

"เธอไม่กล้าหรอก ฉันรู้ดีแต่ก่อนก็ทำเป็นอวดดีแต่ก็เป็นคนที่ขี้ขลาดคนหนึ่ง ตอนนี้หนอนเล็กเป็นหนอนใหญ่มาก ระวังมันจะกัดมือขาด"

กุ๊กไก่เชิดหน้าขึ้น แค่นเสียงเย็นออกมา

"ฉันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่กลัวอะไรแล้ว เพราะใครล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้"

อชิเหมือนจะสลดลงไปเล็กน้อย

"ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง ยากจนไม่ใช่เหรอตอนนี้ เจ้าชายของเธอมาแล้ว"

เธอไม่ได้ฟังเขาโอ้อวด เมื่อเวลานี้โอกาสของกุ๊กไก่มาถึง เธอสะบัดมือของอชิออกแล้วขยับมือว่องไวไปที่เป้ากางเกงของเขาเธอคลำอยู่ชั่วครู่ และเธอก็ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้ นั่นทำให้กุ๊กไก่เปล่งเสียงหัวเราะขบขันออกมา

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี่มันเล็กเหมือนใจของนายจริง ๆ ยังมีหน้ามาท้าทายฉันอีก"

กุ๊กไก่หดมือของตัวเองกลับมาวางไว้บนโต๊ะ ในขณะที่ใบหน้าของอชิเปลี่ยนเป็นสีแดง

"ผู้หญิงลามกอาศัยทีเผลอลวนลามชาวบ้าน"

กุ๊กไก่ทำท่าล้อเลียน

"ใครให้นายมาท้าทายฉันก่อนล่ะ เล็กแบบนี้อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลาเลย"

"นั่นมันเพราะเธอจับไม่ถูกที่และเธอจับเร็วเกินไปเลยไม่ทันเจอ"

"โอ๊ย ยังจะแก้ตัวอีกยอมรับเถอะว่าเล็กฉันรับรองว่าจะไม่บอกใครหรอก"

กุ๊กไก่ยังหัวเราะไม่หยุด อชิสูดหายใจเข้าลึก คิดจะจับมือของเธอแล้วยัดเข้าไปสัมผัสท่อนเนื้อของตัวเองอีกครั้ง หรือไม่ก็ถอดกางเกงโชว์เธอซะเลย

แต่เมื่อคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าตัวเองชักจะเหมือนคนโรคจิตแล้ว ตั้งแต่มานั่งกับเธอเกือบครึ่งชั่วโมงมานี้นอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขาที่เปลี่ยนไป พวกเขาทั้งสองคนยังเอาแต่หมกมุ่นเรื่องขนาดอวัยวะเพศของเขาจนลืมไปว่าพวกเขาเพิ่งเจอกันแท้ ๆ

มีเรื่องมากมายที่สมควรพูด และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องลามกแบบนี้

กุ๊กไก่เช็ดน้ำตาที่ไหลเพราะขบขัน เธอมองเขาอย่างเต็มตาอีกครั้ง ความรู้สึกรักและผูกพันธ์ยังคงอยู่ไม่เคยเปลี่ยน แต่ตอนนี้ต่างคนก็มีชีวิตของตัวเองแล้ว เธอเสียใจมามากมายและตามหาเขามาตลอดหลายปี

แต่วันนี้ที่ได้เจอหน้าเขา เธอกลับโกรธจนไม่คิดถามว่าเขาหายหัวไปไหนมา และมีฐิทิเกินที่จะอยากรู้เรื่องของเขา ช่างแม่งมันสิ กล้าหายหัวไปแบบนั้น แปลว่าอชิไม่แคร์เธอสักนิด เรื่องอะไรเธอต้องแสดงท่าทางสนใจมันด้วยละ เมื่อได้เวลาแล้ว เธอคิดว่าต้องรีบกลับเสียที

"เอาล่ะ ก็ดีใจนะที่เจอนายและขอบคุณที่มาช่วยฉัน แต่ฉันต้องกลับแล้วลาก่อน แล้วไสหัวไปไกล ๆ เลยไม่ต้องมาเจอฉันอีก ไอ้เวร"

