ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

หลังจากเผชิญกับความผิดหวังซ้ำเล่าจนเกือบจะปิดกั้นตัวเองจากความรัก บาดแผลทางใจที่แสนเจ็บปวดกลับกลายเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยากที่สุด ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกที่มีต่อใครบางคนก็ทำได้เพียงถูกฝังรากลึกไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ กลายเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป แต่รักนั้นจะยังคงสถิตอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่มีวันลืมเลือนได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 3

"ใช่น่ะสิ ว่ายังไงสนใจหรือเปล่า? ข้อเสนอของฉัน"

กุ๊กไก่มองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าตาหล่อเหลาเข้าที ท่าทางก็ดีดูเป็นคนมีการศึกษาสูง อีกอย่างเป็นคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เสนอเงินก้อนใหญ่ให้ ทั้งยังจะช่วยทำร้านให้กลับมาดังและขายดีเหมือนเดิม

เธอต้องเชื่ออชิอยู่แล้วเธอรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน หมอนี่มันอัจฉริยะไอคิวสูง ทำอะไรก็ดีก็เลิศไปหมด ซึ่งเป็นคนประเภทที่ตรงข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองก็จนตรอกแต่ศักดิ์ศรีละ มันค้ำคออยู่นะ โกรธเขาแทบตาย แต่จะมาเสียท่าเพราะเงินนี่มันใช้ไม่ได้

กุ๊กไก่เคาะกะโหลกของตัวเองไปหลายครั้ง จู่ ๆ เธอก็ตบหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างแรง

"โอ๊ย กุ๊กไก่นี่เธอทำอะไรเจ็บนะโว้ย"

อชิจับแก้มตัวเองหลังจากที่หน้าหันไปด้วยฝ่ามือ ดวงตาของกุ๊กไก่สั่นระริกนี่เกิดอะไรขึ้น เขาเจ็บจริง ๆ เหรอ

"นายเจ็บจริงเหรอ"

"ใช่อะดิ เธอตบแรงขนาดนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจดูถูกเธอฉันก็แค่มีเหตุผลของฉัน"

กุ๊กไก่รู้สึกชาที่มือ เมื่อสักครู่เธอฟาดเขาเข้าไปเต็มแรงจริง ๆ และเธอก็เจ็บมือด้วย น้ำตาของกุ๊กไก่ไหลออกมา อชิตกใจคิดว่าเธอเสียใจที่เขายื่นเงื่อนไขนี้

แต่แล้วกุ๊กไก่ก็หัวเราะ เธอหันมาบอกเขาพร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตา

"นายเจ็บจริง ๆ นะไม่ได้โกหก"

"ใช่สิ ยัยบ้า"

เขายังด่าเธอเอง กุ๊กไก่ดึงเขาเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูทันใด  จู่ ๆ เธอก็ผายมือเชื้อเชิญเหมือนอชิเป็นแขกคนสำคัญ

เอาล่ะ จากกันหลายปีเพิ่งได้มีโอกาสเจอหน้า ไม่มีใครถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน คำทักทายกลับกลายเป็น คำขอแต่งงานที่แสนตลก และดูเหมือนว่าเธอกลับไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย

เพราะตอนนี้ศักดิ์ศรีหรือเงินหากให้เธอเลือกเงินต้องสำคัญกว่า เธอกำลังจะอดตายนะ เธอไม่มีเวลามาห่วงศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว ยิ่งกับไอ้เวรนี่ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย

ช่างแม่งปะไรวะไม่โกรธแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า อภัยทาน คือ ทานที่ยิ่งใหญ่ กุ๊กไก่ผู้บรรลุธรรมย่อมให้อภัยทานแก่เพื่อนรักคนนี้ได้เสมอ

"เราเข้าไปคุยกันก่อนดีหรือเปล่า ข้อตกลงน่ะความจริงก็อยากช่วยเหลือเพื่อนนะ แต่ต้องฟังเงื่อนไขก่อน นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนมีน้ำใจแค่ไหน ไม่ได้พบกันมานานเดือดร้อนก็กลับมาหากันนายทำถูกแล้ว อชิคนดีของเพื่อน เหนื่อยหรือเปล่าจ้ะ นั่งสิจ้ะ"

อชิยังมึนงง แต่เขาก็ปรับอารมณ์ได้ทันควัน ยัยนี่มันเห็นแก่ผลประโยชน์ ยังไงยังงั้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

