ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

Bad Friend สัญญาสองรักนิรันดร์

หลังจากเผชิญกับความผิดหวังซ้ำเล่าจนเกือบจะปิดกั้นตัวเองจากความรัก บาดแผลทางใจที่แสนเจ็บปวดกลับกลายเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยากที่สุด ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกที่มีต่อใครบางคนก็ทำได้เพียงถูกฝังรากลึกไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ กลายเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป แต่รักนั้นจะยังคงสถิตอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่มีวันลืมเลือนได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

ร้านกาแฟ Coffee Friends

"พี่กุ๊กคะ พวกมันมาอีกแล้วค่ะทำยังไงดีคะ"

"ติ๊กไป เร็ว รีบไปล็อกประตู"

กุ๊กไก่พูดเสียงสั่นในขณะที่ซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์กาแฟอย่างรวดเร็ว

"ไม่ทันแล้วค่ะ หนูก็กลัวค่ะ พะ พวกมันเข้ามาแล้ว"

ติ๊ก พนักงานคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในร้านกาแฟของกุ๊กไก่พูดขึ้น เด็กสาวอายุเพียงสิบเก้าปี แต่นับว่าใจแกร่งอยู่ไม่น้อย เธอยังคงทำหน้าเรียบเฉย รับออร์เดอร์แล้วยิ้มให้กับลูกค้าที่อยู่ข้างหน้า เสียงของเด็กสาวสั่นอย่างเห็นได้ชัด หากไม่เพราะสงสารเจ้านายสาวเธอคงลาออกไปแล้ว

กุ๊กไก่กำลังคิดหาทางออก เธอต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้เพราะร้านของเธอกำลังจะเจ๊ง กระทั่งผู้ชายสองคนสวมหมวกกันน็อกเดินเข้ามาในร้านถามเสียงเหี้ยมจนกุ๊กไก่ขนลุก เธอไม่ต้องการให้ติ๊กที่ไม่รู้เรื่องอะไรต้องมาลำบาก กุ๊กไก่จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

เธอตีหน้าขรึมถ้าการเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จ เธอคงต้องยอมบอกเพื่อนรักทั้งสองคน คิดแล้วก็เศร้าทั้ง ๆ ที่พยายามจะรักษาร้านเอาไว้แท้ ๆ แต่เพราะความเชื่อใจ และไม่เคยดูแลร้านของเธอเลย จึงทำให้ร้านกาแฟสามสาขาของเธอถูกผู้จัดการยักยอกเงินไปจนหมด

เธอยื้อมาได้เกือบปี ด้วยความสามารถของเธอที่ไม่มีอะไรเลยก็ทำให้ร้านขาดทุนยับ มีคู่แข่งมาเปิดที่ฝั่งตรงข้ามลูกค้าหดหายสุดท้ายเธอต้องยอมปล่อยสองร้านนั้นไป เพราะตัวเองไม่เหลืออะไรให้ขายกินอีกแล้ว

สุดท้ายเหลือเพียงร้านนี้ที่นาชาเพื่อนรักของเธอปลุกปั้นขึ้นมา กุ๊กไก่จึงไม่ยอมวางมือ เธอพยายามยื้อสุดชีวิตกระทั่งต้องไปเอาเงินนอกระบบมาจ่ายค่าเช่า

ด้วยดอกเบี้ยที่มหาศาล เธอผู้ไร้ความสามารถก็ไม่มีปัญญาจ่ายอีก เจ้านายของพวกมันยังขอให้เธอเอาตัวเองไถ่ดอก กุ๊กไก่โมโหมากจะหันไปพึ่งใครก็ไม่ได้ ตั้งแต่นาชาและลูกเกดย้ายไปอยู่ต่างประเทศตามสามีเธอก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้

คิดจะโทรไปสารภาพกับเพื่อนก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็รู้ว่าทั้งสองคนต้องไม่ว่าอะไร ยังจะให้เงินเธอมาอีกแน่ กุ๊กไก่ยิ่งรู้สึกสำนึกผิดจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะความเหลวไหลของเธอที่ไม่ดูแลร้านให้ดี จึงคิดจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด

"นายสั่งมาวันนี้ถ้าไม่จ่ายก็ไปกับพวกผมดี ๆ ข้อเสนอที่นายให้ยังไม่พอเหรอ"

