ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

“อิ่มสุดๆ ไปเลยค่ะน้าพิกุล ท้องจันทร์แตกไหมเนี่ย” ชมจันทร์รวบช้อนกับส้อมก่อนจะนั่งพิงพนักเก้าอี้และเอามือลูบท้องของตนเองที่ตอนนี้ป่องออกมานิดๆ เพราะทานขนมจีนแกงไตปลาฝีมือน้าพิกุลไปถึงสองจาน

“เดี๋ยวกินเสร็จแล้วจันทร์ช่วยเอาแกงไตปลาไปให้นายหัวชาวีได้ไหม”

“นายหัวชาวีที่อยู่ถัดจากบ้านเราไปเหรอคะน้า”

“ใช่จ้ะ จันทร์เคยไปบ้านหลังนั้นใช่ไหม”

“ค่ะ จันทร์เคยไปแต่ก็นานแล้วตั้งแต่สมัยพ่อของคุณนายหัวชาวียังอยู่ แต่พอท่านเสียจันทร์ก็ไม่ค่อยได้ไปบ้านหลังนั้นเท่าไหร่ค่ะ แล้วทำไมเราต้องเอาไปให้เขาด้วยล่ะคะ” ชมจันทร์ไม่เข้าใจเพราะเท่าที่รู้มาบ้านหลังนั้นก็มีแม่ครัวอยู่แล้ว

“นายหัวชาวีเขาก็ชอบกินแกงไตปลาเหมือนกันเมื่อตอนกลางวันน้าคุยกับแม่ครัวอีกคนว่าจะรีบกลับมาทำแกงไตปลา พอนายหัวได้ยินเขาก็บอกว่าเขาเองก็ชอบกินน้าก็เลยทำเผื่อ”

น้าพิกุลของชมจันทร์ทำงานเป็นแม่ครัวให้คนงานในสวนยางของนายหัวชาวีส่วนบิดาของเธอก็เป็นคนขับรถส่งน้ำยางและปาล์มให้กับสวนของนายหัวมาตั้งแต่เธอจำความได้

“ได้ค่ะเดี๋ยวจันทร์เอาไปให้เองค่ะ น้าพิกุลคะจันทร์ฉันลืมไปเลยค่ะ น้าบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับจันทร์เรื่องอะไรคะ”

“ก็เรื่องบ้านกับสวนยางของพ่อเรานั่นแหละ”

“ทำไมคะ”

“พ่อเราเอาโฉนดบ้านกับสวนยางไปจำนองกับนายหัว”

“อะไรนะคะ สวนยางเรามีแค่ไม่กี่ไร่เองนะคะนายหัวเขาจะเอาไปทำอะไร”

“มันมีไม่กี่ไร่แต่มันอยู่ทางด้านหน้าสวนของเขาไงล่ะ”

“น้าอยากให้จันทร์ช่วยน้าหาทางเอาบ้านกับที่ดินคืนมา”

“แล้วจันทร์ต้องทำยังไงบ้างคะ”

“ระหว่างนี้จันทร์ปิดเทอมน้าอยากให้จันทร์ไปช่วยงานนายหัว”

“ช่วยงานอะไรคะ”

“นายหัวบ่นว่าอยากได้คนมาช่วยงานเอกสารน่ะ งานไม่ได้ยากอะไร แล้วก็ทำบัญชีอีกนิดหน่อย น้าเลยเสนอชื่อของจันทร์ไปเพราะเห็นว่าเรียนมาทางนี้”

“แต่จันทร์เพิ่งเรียนชั้นปวช.เองนะคะไม่ได้เก่งอะไรเลย”

“นายหัวไม่ได้ต้องการคนเก่งหรอก เขาขอแค่คนที่พอทำงานได้เท่านั้น”

“ถ้าจันทร์ไปช่วยงานเขา แล้วเราจะได้บ้านคืนเหรอคะน้าพิกุล” ชมจันทร์คิดว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น

“น้าอยากให้จันทร์ทำตัวสนิทสนมกับนายหัว”

“คำว่าสนิทสนมของน้าหมายถึงอะไร” ชมจันทร์รู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของน้าพิกุล

“ก็สนิทสนมแบบผู้ชายผู้หญิง”

“น้าหมายถึงจะให้จันทร์เอาตัวเข้าแลกเพื่อเอาที่ดินกับบ้านคืนเหรอคะ จันทร์ไม่ทำหรอกค่ะ”

“น้าไม่ได้บังคับนะจันทร์ เพียงแต่น้าอยากให้เราช่วยกัน”