อชิลุกขึ้นเขาจับแขนกุ๊กไก่เอาไว้ ใบหน้ายิ้มละไมไม่ได้โกรธที่ถูกเธอด่าเลยสักนิด แต่กลับดีใจที่เธอยังด่าเขาและใช้คำพูดที่ดูคุ้นเคยกันเหมือนวันวาน ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

นี่แสดงว่าช่วงระยะเวลาที่ไม่ได้ติดต่อกันมาตลอดหลายปี กุ๊กไก่ยังคงเป็นเด็กหญิงผมเปียปากจัดคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันทำให้เขารู้สึกดีใจมากกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้อีก เขารั้งเธอไว้แล้วจ้องตาของเธอก่อนจะพูดออกมา

"อืม ฉันด้วย"

กุ๊กไก่คิดว่าเขาเองก็คงจะไปเหมือนกัน เธอไม่ได้ถามว่าเขามาหาเธอทำไม เพราะยังเคืองอยู่มากไม่ได้ถามถึงเบอร์มือถือของเขา ไม่คิดจะติดต่อเขาอีก เจอกันด้วยความบังเอิญครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว คนที่เคยทิ้งเธอไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนของเธออีกต่อไป

จนกระทั่งกุ๊กไก่เห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ใกล้ประตูทางเข้า เธอจึงอุทานออกมาอย่างตกใจ

"แย่แล้ว ของลูกค้าคนไหนกันลืมไว้"

อชิเดินมาหยุดข้าง ๆ เธอแล้วบอกว่า

"ของฉันเอง"

กุ๊กไก่มองเขาด้วยความสงสัย

"นายจะไปไหน"

เขายิ้มยังไม่ตอบ หญิงสาวเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะไปถามแบบนั้น สองคนไม่สนิทกันแล้วนี่นา เธอจึงบอกเขาว่า

"เอาเถอะ จะไปไหนก็ไปเถอะเรื่องของนายโชคดีแล้วกัน ออกมาได้แล้วฉันจะปิดประตูล็อกร้าน อย่ามาเกะกะสายตา"

อชิเดินลากกระเป๋าออกมาหน้าร้าน ยังช่วยกุ๊กไก่ดึงประตูเลื่อนลงแล้วล็อกอย่างแน่นหนา

"ขอบใจลาก่อน"

เธอเดินนำหน้าเขา อชิเดินตาม กุ๊กไก่กลอกตาเมื่อชายหนุ่มยังไม่ยอมไปไหน กระทั่งในที่สุดเธอก็เดินมาหยุดที่หน้าตึกรอเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน

"จะเรียกรถก็ไปเรียกไกล ๆ อย่ามาเกะกะขวางทางคน"

อชิไม่ตอบเธอ เขายังโบกรถแท็กซี่ตัดหน้าเธออีก กุ๊กไก่กัดฟันเมื่อรถคันนั้นดันจอดให้เขาด้วยสิ  ชายหนุ่มเก็บกระเป๋าที่กระโปรงท้ายรถเรียบร้อยก็เปิดประตู แล้วลากแขนกุ๊กไก่ให้ขึ้นมาด้วย

กุ๊กไก่ไม่ทันตั้งตัวจึงขึ้นรถมาพร้อมเขาด้วยความมึนงง นี่ฉันขึ้นมาทำอะไรที่นี่

"ไปที่คอนโดXครับ"

เขาบอกคนขับกุ๊กไก่ตาโตหันไปมองเขา

"อ้าวนายพักคอนโดเดียวกันกับฉันเหรอ"

เขาไม่พูดอีกดีที่ยังพยักหน้า กุ๊กไก่บิดข้อมือของตัวเองที่ถูกเขากุมอยู่ บ่นเบา ๆ พอได้ยิน

"โลกกลมชะมัด ยังพักที่เดียวกันกับฉันอีก"

คนขับแท็กซี่มองดูพวกเขาสองคน คนหนึ่งท่าทางเป็นคุณหนูหน้าตาสวยมากและคงสำออย อีกคนหนึ่งเหมือนนายแบบสำเนียงยังติดฝรั่งนิด ๆ เขาจึงกระแอมพูดว่า

"ช่วงนี้แถวนั้นรถติดครับ คิดเหมานะครับเจ็ดร้อยบาทถ้วน"