กุ๊กไก่หลุดจากภวังค์เมื่อผู้ชายตัวใหญ่หุ่นหมี ใส่หมวกกันน็อกเปิดให้เห็นแค่ดวงตาพูดกับเธอ

"ฉันไม่ไปหรอก ให้เวลาหน่อยพักนี้รายจ่ายที่ร้านเยอะยอดขายก็ไม่ค่อยดีถ้ามีแล้วจะเอาไปให้"

เธอพยายามพูดเบา ๆ เกรงว่าลูกค้าที่ยืนสั่งกาแฟอยู่จะได้ยิน

ใช่เธอตกอับ และ อับอายสุด ๆ

แต่ความพยายามของกุ๊กไก่กลับไร้ผล เมื่อผู้ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดังราวกับว่ากำลังเลียนเสียงตัวร้ายจากหนักพากย์ฮ่องกงกาก ๆ ตัวหนึ่ง

"ผมมาที่นี่ทุกวัน วันละหลายรอบก็ไม่เห็นว่าคุณจะหาได้ อย่าเสียเวลาเลยถ้าเป็นคนอื่นผมคงลงมือไปแล้ว คุณต้องขอบคุณนายนะที่ถูกใจคุณเข้าไม่งั้นหน้าสวย ๆ นี่คงได้เลือดกบปากแล้วล่ะ"

มันพูดพร้อมกับถอดหมวกกันน็อกออก เมื่อเห็นว่านอกจากลูกค้าซึ่งเป็นคนนอกคนหนึ่งกับผู้หญิงสองคนแล้วไม่มีใครอยู่อีก สายตาน่ารังเกียจมองกุ๊กไก่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าพร้อมกับเลียริมฝีปาก

"หุ่นแม่งน่าเอาชะมัด สวย ๆ แบบนี้ ท่าทางแบบนี้เอวคงดีว่ะ"

มันพูดออกมาพร้อมกับหันไปหัวเราะด้วยเสียงของตัวร้ายกับเพื่อนตัวโตที่มาด้วยกัน กุ๊กไก่โกรธจนขาดสติ

"ไอ้ชั่วกับผู้หญิงก็คิดจะทำร้ายเหรอ แกมันชาติชั่ว คงเก่งแค่กับผู้หญิงล่ะสิ"

"ถุย อีนี่ปากดีว่ะ"

ว่าแล้วมันก็ถุยน้ำลายลงพื้น กุ๊กไก่แทบช็อกกับความสกปรกที่เกิดขึ้น เธอหยีหน้าค่อย ๆ ก้าวถอยหนีช้า ๆ เมื่อมันยกมือขึ้นทำท่าจะจับคางของเธอ

กุ๊กไก่ทนไม่ไหวแล้วคิดว่าจะแจ้งตำรวจให้จัดการ เธอไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่

"ไอ้เลว ออกไปนะ ฉันแจ้งตำรวจแน่"

เธอเริ่มขู่พวกมัน

"กลัวจัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

เพราะเจ้านายของมันมีอิทธิพลมาก จึงทำให้พวกมันไม่เคยกลัวตำรวจแม้แต่น้อย กลับมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายยิ่งกว่าเดิม ลูกไก่รู้สึกสะอิดสะเอียนแทบจะอ้วกออกมา

เมื่อกุ๊กไก่ขยับหนี ผู้ชายคนนั้นยังขยับตาม ติ๊กมองมาทางเธอกลัวลนลานกระทั่งทำกาแฟหก ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจกับการคุกคามของคนพวกนี้เพราะตัวเองไม่อยากเจ็บตัวด้วย

แต่เจ้านายเดือดร้อนขนาดนี้แล้วจะทำยังไงดี

ผู้ชายคนนั้นเดินอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์ กุ๊กไก่ขยับถอยจนเกือบจะชนติ๊ก

"อย่าเข้ามานะ แกกล้าทำเหรอฉันจะฟ้องเจ้านายแก"

"เอาสิ กว่าจะถึงมือเจ้านายมึงก็เป็นเมียกูแล้ว"

มันพูดพร้อมกับหัวเราะ

กุ๊กไก่ตกใจเมื่อมันทำท่าจะจับตัวเธอ หญิงสาวหันไปหยิบกาแฟร้อนในมือของติ๊กที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ สาดเข้าไปเต็ม ๆ มันร้องโอดโอยออกมาแล้วยกมือปิดหน้า