กุ๊กไก่เห็นอชิยังยืนอยู่ที่เดิม เธอจึงดึงมือของเขาให้เข้ามาพร้อมกับลากกระเป๋าใบใหญ่ให้เขาด้วยตัวเอง เมื่อกี้ยังเกลียดเขาอยู่แท้ ๆ เพราะเรื่องอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งกลัวเขาจะดูถูก แต่ดูเหมือนว่าอชิจะรู้ไส้รู้พุงของเธอจนหมดกระทั่งรู้ว่าร้านกาแฟกำลังจะเจ๊ง เพราะฉะนั้นเธอไม่ถือสาเขาก็ได้

อชิถูกกุ๊กไก่ลากให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขก แน่นอนว่าคอนโดของเธอย่อมหรูหรา เป็นสิ่งเดียวที่เธอยังยึดเอาไว้แน่นจากแฟนเก่า ในเมื่อมันเป็นชื่อเธอ เธอย่อมไม่คืนให้เขาแน่นอน

ถึงจะเลิกกันอย่างน้อยเธอก็ต้องได้อะไรบ้าง

กุ๊กไก่ปาดน้ำตาออกจนหมด ที่แท้เป็นเพราะว่าเธอดีใจที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน กุ๊กไก่ไล้มือบนหลังมือของอชิเบา ๆ แน่นอนว่าเธอไม่ได้ลวนลามเพียงแต่กำลังพิจารณาว่าทำไมอชิถึงเปลี่ยนตัวเองจากเด็กผู้ชายตัวอ้วนจนก้มไม่ได้เพราะพุงใหญ่ของเขา จนมากลายเป็นคนหล่อล่ำสมส่วนได้ขนาดนี้

ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นว่าตอนนี้ผิวของอชิที่แต่เดิมถ้าเทียบกับเธอจะคล้ำกว่าอยู่มาก แต่ดูตอนนี้สิมันเป็นสีขาวอมชมพูพอ ๆ กับผิวของเธอเลย แต่ก่อนผิวเขาไม่ได้ละเอียดขนาดนี้นี่ ยิ่งดูใกล้ ๆ ยิ่งไม่เห็นรูขุมขน ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนแปลงกระทั่งสีผิวได้ด้วย

"ตกลงเธอโอเคหรือเปล่า"

อชิถามเสียงเบา การที่กุ๊กไก่ไต่นิ้วไปตามผิวของเขาทำให้หัวใจของเขาเหมือนจะเต้นระรัว ยัยนี่ไม่เจอกันนานยังถึงเนื้อถึงตัวเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลยสักนิด

แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้วก็เป็นคนปกติที่มีความต้องการพื้นฐานด้านเพศ ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต่อให้ถูกเธอจูบก็เฉย ๆ เหมือนเดิมแล้ว ยัยนี่รู้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย สงสัยยังโง่เหมือนเดิมจนเขาหนักใจ

เมื่ออชิถามอย่างหวาดระแวง กุ๊กไก่รีบพยักหน้ายืนยันอาการของตัวเอง

"โอเคสิ โอเคสุด ๆ เลยสบายดีด้วย"

อชิคิ้วชนกัน

"แล้วร้องไห้ทำไม ยังตบหน้าฉันอีก"

กุ๊กไก่เห็นรอยฝ่ามือที่แก้มของอชิแล้วตกใจ นี่เธอลงมือแรงขนาดนี้เลยเหรอ มิน่าเธอเองก็รู้สึกชาที่มือ

"ขอโทษ ฉันคิดว่าฉันฝันไปแต่จะตบตัวเองก็กลัวเจ็บเลยตบนายแทน เห็นนายเจ็บขนาดนั้นก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ความฝัน"

อชิแทบอยากจะทึ้งผมผู้หญิงคนนี้ให้ได้สติจริง ๆ

"เธอจะหยิกจะอะไรก็ได้ ทำไมต้องตบด้วย คนป่าเถื่อน เธอกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"

กุ๊กไก่ยิ้มหวาน ตายแล้วถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ เธอไม่ได้ตั้งใจป่าเถื่อนสักหน่อยแต่ตั้งแต่รู้จักกับลูกเกดมือตบอันดับหนึ่งแห่งสยามเธอก็เลยติดนิสัยไม่ดีจากยัยนั่นมา คิดแล้วก็รู้สึกแย่มากจริง ๆ