กุ๊กไก่ได้ยินแบบนั้นก็เลือดขึ้นหน้า

"ไม่มิเตอร์เหรอคะ โอ๊ย คนไทยสมัยนี้หากินง่ายนะคะ นี่ขนาดคนไทยด้วยกันพี่ยังโขกสับค่าโดยสาร อย่าพูดถึงต่างชาติเลย ฉันจะบ้าตาย เอาเลย คิดเลยสิแบบเหมาน่ะ ฉันบันทึกวิดีโอไว้หมดแล้ว และจะฉันโทรแจ้งหน่วยงานเพื่อร้องเรียน เพราะคนแบบคุณนี่แหละที่ทำให้คนที่เขาขับแท็กซี่ดี ๆ เสียหมด คุณนี่สมควรโดนจับจริง ๆ อ้อ ชื่อนายนพดล เหรอ ได้ฉันจะโทรเข้าไปหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนเดี๋ยวนี้ คอยดูว่าคุณจะถูกปรับและถูกเพิกถอนใบอนุญาติหรือเปล่า"

ว่าแล้วเธอก็ดึงโทรศัพท์ออกมาไม่ยอมลงจากแท็กซี่คันนี้ ใช่เพราะมันเรียกยากเหลือเกินจนกุ๊กไก่โมโหแล้ว

"เบอร์อะไรนะแล้วนะ เดี๋ยวก่อนฉันหาก่อน"

กุ๊กไก่ยังไม่ได้หาเบอร์อชิก็ตอบทันที

"1584 เบอร์ร้องเรียนแท็กซี่ 1584"

กุ๊กไก่ตบมือ "ใช่ 1584"

เธอยังไม่ได้กดลงไป คนขับรถก็หันมาบอกเธอพร้อมกับขอโทษทันที

"อย่าโทรเลยนะครับ ผมต้องโดนปรับและโดนงดขับด้วย เอาแบบนี้ผมกดมิเตอร์แล้วและจะไปส่งถึงที่เลยครับ ขอโทษนะครับ"

"แน่นะ"

กุ๊กไก่กำมือ เธอมองเห็นกล้ามอชิแล้ว กล้ามโตใช้ได้ต่อยคุณลุงคนผอมนั้นสักหมัดคงสลบ เอาล่ะในเมื่อเธอเป็นต่อเธอจึงกล้าข่มขู่คน

"ถ้ายังทำนิสัยแบบนี้อีก หนูให้เพื่อนจัดการลุงแน่นอนเขาเป็นลูกชายอธิบดีกรมตำรวจ รู้จักหรือเปล่าท่านอธิบดีน่ะ สนิทกัน"

อชิมองกุ๊กไก่ด้วยความขบขัน เอาล่ะสิอยู่ ๆ ก็มีหน้ามีตามีพ่อเป็นคนใหญ่คนตัวเพราะยัยกุ๊กไก่นี่อวยยศให้ซะแล้ว

คนขับแท็กซี่ตกใจอยู่มาก เขาจึงลนลานขับรถไปโดยไม่พูดอะไรอีก

จนกระทั่งพวกเขามาถึงคอนโด กุ๊กไก่ดึงกระเป๋าตังค์ออกมา เธอแอบหลบนิดหน่อยไม่ให้อชิเห็น เมื่อในกระเป๋าตังค์ชาแนลใบละหลายแสนของเธอมีเงินอยู่ในนั้นไม่ถึงพันบาท

อยากจะด่าตัวเองนักที่ลืมตัวไม่ยอมขึ้นรถไฟใต้ดินกลับยังจะประหยัดกว่านี้อีก แง แง

เธอไม่ได้บอกให้อชิจ่ายค่าแท็กซี่ เพราะตัวเองกลัวเสียหน้า แต่แกล้งดึงเงินออกมาช้า ๆ จนกระทั่งอชิพูดขึ้นว่า

"เท่าไหร่ครับ"

กุ๊กไก่ลอบยิ้ม เหอะ แผนนี้ได้ผลว่ะ

คิดแล้วก็เก็บกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ

คนขับแท็กซี่จ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ประหนึ่งจะด่าว่า ไม่แหกตาดูมิเตอร์เหรอ ยังพูดห้วน ๆ อีก

"สี่ร้อยห้าสิบบาท"

ก่อนจะลงจากรถกุ๊กไก่ยังขู่คุณลุงคนนั้นอีกหน่อย ไม่ให้เขาทำนิสัยแบบนี้กลับใคร

"หนูจำชื่อลุงแล้วแจ้งไปที่อธิบดีแล้ว ต่อไปถ้าลุงทำอีกลุงหมดหนทางทำมาหากินแน่ กดมิเตอร์ทุกครั้งจำไว้ด้วย"

