
Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์
ตอน 3
"ใช่น่ะสิ ว่ายังไงสนใจหรือเปล่า? ข้อเสนอของฉัน"
กุ๊กไก่มองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าตาหล่อเหลาเข้าที ท่าทางก็ดีดูเป็นคนมีการศึกษาสูง อีกอย่างเป็นคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เสนอเงินก้อนใหญ่ให้ ทั้งยังจะช่วยทำร้านให้กลับมาดังและขายดีเหมือนเดิม
เธอต้องเชื่ออชิอยู่แล้วเธอรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน หมอนี่มันอัจฉริยะไอคิวสูง ทำอะไรก็ดีก็เลิศไปหมด ซึ่งเป็นคนประเภทที่ตรงข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองก็จนตรอกแต่ศักดิ์ศรีละ มันค้ำคออยู่นะ โกรธเขาแทบตาย แต่จะมาเสียท่าเพราะเงินนี่มันใช้ไม่ได้
กุ๊กไก่เคาะกะโหลกของตัวเองไปหลายครั้ง จู่ ๆ เธอก็ตบหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างแรง
"โอ๊ย กุ๊กไก่นี่เธอทำอะไรเจ็บนะโว้ย"
อชิจับแก้มตัวเองหลังจากที่หน้าหันไปด้วยฝ่ามือ ดวงตาของกุ๊กไก่สั่นระริกนี่เกิดอะไรขึ้น เขาเจ็บจริง ๆ เหรอ
"นายเจ็บจริงเหรอ"
"ใช่อะดิ เธอตบแรงขนาดนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจดูถูกเธอฉันก็แค่มีเหตุผลของฉัน"
กุ๊กไก่รู้สึกชาที่มือ เมื่อสักครู่เธอฟาดเขาเข้าไปเต็มแรงจริง ๆ และเธอก็เจ็บมือด้วย น้ำตาของกุ๊กไก่ไหลออกมา อชิตกใจคิดว่าเธอเสียใจที่เขายื่นเงื่อนไขนี้
แต่แล้วกุ๊กไก่ก็หัวเราะ เธอหันมาบอกเขาพร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตา
"นายเจ็บจริง ๆ นะไม่ได้โกหก"
"ใช่สิ ยัยบ้า"
เขายังด่าเธอเอง กุ๊กไก่ดึงเขาเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูทันใด จู่ ๆ เธอก็ผายมือเชื้อเชิญเหมือนอชิเป็นแขกคนสำคัญ
เอาล่ะ จากกันหลายปีเพิ่งได้มีโอกาสเจอหน้า ไม่มีใครถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน คำทักทายกลับกลายเป็น คำขอแต่งงานที่แสนตลก และดูเหมือนว่าเธอกลับไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย
เพราะตอนนี้ศักดิ์ศรีหรือเงินหากให้เธอเลือกเงินต้องสำคัญกว่า เธอกำลังจะอดตายนะ เธอไม่มีเวลามาห่วงศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว ยิ่งกับไอ้เวรนี่ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย
ช่างแม่งปะไรวะไม่โกรธแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า อภัยทาน คือ ทานที่ยิ่งใหญ่ กุ๊กไก่ผู้บรรลุธรรมย่อมให้อภัยทานแก่เพื่อนรักคนนี้ได้เสมอ
"เราเข้าไปคุยกันก่อนดีหรือเปล่า ข้อตกลงน่ะความจริงก็อยากช่วยเหลือเพื่อนนะ แต่ต้องฟังเงื่อนไขก่อน นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนมีน้ำใจแค่ไหน ไม่ได้พบกันมานานเดือดร้อนก็กลับมาหากันนายทำถูกแล้ว อชิคนดีของเพื่อน เหนื่อยหรือเปล่าจ้ะ นั่งสิจ้ะ"
อชิยังมึนงง แต่เขาก็ปรับอารมณ์ได้ทันควัน ยัยนี่มันเห็นแก่ผลประโยชน์ ยังไงยังงั้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด
กุ๊กไก่เห็นอชิยังยืนอยู่ที่เดิม เธอจึงดึงมือของเขาให้เข้ามาพร้อมกับลากกระเป๋าใบใหญ่ให้เขาด้วยตัวเอง เมื่อกี้ยังเกลียดเขาอยู่แท้ ๆ เพราะเรื่องอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งกลัวเขาจะดูถูก แต่ดูเหมือนว่าอชิจะรู้ไส้รู้พุงของเธอจนหมดกระทั่งรู้ว่าร้านกาแฟกำลังจะเจ๊ง เพราะฉะนั้นเธอไม่ถือสาเขาก็ได้
อชิถูกกุ๊กไก่ลากให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขก แน่นอนว่าคอนโดของเธอย่อมหรูหรา เป็นสิ่งเดียวที่เธอยังยึดเอาไว้แน่นจากแฟนเก่า ในเมื่อมันเป็นชื่อเธอ เธอย่อมไม่คืนให้เขาแน่นอน