ถึงยังไงเธอก็ให้อภัยลูกเกดเพราะยัยนั่นเป็นเพื่อนรักที่สุดของเธอ

"ฉันขอโทษ มือมันไปเองน่ะ"

กุ๊กไก่ยกมือไหว้เขาแล้วอย่างเรียบร้อย อชิหัวเราะในใจ ยัยนี่แสดงละครไม่เนียนเอาซะเลย เธอกระแซะเขาแล้วเข้ามานั่งใกล้ ๆ จนตัวแทบจะเบียดกัน ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายปีและเธอเคยอับอายเพราะถูกเขาปฏิเสธมาแล้วแต่กุ๊กไก่ในตอนนี้กลับยังรู้สึกใกล้ชิดกับเขาเหมือนเดิม จะเรียกว่าต่อกันติดอย่างง่ายดายแบบนั้นก็ได้

อชิเป็นฝ่ายขยับหนี เขารู้สึกคอแห้งเมื่อเพื่อนสาววัยเด็กเบียดนมใหญ่ของตัวเองกับแขนของเขา ยัยนี่เมื่อกี้ยังดูเหมือนโกรธเขาอยู่เลยนี่นา ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรอีก

แต่เมื่อเขาขยับไปนิดกุ๊กไก่ก็ขยับมาตามหน่อย และเมื่อเขาขยับหนีมากหน่อยยัยนี่ก็ตามมามากกว่าเดิมอีก ในตอนนี้อชิจึงนั่งสุดปลายโซฟาแล้ว

เขากระแอมแล้วพูดเสียงเข้ม

"เธอว่ายังไงข้อเสนอของฉัน"

กุ๊กไก่ยิ้มเจ้าเล่ห์

"นายเป็นเอดส์หรือเปล่า ตอนเด็กฉันอาจจะทำอะไรให้นายโกรธเลยคิดจะมาแพร่เชื้อใส่ฉัน"

อชิหน้าเหวอ รีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดเพี้ยน ๆ ของยัยนี่

"ไม่แน่นอน ฉันไม่ได้ป่วย?"

กุ๊กไก่ยังทำท่าคิดหนัก

"ถ้างั้น พ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่นายไม่ชอบ นายเลยต้องหาใครแต่งงานบังหน้า"

อชิส่ายหน้า "ยัยประสาท พ่อแม่ของฉันตายหมดแล้วเธอก็รู้ดี"

"ใครจะรู้เผื่อว่าเป็นพ่อแม่บุญธรรมของนายไง พวกเขาอาจจะรวยล้นฟ้าและจะยกมรดกให้นายเมื่อนายแต่งงาน ข้อนี้ต้องใช่แน่ ๆ"

อชิส่ายหน้าอีก กุ๊กไก่ถามต่อ

"นายซาดิสต์หรือเปล่า ชอบอะไรที่รุนแรงโซ่แส้กุญแจมือ นายคิดว่าฉันเป็นแบบนั้นเลยคิดจะแต่งกับฉัน"

"รสนิยมธรรมดาเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่เป็นแบบนั้นหรอก"

กุ๊กไก่กลอกตาขึ้นลง รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่เดาไม่ถูกสักข้อ

"งั้นทำไม ไม่เหมือนในบทละครเลยสักข้อ ฉันคิดว่ามันต้องตรงบ้างสิ"

อชิหัวเราะ ไม่คิดว่ายัยนี่จะคิดเตลิดไปไกลขนาดนั้น

"ชีวิตฉันไม่น้ำเน่าแบบในนิยายสักหน่อย"

กุ๊กไก่ยิ่งไม่เข้าใจ

"นายรวยหรือเปล่า"

อชิพยักหน้า

"ฉันรวยมาก ๆ สมบัติใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด"

กุ๊กไก่ทำท่าไม่เชื่อ อชิพูดต่อ

"ฉันจะโชว์เงินในบัญชีให้เธอดูก่อนแต่งดีไหม"

หญิงสาวยิ้มในใจ แต่ยังสงวนท่าทีไว้ หรือว่าอชิจะสมองมีปัญหากัน แต่เธอไม่บอกเขาไปหาหมอหรอก อ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง ถ้าเขารวยมาก ๆ แบบที่เขาบอกจริง เธอก็จะปอกลอกให้เข็ด หึ หึ