แท็กซี่รับคำแล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว

กุ๊กไก่ไม่สนใจอชิแล้วเธอเดินเข้าไปในคอนโดก่อนโดยมีอชิลากกระเป๋าตามมาติด ๆ กระทั่งกดลิฟต์อชิก็ปล่อยให้กุ๊กไก่กดคนเดียว เขายังตามมาเงียบ ๆ เธอมองเขาอย่างระแวงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เมื่อถึงหน้าห้องเธอกุ๊กไก่ก็รู้แล้วว่าเขาตามเธอมาจริง ๆ ห้องตรงข้ามเป็นห้องของเควิลและลูเซียโน่ที่ซื้อเอาไว้ ทั้งชั้นมีแค่สองห้อง เจ้าหมอนี่ถูกจับได้แล้ว

"ว่ายังไงจะบอกมาได้หรือยังว่าตามฉันมาทำไม"

อชิวางปล่อยกระเป๋าใบโตแล้วกอดอกมองเธอยิ้ม ๆ

"มาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยเธอทำร้านให้ได้กำไรและใช้หนี้ให้ทั้งหมดแต่เธอต้องให้ฉันอยู่กับเธอที่นี่ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ"

กุ๊กไก่ได้ยินดังนั้นก็ร้องออกมา

"นายบ้าไปแล้วเหรอ ใครจะมาเป็นสามีของฉันกัน นายนี่นะ ไอ้เวรที่เคยปฏิเสธฉันแล้วหายหัวไปเหมือนตายนี่นะคิดจะมาเป็นสามีฉัน คิดว่าฉันง่ายนักหรือไงยะ"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักจำเลยมาร
8.1
เพียงแค่สบตากับคาเอล เดอร์มินอฟ ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม แม้ชายหนุ่มจะมีรูปโฉมที่หล่อเหลาราวกับความฝัน แต่ในนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยเพลิงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แนบชิดภายใต้ร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเขา เธอกลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามีความพยาบาทอันลึกล้ำซ่อนอยู่เบื้องหลังความเสน่หาที่เขามอบให้ในค่ำคืนที่แสนอันตรายนี้
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่ร้าย
9.1
เมื่อน้องข้าวสาวน้อยวัยสิบแปดปีปฏิเสธที่จะเลิกนั่งตักคุณอาสุดที่รัก แม้เขาจะพยายามปรามว่าโตเกินกว่าจะทำเช่นนี้และเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นแถมยังพาลใส่ลิลลี่นางแบบสาวคนสนิทของเขาด้วยความหึงหวง เมื่อถูกดุด่าว่านิสัยไม่ดีจนต้องบีบน้ำตา เธอจึงขู่ว่าจะหนีไปนั่งตักชายอื่นแทน ทำเอาคุณอาที่เคยเข้มงวดถึงกับฟิวส์ขาดและเค้นถามด้วยความหวงก้างทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ บททดสอบความสัมพันธ์กึ่งหลานกึ่งคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์ซ่าน
9.4
ซีรีส์ซ่านคือผลงานนิยายรักสไตล์โมเดิร์นที่รวบรวมเรื่องราวสุดเร้าอารมณ์ไว้ถึง 12 เรื่องในชุดเดียวกัน ประกอบไปด้วยตอนซ่าน เพื่อนเหงาสาวข้างโต๊ะ ติวสยิวรัก เถื่อนทมิฬ และปิ่นโตผูกรัก ตามมาด้วยคฤหาสน์หวาม สาวน้อยข้างบ้าน เมียจ๋า เล่ห์สวาท สยิว live สด และปิดท้ายด้วยไม่หล่อแต่เร้าใจ ทุกเรื่องถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้น ครบถ้วนทุกอารมณ์รักและเสน่ห์ชวนหลงใหลที่ผู้อ่านไม่ควรพลาดในคอลเลกชันพิเศษชุดนี้
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์รักแรงพยาบาท
9.2