ถึงจะเลิกกันอย่างน้อยเธอก็ต้องได้อะไรบ้าง
กุ๊กไก่ปาดน้ำตาออกจนหมด ที่แท้เป็นเพราะว่าเธอดีใจที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน กุ๊กไก่ไล้มือบนหลังมือของอชิเบา ๆ แน่นอนว่าเธอไม่ได้ลวนลามเพียงแต่กำลังพิจารณาว่าทำไมอชิถึงเปลี่ยนตัวเองจากเด็กผู้ชายตัวอ้วนจนก้มไม่ได้เพราะพุงใหญ่ของเขา จนมากลายเป็นคนหล่อล่ำสมส่วนได้ขนาดนี้
ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นว่าตอนนี้ผิวของอชิที่แต่เดิมถ้าเทียบกับเธอจะคล้ำกว่าอยู่มาก แต่ดูตอนนี้สิมันเป็นสีขาวอมชมพูพอ ๆ กับผิวของเธอเลย แต่ก่อนผิวเขาไม่ได้ละเอียดขนาดนี้นี่ ยิ่งดูใกล้ ๆ ยิ่งไม่เห็นรูขุมขน ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนแปลงกระทั่งสีผิวได้ด้วย
"ตกลงเธอโอเคหรือเปล่า"
อชิถามเสียงเบา การที่กุ๊กไก่ไต่นิ้วไปตามผิวของเขาทำให้หัวใจของเขาเหมือนจะเต้นระรัว ยัยนี่ไม่เจอกันนานยังถึงเนื้อถึงตัวเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้วก็เป็นคนปกติที่มีความต้องการพื้นฐานด้านเพศ ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต่อให้ถูกเธอจูบก็เฉย ๆ เหมือนเดิมแล้ว ยัยนี่รู้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย สงสัยยังโง่เหมือนเดิมจนเขาหนักใจ
เมื่ออชิถามอย่างหวาดระแวง กุ๊กไก่รีบพยักหน้ายืนยันอาการของตัวเอง
"โอเคสิ โอเคสุด ๆ เลยสบายดีด้วย"
อชิคิ้วชนกัน
"แล้วร้องไห้ทำไม ยังตบหน้าฉันอีก"
กุ๊กไก่เห็นรอยฝ่ามือที่แก้มของอชิแล้วตกใจ นี่เธอลงมือแรงขนาดนี้เลยเหรอ มิน่าเธอเองก็รู้สึกชาที่มือ
"ขอโทษ ฉันคิดว่าฉันฝันไปแต่จะตบตัวเองก็กลัวเจ็บเลยตบนายแทน เห็นนายเจ็บขนาดนั้นก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ความฝัน"
อชิแทบอยากจะทึ้งผมผู้หญิงคนนี้ให้ได้สติจริง ๆ
"เธอจะหยิกจะอะไรก็ได้ ทำไมต้องตบด้วย คนป่าเถื่อน เธอกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"
กุ๊กไก่ยิ้มหวาน ตายแล้วถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ เธอไม่ได้ตั้งใจป่าเถื่อนสักหน่อยแต่ตั้งแต่รู้จักกับลูกเกดมือตบอันดับหนึ่งแห่งสยามเธอก็เลยติดนิสัยไม่ดีจากยัยนั่นมา คิดแล้วก็รู้สึกแย่มากจริง ๆ
ถึงยังไงเธอก็ให้อภัยลูกเกดเพราะยัยนั่นเป็นเพื่อนรักที่สุดของเธอ
"ฉันขอโทษ มือมันไปเองน่ะ"
กุ๊กไก่ยกมือไหว้เขาแล้วอย่างเรียบร้อย อชิหัวเราะในใจ ยัยนี่แสดงละครไม่เนียนเอาซะเลย เธอกระแซะเขาแล้วเข้ามานั่งใกล้ ๆ จนตัวแทบจะเบียดกัน ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายปีและเธอเคยอับอายเพราะถูกเขาปฏิเสธมาแล้วแต่กุ๊กไก่ในตอนนี้กลับยังรู้สึกใกล้ชิดกับเขาเหมือนเดิม จะเรียกว่าต่อกันติดอย่างง่ายดายแบบนั้นก็ได้
อชิเป็นฝ่ายขยับหนี เขารู้สึกคอแห้งเมื่อเพื่อนสาววัยเด็กเบียดนมใหญ่ของตัวเองกับแขนของเขา ยัยนี่เมื่อกี้ยังดูเหมือนโกรธเขาอยู่เลยนี่นา ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรอีก
แต่เมื่อเขาขยับไปนิดกุ๊กไก่ก็ขยับมาตามหน่อย และเมื่อเขาขยับหนีมากหน่อยยัยนี่ก็ตามมามากกว่าเดิมอีก ในตอนนี้อชิจึงนั่งสุดปลายโซฟาแล้ว
เขากระแอมแล้วพูดเสียงเข้ม
"เธอว่ายังไงข้อเสนอของฉัน"
กุ๊กไก่ยิ้มเจ้าเล่ห์
"นายเป็นเอดส์หรือเปล่า ตอนเด็กฉันอาจจะทำอะไรให้นายโกรธเลยคิดจะมาแพร่เชื้อใส่ฉัน"
อชิหน้าเหวอ รีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดเพี้ยน ๆ ของยัยนี่
"ไม่แน่นอน ฉันไม่ได้ป่วย?"