แต่ความสงสัยก็ยังไม่หมดไปจากใจ คราวนี้เธอจริงจังมากกลัวว่าเหตุผลเบื้องลึกอาจจะไม่ดี หากอชิเป็นฆาตกรต่อเนื่องล่ะ เธอจะตายหรือเปล่า

"อชิฟังฉันพูดนะ อยู่ ๆ นายโผล่มาช่วยฉัน แล้วเสนอเงินก้อนใหญ่ยังขอแต่งงานอีก นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าชัด ๆ ฉันถึงว่ามันต้องตรงกับข้อสันนิษฐานของฉันข้อใดสักข้อสิ"

อชิยิ้มหล่อเหลา ปฏิเสธเธออย่างจริงจัง

"เอาเป็นว่าไม่ใช่สักข้อก็แล้วกัน"

"แล้วเหตุผลล่ะ อยากแต่งกับฉันเพราะอะไร"

"เหตุผลขอไม่บอก เอาเป็นว่าฉันมีเหตุผลของฉันก็แล้วกัน เงื่อนไขข้อหนึ่งคือเธออย่ามาก้าวก่ายกับเรื่องของฉันก็พอ ทำเป็นหูหนวกตาบอดซะ ฉันขอเวลาเธอแค่ปีเดียวที่เราจะอยู่ด้วยกันหลังจากนั้นฉันจะหย่าให้เธอ ไม่ต้องกลัวเธอจะให้ฉันทำอะไรเพื่อให้เธอไว้ใจฉันยอมทั้งหมด"

กุ๊กไก่หยุดคิดเล็กน้อย ปีเดียวจะพอเหรอ ช่วงเวลานี้เธอจะได้สินสมรสหรือเปล่านะ?

เห็นกุ๊กไก่เงียบ อชิจึงถามต่อ

"เธอคิดยังไงล่ะต้องการเวลาหรือเปล่าถ้าต้องการเวลาฉันจะให้เวลาเธอคิด...."

อชิยังไม่พูดไม่จบ ยัยกุ๊กไก่กลับพยักหน้าเร็ว เมื่อกี้เธอดีใจจนคิดว่าตัวเองฝันไป คนแบบเธอไม่มีศักดิ์ศรีอะไรอยู่แล้วเมื่อพิจารณาแล้วมีแต่ข้อดีทั้งนั้น สำหรับเธอเขาเหมือนบ่อน้ำในทะเลทรายมาได้จังหวะเวลาที่เธอกระหายจนเกือบจะตายเพราะความร้อนที่แผดเผาอยู่แล้ว

โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่เสียอีก เธอจึงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป

ลูกไก่กวาดสายตามองหนุ่มหน้าใสสุดหล่อด้วยรอยยิ้มกริ่มคล้ายกับเธอเป็นหมาป่าตัวหนึ่ง เขาหล่อน่ากินขนาดนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือได้ยังไง อีกอย่างเอาอชิควงไปเย้ยแฟนเก่านี่ท่าจะสะใจไม่น้อย

คนอย่างกุ๊กไก่ไม่อดตายหรอกย่ะ เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่มั่นใจเรื่องเอดส์นั่น เธอต้องตรวจร่างกายอชิซะก่อน กุ๊กไก่ลูบคางตัวเองแล้วพูดรัวเร็ว

"ฉันแต่ง"

อชิอึ้งเพราะตกใจ ทำไมยัยนี่ดูไม่คิดเลยสักนิดเดียว ทำไมตกลงใจง่ายขนาดนี้ เขาอุตส่าห์คิดหาวิธีมาทำให้เธอยินยอมมากมายสุดท้ายไม่ได้ใช้สักวิธี นี่มันเกิดอะไรขึ้น กุ๊กไก่เป็นสาวหน้าเงินไปแล้ว

กุ๊กไก่เห็นเขาทำท่าลังเล และยังทำท่าคิดหนักแบบนั้นก็คิดว่าเขากำลังจะเปลี่ยนใจ หรือไม่ก็พูดเล่นกับเธอทั้งยังเห็นเป็นเรื่องตลก

"ลุกขึ้นเลย ออกไปเลยนะถ้าคิดจะมาล้อเล่นกับฉัน ออกจากบ้านฉันเลย"

อชิเกาหัว

"ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันพูดจริง"