กุ๊กไก่ดึงมือติ๊ก จะหนีออกอีกด้านของเคาน์เตอร์แต่ถูกผู้ชายอีกคนขวางเอาไว้ ตอนนี้เป็นเวลาเย็นใกล้ปิดร้านแล้ว คนบริเวณนี้จึงแทบไม่มีและไม่มีใครสนใจว่าเกิดอะไรในร้านกาแฟแห่งนี้

"จะหนีไปไหน"

ไอ้คนนั้นพูดขึ้น กุ๊กไก่กอดติ๊กแน่นเธอต้องปกป้องลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของเธออย่างสุดชีวิต ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะลงมือฉับพลันนั้น เขาก็ร่วงลงไปกองที่พื้น เพราะถูกคนกระทืบโดยไม่ตั้งตัว

ผู้ชายคนนั้นที่มาช่วยพวกเธอเอาไว้ เดินผ่านหลังเคาน์เตอร์เฉียดเธอไปเล็กน้อย แล้วจัดการกับผู้ชายที่กุ๊กไก่สาดน้ำร้อนใส่อย่างรวดเร็ว ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็ร่วงลงไปกับพื้นเช่นกัน

เพียงแต่ข้าวของในร้านพังเสียหายไปบางส่วน ด้วยถูกผู้ชายใจดีที่เข้ามาช่วยเหลือ หยิบมาเป็นอาวุธฟาดคนที่กำลังเสียท่าจนเยิน เขายังลากผู้ชายตัวใหญ่ทั้งสองคนด้วยมือข้างเดียวไปกองรวมกันที่หน้าร้านพร้อมกับโทรแจ้งตำรวจทันที

กุ๊กไก่และติ๊กวิ่งไปที่หน้าร้านเห็นเขากำลังใช้ผ้าเช็ดมือของร้านเธอมัดมือและเท้าของคนทั้งสองเอาไว้อย่างแน่นหนา การต่อสู้ที่รวดเร็วปานสายฟ้า และความเก่งของเขาทำให้กุ๊กไก่คิดว่า เขาอาจจะเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกก็เป็นได้ เพราะเก่งแบบหาตัวจับยากขนาดนี้

ตอนนี้คนถึงเริ่มมามุงดูที่หน้าร้านของเธอแล้ว กุ๊กไก่และติ๊กจึงพากันเดินเข้าในร้านและล็อกประตูจนเรียบร้อย หลังจากที่เชิญผู้ชายคนนั้นเข้ามาข้างใน เธอจึงมีโอกาสมองหน้าเขาชัด ๆ และนั่นทำให้กุ๊กไก่ตกตะลึง

"โอ้ หล่อเชี้ยๆ"

จิตใจของกุ๊กไก่ล่องลอยไปไกล ทั้งเพ้อละเมออย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ นี่คงเป็นตามที่สำนวนจีนเคยกล่าวไว้

วีรบุรุษช่วยสาวงาม กรี๊ดดดดดดดด

ไม่แน่ว่าฟ้าอาจจะส่งคู่ฟ้าประทานลงมาให้เธอแล้ว เขาต้องเป็นเนื้อคู่ของเธอแน่นอน สุดหล่อที่เข้ามาช่วยเธอในยามตกยาก

นี่มันเข้าพล็อตนิยายรักหวานแหววแล้ว อร๊ายยย เขินจัง

เธอคิดไปไกลถึงสุดขอบฟ้า ในขณะที่ผู้ชายสุดหล่อยังยืนหน้าเป็นและไม่มีทีท่าว่าจะตกตะลึงในความสวยของเธออย่างพล็อตนิยายเลยสักนิด

กุ๊กไก่กระแอม พลางประเมินเขาด้วยสายตาอีกรอบ ท่าทางเขาคงอายุเท่า ๆ เธอ แต่เอ๊ะ ยิ่งมอง ทำไมยิ่งดูคุ้นหน้าคุ้นตาจังเลย หรือว่า....