กุ๊กไก่ยังทำท่าคิดหนัก
"ถ้างั้น พ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่นายไม่ชอบ นายเลยต้องหาใครแต่งงานบังหน้า"
อชิส่ายหน้า "ยัยประสาท พ่อแม่ของฉันตายหมดแล้วเธอก็รู้ดี"
"ใครจะรู้เผื่อว่าเป็นพ่อแม่บุญธรรมของนายไง พวกเขาอาจจะรวยล้นฟ้าและจะยกมรดกให้นายเมื่อนายแต่งงาน ข้อนี้ต้องใช่แน่ ๆ"
อชิส่ายหน้าอีก กุ๊กไก่ถามต่อ
"นายซาดิสต์หรือเปล่า ชอบอะไรที่รุนแรงโซ่แส้กุญแจมือ นายคิดว่าฉันเป็นแบบนั้นเลยคิดจะแต่งกับฉัน"
"รสนิยมธรรมดาเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่เป็นแบบนั้นหรอก"
กุ๊กไก่กลอกตาขึ้นลง รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่เดาไม่ถูกสักข้อ
"งั้นทำไม ไม่เหมือนในบทละครเลยสักข้อ ฉันคิดว่ามันต้องตรงบ้างสิ"
อชิหัวเราะ ไม่คิดว่ายัยนี่จะคิดเตลิดไปไกลขนาดนั้น
"ชีวิตฉันไม่น้ำเน่าแบบในนิยายสักหน่อย"
กุ๊กไก่ยิ่งไม่เข้าใจ
"นายรวยหรือเปล่า"
อชิพยักหน้า
"ฉันรวยมาก ๆ สมบัติใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด"
กุ๊กไก่ทำท่าไม่เชื่อ อชิพูดต่อ
"ฉันจะโชว์เงินในบัญชีให้เธอดูก่อนแต่งดีไหม"
หญิงสาวยิ้มในใจ แต่ยังสงวนท่าทีไว้ หรือว่าอชิจะสมองมีปัญหากัน แต่เธอไม่บอกเขาไปหาหมอหรอก อ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง ถ้าเขารวยมาก ๆ แบบที่เขาบอกจริง เธอก็จะปอกลอกให้เข็ด หึ หึ
แต่ความสงสัยก็ยังไม่หมดไปจากใจ คราวนี้เธอจริงจังมากกลัวว่าเหตุผลเบื้องลึกอาจจะไม่ดี หากอชิเป็นฆาตกรต่อเนื่องล่ะ เธอจะตายหรือเปล่า
"อชิฟังฉันพูดนะ อยู่ ๆ นายโผล่มาช่วยฉัน แล้วเสนอเงินก้อนใหญ่ยังขอแต่งงานอีก นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าชัด ๆ ฉันถึงว่ามันต้องตรงกับข้อสันนิษฐานของฉันข้อใดสักข้อสิ"
อชิยิ้มหล่อเหลา ปฏิเสธเธออย่างจริงจัง
"เอาเป็นว่าไม่ใช่สักข้อก็แล้วกัน"
"แล้วเหตุผลล่ะ อยากแต่งกับฉันเพราะอะไร"
"เหตุผลขอไม่บอก เอาเป็นว่าฉันมีเหตุผลของฉันก็แล้วกัน เงื่อนไขข้อหนึ่งคือเธออย่ามาก้าวก่ายกับเรื่องของฉันก็พอ ทำเป็นหูหนวกตาบอดซะ ฉันขอเวลาเธอแค่ปีเดียวที่เราจะอยู่ด้วยกันหลังจากนั้นฉันจะหย่าให้เธอ ไม่ต้องกลัวเธอจะให้ฉันทำอะไรเพื่อให้เธอไว้ใจฉันยอมทั้งหมด"
กุ๊กไก่หยุดคิดเล็กน้อย ปีเดียวจะพอเหรอ ช่วงเวลานี้เธอจะได้สินสมรสหรือเปล่านะ?