"โอ๊ย ทำท่าลังเลแบบนั้นคงคิดจะแกล้งเล่นขำ ๆ ละสิ ฉันไม่หลงกลนายแล้วจะไปไหนก็ไปเลยไม่ส่งนะ"

กุ๊กไก่กอดอก เธอขยับห่างจากตัวเขายังหันหลังให้อีก

อชิถอนหายใจ รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนจู่โจมเธอแท้ ๆ แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนถูกยัยกุ๊กไก่จู่โจมเสียเอง

"อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันพูดจริง ๆ นะ แค่ตกใจที่เธอตกลงเร็วขนาดนี้"

กุ๊กไก่หันมา ดวงตาเป็นประกายราวกับการ์ตูนญี่ปุ่น

"ฉันน่ะคิดดีแล้ว ถ้านายช่วยฉันได้จริงทำไมต้องปฏิเสธล่ะ"

อชิหัวเราะไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้ ยัยคนนี้มีศักดิ์ศรีบ้างหรือเปล่า

"ฉันไม่เอาเปรียบเธอหรอกนะ ถ้าเธอไม่ยินดีเราก็จะเป็นสามีภรรยากันแต่ในนาม"

หัวใจของกุ๊กไก่ไหววูบ ฉันไม่ต้องการให้นายเป็นสุภาพบุรุษยุคโบราณสักหน่อย จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่ยินยอมจนร่างกายประท้วงอย่างรุนแรง

แต่เธอไม่พูดอะไรออกมากลัวว่าเขาจะตกใจเสียก่อน อชิคนนี้แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปมาก แต่ดูแล้วเขายังเป็นคนเรียบร้อยขี้อายเหมือนเดิม

