หน้าปกนวนิยาย Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

8.3 / 10.0
หลังจากเผชิญกับความผิดหวังซ้ำเล่าจนเกือบจะปิดกั้นตัวเองจากความรัก บาดแผลทางใจที่แสนเจ็บปวดกลับกลายเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยากที่สุด ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกที่มีต่อใครบางคนก็ทำได้เพียงถูกฝังรากลึกไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ กลายเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป แต่รักนั้นจะยังคงสถิตอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่มีวันลืมเลือนได้เลย

Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์ ตอนที่ 1

ร้านกาแฟ Coffee Friends

"พี่กุ๊กคะ พวกมันมาอีกแล้วค่ะทำยังไงดีคะ"

"ติ๊กไป เร็ว รีบไปล็อกประตู"

กุ๊กไก่พูดเสียงสั่นในขณะที่ซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์กาแฟอย่างรวดเร็ว

"ไม่ทันแล้วค่ะ หนูก็กลัวค่ะ พะ พวกมันเข้ามาแล้ว"

ติ๊ก พนักงานคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในร้านกาแฟของกุ๊กไก่พูดขึ้น เด็กสาวอายุเพียงสิบเก้าปี แต่นับว่าใจแกร่งอยู่ไม่น้อย เธอยังคงทำหน้าเรียบเฉย รับออร์เดอร์แล้วยิ้มให้กับลูกค้าที่อยู่ข้างหน้า เสียงของเด็กสาวสั่นอย่างเห็นได้ชัด หากไม่เพราะสงสารเจ้านายสาวเธอคงลาออกไปแล้ว

กุ๊กไก่กำลังคิดหาทางออก เธอต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้เพราะร้านของเธอกำลังจะเจ๊ง กระทั่งผู้ชายสองคนสวมหมวกกันน็อกเดินเข้ามาในร้านถามเสียงเหี้ยมจนกุ๊กไก่ขนลุก เธอไม่ต้องการให้ติ๊กที่ไม่รู้เรื่องอะไรต้องมาลำบาก กุ๊กไก่จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

เธอตีหน้าขรึมถ้าการเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จ เธอคงต้องยอมบอกเพื่อนรักทั้งสองคน คิดแล้วก็เศร้าทั้ง ๆ ที่พยายามจะรักษาร้านเอาไว้แท้ ๆ แต่เพราะความเชื่อใจ และไม่เคยดูแลร้านของเธอเลย จึงทำให้ร้านกาแฟสามสาขาของเธอถูกผู้จัดการยักยอกเงินไปจนหมด

เธอยื้อมาได้เกือบปี ด้วยความสามารถของเธอที่ไม่มีอะไรเลยก็ทำให้ร้านขาดทุนยับ มีคู่แข่งมาเปิดที่ฝั่งตรงข้ามลูกค้าหดหายสุดท้ายเธอต้องยอมปล่อยสองร้านนั้นไป เพราะตัวเองไม่เหลืออะไรให้ขายกินอีกแล้ว

สุดท้ายเหลือเพียงร้านนี้ที่นาชาเพื่อนรักของเธอปลุกปั้นขึ้นมา กุ๊กไก่จึงไม่ยอมวางมือ เธอพยายามยื้อสุดชีวิตกระทั่งต้องไปเอาเงินนอกระบบมาจ่ายค่าเช่า

ด้วยดอกเบี้ยที่มหาศาล เธอผู้ไร้ความสามารถก็ไม่มีปัญญาจ่ายอีก เจ้านายของพวกมันยังขอให้เธอเอาตัวเองไถ่ดอก กุ๊กไก่โมโหมากจะหันไปพึ่งใครก็ไม่ได้ ตั้งแต่นาชาและลูกเกดย้ายไปอยู่ต่างประเทศตามสามีเธอก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้

คิดจะโทรไปสารภาพกับเพื่อนก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็รู้ว่าทั้งสองคนต้องไม่ว่าอะไร ยังจะให้เงินเธอมาอีกแน่ กุ๊กไก่ยิ่งรู้สึกสำนึกผิดจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะความเหลวไหลของเธอที่ไม่ดูแลร้านให้ดี จึงคิดจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด

"นายสั่งมาวันนี้ถ้าไม่จ่ายก็ไปกับพวกผมดี ๆ ข้อเสนอที่นายให้ยังไม่พอเหรอ"

กุ๊กไก่หลุดจากภวังค์เมื่อผู้ชายตัวใหญ่หุ่นหมี ใส่หมวกกันน็อกเปิดให้เห็นแค่ดวงตาพูดกับเธอ

"ฉันไม่ไปหรอก ให้เวลาหน่อยพักนี้รายจ่ายที่ร้านเยอะยอดขายก็ไม่ค่อยดีถ้ามีแล้วจะเอาไปให้"

เธอพยายามพูดเบา ๆ เกรงว่าลูกค้าที่ยืนสั่งกาแฟอยู่จะได้ยิน

ใช่เธอตกอับ และ อับอายสุด ๆ

แต่ความพยายามของกุ๊กไก่กลับไร้ผล เมื่อผู้ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดังราวกับว่ากำลังเลียนเสียงตัวร้ายจากหนักพากย์ฮ่องกงกาก ๆ ตัวหนึ่ง