เห็นกุ๊กไก่เงียบ อชิจึงถามต่อ
"เธอคิดยังไงล่ะต้องการเวลาหรือเปล่าถ้าต้องการเวลาฉันจะให้เวลาเธอคิด...."
อชิยังไม่พูดไม่จบ ยัยกุ๊กไก่กลับพยักหน้าเร็ว เมื่อกี้เธอดีใจจนคิดว่าตัวเองฝันไป คนแบบเธอไม่มีศักดิ์ศรีอะไรอยู่แล้วเมื่อพิจารณาแล้วมีแต่ข้อดีทั้งนั้น สำหรับเธอเขาเหมือนบ่อน้ำในทะเลทรายมาได้จังหวะเวลาที่เธอกระหายจนเกือบจะตายเพราะความร้อนที่แผดเผาอยู่แล้ว
โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่เสียอีก เธอจึงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป
ลูกไก่กวาดสายตามองหนุ่มหน้าใสสุดหล่อด้วยรอยยิ้มกริ่มคล้ายกับเธอเป็นหมาป่าตัวหนึ่ง เขาหล่อน่ากินขนาดนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือได้ยังไง อีกอย่างเอาอชิควงไปเย้ยแฟนเก่านี่ท่าจะสะใจไม่น้อย
คนอย่างกุ๊กไก่ไม่อดตายหรอกย่ะ เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่มั่นใจเรื่องเอดส์นั่น เธอต้องตรวจร่างกายอชิซะก่อน กุ๊กไก่ลูบคางตัวเองแล้วพูดรัวเร็ว
"ฉันแต่ง"
อชิอึ้งเพราะตกใจ ทำไมยัยนี่ดูไม่คิดเลยสักนิดเดียว ทำไมตกลงใจง่ายขนาดนี้ เขาอุตส่าห์คิดหาวิธีมาทำให้เธอยินยอมมากมายสุดท้ายไม่ได้ใช้สักวิธี นี่มันเกิดอะไรขึ้น กุ๊กไก่เป็นสาวหน้าเงินไปแล้ว
กุ๊กไก่เห็นเขาทำท่าลังเล และยังทำท่าคิดหนักแบบนั้นก็คิดว่าเขากำลังจะเปลี่ยนใจ หรือไม่ก็พูดเล่นกับเธอทั้งยังเห็นเป็นเรื่องตลก
"ลุกขึ้นเลย ออกไปเลยนะถ้าคิดจะมาล้อเล่นกับฉัน ออกจากบ้านฉันเลย"
อชิเกาหัว
"ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันพูดจริง"
"โอ๊ย ทำท่าลังเลแบบนั้นคงคิดจะแกล้งเล่นขำ ๆ ละสิ ฉันไม่หลงกลนายแล้วจะไปไหนก็ไปเลยไม่ส่งนะ"
กุ๊กไก่กอดอก เธอขยับห่างจากตัวเขายังหันหลังให้อีก
อชิถอนหายใจ รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนจู่โจมเธอแท้ ๆ แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนถูกยัยกุ๊กไก่จู่โจมเสียเอง
"อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันพูดจริง ๆ นะ แค่ตกใจที่เธอตกลงเร็วขนาดนี้"
กุ๊กไก่หันมา ดวงตาเป็นประกายราวกับการ์ตูนญี่ปุ่น
"ฉันน่ะคิดดีแล้ว ถ้านายช่วยฉันได้จริงทำไมต้องปฏิเสธล่ะ"
อชิหัวเราะไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้ ยัยคนนี้มีศักดิ์ศรีบ้างหรือเปล่า
"ฉันไม่เอาเปรียบเธอหรอกนะ ถ้าเธอไม่ยินดีเราก็จะเป็นสามีภรรยากันแต่ในนาม"
หัวใจของกุ๊กไก่ไหววูบ ฉันไม่ต้องการให้นายเป็นสุภาพบุรุษยุคโบราณสักหน่อย จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่ยินยอมจนร่างกายประท้วงอย่างรุนแรง
แต่เธอไม่พูดอะไรออกมากลัวว่าเขาจะตกใจเสียก่อน อชิคนนี้แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปมาก แต่ดูแล้วเขายังเป็นคนเรียบร้อยขี้อายเหมือนเดิม
หล่อขนาดนี้เธอไม่มีทางปล่อยเขาให้อยู่ดีมีสุขแน่ หึ หึ คอยดูเถอะ หลังจากฉันพานายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด และพบว่านายสะอาดกุ๊กไก่คนนี้จะสอนเชิงรักให้นายเอง
คุณอาจจะชอบ