หล่อขนาดนี้เธอไม่มีทางปล่อยเขาให้อยู่ดีมีสุขแน่ หึ หึ คอยดูเถอะ หลังจากฉันพานายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด และพบว่านายสะอาดกุ๊กไก่คนนี้จะสอนเชิงรักให้นายเอง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักจำเลยมาร
8.1
เพียงแค่สบตากับคาเอล เดอร์มินอฟ ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม แม้ชายหนุ่มจะมีรูปโฉมที่หล่อเหลาราวกับความฝัน แต่ในนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยเพลิงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แนบชิดภายใต้ร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเขา เธอกลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามีความพยาบาทอันลึกล้ำซ่อนอยู่เบื้องหลังความเสน่หาที่เขามอบให้ในค่ำคืนที่แสนอันตรายนี้
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่ร้าย
9.1
เมื่อน้องข้าวสาวน้อยวัยสิบแปดปีปฏิเสธที่จะเลิกนั่งตักคุณอาสุดที่รัก แม้เขาจะพยายามปรามว่าโตเกินกว่าจะทำเช่นนี้และเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นแถมยังพาลใส่ลิลลี่นางแบบสาวคนสนิทของเขาด้วยความหึงหวง เมื่อถูกดุด่าว่านิสัยไม่ดีจนต้องบีบน้ำตา เธอจึงขู่ว่าจะหนีไปนั่งตักชายอื่นแทน ทำเอาคุณอาที่เคยเข้มงวดถึงกับฟิวส์ขาดและเค้นถามด้วยความหวงก้างทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ บททดสอบความสัมพันธ์กึ่งหลานกึ่งคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์ซ่าน
9.4
ซีรีส์ซ่านคือผลงานนิยายรักสไตล์โมเดิร์นที่รวบรวมเรื่องราวสุดเร้าอารมณ์ไว้ถึง 12 เรื่องในชุดเดียวกัน ประกอบไปด้วยตอนซ่าน เพื่อนเหงาสาวข้างโต๊ะ ติวสยิวรัก เถื่อนทมิฬ และปิ่นโตผูกรัก ตามมาด้วยคฤหาสน์หวาม สาวน้อยข้างบ้าน เมียจ๋า เล่ห์สวาท สยิว live สด และปิดท้ายด้วยไม่หล่อแต่เร้าใจ ทุกเรื่องถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้น ครบถ้วนทุกอารมณ์รักและเสน่ห์ชวนหลงใหลที่ผู้อ่านไม่ควรพลาดในคอลเลกชันพิเศษชุดนี้
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์รักแรงพยาบาท
9.2
เมื่อแม่ต้องเผชิญวิกฤตความตาย มนต์มีนา แอร์โฮสเตสสาวจึงไร้ทางเลือกนอกจากหวนกลับไปหา คาร์โล คัสล์ซัน CEO หนุ่มเจ้าของสายการบินผู้กุมอำนาจเงินตราและอดีตอันขมขื่นระหว่างกัน เขาจำเธอได้แม่นยำในฐานะอดีตคนรักที่เคยฝากแผลใจไว้ ซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจจึงยื่นข้อเสนอสุดอัปยศเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการแพทย์ นั่นคือเธอต้องยอมพลีกายเพื่อมอบทายาทให้แก่เขา การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่คาร์โลจะใช้พันธสัญญาเสน่หาเพื่อแก้แค้นเธอให้สาสมกับความเจ็บปวดในอดีต
หน้าปกนวนิยาย เพลิงเพรงมาร
8.6
เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มโสดในฝันของสาวๆ ชายหนุ่มเป็นเพลบอยนักรักชื่อก้อง แต่แล้วพญามัจจุราชดันมากระชากขาของเขาให้ตกลงไปในขุมนรก เมื่อจู่ๆ เขากลับกลายเป็นพ่อของเด็กชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เขาดันด้นข้ามขอบฟ้าบินไปเมืองไทยเพื่อจัดการกับผู้หญิงแพศยาที่บังอาจทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมามัวหมอง แต่ครั้นได้สบตาแม่กวางสาว หัวใจหนุ่มกลับสั่นไหวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหญิงใดมาก่อน แล้วแบบนี้เขาจะจัดการกับหล่อนยังไงดีล่ะ ให้ตำรวจลากหล่อนเข้าคุก หรือว่าจับแม่คนสวยโยนขึ้นเตียงดี?! เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มหล่อเพลบอยผู้เพียบพร้อม ชีวิตของเขาเสมือนอยู่บนสรรค์ แค่เพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น สิ่งที่ต้องการก็ลอยมากองอยู่แทบฝ่าเท้า แต่แล้วจู่ๆ สวรรค์ก็พลิกกลับด้านกลายเป็นนรกอเจเวจี เมื่อข่าวลือหนาหูดังกระฉ่อนปิดกันให้แซ่ดว่าผู้ชายหล่อเร้าเป้าเลิศอย่างเขาแอบซุกลูกเอาไว้ที่เมืองไทย เอาละซิ งานนี้ไม่หมู่ก็จ่าแน่ๆ เขาต้องรีบบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปลากแม่สาวตัวต้นเรืองเข้าซังเตเสียให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนี้กับใครอีก แต่ให้ตายเถอะ... เพียงแค่สบตากับแม่กวางสาวเท่านั้น เลือดหนุ่มในกายก็พลันเดือดพล่าน ความต้องการเฉกเช่นบุรุษนักรักอบอวลจนถึงขั้นมึนเมา จากที่เคยอยากจะลากแม่สิบแปดมงกุฎเข้าซังเต ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจอยากลากขึ้นเตียงมากกว่า?! “ฉันยอมแล้ว...” “ยอมอะไร... ยอมให้ฉันทำเหมือนเดิมใช่ไหม” ปากร้อนจัดของเฟอร์นัลโดกดนาบลงกับผิวนุ่มที่ซอกคอระหง พร้อมกับดูดแรงๆ จนเกิดรอยแดงช้ำแห่งใหม่ “อา...” ณัชชาอรเผลอตัวครางเบาๆ ก่อนจะรีบเรียกสติคืนมา “ฉันหมายถึง... ยอมเล่าทุกอย่าง...” เฟอร์นัลโดหัวเราะหึหึในลำคอ และยอมที่จะปล่อยให้ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง “เล่ามาสิ ก่อนที่ฉัน... จะรอไม่ไหว” นัยน์ตาสีสนิมเป็นประกายวาววับ ณัชชาอรรีบหลบสายตา และก็รีบฉวยโอกาสลุกขึ้นหนีไปยืนอยู่ห่างๆ เฟอร์นัลโดหัวเราะขบขัน “ถ้าฉันต้องการ เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ” “คุณ... ไม่มีทางต้องการฉันหรอกค่ะ ฉันก็แค่...” คนตัวเล็กน้ำตาซึม ก่อนจะรีบกะพริบไล่มันให้กลับไปด้านใน “สิบแปดมงกุฎ คนโกหกหลอกลวง และน่ารังเกียจ” “ใช่... ถูกต้อง...”