"ผมมาที่นี่ทุกวัน วันละหลายรอบก็ไม่เห็นว่าคุณจะหาได้ อย่าเสียเวลาเลยถ้าเป็นคนอื่นผมคงลงมือไปแล้ว คุณต้องขอบคุณนายนะที่ถูกใจคุณเข้าไม่งั้นหน้าสวย ๆ นี่คงได้เลือดกบปากแล้วล่ะ"

มันพูดพร้อมกับถอดหมวกกันน็อกออก เมื่อเห็นว่านอกจากลูกค้าซึ่งเป็นคนนอกคนหนึ่งกับผู้หญิงสองคนแล้วไม่มีใครอยู่อีก สายตาน่ารังเกียจมองกุ๊กไก่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าพร้อมกับเลียริมฝีปาก

"หุ่นแม่งน่าเอาชะมัด สวย ๆ แบบนี้ ท่าทางแบบนี้เอวคงดีว่ะ"

มันพูดออกมาพร้อมกับหันไปหัวเราะด้วยเสียงของตัวร้ายกับเพื่อนตัวโตที่มาด้วยกัน กุ๊กไก่โกรธจนขาดสติ

"ไอ้ชั่วกับผู้หญิงก็คิดจะทำร้ายเหรอ แกมันชาติชั่ว คงเก่งแค่กับผู้หญิงล่ะสิ"

"ถุย อีนี่ปากดีว่ะ"

ว่าแล้วมันก็ถุยน้ำลายลงพื้น กุ๊กไก่แทบช็อกกับความสกปรกที่เกิดขึ้น เธอหยีหน้าค่อย ๆ ก้าวถอยหนีช้า ๆ เมื่อมันยกมือขึ้นทำท่าจะจับคางของเธอ

กุ๊กไก่ทนไม่ไหวแล้วคิดว่าจะแจ้งตำรวจให้จัดการ เธอไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่

"ไอ้เลว ออกไปนะ ฉันแจ้งตำรวจแน่"

เธอเริ่มขู่พวกมัน

"กลัวจัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

เพราะเจ้านายของมันมีอิทธิพลมาก จึงทำให้พวกมันไม่เคยกลัวตำรวจแม้แต่น้อย กลับมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายยิ่งกว่าเดิม ลูกไก่รู้สึกสะอิดสะเอียนแทบจะอ้วกออกมา

เมื่อกุ๊กไก่ขยับหนี ผู้ชายคนนั้นยังขยับตาม ติ๊กมองมาทางเธอกลัวลนลานกระทั่งทำกาแฟหก ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจกับการคุกคามของคนพวกนี้เพราะตัวเองไม่อยากเจ็บตัวด้วย

แต่เจ้านายเดือดร้อนขนาดนี้แล้วจะทำยังไงดี

ผู้ชายคนนั้นเดินอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์ กุ๊กไก่ขยับถอยจนเกือบจะชนติ๊ก

"อย่าเข้ามานะ แกกล้าทำเหรอฉันจะฟ้องเจ้านายแก"

"เอาสิ กว่าจะถึงมือเจ้านายมึงก็เป็นเมียกูแล้ว"

มันพูดพร้อมกับหัวเราะ

กุ๊กไก่ตกใจเมื่อมันทำท่าจะจับตัวเธอ หญิงสาวหันไปหยิบกาแฟร้อนในมือของติ๊กที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ สาดเข้าไปเต็ม ๆ มันร้องโอดโอยออกมาแล้วยกมือปิดหน้า

กุ๊กไก่ดึงมือติ๊ก จะหนีออกอีกด้านของเคาน์เตอร์แต่ถูกผู้ชายอีกคนขวางเอาไว้ ตอนนี้เป็นเวลาเย็นใกล้ปิดร้านแล้ว คนบริเวณนี้จึงแทบไม่มีและไม่มีใครสนใจว่าเกิดอะไรในร้านกาแฟแห่งนี้

"จะหนีไปไหน"

ไอ้คนนั้นพูดขึ้น กุ๊กไก่กอดติ๊กแน่นเธอต้องปกป้องลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของเธออย่างสุดชีวิต ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะลงมือฉับพลันนั้น เขาก็ร่วงลงไปกองที่พื้น เพราะถูกคนกระทืบโดยไม่ตั้งตัว

ผู้ชายคนนั้นที่มาช่วยพวกเธอเอาไว้ เดินผ่านหลังเคาน์เตอร์เฉียดเธอไปเล็กน้อย แล้วจัดการกับผู้ชายที่กุ๊กไก่สาดน้ำร้อนใส่อย่างรวดเร็ว ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็ร่วงลงไปกับพื้นเช่นกัน

เพียงแต่ข้าวของในร้านพังเสียหายไปบางส่วน ด้วยถูกผู้ชายใจดีที่เข้ามาช่วยเหลือ หยิบมาเป็นอาวุธฟาดคนที่กำลังเสียท่าจนเยิน เขายังลากผู้ชายตัวใหญ่ทั้งสองคนด้วยมือข้างเดียวไปกองรวมกันที่หน้าร้านพร้อมกับโทรแจ้งตำรวจทันที