จะเคยพบกันในชาติปางก่อน

"ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณนี่ฉันแย่แน่ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ" กุ๊กไก่ทำเสียงสองตาใสถามเขาทันที

"ไม่เจ็บหรอก ไม่ต้องกลัวนะเราเรียกตำรวจแล้ว เดี๋ยวก็มา พวกมันมาบ่อยเหรอเกิดอะไรขึ้นเล่าให้ฟังหน่อย"

กุ๊กไก่ยังมึนอยู่ ทำไมเขาถึงได้พูดแบบสนิทกับเธอขนาดนี้ หญิงสาวกลอกตาหลายรอบ พยายามคิดว่าเป็นเพื่อนนายแบบคนไหนที่เธอลืมไปหรือเปล่า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

"ก็ไม่มีอะไรค่ะ"

ในเมื่อคิดไม่ออกว่าเขาเป็นใคร เธอจึงไม่ยอมเล่า

"ว่าแต่ว่า เสื้อของคุณยับแล้วค่ะ ตรงนี้ค่ะ"

เธอจิ้มนิ้วไปที่หน้าอกของเขาทำท่าทางตกอกตกใจ ที่ทำให้เขาลำบาก

"อุ๊ย แข็งจัง กล้ามทั้งนั้นเลยใช่หรือเปล่าคะ"

เธอบอกทำท่าทางเขิน ๆ อย่างน่ารัก ในขณะที่ติ๊กมองเจ้านายด้วยความตกตะลึง เพิ่งเจอเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมา พี่กุ๊กไก่ยังสามารถเต๊าะผู้ชายได้หน้าตาเฉย ในขณะที่เธอกลัวจนแทบฉี่จะราดอยู่แล้ว

"พูดเพราะจังเลยนะ จำเราไม่ได้จริง ๆ เหรอ"

ผู้ชายคนนั้นกลับพูดแบบนี้ กุ๊กไก่ยิ่งสมองหมุนเธอจ้องหน้าเขาทั้งยังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถามว่าคุ้นหรือเปล่า ก็ ดูคุ้นตาอยู่มาก แต่คิดยังไงเธอก็คิดไม่ออก

กระทั่งเขายกมือเขกที่ศีรษะของเธอเบา ๆ

"ยังเหมือนเดิมเลยนะ โง่เหมือนเดิมเลย โง่และอวดดีไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ"

คำพูดแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ มัน...คุ้น...ยิ่งกว่า....คุ้น..อีก