เมื่อแม่ต้องเผชิญวิกฤตความตาย มนต์มีนา แอร์โฮสเตสสาวจึงไร้ทางเลือกนอกจากหวนกลับไปหา คาร์โล คัสล์ซัน CEO หนุ่มเจ้าของสายการบินผู้กุมอำนาจเงินตราและอดีตอันขมขื่นระหว่างกัน เขาจำเธอได้แม่นยำในฐานะอดีตคนรักที่เคยฝากแผลใจไว้ ซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจจึงยื่นข้อเสนอสุดอัปยศเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการแพทย์ นั่นคือเธอต้องยอมพลีกายเพื่อมอบทายาทให้แก่เขา การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่คาร์โลจะใช้พันธสัญญาเสน่หาเพื่อแก้แค้นเธอให้สาสมกับความเจ็บปวดในอดีต
หน้าปกนวนิยาย เพลิงเพรงมาร
8.6
เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มโสดในฝันของสาวๆ ชายหนุ่มเป็นเพลบอยนักรักชื่อก้อง แต่แล้วพญามัจจุราชดันมากระชากขาของเขาให้ตกลงไปในขุมนรก เมื่อจู่ๆ เขากลับกลายเป็นพ่อของเด็กชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เขาดันด้นข้ามขอบฟ้าบินไปเมืองไทยเพื่อจัดการกับผู้หญิงแพศยาที่บังอาจทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมามัวหมอง แต่ครั้นได้สบตาแม่กวางสาว หัวใจหนุ่มกลับสั่นไหวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหญิงใดมาก่อน แล้วแบบนี้เขาจะจัดการกับหล่อนยังไงดีล่ะ ให้ตำรวจลากหล่อนเข้าคุก หรือว่าจับแม่คนสวยโยนขึ้นเตียงดี?! เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มหล่อเพลบอยผู้เพียบพร้อม ชีวิตของเขาเสมือนอยู่บนสรรค์ แค่เพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น สิ่งที่ต้องการก็ลอยมากองอยู่แทบฝ่าเท้า แต่แล้วจู่ๆ สวรรค์ก็พลิกกลับด้านกลายเป็นนรกอเจเวจี เมื่อข่าวลือหนาหูดังกระฉ่อนปิดกันให้แซ่ดว่าผู้ชายหล่อเร้าเป้าเลิศอย่างเขาแอบซุกลูกเอาไว้ที่เมืองไทย เอาละซิ งานนี้ไม่หมู่ก็จ่าแน่ๆ เขาต้องรีบบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปลากแม่สาวตัวต้นเรืองเข้าซังเตเสียให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนี้กับใครอีก แต่ให้ตายเถอะ... เพียงแค่สบตากับแม่กวางสาวเท่านั้น เลือดหนุ่มในกายก็พลันเดือดพล่าน ความต้องการเฉกเช่นบุรุษนักรักอบอวลจนถึงขั้นมึนเมา จากที่เคยอยากจะลากแม่สิบแปดมงกุฎเข้าซังเต ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจอยากลากขึ้นเตียงมากกว่า?! “ฉันยอมแล้ว...” “ยอมอะไร... ยอมให้ฉันทำเหมือนเดิมใช่ไหม” ปากร้อนจัดของเฟอร์นัลโดกดนาบลงกับผิวนุ่มที่ซอกคอระหง พร้อมกับดูดแรงๆ จนเกิดรอยแดงช้ำแห่งใหม่ “อา...” ณัชชาอรเผลอตัวครางเบาๆ ก่อนจะรีบเรียกสติคืนมา “ฉันหมายถึง... ยอมเล่าทุกอย่าง...” เฟอร์นัลโดหัวเราะหึหึในลำคอ และยอมที่จะปล่อยให้ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง “เล่ามาสิ ก่อนที่ฉัน... จะรอไม่ไหว” นัยน์ตาสีสนิมเป็นประกายวาววับ ณัชชาอรรีบหลบสายตา และก็รีบฉวยโอกาสลุกขึ้นหนีไปยืนอยู่ห่างๆ เฟอร์นัลโดหัวเราะขบขัน “ถ้าฉันต้องการ เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ” “คุณ... ไม่มีทางต้องการฉันหรอกค่ะ ฉันก็แค่...” คนตัวเล็กน้ำตาซึม ก่อนจะรีบกะพริบไล่มันให้กลับไปด้านใน “สิบแปดมงกุฎ คนโกหกหลอกลวง และน่ารังเกียจ” “ใช่... ถูกต้อง...”