กุ๊กไก่และติ๊กวิ่งไปที่หน้าร้านเห็นเขากำลังใช้ผ้าเช็ดมือของร้านเธอมัดมือและเท้าของคนทั้งสองเอาไว้อย่างแน่นหนา การต่อสู้ที่รวดเร็วปานสายฟ้า และความเก่งของเขาทำให้กุ๊กไก่คิดว่า เขาอาจจะเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกก็เป็นได้ เพราะเก่งแบบหาตัวจับยากขนาดนี้

ตอนนี้คนถึงเริ่มมามุงดูที่หน้าร้านของเธอแล้ว กุ๊กไก่และติ๊กจึงพากันเดินเข้าในร้านและล็อกประตูจนเรียบร้อย หลังจากที่เชิญผู้ชายคนนั้นเข้ามาข้างใน เธอจึงมีโอกาสมองหน้าเขาชัด ๆ และนั่นทำให้กุ๊กไก่ตกตะลึง

"โอ้ หล่อเชี้ยๆ"

จิตใจของกุ๊กไก่ล่องลอยไปไกล ทั้งเพ้อละเมออย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ นี่คงเป็นตามที่สำนวนจีนเคยกล่าวไว้

วีรบุรุษช่วยสาวงาม กรี๊ดดดดดดดด

ไม่แน่ว่าฟ้าอาจจะส่งคู่ฟ้าประทานลงมาให้เธอแล้ว เขาต้องเป็นเนื้อคู่ของเธอแน่นอน สุดหล่อที่เข้ามาช่วยเธอในยามตกยาก

นี่มันเข้าพล็อตนิยายรักหวานแหววแล้ว อร๊ายยย เขินจัง

เธอคิดไปไกลถึงสุดขอบฟ้า ในขณะที่ผู้ชายสุดหล่อยังยืนหน้าเป็นและไม่มีทีท่าว่าจะตกตะลึงในความสวยของเธออย่างพล็อตนิยายเลยสักนิด

กุ๊กไก่กระแอม พลางประเมินเขาด้วยสายตาอีกรอบ ท่าทางเขาคงอายุเท่า ๆ เธอ แต่เอ๊ะ ยิ่งมอง ทำไมยิ่งดูคุ้นหน้าคุ้นตาจังเลย หรือว่า....

จะเคยพบกันในชาติปางก่อน

"ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณนี่ฉันแย่แน่ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ" กุ๊กไก่ทำเสียงสองตาใสถามเขาทันที

"ไม่เจ็บหรอก ไม่ต้องกลัวนะเราเรียกตำรวจแล้ว เดี๋ยวก็มา พวกมันมาบ่อยเหรอเกิดอะไรขึ้นเล่าให้ฟังหน่อย"

กุ๊กไก่ยังมึนอยู่ ทำไมเขาถึงได้พูดแบบสนิทกับเธอขนาดนี้ หญิงสาวกลอกตาหลายรอบ พยายามคิดว่าเป็นเพื่อนนายแบบคนไหนที่เธอลืมไปหรือเปล่า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

"ก็ไม่มีอะไรค่ะ"

ในเมื่อคิดไม่ออกว่าเขาเป็นใคร เธอจึงไม่ยอมเล่า

"ว่าแต่ว่า เสื้อของคุณยับแล้วค่ะ ตรงนี้ค่ะ"

เธอจิ้มนิ้วไปที่หน้าอกของเขาทำท่าทางตกอกตกใจ ที่ทำให้เขาลำบาก

"อุ๊ย แข็งจัง กล้ามทั้งนั้นเลยใช่หรือเปล่าคะ"

เธอบอกทำท่าทางเขิน ๆ อย่างน่ารัก ในขณะที่ติ๊กมองเจ้านายด้วยความตกตะลึง เพิ่งเจอเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมา พี่กุ๊กไก่ยังสามารถเต๊าะผู้ชายได้หน้าตาเฉย ในขณะที่เธอกลัวจนแทบฉี่จะราดอยู่แล้ว

"พูดเพราะจังเลยนะ จำเราไม่ได้จริง ๆ เหรอ"

ผู้ชายคนนั้นกลับพูดแบบนี้ กุ๊กไก่ยิ่งสมองหมุนเธอจ้องหน้าเขาทั้งยังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถามว่าคุ้นหรือเปล่า ก็ ดูคุ้นตาอยู่มาก แต่คิดยังไงเธอก็คิดไม่ออก

กระทั่งเขายกมือเขกที่ศีรษะของเธอเบา ๆ

"ยังเหมือนเดิมเลยนะ โง่เหมือนเดิมเลย โง่และอวดดีไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ"

คำพูดแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ มัน...คุ้น...ยิ่งกว่า....คุ้น..อีก

"นายเป็นใคร บอกฉันมานะ" เธอจึงถามออกไปด้วยท่าทางหวาดระแวง

อ่านต่อ

สารบัญ Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
ตอน
อ่านเลย
แชร์