“มันไม่ต่างอะไรกับการขายตัวเลยนะคะน้า เราหาวิธีอื่นกันดีไหม”

“น้าก็ไม่ได้บังคับนะ ก็แค่เสนอทางออกที่ดีที่สุดเพราะเงินที่พ่อของเราเอาจากนายหัวไปก็หลายแสนลำพังเราสองคนคงใช้หนี้ไม่หมดง่ายๆ หรอกนะ”

“จันทร์จะลองคุยกับนายหัวเองค่ะ อยากจะขอผ่อนเขา”

“น้าคุยแล้วแต่เขาบอกว่าหนี้มันเยอะมาก มันเกินกว่าราคาที่ดินไปแล้ว ถึงเราจะเอาที่ออกมาขายก็ยังใช้หนี้เขาไม่หมด น้ากลัวว่าถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งนายหัวเขาอยากจะได้ที่ตรงนี้ขึ้นมาจริงๆ เราสองคนก็คงไม่มีที่อยู่”

“เราไปหาเช่าอื่นอยู่ก็ได้”

“สำหรับน้าไม่เท่าไหร่หรอก แต่จันทร์ไม่เสียดายเหรอ บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่พ่อตั้งใจสร้างมาแล้วยังพืชสวนทางด้านหลังที่พ่อของจันทร์ปลูกเอาไว้ให้อีก พ่อเขาตั้งใจเตรียมไว้ให้จันทร์”

“แต่มันไม่คุ้มกันเลยนะคะที่จันทร์จะต้องเอาตัวไปแลก จันทร์ว่าเราทำงานหาเงินใช้หนี้เขาดีกว่า”

“หนี้ตั้งเกือบล้าน เมื่อไหร่เราสองคนจะใช้หนี้หมดล่ะ เผลอๆ เขามายืดทุกอย่างไปเราก็แย่กันพอดี น้าไม่ห่วงตัวเองหรอกนะ แต่น้าห่วงจันทร์ เพราะน้ายังมีบ้านพ่อบ้านแม่ให้น้ากลับไปอยู่ แต่จันทร์ไม่มีใครเลย น้าจะพาจันทร์ไปอยู่ด้วยก็เกรงใจท่าน”

“น้าคิดว่านายหัวเขาจะสนใจหนูแล้วเขาจะยกหนี้ให้หนูเหรอ”

“เท่าที่น้ารู้นายหัวเขาเจ้าชู้และมีผู้หญิงหลายคน แต่ละคนก็ได้เงินจากนายหัวค่อนข้างเยอะ ถ้าเขาถูกใจจันทร์ขึ้นมาจันทร์ขออะไรเขาก็คงจะไม่ว่า”

“แต่จันทร์ไม่อยากทำเลยค่ะ”

“น้าก็บอกแล้วว่าน้าไม่ได้บังคับ แต่น้ามีอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกจันทร์”

“อะไรคะ”

“น้ารู้ว่าแม่ของจันทร์อยู่ที่ไหน”

“จริงเหรอคะน้าพี่กุล แม่ของจันทร์อยู่ที่ไหนคะ จันทร์อยากเจอแม่”

“น้าจะบอกก็ต่อเมื่อจันทร์ทำงานให้น้าสำเร็จ”

“อะไรนะคะ”

“ถ้าเราได้บ้านและที่ดินคืนมาน้าจะบอกความจริงเรื่องแม่ของจันทร์ทุกอย่างนะ”

“น้าพิกุลอย่ามาหลอกจันทร์เลยค่ะ น้าไม่รู้หรอกว่าแม่จันทร์อยู่ไหน”

“ตอนแรกน้าก็ไม่รู้หรอกแต่ตอนที่พ่อของจันทร์ป่วยหนัก พ่อของจันทร์เล่าทุกอย่างให้น้าฟัง จันทร์จะเชื่อน้าหรือไม่เชื่อน้าก็ตามใจนะ ถ้าน้าไม่บอกจันทร์ก็ไม่มีทางหาแม่เจอแน่ๆ”

“ทำไมน้าต้องเอาเรื่องแม่มาบังคับจันทร์ด้วย”

“น้าบอกแล้วว่าน้ำไม่ได้บังคับ เลือกเอาเองนะว่าจะทำตามที่น้าบอกหรือเปล่า”

“จันทร์ขอคิดดูก่อนได้ไหม”

“จันทร์มีเวลาสามเดือนระหว่างปิดเทอม ทำยังไงก็ได้ให้ได้ที่ดินกับบ้านคืนมาเป็นของเราแล้วน้าจะบอกจันทร์ทุกอย่าง”