"นายเป็นใคร บอกฉันมานะ" เธอจึงถามออกไปด้วยท่าทางหวาดระแวง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักจำเลยมาร
8.1
เพียงแค่สบตากับคาเอล เดอร์มินอฟ ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม แม้ชายหนุ่มจะมีรูปโฉมที่หล่อเหลาราวกับความฝัน แต่ในนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยเพลิงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แนบชิดภายใต้ร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเขา เธอกลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามีความพยาบาทอันลึกล้ำซ่อนอยู่เบื้องหลังความเสน่หาที่เขามอบให้ในค่ำคืนที่แสนอันตรายนี้
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่ร้าย
9.1
เมื่อน้องข้าวสาวน้อยวัยสิบแปดปีปฏิเสธที่จะเลิกนั่งตักคุณอาสุดที่รัก แม้เขาจะพยายามปรามว่าโตเกินกว่าจะทำเช่นนี้และเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นแถมยังพาลใส่ลิลลี่นางแบบสาวคนสนิทของเขาด้วยความหึงหวง เมื่อถูกดุด่าว่านิสัยไม่ดีจนต้องบีบน้ำตา เธอจึงขู่ว่าจะหนีไปนั่งตักชายอื่นแทน ทำเอาคุณอาที่เคยเข้มงวดถึงกับฟิวส์ขาดและเค้นถามด้วยความหวงก้างทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ บททดสอบความสัมพันธ์กึ่งหลานกึ่งคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์ซ่าน
9.4
ซีรีส์ซ่านคือผลงานนิยายรักสไตล์โมเดิร์นที่รวบรวมเรื่องราวสุดเร้าอารมณ์ไว้ถึง 12 เรื่องในชุดเดียวกัน ประกอบไปด้วยตอนซ่าน เพื่อนเหงาสาวข้างโต๊ะ ติวสยิวรัก เถื่อนทมิฬ และปิ่นโตผูกรัก ตามมาด้วยคฤหาสน์หวาม สาวน้อยข้างบ้าน เมียจ๋า เล่ห์สวาท สยิว live สด และปิดท้ายด้วยไม่หล่อแต่เร้าใจ ทุกเรื่องถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้น ครบถ้วนทุกอารมณ์รักและเสน่ห์ชวนหลงใหลที่ผู้อ่านไม่ควรพลาดในคอลเลกชันพิเศษชุดนี้
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์รักแรงพยาบาท
9.2
เมื่อแม่ต้องเผชิญวิกฤตความตาย มนต์มีนา แอร์โฮสเตสสาวจึงไร้ทางเลือกนอกจากหวนกลับไปหา คาร์โล คัสล์ซัน CEO หนุ่มเจ้าของสายการบินผู้กุมอำนาจเงินตราและอดีตอันขมขื่นระหว่างกัน เขาจำเธอได้แม่นยำในฐานะอดีตคนรักที่เคยฝากแผลใจไว้ ซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจจึงยื่นข้อเสนอสุดอัปยศเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการแพทย์ นั่นคือเธอต้องยอมพลีกายเพื่อมอบทายาทให้แก่เขา การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่คาร์โลจะใช้พันธสัญญาเสน่หาเพื่อแก้แค้นเธอให้สาสมกับความเจ็บปวดในอดีต
หน้าปกนวนิยาย เพลิงเพรงมาร
8.6
เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มโสดในฝันของสาวๆ ชายหนุ่มเป็นเพลบอยนักรักชื่อก้อง แต่แล้วพญามัจจุราชดันมากระชากขาของเขาให้ตกลงไปในขุมนรก เมื่อจู่ๆ เขากลับกลายเป็นพ่อของเด็กชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เขาดันด้นข้ามขอบฟ้าบินไปเมืองไทยเพื่อจัดการกับผู้หญิงแพศยาที่บังอาจทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมามัวหมอง แต่ครั้นได้สบตาแม่กวางสาว หัวใจหนุ่มกลับสั่นไหวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหญิงใดมาก่อน แล้วแบบนี้เขาจะจัดการกับหล่อนยังไงดีล่ะ ให้ตำรวจลากหล่อนเข้าคุก หรือว่าจับแม่คนสวยโยนขึ้นเตียงดี?! เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มหล่อเพลบอยผู้เพียบพร้อม ชีวิตของเขาเสมือนอยู่บนสรรค์ แค่เพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น สิ่งที่ต้องการก็ลอยมากองอยู่แทบฝ่าเท้า แต่แล้วจู่ๆ สวรรค์ก็พลิกกลับด้านกลายเป็นนรกอเจเวจี เมื่อข่าวลือหนาหูดังกระฉ่อนปิดกันให้แซ่ดว่าผู้ชายหล่อเร้าเป้าเลิศอย่างเขาแอบซุกลูกเอาไว้ที่เมืองไทย เอาละซิ งานนี้ไม่หมู่ก็จ่าแน่ๆ เขาต้องรีบบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปลากแม่สาวตัวต้นเรืองเข้าซังเตเสียให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนี้กับใครอีก แต่ให้ตายเถอะ... เพียงแค่สบตากับแม่กวางสาวเท่านั้น เลือดหนุ่มในกายก็พลันเดือดพล่าน ความต้องการเฉกเช่นบุรุษนักรักอบอวลจนถึงขั้นมึนเมา จากที่เคยอยากจะลากแม่สิบแปดมงกุฎเข้าซังเต ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจอยากลากขึ้นเตียงมากกว่า?! “ฉันยอมแล้ว...” “ยอมอะไร... ยอมให้ฉันทำเหมือนเดิมใช่ไหม” ปากร้อนจัดของเฟอร์นัลโดกดนาบลงกับผิวนุ่มที่ซอกคอระหง พร้อมกับดูดแรงๆ จนเกิดรอยแดงช้ำแห่งใหม่ “อา...” ณัชชาอรเผลอตัวครางเบาๆ ก่อนจะรีบเรียกสติคืนมา “ฉันหมายถึง... ยอมเล่าทุกอย่าง...” เฟอร์นัลโดหัวเราะหึหึในลำคอ และยอมที่จะปล่อยให้ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง “เล่ามาสิ ก่อนที่ฉัน... จะรอไม่ไหว” นัยน์ตาสีสนิมเป็นประกายวาววับ ณัชชาอรรีบหลบสายตา และก็รีบฉวยโอกาสลุกขึ้นหนีไปยืนอยู่ห่างๆ เฟอร์นัลโดหัวเราะขบขัน “ถ้าฉันต้องการ เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ” “คุณ... ไม่มีทางต้องการฉันหรอกค่ะ ฉันก็แค่...” คนตัวเล็กน้ำตาซึม ก่อนจะรีบกะพริบไล่มันให้กลับไปด้านใน “สิบแปดมงกุฎ คนโกหกหลอกลวง และน่ารังเกียจ” “ใช่... ถูกต้อง...”