“แล้วเรื่องเรียนของจันทร์ล่ะคะ” ชมจันทร์ต่อรอง

“ถ้าทุกอย่างสำเร็จจันทร์ก็จะมีเงินไปเรียนต่อโดยไม่ลำบากเผลอๆ จันทร์อาจจะได้กลับไปอยู่กับแม่ก็ได้นะ เพราะตอนนี้แม่ของจันทร์ก็ไม่มีใครเหมือนกัน”

“น้าบอกจันทร์ตอนนี้ได้ไหม จันทร์สัญญาว่าจะทำงานให้สำเร็จ”

“น้าขอดูผลงานของจันทร์ก่อน”

“แต่...”

“น้าให้เวลาคิดไม่นานหรอกนะ เดี๋ยวน้าจะไปเอาแกงใส่ปิ่นโตแล้วจันทร์ต้องเป็นคนเอาไปส่งให้นายหัวชาวีที่บ้าน อย่าลืมผูกมิตรกับเขาไว้ล่ะ”

ชมจันทร์คิดหนักเพราะสิ่งที่น้าพิกุลให้เธอไปทำนั้นไม่ต่างอะไรกับการขายตัวเลยสักนิด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไอ้เสือ-ของผม
6.8
ชีวิตเด็กกำพร้าพลิกผันเมื่อมาเฟียรับไปดูแล ความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความรักจนสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ทว่าโลกที่วาดฝันกลับพังทลาย เมื่อชายที่เขารักมอบความเจ็บปวดด้วยความรุนแรงและการทรยศที่เกินรับไหว เพื่อปกป้องลูกน้อย เขาจึงเลือกละทิ้งทุกสิ่งและหนีออกจากกรงขัง การแสวงหาความสงบสุขนำพาเขาให้พบกับนายแบบภาพเปลือยชื่อดัง ผู้ก้าวเข้ามาพลิกหน้ากระดาษชีวิตของเขา บาดแผลจากอดีตจะได้รับการเยียวยาผ่านความสัมพันธ์ครั้งใหม่หรือไม่ เขาต้องเผชิญมันด้วยตนเอง
หน้าปกนวนิยาย รัก(ลับ)นายวิศวะ
8.8
ขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและร่วมทำความรู้จักกับเจมส์ หนุ่มรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้มีเสน่ห์ที่พร้อมจะมาคว้าหัวใจของพี่ๆ ทุกคนในนิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยเรื่องนี้ มาร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่ารักและความประทับใจของเขาไปพร้อมกัน ฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของผู้อ่านทุกท่าน และช่วยเป็นกำลังใจรวมถึงเอ็นดูในความมุ่งมั่นของเจมส์ หนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าเรื่องราวของเขาจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย ใช้ความรักเพื่อแสวงหา: ฉันได้กลับคืนมรดกด้วยแฟนเก่า
9.6
หลังสูญเสียครอบครัว ฉันตัดสินใจแต่งงานกับพี่ชายของรักแรก แม้แฟนเก่าจะอ้อนวอนเพียงใดฉันก็ไม่เคยใยดี จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป สามีจากไปด้วยโรคร้าย ทิ้งให้ฉันและลูกถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ขับไล่จนไร้ที่ซุกหัวนอน ในสถานการณ์บีบคั้น ฉันจึงต้องกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาทักทายด้วยคำเยาะเย้ยเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ แต่คราวนี้ฉันจะไม่ถอยหนี ฉันยอมก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความสัมพันธ์เดิมเพื่อทวงคืนมรดกที่ถูกพรากไป และจะทำให้ลูกของฉันได้รับทุกอย่างที่เป็นของพวกเรากลับคืนมาให้ได้
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนามายาลวง
8.8
เมื่อความรักถูกอาบด้วยคำลวงจนกลายเป็นการทรยศ ความเจ็บปวดจากการดิ้นรนไขว่คว้าจึงกลายเป็นบทเรียนที่แสนเหนื่อยล้า แม้หัวใจจะบอบช้ำจนอยากหยุดพัก แต่ลึกๆ กลับยังมีคำถามว่าเหตุใดมนุษย์ยังโหยหาความรักอยู่เสมอ แท้จริงแล้วรักอาจสมบูรณ์ในตัวเองเพียงแค่ได้รู้สึก แม้ไม่ได้ครอบครองหรือได้รับรักตอบกลับมา แต่นิยามของการแอบรักฝ่ายเดียวก็ยังคงทิ้งความทรงจำที่งดงามไว้ในใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้รักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